วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์

Glittering glamour วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์ เพชรน้ำเอก แห่ง เจมส์ พาวิลเลี่ยน ครีเอชั่น

“ ตัวเราเกิดเป็นคนมันเจ๋งที่สุดแล้ว สามารถทำอะไรก็ได้ ถ้าเปรียบกับอัญมณีแล้วมันเป็นฝ่ายถูกกระทำ ”

“ กับพวกเขาเวลามีอะไรผมทำด้วยกับเขาทั้งหมดนะฮะ ลูกน้องขนของ ผมขนด้วย เขาอยู่ดึกผมก็จะอยู่กับเขาด้วย แต่อันนี้ผมก็ไม่รู้มันถูกหรือผิดนะ ดังนั้นระหว่างเรากับพนักงานมันจึงค่อนข้างจะใกล้กัน ”

ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด รัตนชาติก็ยังคงเป็นยอดปรารถนาของผู้คนไม่เคยเปลี่ยนแปร แร่ธาตุหายากเหล่านี้มีคุณค่าและความงดงามซ่อนอยู่ หากทว่าความงามเหล่านั้นจะเฉิดฉายออกมาก็ด้วยอาศัยความตั้งใจและฝีมือในเชิงช่าง บรรจงเกลาเหลี่ยมสลักมุม เจียระไนก้อนแร่ขะมุกขะมอมให้เปล่งประกายเจิดจรัส ก่อนจะจัดวางบนตัวเรือนงามสง่า เพิ่มความจำเริญตา น่าพิสมัยจับจอง สิ่งเหล่านี้นับเป็นงานท้าทายที่ วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน ครีเอชั่น จำกัด คุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่ลุยงานทางด้านนี้มาตั้งแต่เยาว์วัย

“ ผมเรียนที่สวนกุหลาบวิทยาลัยนะครับ จบออกมาก็เรียนวิศวะที่มหิดล แล้วก็ไปต่อที่ RPI – Rensselaer Polytechnic Institute ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก็วิศวกรรมเหมือนกันซึ่งไม่เกี่ยวกับอัญมณีโดยตรง แต่ผมอยู่ฝ่ายการผลิต ก็คือจากกระดาษจะทำเป็นตัว Jewelry ก็ผ่านผม ”

การสานต่อธุรกิจของครอบครัวแม้ในสายตาของบางคนอาจจะมองดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่วรวุฒิกลับมองว่ามันเป็นแรงขับเคลื่อนที่ท้าทายอย่างหนึ่ง และด้วยความมุ่งมั่นกับโครงการขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งเขากับพี่ๆริเริ่มมากว่า 4 ปี ทำให้เขาต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น

“ ธุรกิจของเราเอง เราต้องเป็นหมดทุกอย่างนะ ดังนั้นความเครียดต้องมีแน่นอนลองคิดดูว่าคนอื่นเขาอาจจะกลับบ้านตอน 6 โมงเย็น แล้วเขาก็จะสามารถปิดประสาทส่วนนั้นไปได้เลย แต่เราไม่ใช่ คือถ้าเกิดลูกน้องทำ เราต้องทำกับเขาด้วย ตรงนี้ผมว่ามันยากนิดหนึ่ง ในทางกลับกัน เราก็สามารถที่จะทำได้เองโดยที่ไม่ต้องมีขั้นตอนมากนัก ส่วนที่ผมทำนี่มันเป็นส่วนที่ผมทำของผมเอง ทีมงานทุกคนที่อยู่กับผม เป็นทีมงานที่ผมเลือกเอง เลือดใหม่หมดเลย ดังนั้นผมจะไม่ไปวัดว่าผมต้องทำให้ได้ถึงจุดนี้นะ ที่จะเท่ากับรุ่นพ่อรุ่นแม่…ไม่ใช่ ”

การที่มีหน่วยงานรัฐบาลให้การสนับสนุน ประกอบกับการที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจการค้า อัญมณีทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะกระแสความตื่นตัวในวงการแฟชั่นในระยะหลังๆนี้เป็นข้อได้เปรียบที่วรวุฒิมองว่าคือปัจจัยหลักนำพาวงการอัญมณีไทยให้เทียบชั้นสากล

“ แม้ว่าเราจะไม่ได้มีเหมืองเพชรเอง แต่ยังไงๆแล้วภูมิภาคนี้ เมืองไทยยังถือว่าเป็นศูนย์กลางอยู่นะครับ ประกอบกับคนไทยเก่งตรง Creativity ด้วย ผมคิดว่าเรามี Skill มากกว่า คู่แข่งสำคัญน่าจะเป็นฮ่องกงฮะ แต่การจะมาเป็นผู้นำมันไม่สามารถสำเร็จได้เพราะบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น เราต้องช่วยกัน ”

ใครบางคนมองว่าอัญมณีกับผู้ชายมักอยู่กันคนละทาง แต่ผู้ชายอกสามศอกอย่างวรวุฒิกลับเห็นว่าสองสิ่งนี้สามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว

“ มันเป็นเครื่องบ่งบอกได้ในบางอย่าง บ่งบอกรสนิยมได้ เป็น Investment ได้ …หลายๆอย่างนะครับ เวลาทำต้องคำนึงถึงแน่นอนก็คือดีไซน์ คุณภาพ แล้วก็สภาพความเป็นจริงว่ามันสามารถใส่ได้ไหม มันยุ่งยากเกินไปไหม เราต้องมีความสะดวกสบายพอสมควรที่จะใส่ ไม่ใช่ว่ามันยุ่งเสียจนกระทั่งเราไม่อยากใส่มัน ทั้งนี้ผมว่ามันอยู่ที่ดีไซน์ เราสามารถเอามาใส่ใน Setting ที่มันทำให้ผู้ชายดูดีขึ้นมาได้ ยิ่งในสมัยนี้ผมคิดว่ามันยิ่งเป็นเรื่องธรรมดามากๆเลยที่ผู้ชายจะใส่เพชร แต่ขออย่างหนึ่งคือใส่แล้วไม่ได้เป็นไปทางผู้หญิง เหมือนเราซื้อเสื้อผ้า ถ้าเราไม่มั่นใจกับเสื้อผ้า คุณก็อาจจะไม่มั่นใจทั้งวันนะ ”

ด้วยความคุ้นเคยกับงานทางด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก บวกกับนิสัยเป็นกันเองตามแบบฉบับคนรุ่นใหม่ทำให้วรวุฒิมีเคล็ดลับในการบริหารกิจการที่น่าสนใจไม่น้อย

“ ลูกค้าเป็นหลักครับ (หัวเราะ) ขาดไม่ได้เลย ต้องบอกกับพนักงานเลยว่าถ้าเกิดเป็นคุณ คุณซื้อหรือเปล่า Jewelry นี่ให้ใครทำก็ทำออกมาได้ แต่ว่าถ้าเป็นชิ้นนี้คุณใส่แล้วคุณรู้สึกอย่างไร อยากจะใส่หรือเปล่า เรื่องคุณภาพนี่เราจะคัดอย่างดี

กับพวกเขาเวลามีอะไรผมทำด้วยกับเขาทั้งหมดนะฮะ ลูกน้องขนของ ผมขนด้วย เขาอยู่ดึกผมก็จะอยู่กับเขาด้วย อันนี้ผมก็ไม่รู้มันถูกหรือผิด(หัวเราะ) ดังนั้นระหว่างเรากับพนักงานมันค่อนข้างที่จะใกล้กัน คุณสามารถเดินเข้ามาคุยกับเราได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องผ่านทางนี้ๆขึ้นมาจึงจะถึงเรา แล้วกว่าที่เราจะไปรู้ปัญหามันก็ช้าไปแล้ว เราอยากให้บริษัทของเราวิ่งเร็วไม่เทอะทะ ผมคิดว่าถ้าเกิดว่าคนเยอะมากๆ บางทีก็ไม่สามารถที่จะควบคุมระดับผลิตภัณฑ์ของเราได้

ผมจะเป็นคนที่ถ้าต้องทำอะไรก็จะทำตรงนี้ให้สำเร็จ คือประสบความสำเร็จของผมนี่มันเป็นเปลาะๆไป ผมคิดว่าผมก็พอใจกับมันพอสมควร เพราะว่าเราก็สามารถผ่านแต่ละจุดมาได้ด้วยดี ”

เมื่อลองให้เปรียบตัวเองกับอัญมณีแล้ว วรวุฒิกลับหัวเราะเสียงใสก่อนจะตอบเราอย่างชาญฉลาดว่า

“ ตัวผมคงไม่ได้เลอค่าขนาดนั้นหรอกนะฮะ ตัวเราเกิดเป็นคนมันเจ๋งที่สุดแล้วสามารถทำอะไรก็ได้ ถ้าเปรียบกับอัญมณีแล้วมันเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เราเป็นคนเราโชคดีที่สุด ใช่ไหมฮะ ”

Related contents:

You may also like...