พัชรศรี เบญจมาศ

HOT & SPICY กาละแมร์

จากสาวน้อยที่มีความมุ่งมั่นและมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักสื่อสารมวลชนมาตั้งแต่เด็ก วันนี้…เธอก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประกาศข่าวสาวแถวหน้าของเมืองไทย ผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและมีลีลาการเล่าข่าวที่สนุกสนานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นาทีนี้ไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดง อาซิ้ม อาม่า ฯลฯ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก พัชรศรี เบญจมาศ ที่รู้จักกันดีในนาม กาละแมร์ หากจะเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ความสำเร็จ ที่สวนกระแสความดังของเหล่าลูกท่านหลานเธอที่อาศัยชาติตระกูลและบารมีของพ่อแม่มาวาดลวดลายในวงการบันเทิงก็ไม่ผิดนัก

ไม่เพียงแต่ลีลาหน้าจอเท่านั้น หญิงสาวคนนี้ยังเป็นนักเขียนปากกาคม เจ้าของหนังสือชื่อแสบๆ ต้นตำรับงานเขียนแนวจิกกัด สวนกระแสคนดังจ้าง Ghost writer มานั่งแท่นนักเขียน ขายดิบขายดีจนสั่นสะเทือนวงการหนังสือ

“ ตอนเด็ก เป็นเด็กเรียบร้อย รักเรียนตั้งใจเรียน แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน ชอบทำกิจกรรมกับเพื่อน และอาจจะฉายแววความเป็นเป็นนักสื่อสารมวลชนมาตั้งแต่นั้น ชอบรู้สึกว่าอยากคิดอะไรใหม่ๆเช่นว่าออกไปราย งานหน้าห้องให้มันแปลกๆ มีวิธีการนำเสนอ มีลูกเล่นมีเพลงอะไรให้มันสนุกขึ้น แล้วเราก็ฝันที่จะทำงานด้านนี้อยู่แล้วเราก็มุ่งที่จะเรียนทางด้านนี้เลย รู้ตัวเองมาแต่เด็กว่าเราอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ก็มุ่งที่จะมาทางด้านนี้เลยไม่รีรอ เอ็นทรานซ์ก็เลือกนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ สื่อสารมวลชนเป็นวิชาเอกของเรา เลือกที่จะฝึกงานช่อง 3 เพราะว่าเป็นองค์กรที่เราอยากจะทำงานอยู่แล้ว ”

สิ่งที่ทำให้สาว แมร์ มายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้

“ แมร์ว่า มันน่าจะเป็นความตั้งใจนะที่เราต้องมุ่งมั่นกับความตั้งใจของเรา อดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ขยันพยายามทำการบ้านให้กับตัวเองตลอดเวลา หาข้อมูลติดตามข่าวสาร ปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ หาตัวเองให้เจอ เมื่อเวลาเราหาตัวเองเจอแล้วเราจะชัดเจนว่าเราจะมุ่งไปทางไหน

สิ่งที่ทำให้อยู่จุดนี้ได้นานก็คือ มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน การตรงต่อเวลา การรับผิดชอบต่องานที่แมร์ได้รับ การพัฒนาตัวเองเสมอ แมร์ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่แมร์ยังทำอยู่นับจากวันแรกจนถึงวันนี้ ”

ถึงจะเป็นสาวมั่นแต่ก็มีท้อแท้บ้างเหมือนกัน

“ ไม่ใช่ท้อแท้ มันเหนื่อยมากกว่า คือมันเยอะเหลือเกิน…ทำไม่เสร็จสักที หรือแบบบางทีนี่ก็ต้องทำพรุ่งนี้ ก็ต้องทำต้นฉบับก็ต้องเขียน บางวันไม่อาบน้ำก็มี (หัวเราะ) กลับดึกแล้วล้างหน้าอย่างเดียวนอนเลย พอเราเหนื่อยปุ๊บเราก็ต้องพักผ่อน กลับมาดูตัวเราเองว่าเราจะเอายังไงดี มันจะดีรึเปล่า ใช่จุดมุ่งหมายในชีวิตเราเหรอ เราไม่ได้ต้องการแบบเหนื่อยขนาดนี้นี่นา ก็เลยต้องปรับตัวเองในการดำรงชีวิต แล้วก็ใช้ชีวิตใหม่ ”

มองอนาคต กับ ความรัก

“ เราก็มีความสุขกับงานที่เราได้ทำนะ เพราะว่าเราก็ต้องเลือกแล้วว่าเราชอบทำอะไรในงานแต่ละอย่าง

เลือกทำงานที่เราอยากทำมีความสุข แล้วเราก็จะทำมันได้ดี ให้ใจกับมันทุกงาน เวลาเราให้ใจกับมันมันจะออกมาดีเสมอ ส่วนความรักมันออกแบบไม่ได้น่ะ มันก็อยากจะแบบว่าดีเลิศประเสริฐศรี อีก 3 เดือนได้เจอผู้ชายคนนั้น แล้วอีก 5 เดือน เราคงเป็นแฟนกัน ปีหน้าเราจะแต่งงาน เราก็ให้กาลเวลาทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ว่าเรามีสติกับความรักกว่าตอนที่เป็นเด็กหรือว่าวัยรุ่น ”

Related contents:

You may also like...