วศิน ศรีวราธนบูลย์

Virtually Corrupted ‘ความบกพร่องโดยสุจริต’

‘ ภาพถ่าย ‘ กลายเป็นสื่อที่เราแทบทุกคนใกล้ชิดและคุ้นเคยกันดี หรือที่จริงอาจพูดได้ว่า ภาพถ่ายได้ทำหน้าที่สื่อสารกับเราไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ‘ ภาษา ‘ ที่เราใช้กันอยู่ในแต่ละวัน และก็เหมือนเช่นที่มีใครสักคนได้กล่าวไว้ว่า “ ภาพถ่ายเป็นการละเว้นไม่ต้องใช้ภาษา และเป็นการนำเอามิติทางสังคมที่ไม่อาจเอ่ยเป็นถ้อยคำมาอัดรวมไว้ ” ภาพถ่ายจึงสร้างปฏิกิริยาต่อความนึกคิดและทัศนคติของผู้คนได้ง่ายกว่า นี่คือทั้งหมดของประกายความคิดวาบหนึ่งซึ่งบันดาลให้วศิน ศรีวราธนบูลย์เริ่มสนใจและให้ความสำคัญกับการทำงานถ่ายภาพมากขึ้นๆ

สิ่งที่ทำให้ผลงานของวศินแตกต่างกว่างานภาพถ่ายโดยทั่วๆ ไปก็คือ ‘ ภาพถ่าย ‘ ในมุมมองของเขานั้นเป็นผลรวมของภาพเล็กๆ จำนวนมากมาประกอบรวมกัน “ มันเหมือนเป็นภาพปริศนาที่จะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อนำเอาภาพเล็กๆ มาต่อกัน จะมีการเหลื่อมซ้อนกันบ้างก็ไม่เป็นไร ที่สำคัญเราไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเราต้องถ่ายอันไหนก่อน อันไหนหลัง แค่เราดูว่ารูปนี้ต้องประกอบกับรูปนี้ หรือต้องวางติดกันอย่างนี้ ก็เท่านั้นเอง

“ ในบ้านเราผมคิดว่ายังไม่มีการถ่ายภาพในลักษณะนี้อย่างจริงจัง มันเหมือนเป็นสิ่งที่ยังแปลกใหม่ และคนที่พอรู้วิธีก็อาจจะไม่ถ่ายทอด คืออย่างกรณีของผม ผมสอนวิชาสถาปัตย์ฯในมหาวิทยาลัย และผมก็สอนการถ่ายภาพในลักษณะนี้เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ หรือได้ใช้เป็นวิธีการหนึ่งสำหรับนำเสนอผลงานของเขา ”

ภายใต้แนวความคิดนี้เองที่ทำให้ผลงานของเขาในฐานะของภาพรวมของภาพย่อยๆ ทำให้เกิดการรับรู้ทางสายตาที่บิดเบือนไป หากการรับรู้อันนี้ไม่เอื้อต่อสุนทรียภาพหรือความงามแบบเดียวกับที่เราจะได้จากงานภาพถ่ายโดยทั่วไป แต่มันกลับขับดันให้เกิดคำถามถึง ‘ ความจริง ‘ ในแง่ที่ว่า “ หากภาพถ่ายแต่ละภาพคือการยึดจับความเป็นจริงในแต่ชั่วขณะ ทำไมผลรวมของความเป็นจริงย่อยๆ จึงดูเหมือนว่าไม่จริงเลย ?”

แน่นอนนี่เป็นข้อปัญหาที่ตัววศินคงยังไม่พบคำตอบ หรือเป็นไปได้กระทั่งว่าคำถามข้อนี้เป็น ‘ ความบกพร่องโดยสุจริต ‘ จากวิธีในการประกอบรวมความจริงของเขาเอง

งานในชุดต่อๆ มาเริ่มแสดงให้เห็นถึงจุดคลี่คลายทางความคิดบางอย่าง วศินจึงเริ่มไปทดลองกับการใช้ภาพให้น้อยลงแต่ให้แต่ละภาพมีความกว้างขึ้นจนสามารถเรียกได้ว่า พาโนสเฟียร์ ( Panorphere) เป็นภาพฉายบนมิติทรงกลมที่โอบล้อมตัวเราในทุกทิศทาง และงานอีกแบบที่วศินเรียกว่า พาโนคิวบ์ ( Panocube) ที่เป็นการคลี่ภาพในมุมกว้างลงบนระนาบหกด้านที่ประกอบเป็นกล่อง

วศินพูดถึงงานในชุดนี้ว่า “ มันมีลักษณะเป็นสเฟียร์ ( Sphere) ถ้าพูดถึงสเฟียร์ในความหมายนี้ก็คือทรงกลมจริงๆ เพียงแต่ในงานแสดง ภาพเหล่านี้จะเหมือนถูกคลี่ออกมา เส้นตรงในแนวนอนทุกเส้นจะเป็นส้นโค้ง แต่ถ้าเราห่อมันกลับมาในรูปทรงกลมเส้นตรงเหล่านั้นก็จะกลับมาตรง

“ พาโนสเฟียร์คือทรงกลม แต่พาโนคิวบ์คือลูกบาศก์ ภาพภาพเดียวกันเราสามารถนำมาโปรเจคได้ทั้งทรงกลมและลูกบาศก์ งานประเภทนี้จะไม่ใช่งานที่เป็นการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว เพราะมันประกอบไปด้วยขั้นตอนอีกหลายอย่าง อย่างการโปรเจคลงลูกบาศก์นี่ ก็คือการเอาระนาบมาคลี่ออก ลักษณะก็จะเหมือนไม้กางเขน เพราะจะมีด้านบนและล่างอีกสองภาพ ซึ่งผมเรียกภาพในลักษณะนี้ว่า พาโนคิวบ์ ”

อาจเป็นการด่วนสรุปว่าภาพเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ ? แต่วศินก็นำเสนอภาพในฐานะที่เชื่อว่ามันเป็นความจริง ไม่ว่ามุมมองของใครจะเป็นไรอย่างไร เราอยากให้คุณเข้าไปหาคำตอบด้วยตัวเองจากผลงานนิทรรศการภาพถ่ายที่ชื่อว่า “ ความบกพร่องโดยสุจริต ” (Virtually Corrupted) ณ ห้องปาริชาต คอร์ท โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ ถนนราชดำริ ระหว่างวันที่ 1-31 มีนาคมนี้

Related contents:

You may also like...