จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี

พลิกกลยุทธ์…สืบสานตำนานสิงห์

นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า “ อย่าปลุกยักษ์หลับให้ตื่น ” เพราะกำลังมหาศาลของมันนั้นช้างทั้งโขลงก็เอาไม่อยู่ ประสบการณ์มากกว่า 7 ทศวรรษที่ผ่านมาทำให้ขึ้นแท่นมือหนึ่งในธุรกิจเครื่องดื่มเบียร์อย่างไม่ยากเย็นนัก

ก่อนที่จะส่งไม้ต่อในรุ่นถัดไป ตัวแทนจากรุ่นที่ 3 อย่างคุณนิดหน่อย จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบ.บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดใจถึงการต้านทานกระแสการลงทุนจากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งทำให้ยักษ์หลับอย่างสิงห์ตื่นขึ้นมาประกาศศักดาพี่ใหญ่ที่กำลังก้าวไกลในระดับนานาชาติ

ไฮคลาส : ณ เวลานี้ที่การแข่งขันในธุรกิจเบียร์รุนแรง บ.บุญรอดฯ ปรับตัวและสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างไร
เราเอาตัวผลิตภัณฑ์ก่อนแล้วกันนะครับ เราจะเน้นในลักษณะแบรนด์มากกว่านะครับ แบรนด์สิงห์คืออะไร ? ก็คือผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เป็นของคนไทยอันนี้ผมคิดว่าชัดเจน ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นเบียร์ โซดา น้ำดื่ม อะไรนี่ แต่ถ้าพูดถึงสิงห์มันเป็นอะไรที่ผู้บริโภคค่อนข้างจะให้ความไว้วางใจ เพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพและก็เป็นของคนไทยอันนี้ชัด เพราะว่าไปต่างประเทศการตอบรับก็เป็นอย่างนั้น ก็จะ…จริงๆ การต่างประเทศนี่จริงๆ เริ่มตั้งแต่สงครามเวียดนามช่วงที่ จีไอ. เข้ามาในประเทศไทยนะครับ ก็ได้นำพาเบียร์สิงห์นี่ไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อสิงห์ก็ติดมาในระดับนั้น

พูดถึงผลิตภัณฑ์เอง เราเองก็รองรับความต้องการของตลาดนะครับ จริงๆ ก็คงต้องยอมรับว่าพระยาภิรมย์ภักดีเมื่อ 73 ปีที่แล้ว ตอนที่ท่านก็ก่อตั้งโรงเบียร์นี่ ตอนนั้นประเทศไทยมีเบียร์นำเข้าอยู่ 2 ยี่ห้อ นะครับ คือ ซับโปโร( Sapporo เบียร์ชื่อดังของญี่ปุ่น) และคาร์ลสเบอร์ก เป็นเบียร์นำเข้า ซึ่งทางพระยาภิรมย์ภักดีคุณปู่ผมนี่ก็มีความคิดว่าเครื่องดื่มนี้

ถ้าเป็นทำเองตอนนั้นก็คงจะเป็นพวกสาโท หรือกระแช่ หรืออะไรก็ว่าไป ก็เห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าจะดีและก็เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศอยู่แล้ว คนไทยน่าจะสามารถทำได้ ก็เลยเริ่มกิจการนี้นะครับ

ผมคิดว่าที่ผ่านมาด้วยกลไกของภาษีก็ดีอะไรก็ดีทำให้ราคาของเบียร์ค่อนข้างสูง เปรียบเทียบกับประเทศอื่น มันให้เครื่องดื่มที่เป็นเบียร์ของเรานี่อยู่กับชนชั้นกลาง ที่ผ่านมาคือพวกที่รายได้น้อยก็จะอยู่กับพวกเหล้าโรงเหล้าขาว แต่จริงๆ มันเป็นการแบ่งด้วยโครงสร้าง ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างหนึ่งที่ค่อนข้างแพง ทั่วโลกเลย โครงสร้างภาษี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่างที่บอกว่าที่ยกตัวอย่างพระยาภิรมย์ภักดีขึ้นมาเพราะว่า ในเมื่อเราเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับของชาวโลกเบียร์นี่นะครับ ทำไมคนไทยจะทำไม่ได้ ซึ่งท่านก็พิสูจน์มาแล้ว และเราก็ทำสำเร็จในระดับหนึ่ง

เราอยู่มา 72-73 ปีแล้ว ผลประกอบการเราก็เป็นที่ยอมรับ ยอดขายเราเป็นที่ยอมรับ ก็ happiness ครับ หลังจากนั้นต่อมาเราก็มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ตามออกมา อาจจะเป็นน้ำดื่ม ผมว่า ณ ตอนนี้การแข่งขันในตลาดน้ำต่างประเทศนี่ค่อนข้างสูง ต่างประเทศนี่ค่อนข้างสูง สูงมาก 6-7 ปี 8 ปี เราก็พูดถึงน้ำดื่มตราสิงห์ ผู้บริโภคจะค่อนข้างไว้ใจ ให้ความไว้วางใจ ผมคิดว่ามันสนับสนุนซึ่งกันและกัน ในตัว branding ซึ่งสอนให้ผมเห็นถึงคุณภาพ และก็ philosophy ของการทำงาน ที่ว่าเราต้องผลิตอะไรออกไปก็ได้ที่มันมีคุณภาพสูง นี่คือหลักๆ ของเรา

ไฮคลาส : สถานการณ์ของการนำเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้เกิดกระแสมุมมมองว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มที่ทำร้ายสังคม คุณนิดหน่อยมีมุมมองอย่างไร
คงต้องมองสถิตินะ ผมขออนุญาตมองทางด้านนักธุรกิจทั่วไปก่อน ในการที่ธุรกิจใดก็ตามนี่จำเป็นจะต้องระดมทุนผมเห็นด้วยกับการที่เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์เพื่อการระดมทุน โดยเฉพาะเรามีความจำเป็นในโลกาภิวัฒน์ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น FTA AFTA อะไรสารพัดนี่ ในเมื่อเราหยุดโลกไม่ได้ เราก็ต้องทำมัน เพื่อแข่งขัน เพื่อศักยภาพของเราเพื่อไปแข่งขัน เพิ่มศักยภาพของเราเพื่อไปแข่งขันระดับโลก อันนี้ผมพูดทั่วไปนะ ฉะนั้นเห็นด้วย ในการที่คู่แข่งจะนำเข้า

ก็คงต้องขอย้อนไปว่าตราบใดที่ธุรกิจเบียร์ยังเป็นอะไรที่กฎหมายอนุญาตอยู่ ผมคงต้องพูดก่อนว่ายังไงก็ยังเป็นไปในตัวบทกฎหมาย ผมคงต้องพูดอย่างนั้นว่ายังไงซะเราคงไปตามตัวบทกฎหมาย ทุกอย่างต้องเล่นตามกฎกติกา ก็คงจะขอฝากแค่นั้นน่ะ ว่าในเมื่อสิ่งนี้ยังเป็นที่ถูกกฎหมายอยู่ก็ไม่มีจุดอะไรที่จะเข้ามา

มองเข้าไปสำหรับพวกที่มองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดีผมก็ขอให้พิจารณาให้ลึกลงไป เพราะจริงๆ แล้วกระทรวงสาธารณสุขก็บอกเราได้ว่าพิษสุราเรื้อรังมาจากการบริโภคของเหล้าโรง และเหล้าขาวมากกว่า และถ้าย้อนไปที่เหล้าโรงเหล้าขาวเคยเห็นการโฆษณาบ้างมั๊ยครับ ? ไม่มี เพราฉะนั้นวันนี้เราอาจจะจับจุดไม่ถูกในการที่ตีทุกอย่างไปอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันหมด อาจจะไม่ถูก คงต้องแยกแยะ ก็คงต้องขอบอกว่าในต่างประเทศนี่ ประเทศที่พัฒนาแล้วผู้บริโภคจะหันเหจากระหว่างประเทศที่กำลังพัฒนาอยู่ หรือด้อยพัฒนามาสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว การบริโภคนี้จะเห็นชัดคือจะโยกย้ายจากอัตราสูงเช่นเหล้าโรงเหล้าขาว หันมาในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำ เช่นเบียร์ และไวน์ อันนี้ชัดเจนทั่วโลกนะครับ

ฉะนั้นถ้าเผื่อมองว่าตราบใดที่การขายแอลกอฮอล์ยังเป็นที่ถูกกฎหมายอยู่และเป็นที่ยอมรับของสากลโลก เราควรจะมาพิจารณาเกี่ยวกับประเภทของแอลกอฮอล์มากกว่า และอะไรที่มันมีโทษมาก โทษน้อย น่าจะเป็นอย่างนั้นมากกว่า

ไฮคลาส : บ้านเราคู่แข่งก็มีอยู่แล้ว ยังจะมีต่างชาติเข้ามารวมถึงเพื่อนบ้านอย่างเช่นเวียดนาม จะทำอย่างไรทั้งด้านรุกและรับ
เดี๋ยว…เอาด้านรับนี่ เราเหนื่อย อันนี้ยอมรับว่าเหนื่อย อย่างที่มีกระแสออกมาว่า จะห้ามโฆษณา ผมแค่บอกว่ามีกฎข้อหนึ่งในเรื่องการห้ามโฆษณา มีข้อแม้อยู่อันหนึ่งบอกว่าแต่ถ้าเผื่อเป็นโฆษณาจากต่างประเทศ เราก็คงไม่ห้าม แปลว่าอะไร แปลว่าเบียร์ยี่ห้อต่างประเทศที่โฆษณาต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นกีฬาหรือว่าอะไรก็ตาม ทางนี้ไม่ห้าม เท่ากับว่าทางนี้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างประเทศมากกว่าผลิตภัณฑ์ของไทย

สอง ถ้าเราบอกว่าเอ้า…งั้นไทยก็ไปโฆษณาซิ ต่างประเทศแปลว่าอะไร แปลว่าจากนี้ไปผมต้องไปเป็นสปอนเซอร์ ทีมบอล นักกีฬาจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้นักกีฬาไทยเสียประโยชน์ สมาคมกีฬาไทยเสียผลประโยชน์ เงินรายได้จากการโฆษณาที่ควรจะได้ ในประเทศไทย ก็กลายเป็นไปต่างประเทศหมด ผมก็เลยยังไม่เข้าใจ

ส่วนทางด้านเรา เราเองก็ยังคิดว่า ตอนนี้ผมก็มารับผิดชอบทางด้านส่งออก เราส่งออกมาตั้ง 30 กว่าปีแล้ว มีลูกค้าอยู่กว่า 70 ประเทศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป้าก็ยังเป็นที่ไม่พอใจ ยังไม่ทำเป้า เหตุผลก็เพราะว่าการส่งออกนี่ไม่เคยอยู่ในงาน High-Priority ของทางบุญรอด โดยเฉพาะ 8 ปีที่ผ่านมา บุญรอดเองก็ได้รับผลกระเทือนจากฟองสบู่ ก็ใช้เวลา 5-6 ปีหลังนี่ พลิกสถานการณ์ เราพลิกสถานการณ์ในประเทศค่อนข้างมั่นคงขึ้นมาในระดับหนึ่ง

ไฮคลาส : พลิกสถานการณ์ขึ้นมาอยู่ในจุดไหน
ตอนนี้เราก็หันความสนใจมาที่ต่างประเทศ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าจริงๆ ต่างประเทศนี่เรามีกว่า 70 ประเทศที่ขายกันมานานแล้ว แต่ทำอย่างไรเราจะแทรกซึมเข้าไป อันนี้ผมก็รับทีมงานเข้ามาใหม่ มีงบมากขึ้น มีการ Coordinate มากขึ้น ระหว่าง branding ของสิงห์ทั้งในประเทศไทยกับต่างประเทศ

ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เบียร์ที่กินกับอาหารไทยแล้ว มันเป็นเบียร์อาเซียนแล้ว เป็นเบียร์คนเอเชียแล้ว ในแบรนด์ของสิงห์เราเข้าไปแล้ว ตัวสิงห์เลยนี่เราเข้าไปแล้ว ก็คือเข้าไปเป็นเบียร์ของคนเอเชีย คือเราโชคดีที่ร้านอาหารไทยตอนนี้อาหารไทยมันฮิต ไม่ใช่แค่ร้านอาหารไทยนะ เดี๋ยวนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะมีอาหารแบบไมโครเวฟที่เป็นอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นมัสมั่นหรือว่าอะไร ทีนี้ฝรั่งนี่มันเลือกซื้อกลับไป เราก็บอกเฮ้ย!ไอ้จุดนี้นี่เราสามารถเลือกใช้อาหารไทยนี่มาคู่กับเบียร์สิงห์ ก็ได้อีกระดับหนึ่งแล้ว

ต่อจากนั้นอีกคือความเป็นไทย ความคิดของอาหารไทยนี่ตอนนี้เขา พวกอาหารของประเทศอื่นๆ นี่เขานำประสมประสาน อาหารไทยนี่มาประสมประสานกับอาหารของประเทศของเขา ไม่ว่าจะเป็นไอ้กันเอง อาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาลีอะไรพวกนี้มันจะมี

ผมไปอเมริกามาครั้งสุดท้ายนี่ เมื่อซัก 5-6 เดือนที่แล้ว พอไปร้านอาหารอเมริกันนี่ มันจะมีทอดมันนะ คือมันไม่ได้เปลี่ยนเป็นร้านอาหารไทยแต่ในเมนูหนึ่งรายการนี่มันจะมีอาหารไทยอันหนึ่ง บางทีก็เป็นผัดไทย ประยุกต์ซะด้วยซ้ำไป บางทีประยุกต์แล้วดูไม่ออกเลยแต่มันก็เรียกผัดไทย หรือบางอย่างมันไม่เรียกผัดไทย นี่มันรสชาติผัดไทยนี่ หรือทอดมัน เราก็พยายามจะดึงจุดนี้เข้าไปให้ได้ ในเมื่อมันมีสกุลรุนชาติมีความเป็นไทย นี่ล่ะเบียร์ นะครับ นี่คือสิ่งที่เราทำหลักๆ

แต่ในเวลาเดียวกันผมเองก็หันมาให้ความสนใจในตลาดที่เรายังไม่ได้เข้าไปเลย ปีนี้ผมพยายามจะเข้าไปในตลาดยุโรปตะวันออก โดยที่ผมจะนำนาตาลี (นาตาลี เกลโบวา) มิสยูนิเวอร์สของเรานี่ มาทำงานกับผม ให้เขาหมดวาระมิสยูนิเวอร์สมิถุนานี้ก่อน เพราะว่าพื้นฐานเขาเป็นคนรัสเซีย แล้วผมพยายามจะเข้าไปเปิดตลาดรัสเซีย หรือว่าเชคโกวาเกีย สโลวาเนียอะไรพวกนี้ ผสมผสาน เราจะใช้เค้าเป็นตัวคล้ายๆ ผลักดันนำเข้าไป

ไฮคลาส : ระดับที่วางสิงห์ไว้ คือถ้าวางเทียบเท่าอาหารไทยในแง่หนึ่งอาหารไทยก็เป็นพรีเมี่ยม
คนที่ทำให้ตลาดเบียร์โตมันจะเป็นพวก college party หรือคนวัยทำงาน มันไม่ขัดแย้งหรือ เพราะว่าอาหารไทยจะเป็นดินเนอร์

ที่ผมกำลังบอกว่าจริงๆ แล้วเบียร์สิงห์ของเรานี่ในตลาดต่างประเทศเราก็ไม่ได้กะว่าจะไปเป็นเบียร์แข่งกับโคโรน่า ที่ว่าทุกบาร์ทุกผับจะต้องมีขาย ไม่ใช่อย่างนั้นเลย แต่จะทำอย่างไรให้คนที่ไปทาน มีโอกาสลองในร้านอาหารไทยแล้วเค้าสามารถหาซื้อได้สะดวก ก่อนหน้านั้นเค้าหาซื้อไม่ได้

ตอนนี้เราก็เริ่มเข้าบางบาร์เราก็มีแต่ด้วยราคาของมันนี้เราเองก็จะขายสูงกว่าไฮเนเก้น ฉะนั้นแน่นอนเด็ก college ทั่วๆ ไป ผมอยู่อเมริกาผมยังไม่กินสิงห์สมัยที่เรียนอยู่น่ะ ถือว่ามันแพง นานๆ ทีมีตังค์ถึงจะทานไฮเนเก้นซะด้วยซ้ำ นอกนั้นกินเบียร์แบบ มิลเลอร์ เบียร์ local สมัย 20 กว่าปี 30 ปี ที่แล้ว ฉันใดฉันนั้น ผมไม่กะหรอกว่าเด็กมหาวิทยาลัยจะต้องสั่งเบียร์สิงห์กินทุกคืน มันไม่ใช่ แต่ในโฮกาสที่มีโอกาสสำคัญอะไรพวกนี้ เค้าอาจจะเข้าไปกินในร้านอาหารไทย โอเคอย่างนี้เค้า register

และโดยเฉพาะอย่างในอังกฤษนี่ เด็กระดับมหาวิทยาลัยท่องเที่ยวต่างประเทศเยอะ มาสมุยก็เยอะ ลูกผมอยู่ในระดับนั้นน่ะ เด็กมันจบจากมัธยมตอนปลายนี่มันจะขอเที่ยวก่อนหนึ่งปี มันก็มาเมืองไทยซะส่วนมาก (ตรอก)ข้าวสารพ่อแม่เพื่อนฝากกันมาตลอด เฮ้ย!ลูกมาอยู่ข้าวสารช่วยดูหน่อยนะ

ในเมื่อเด็กมีโอกาสเดินทางนี่ ความรู้สึกดีๆ ประสบการณ์ที่เค้ามีกับเบียร์สิงห์ตอนที่มาอยู่เมืองไทยนี่ความรู้สึกมันผูกพัน ลูกสาวผมอยู่ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน เพื่อนนักเรียนผู้ชายเค้าที่เคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้วอยู่ที่นู่นก็ออกไปทานเหล้ากันที่ผับก็ไม่ได้ดื่มเบียร์สิงห์ แต่ว่าพอมีวันเกิดหรือว่าฉลอง celebration มันก็สั่งสิงห์กันแบบเทน้ำเทท่าเลย แต่มันไม่ใช่เป็นเบียร์ที่จะได้ทานทุกวันอันนี่ยอมรับ เราก็ไม่ได้มองว่าจะไปกินเบียร์ที่ทานได้ทุกวัน เรามีภาพพจน์ เรามีการนำเข้า ณ จุดนี้เราไม่มีนโยบายที่จะผลิตในประเทศๆ นั้น

ไฮคลาส : สิงห์สู้กับเบียร์ในดินแดนต้นกำเนิดเช่นในเยอรมนีหรือในยุโรปอย่างไร
มันคนละ segment เหมือนอย่างที่อเมริกาที่ผมเอ่ย มันคนละ segment กับ Budwizer ของ Miller ที่เยอรมันก็เรียกเป็น Holsten ก็คนละ category ของเราก็จะเป็นนำเข้า

ไฮคลาส : เมื่อสักครู่พูดถึงนาตาลี เกลโบวา การตอบรับของต่างประเทศ และคนไทยจากภาพยนตร์โฆษณา ช่วยเสริมภาพลักษณ์สิงห์ให้ไฮคลาสขึ้นเพียงใด
ผมว่าจากการตอบรับ เอาที่ความคิดเห็นของคนนะ ผมว่าการตอบรับค่อนข้างดีมากๆ ในการทีเค้ามาทำโฆษณาเรื่องไหว้ด้วยตัวเค้าเอง ผมว่าดีมากๆ

สำหรับตัวผลิตภัณฑ์ก็อย่างว่ามันตอบรับในแบบที่ความเป็นไทยของเบียร์สิงห์ แต่เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล มันค่อนข้างจะตอกย้ำ ในธีมนั้นยังไงซะผมคงจะไม่เปลี่ยนว่าสุดท้ายผมจะเปลี่ยนเป็นเบียร์สากลหรือไปแข่ง หรือเป็นเบียร์วัยรุ่น ผมว่าความเป็นไทยมันมีอยู่ เป็นเวิล์ดคลาส และผมก็ไม่ได้พูดถึงคนไทยที่อยู่อเมริกาทานนะ แต่พูดถึงฝรั่งหรือคนทั่วไปที่เค้ายอมรับ

กระทั่งจริงๆ ผมขี้เกียจเข้าไปสร้างกับมันเลยอย่างพวกศิลปินหลายๆ คนนี่มันก็กินเบียร์สิงห์กัน พวกไอ้ม่งไอ้มืดแร๊พทั้งหลายนี่สนูปด๊อกมันยังกินเบียร์สิงห์เลย ไม่ใช่กินเพราะผมไปให้ฟรี มันกินของมันเอง วีเจ.ซิงก์ อะไรพวกนี้ celebrity พวกนี้มันกินของมันเอง ทานสิงห์เอง ก็เลย…คือมันเป็นที่ยอมรับระดับนั้นน่ะ

ไฮคลาส : ขวดสีเขียว กับสีน้ำตาลนี่มันมีผลต่างกันไหม
ในแค่ประเทศไทย ในภาพพจน์ประเทศไทย เมืองนอกไม่มีปัญหาอะไร ในเมืองไทยก็มีอยู่ในระดับหนึ่งนะ แต่ว่าก็ดูสิครับเบียร์ขวดเขียวที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีเยอะแยะ จะเป็น Mittweida ของเราเอง จะเป็นคลอสเตอร์ จะเป็นคาร์สเบอร์กก็ขวดเขียวทั้งนั้น มันเป็นอะไรที่ผูกกันมาสมัยก่อนตอนที่คลอสเตอร์ launch ใหม่ มันเป็นการทำตลาดอย่างเดียวเลย ผมว่าผู้บริโภคที่เข้าใจอย่างนี้นะค่อนข้างจะเป็นคนแคบนะ เอ้าพูดก็พูดเถอะ ถ้าผื่อมามองว่าเอ้ย!ขวดเขียวมันต้องดีกว่าผมว่าแคบ

คือจริงๆ แล้วก็ต้องบอก อธิบาย ผมฝากไปบอก ถือว่า educate consumer ผู้บริโภคก็แล้วกันว่าขวดสีน้ำตาลมัน protect แสงได้ดีกว่าขวดเขียว คือเราไม่ได้อยากไปเล่นอย่างนั้นนะ อันนี้ชัดเจน เพียงแต่ว่าคนเราติดภาพพจน์

ไฮคลาส : นอกจากแบรนด์ที่เป็นสิ่งหลักที่เลือกมาทำตลาดแล้วก็คือเรื่องของประสบการณ์
ครับๆ มันก็อย่างที่บอกน่ะ เผอิญเราโชคดี อาหารเราก็เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และประเทศเราก็เน้นเรื่องท่องเที่ยวไม่รู้กี่ล่าน กี่สิบล้าน ที่ผ่านประเทศไทยนี่รู้จักประเทศไทย ส่วนมากจะมีประสบการณ์ที่ดีๆ กับประเทศไทยนะ มันก็เป็นอะไรที่สำคัญ เราเองก็ในฐานะเฮ้ย!นี่เราเป็นเบียร์ที่มาจากเมืองไทยนะ แล้วในที่ผ่านมาผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวทุกคนที่เคยมาเมืองไทยมันต้องได้เคยลองเบียร์สิงห์ ผมค่อนข้างจะมั่นใจ

ไฮคลาส : ในอีกมุมหนึ่ง เทรนด์การแต่งตัวของคุณนิดหน่อยค่อนข้างอินเตอร์
ขณะที่บทบาทการทำงานค่อนข้างจะเป็นเหมือนแบรนด์อิมเมจของสิงห์ที่ชูความเป้นไทย มันดูขัดกันหรือเปล่า

ผมคิดว่าภาพนอกนะในการแต่งตัวออกจะไปอินเตอร์ แต่ผมว่าในเวลาเราพูดถึงความเป็นไทยนี่ เราไม่ได้พูดถึงผ้าม่วง ความเป็นไทยนี่เป็นไทยที่มันไปสากลแล้วน่ะ คืออันนั้นที่ผมอยากมองมากกว่า เวลาที่ผมพูดอย่างว่าสิงห์กับไทยนี่ผมก็ไม่ได้บอกว่าติดอยู่กับความเป็นไทยที่ต้องตีระนาดเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้ว มันกลายเป็นไทยที่อยู่ในโลกของโมเดิร์นเวิล์ดมากกว่า

ไทยไม่ต้องอยู่เมืองไทยน่ะ มันไม่จำเป็นต้องทุกอย่างต้องเป็นไทยหมด เราเรียนต่างประเทศ ลูกผมก็เรียนต่างประเทศวัฒนธรรมไทยมันสามารถเอามามิกซ์กันได้ แต่เรายังดำรงความมีมารยาท ความเรียบร้อย มันมีความอ่อยโยน นอบน้อมนี่นะ พวกนี้มันมีความเป็นไทย ถึงแม้เราจะแต่งตัว…ผมว่าต่อให้ลูกสาวผมมาหัวทองอะไรนี่แต่มันก็ยังมีความเป็นไทยอยู่ในตัว นั่นคือไทยมากกว่า อยากให้เวลาคุยความเป็นไทยเดี๋ยวนี้มันต้องแปรไปแล้ว มันไม่ใช่ไทยเดิมอย่างใช้คำว่าผ้าม่วง(หัวเราะ)

ผมเคยใส่นะ ผมชอบใส่ด้วยใส่ไปงานผมว่าเท่ดี วันนั้ตอนที่จะไปเป็นกรรมการมิสยูนิเวอร์สน่ะ อยากใส่ผ้าม่วงแล้วไม่มีใครนุ่งให้ เลยได้ใส่แต่เสื้อไป ใส่เสื้อราชปะแตนไปอย่างเดี๋ยว(หัวเราะ)

ไฮคลาส : ในเมื่อสิงห์ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำ ในอนาคตระยะยาวสถานการณ์น้ำจะมีผลอะไรบ้าง
แน่นนอนครับ แน่นอน มันเป็น limited resource เป็น natural resource ที่มีความจำกัดมาก มีโฆษณาที่บอกว่าน้ำมันเป็น 2 ส่วน 3 ของโลก แต่จริงๆ ที่ดื่มได้ไม่เท่าไหร่เอง ชัดเจนเลย และผมมองกว้างๆ ดีกว่าธุรกิจเรื่องอาหารหรือเครื่องดื่มก็ดีนะ นับวันๆ ในอนาคตยิ่งมีความสำคัญ พื้นที่ในการทำเกษตรเหลือน้อยลง นี่ประเด็นเดียวกันเลย resource ของน้ำสะอาดมันจะน้อยลงเรื่อยๆ ประชากรจะมากขึ้นเห็นชัดแล้ว demand-supply จะเปลี่ยนไป ในอนาคตนี่ยังไงซะมันก็เป็นธุรกิจที่มีความต้องการสูง ก็อยู่ที่ว่าทางเราจะทำอย่างไรให้คุณภาพ หรือว่า supply มันไปอย่างต่อเนื่อง

ไฮคลาส : จากที่เล่ามาข้างต้นดูเหมือนสิงห์ก้าวก่อนคนอื่น 2-3 ก้าว
ต่างประเทศ หรือที่นี่ ก็ในระดับเดียวกันนะ คงต้องขอพาดพิงว่า ถ้าคู่แข่ง ส่วนหนึ่งส่วนสำคัญ ถ้าเผื่อคู่แข่งแข่งกับเราอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน กฎเกณฑ์กติกาเดียวกัน ผมไม่คิดว่าจะมียี่ห้อไหนสู้เราได้ ภายใต้การแข่งขันบนพื้นฐานเดียวกัน ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นแบบนั้น นั่นคือสิ่งที่เราสร้างมา 73 ปี และได้มีการพัฒนารื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ใน 5 ปีหลังนี่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงบอกว่า ถามว่าเรามี branding ของเราก็ค่อนข้างแน่น อย่างที่ยอกถ้าพูดถึงเบียร์ไทยนี่ยี่ห้อสิงห์คงจะเป็นอะไรที่มาอันแรกอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าคู่แข่งเค้าจะบอกว่ายอดขายเค้าอาจจะมากกว่าเราก็ว่ากันไป แต่ถ้าพูดถึงเฮ้ย!แล้วเบียร์ไทยล่ะ ยังเป็นสิงห์อยู่ 73 ปีที่เราพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องครับ

ไฮคลาส : ทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นสิงห์ติดปีก ที่เหนือชั้นกว่าคนอื่นที่ยังเดินดินอยู่หรือเปล่า
โห..ไม่น่ะครับ ไม่ครับ ผมคิดว่าเมื่อไหร่ที่เรามองว่าเราเหนือชั้นกว่าคนอื่นเราคงจะแย่แล้ววันนั้น ผมมองคิดว่าทุกวันนี้เราเองก็ยังต้องพัฒนาตัวเราเองอยู่

ผมคิดว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เรามองว่า โอ้โหกูติดปีแล้วอยู่คนละชั้นผมว่ามันนั้นเราล้มเหลวแล้ว เราไม่เคย ถามว่าที่ผ่านมาอาจจะเคย ในเมื่อเราไม่มีคู่แข่งมาอยู่นาน ทำงานทำธุรกิจมา 60 ปีนี่แทบจะไม่มีคู่แข่ง มันก็เกิดความเฉื่อยชาในการบริหารงาน แต่ ณ วันนี้ในเมื่อเราโดนคู่แข่งโจมตีอย่างรุนแรงมานี่และเราสามารถที่จะพลิกสถานการณ์มาถึงปัจจุบันนี้ที่ได้พลิกสถานการณ์กลับมานี่ ผมคิดว่าไอ้วันที่เราจะเฉื่อยชาคนไม่มีแล้ว

ฉะนั้นไอ้เรื่องที่บอกว่าเราติดปีกคงไม่ใช่ ถามว่าเราก็ยังเดินอยู่หน้า จะเดินนำสูงกว่าเค้าหน่อย แต่คงไม่หยุดเดินน่ะ เมื่อไหร่หยุดเดินปั๊บก็คงเหยียบเรา ไม่ให้แซงด้วย เหยียบด้วย

ไฮคลาส : เท่ากับว่าต้องรักษาระยะห่างเอาไว้
ผมว่าเมื่อไหร่ ทุกธุรกิจนะ พูดถึง ถ้าเผื่อธุรกิจไหนที่แบบว่าโห…กูสบายแล้ว ขายหุ้นดีกว่า (หัวเราะ) ขายหุ้นให้ต่างประเทศดีกว่าก็จบ (คุณรวินเสริม ชมพูนุชธานินทร์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บุญรอดเทรดดิ้งเสริม แต่สิงห์ติดปีน่ะมี เพราะเรามี พีบีแอร์ หัวเราะ…) แต่ถ้าเผื่อเราหยุดเมื่อไหร่ไอ้ยี่ห้อไอ้ช้างตัวใหญ่เหยียบเราแน่ ไม่ได้!ต้องไปครับ

ไฮคลาส : ผู้ประกอบการชาวไทย หรือทุนต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไหนน่ากลัวกว่ากัน
พอกันครับ ในเมื่อเค้ามีทุนทรัพย์เยอะ และยิ่งถ้าเผื่ออีกหน่อยอย่างเมื่อกี๊ที่ผมพูดเรื่องตลาดหลักทรัพย์ อันนี้ผมพูดกว้างๆ ถ้าเผื่อมันถึงจุดที่ต้องแข่งขันและมีความจำเป็นที่ต้องใช้ทุนนี่ เกือบทั้งธุรกิจไทยไม่สามรถที่จะระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ได้ ก็เท่ากับเสียเปรียบต่างชาติเค้า แล้วถ้าอีกหน่อยเกิดอะไรขึ้นเบียร์ทั้งหมดที่ขายอยู่ในเมืองไทยเป็นของต่างชาติหมด คุณจะภูมิใจไหมล่ะ ? ก็ไปนั่งคิดเอาเอง

เผอิญเบียร์นี่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้าง nationalistic 1.คนจะชอบกิน มีความภูมิใจในผลิตภัณฑ์ของเค้า ไปถามทกุประเทศที่เค้ามีเบียร์ จะเป็นเยอรมัน จะเป็นเบลเยี่ยม จะเป็นอเมริกา แม็กซิโก ออสเตรเลีย ก็เป็นเบียร์เค้าน่ะ แน่นอนเราก็กินเบียร์ยี่ห้ออื่น แต่ว่าสุดท้ายเค้าก็มีความภาคภูมิใจในเบียร์ของเค้า ทีนี้คุณไปดูประเทศอย่างฮ่องกง ไม่มีเบียร์ตัวเอง ไปเอา San Miguel มา ไปภูมิใจในความเป็นฟิลิปปินส์ หรือไฮเนเก้นมา หรือคาร์ลสเบอร์ก ไม่มีความภูมิใจเลย ญี่ปุ่นเองเค้าก็ภูมิใจในความเป็นเบียร์ของเค้า ผมว่าเบียร์เป็นผลิตภัณฑ์อันหนึ่งที่ผู้บริโภคตั้งใจ

ไฮคลาส : ย้อนกลับไปที่คำถามแรกๆ
ในมุมมองหนึ่งที่มีคนมองว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำร้ายสังคมซึ่งคุณนิดหน่อยมองว่าเป็น segment ของพวกตลาดเหล้าอีกชนิดหนึ่ง ลองกลับมาพูดถึงกลุ่มวัยรุ่นซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายหลักๆ ของสินค้าประเภทเบียร์

เป้าหมายหลักหมายถึงอะไรครับ

ไฮคลาส : ที่เราเห็นว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่เที่ยวเยอะถึงแม้ว่าจะหาเงินเองไม่ได้ แล้วเครื่องดื่มที่เค้าดื่ม

ถ้าไม่สั่งเหล้าแบบมีมิกเซอร์ ก็จะเป็นเบียร์ คุณนิดหน่อยมีมุมมองอย่างไรต่อเรื่องนี้ ถ้าบอกว่าว่าอันนี้มันไปทำลายสังคม ทำลายเยาวชน

หลายมุมมองนะครับ หลายๆ มิติ อย่างแรกคิดว่าในการที่เราจะต้องพัฒนาความรู้ความรับผิดชอบของเค้าด้วย คือไม่ใช่แต่บอกว่าเฮ้ย!อย่ากินไปเหล้าเมายาเลย ในเมื่อเค้าเห็นพ่อเค้าก่อนกลับบ้านจากทำงานก็ไปแวะกินเหล้ากับเพื่อนมา ไอ้ที่พ่อแม่นั่งกินเหล้าแล้วบอกลูกว่าอย่ากินเลยไม่ดี ผมว่ามันไม่ใช่ ในการพัฒนาวัยรุ่นนี่มันก็คงต้องสายกลาง พ่อแม่ก็ต้องมีความรับผิดชอบ เป็นตัวอย่างที่ดี เด็กมองซ้ายมองขวาไอ้ห่ _ คนนู้นก็กิน คนนี้ก็นั่น…อันนั้นเรื่องหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องการพัฒนา ความรู้สึก สำนึก ความรับผิดชอบทั้งของเด็กและของพ่อแม่ ผู้ใหญ่ คือคนรอบกาย มันต้องมองทั้ง 2 ฝ่าย ผมว่าสำคัญเรื่องการพัฒนา

อย่างที่ 2 เรื่องอายุผู้บริโภค ปรับอายุจาก 18 ไปถึง 21 เห็นด้วย ร้อยเปอร์เซนต์ อเมริกาเองก็ 21 ตอนที่ผมเรียนอยู่บางรัฐ 17 บางรัฐ 18 ตอนนี้ 21 ก็ไม่ว่ากัน

ไฮคลาส : แล้วตอนนั้นคุณดื่มมั๊ย
ผมดื่ม ผมดื่มเบียร์ แต่ผมขอฝากไว้ และผมเองก็ฝากไว้กับรัฐมนตรีพินิจ (จารุสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการะกระทรวงสาธารณสุข) ด้วย ผมบอกว่าท่านผมเห็นด้วยนะอายุ 18 ถึง 21 แต่กระทั่งตอนอายุ 18 นี่ท่านยังไม่บังคับอย่างเข้มเลย เด็กต่ำกว่า 18 ตอนนี้มันก็ดื่มได้ ร้านค้ามันก็ขายให้ ในการที่บอกว่าปรับอายุจาก 18 ไป 21 อย่างเดียว โดยที่ไม่มีการเข้มงวด ควบคุมนี่ผลมันเท่ากัน ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมบอกจริงๆ ไม่จำเป็นซะด้วยซ้ำไปที่ต้องปรับไป 21 ขอให้คุณไม่ 18 ถ้าเกิดคุณให้เข้มนี่มันก็จะได้ผมประโยชน์ในระดับหนึ่งแล้ว

อย่างอเมริกาผมคิดว่ามีจริง นั่นส่วนหนึ่ง แต่นั่นก็คุณไม่สามารถ 100% อเมริกาสุดท้ายก็ฝากผู้ใหญ่ไปซื้อแล้วมันไปเมา เด็กอเมริกันจะเข้าบาร์เข้าผับ เหมือนเมืองกฎหมายไทยนี่พอเมากันไม่ได้ มันก็ไปเมากันตามอพาร์ทเมนท์ ตามบ้านเพื่อน เพราะผมอยู่นี่ผมเห็น มันก็เปิดเหล้าพ่อไปกินเป็นขวดๆ เลย แล้วไงครับ มันแก้ปัญหาถูกมั๊ย มันก็ยังไม่ถูกครับ

ไฮคลาส : อย่างนี้กินนอกบ้านกับกินที่บ้านแบบไหนดีกว่ากัน
2 ประเด็นนะ ผมเคยให้สัมภาษณ์ด้วยซ้ำไป กับลูกผมเอง ผมบอกลูกผมเองนี่ผมสอนให้ดื่ม ลูกทั้ง 3 คน สอนให้ดื่มแต่เวลาดื่มให้ดื่มกับพ่อแม่อยู่ด้วย เพราะผมเข้าใจว่าพฤติกรรมของเด็ก ยังไงซะก็อยากลองอันนี้เราห้ามไม่ได้ มันเป็นพฤติกรรมของเด็กมันต้องลอง ถ้าเราให้เค้าลองภายในการควบคุมดูแลของเรา ว่าผลแอลกอฮอล์มีต่อเค้าอย่างไรนี่ กระทบกับเค้าแล้วเป็นอย่างไร แล้วไห้เค้ารู้เวลาเค้าไม่อยู่กับเราอย่างน้อยเค้าก็พอจะเข้าใจ และเค้าไปลองโดยที่ไม่อยู่ภายใต้ความควบคุมดูแลของเรานี่แล้วเกิดหลุดไปเลย เมาหลุดไปเลย เมาหลุดหรืออะไรก็ว่ากันไป ผลร้ายอื่นๆ ตามมามี มีโอกาส

ประสบการณ์ส่วนตัวที่อเมริกาผมเห็นเข้ามหาวิทยาลัยอายุ 18 เด็กไอ้กันส่วนมากจะเป็นครั้งแรกที่ได้อออกมาจากบ้านครั้งแรก กินเหล้าเมาผู้หญิงนี่สลบแบบน่าเกลียดเลย ไม่อยากให้ลูกอยู่ในสภาพอย่างนั้นก็ต้องสอน เอ้า!ดื่มนะ ดื่มได้มากแค่ไหน ควรจะดื่มอะไร ดื่มยังไง เฮ้ย!เมาแล้วทำยังไง และสุดท้ายเราเองก็ไม่สามารถคุมลูกอยู่ได้ 24 ชั่วโมง สักวันหนึ่งต่อให้เค้าอายุ 25 ดื่มไม่เป็นและไปเมาก็มีโอกาสเสียคนได้เหมือนกัน เราไม่รู้เค้าไปเมาอยู่กับใคร ผมเจอเยอะผู้หญิงที่เมาแบบหมดสภาพสลบอยู่คาพื้นอย่างนี้ จะโดนอะไรไม่ต้องพูดเลยมันไม่ถูก ฉะนั้นรักจะเลือกดื่มกันได้

ก็เป็นพฤติกรรมทั่วๆ ไปในสังคม ทำอย่างไรที่ว่าในการบริโภคแอลกอฮอล์คงไม่ใช่อะไรที่ผิด แต่ทำอย่างไรให้บริโภคภายใต้ความรับผิดชอบหรือสติ ซึ่งอันนั้นมันมาจากการอบรม การสั่งสอน มันไม่ใช่มาจากการห้าม

ไฮคลาส : แล้วจะแก้กันอย่างไร
ไอ้พวกเหล้า หรือการพนัน หรือบุหรี่ มันเป็นอะไรที่ปลายหางมากๆ เลยนะ รัฐบาลไปทำมันพยายามไปอุดที่ปลายทาง ผมว่ามันอาจจะแก้ไม่ถูกจุด กลับมาทีเรื่องอบรม มองกันจะมองที่ว่าอบรมเด็ก แต่ผมว่ามันต้องอบรมผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ต้องได้รับการอบรมพัฒนา

ไฮคลาส : มันจะเป็นไปได้หรือ ? เพราะที่ผู้ใหญ่เป็นก็ไม่ได้มาจากการสอน แต่มันมาจากค่านิยมในสังคม
แต่อย่าลืมว่าผู้ใหญ่รุ่นที่กำลังทำงานตอนนี้นะ อาจจะสัก 30 มันก็โตมาจากช่วงเริ่มแข่งขันแล้ว พ่อแม่นะ มันไม่ใช่ว่ารุ่นนี้นะ รุ่นเด็ก รุ่นลูกผม และไอ้รุ่นที่เด็กที่เริ่มเจอนะมันรุ่นนี้นะ และไอ้รุ่นเด็กที่เจอ สภาวะอย่างนี้เค้าก็เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว วิธีของผมเอาง่ายๆ ลูกน้องผม สุดท้ายทำงานก็ให้เค้ากลับไปเวลากับลูก เพราะบางทีบางทีผมใช้งานเค้ามาก จนกระทั่งนึกว่าอะไรวะโห…อยู่ 4 ทุ่มทุกคืนเลย เฮ้ย!อยู่กับครอบครัวบ้างนะ บางทีต้องผลักดัน ผมคิดว่าอย่างที่ผานมาก็สั่งสอนลูกแล้วพ่อแม่ก็ไปทำงาน ตอนนี้ทำไงพ่อแม้องทำ ลูกมันถึงจะทำ ถ้าไปพูดอย่างเดียวเด็กไม่ฟัง

ไฮคลาส : แล้วคุณนิดหน่อยดูแลครอบครัวยังไงให้ดี
อย่างนี้เหรอ ผมไม่รู้ว่าครอบครัวดี ไม่ดีไม่รู้ ที่ผ่านมานะครับก็เป็นอย่างนี้ใช้ๆ กัน พอดีลูกผมเรียนอยู่ต่างประเทศ เวลาที่เราเจอกันมันน้อย ผมเลยให้ความสำคัญกับมันมาก อย่างถ้าเค้ากลับมา ผมรู้เลยว่าเค้ามีโอกาสกลับมา 10 วันนะ half term งานอะไรที่ผม cancel ได้ งานสังคม หรืองานธุรกิจอะไรที่ยกเลิกได้ก็จะยกเลิก ใช้เวลากับลูกเต็มที่

ลูกเองเค้าก็เข้าใจว่าพ่อได้เสียสละให้แล้ว เขาก็พยายาม ยกตัวอย่างลูกผมโตหมดแล้ว 16 18 20 นี่มันก็มีเพื่อน มันก็อยากเที่ยว มันกลับมามันก็อยากเที่ยว แต่ในเวลาเดียวกันเค้าจะเป็นคนที่เค้ารู้แล้วเย็นนี้เค้าต้องอยู่กับพ่อแม่ กับปู่ย่า ไปเจอกันสังสรรค์ครอบครัวเถอะนะ เสร็จแล้วกับปู่ย่า ปู่ย่าไปนอนแล้ว 4 ทุ่ม เค้าขอไปเจอเพื่อน แปลว่าอะไร แปลว่าเค้าเห็นความสำคัญของทั้ง 2 อัน เราก็เค้าก็รู้ว่าเราก็ให้ความสำคัญกับเค้าโอเคไปได้ อยากไปเจอเพื่อนก็ไปแต่ก็ต้องใช้เวลากับครอบครัวด้วย เดี๋ยวนี้ไม่ต้องพูดแล้ว ลูกผมมันเข้าใจ เค้าก็เข้าใจในส่วนนั้นและเค้าก็รู้ว่าเราให้เวลา

อย่างนานๆ ทีผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวอังกฤษ แล้วเค้าจะรู้เลยว่าผมเครียดมามาก ผมก็มาเที่ยวไม่ได้ทำงานนะ คือแบบจะไปพักผ่อนน่ะ 5 วัน 6 วัน ลูกที่มันออกมาอยู่ด้วยน่ะก็จะรู้ว่าโอเค.นะพ่อพาเที่ยว อยากจะกินนู่น อยากไปซื้อนี่ มันก็ลากพ่อไป

แต่บางทีผมก็บอกว่าโอเค.ยูทำ แต่บางทีผมบอกไม่ไหวแล้วงานนี้ผมขอใช้เวลาของตัวเองหน่อยไปอยู่อังกฤษ ลูกมันก็จะบอกพ่ออยากทำอะไร คือมันเคลียร์ มันก็เคลียร์ตารางของมันให้ อ้าวไปกินข้าวไปๆๆ พ่ออยากกินออะไรล่ะ คือมันจะเป็นอย่างนั้นแล้ว มันไม่ใช่ว่ามันอยากกินอะไรแล้ว พ่ออย่างไปดูละคร พ่ออยากดูหนัง พ่ออยากจะซื้อของ พ่ออยากจะทำอะไร เอ้า!พาไปนะ

ไฮคลาส : ฟังแล้วดูเหมือนพ่อแก่ไปเลย
ใช่ บางทีก็ต้องทำอย่างนั้น แต่ในเวลาที่ผมมานะ บางครั้งมันก็ นี่มันมีผับหนึ่งที่เด็กไทยชอบไปที่ลอนดอน ชื่อแฮงค์เอาท์ ไปมันก็ลากผมไปถ้ามันรู้ว่าไม่เหนื่อยมากนะ มันก็ลากผมไปเพราะมันก็อยากไปเจอเพื่อน แล้วมันก็รู้ว่าผมไปได้ ดับไปเจอเพื่อนอีก ดันไปเจอเพื่อนผมอีก เอ้าก็แยกกลุ่ม มันก็โอเค.ก็เฮฮาน่ะ ผมว่ามันต้องเข้าใจน่ะ ซึ่งกันและกัน

ผมมองกลับมาสังคมไทย บางทีพ่อแม่ ฉันเป็นพ่อแม่น่ะ แกต้องฟังฉันอย่างเดียวน่ะ มันเป็น one way communication อันนี้ผมว่าไม่ถูก ผมถึงได้บอกจริงๆ ถ้าเผื่อจะเน้นทำอย่างไรให้พ่อแม่รู้สึกว่าในเมื่อเค้าสร้างชีวิตขึ้นมาแล้วไม่ใช่แค่หาเงิน เพื่อให้ลูกแต่ว่ามันต้องให้อย่างอื่นแก่เด็กด้วย

ไฮคลาส : แล้วจุดที่จะไปต่อ มันจะมีผลต่อการใช้ชีวิตบ้างมั๊ย
ผมปรึกษากับครอบครัวผมนะ ตอนที่ตัดสินใจนี่ก็ต้องปรึกษา เพราะว่าสุดท้ายภรรยา ต้น(คุณหญิงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) ก็ดี ลูกก็ดีต้องยอมรับในสิ่งนี้ได้ ถ้าเค้าไม่เห็นด้วยหรือไม่ยอมรับผมคงไม่ทำ แต่ผมเชื่อในการที่ผมไปคุยกับลูกต้อนนั้นมันก็ไม่เข้าใจหรอก 100% อะไรที่มันต้องเข้าใจมากนะ เผอิญพอดีทั้งผม ทั้งภรรยานี่อันนี้ไม่ได้พูดเข้าข้างตัวเองหรือ…เราเน้นกับลูกเราจะสอนว่ามีนไม่เพียงพอแค่ไปเรียน หรือหางานทำได้ แต่ทำยังไงให้เค้ามีสิ่งตอบแทนต่อสังคม อันนี้ฟังดูพูดเหมือนนักการเมืองมากเลย(หัวเราะ)

Related contents:

You may also like...