อังคณา กิมฮวย

กระดูกสันหลังของชาติที่ประกาศตนเป็นครัวของโลก

“ ชาวนาทุกยุค ทุกสมัยไม่เคยลืมตาอ้าปากได้เลย อาชีพ “ ชาวนา ” มีคุณค่าทางด้านจิตใจมากกว่า เพราะเป็นอาชีพของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา หลายชั่วอายุคน เมื่อก่อนเราจะภาคภูมิใจเมื่อได้ยินคำว่า กระดูกสันหลังของชาติ ฟังดูแล้วมองเห็นความสำคัญของตัวเอง แต่คำพูดพวกนี้เป็นเพียงยาหอมชโลมใจ ไม่ใช่ยารักษาโรค

“ ความจริงขณะนี้ก็คือ ชาวนากำลังถูกมองข้ามความสำคัญ พวกเรากำลังจะถูกลืม เพราะมันอาจจะเป็นเพียงกระดูกสันหลังอันผุๆ เท่านั้น ขณะนี้ชาวนาเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำตาย ไม่ผิดอะไรกับต้นข้าวเมื่อยามน้ำท่วมทุ่ง โผล่ใบหวอยๆ พ้นน้ำขึ้นมา เหมือนแขนของชาวนาที่โบกมือขอความช่วยเหลืออย่างอ่อนกำลังวันแล้ว วันเล่า ”

ขณะที่ลูกหลานชาวนาได้รับโอกาสทางการศึกษามากขึ้น พร้อมหันหลังให้กับผืนนา แต่อังคณาซึ่งก็เป็นหนึ่งในผู้รับผลจากการเล่าเรียนเหล่านั้น กลับหันหลังให้รากเหง้าของตนเองไม่ลง แม้ต้องประสบกับชะตากรรมที่เหมือนเป็นคำสาปอันเกิดจากการกระทำของคนที่มี 2 แขน 2 ขาเหมือนกัน

“ เคยคิดอยากหลุดพ้นจากการเป็นชาวนา หลายต่อหลายครั้งที่คิดจะขายนาแล้วนำเงินมาทำธุรกิจอย่างอื่นที่ได้ผลประโยชน์มากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเสียดาย ”

ด้วยความเชื่อที่แตกต่างกันชาวนาจีนเข็ดหลาบต่อความแร้นแค้นในชาตินี้ จึงถวิลหาโอกาสที่จะยกระดับตนเองให้พ้นจากโชคชะตาอันโหดร้าย ในขณะที่ชาวนาไทยสะสมบุญเพื่อสร้างชีวิตที่ดีในโลกหน้าและยอมแพ้ต่อโชคชะตาในชาติภพนี้

“ นาล้ม คือพื้นที่นาของ จ.ลพบุรี จะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม และเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีการปฏิรูปที่ดิน เมื่อถึงฤดูน้ำหลากน้ำจะท่วมทุ่ง จนข้าวจมน้ำไปหมด ทุนที่ลงไปก็จะจมไปกับน้ำ ส่วนดอกก็จะลอยไปอยู่ที่นายทุนเงินกู้

“ เมื่อนาปีล้มก็ทำนาปรัง รัฐบาลหวังดีนำข้าวมาแจก เพื่อใช้ทำพันธุ์ มันเป็นข้าวพันธุ์ผสมจริงๆ คือ ผสมระหว่างพันธุ์เม็ดยาวและเม็ดสั้น ซ้ำร้ายเข้าไปอีก เอาข้าวนาปีมาให้นาปรังทำ ข้าวนาปีกับข้าวนาปรังจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ความต้องการช่วงแสงจะไม่เท่ากัน หากปลูกผิดฤดูข้าวจะไม่ออกรวง ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการทำนาปรังคือ ระบบชลประทานไม่ดี ปล่อยน้ำมาให้น้อย ชาวนาต้องสูบน้ำเข้านาเอง ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการลงทุน ”

“ ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาวิถีชีวิตของชาวนาไม่เคยเปลี่ยน เคยจนอยู่อย่างไรก็จนอยู่อย่างนั้น จนมีคำพูดที่ชาวนาพูดกันอยู่เสมอๆ ว่า ทำนาปรังเหลือแต่กระซังกับหนี้ ทำนาปีเหลือแต่หนี้กับกระซัง อันนั้นแหละมันคือสัจธรรมที่ชาวนาไม่เคยหลุดพ้นเลย

ปัญหาของเกษตรกรไทยมีปัญหาเรื่องที่ดินและผลผลิตตกต่ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาคล้ายเกษตรกรในประเทศอื่นแม้แต่สหรัฐอเมริกา คือนอกเหนือจากความรู้น้อยแล้วยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น ไม่สามารถหาตลาดและกำหนดราคาด้วยตนเอง ภัยธรรมชาติ ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม รวมถึงการช่วยเหลือจากรัฐเพื่อพัฒนาท้องถิ่นน้อย1

ความยากลำบากของเกษตรกรในระดับรากหญ้าและความสำคัญในฐานะพลเมืองคนหนึ่งที่ได้รับการปฏิบัติจากชนชั้นปกครอง ทั้งในเรื่องของสิทธิ ราคาผลผลิต และความรู้ในการรับมือกับปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น มักถูกเพิกเฉย หรือสาดโคลนให้เป็นกลุ่มที่ไม่รู้จักพอ รวมถึงกล่าวหาว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากการแห่ทำตามๆ กัน ผลผลิตใดมีราคาสามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้นๆ

Related contents:

You may also like...