จิตรา ก่อนันทเกียรติ

อาหารกับการเป็นยา

“ ยาอายุวัฒนะคงไม่มีหรอก เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะกินอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วคุณจะสุขภาพแข็งแรงมากๆ จะบอกว่ากินน้ำผึ้งแล้วดีเป็นยาอายุวัฒนะก็ไม่ได้หมายความว่าคุณกินน้ำผึ้งอย่างเดียว

“ โดยหลักวิชาการอาหารที่ครบคุณค่าทางโภชนาการคือมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ในขณะเดียวกันร่างกายต้องสามารถขับถ่ายออกไปได้อย่างดีไม่ให้เกิดเป็นพิษสะสมเข้ามา เพราะฉะนั้นหมายความว่า ถึงคุณกินครบแต่ถ้าคุณกินวิธีการปรุงที่ไม่ถูก เช่นเป็นของทอดที่ทอดน้ำมันหนสอง หนสามน่ะ มันก็เป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ ”

“ คนจีนจะมีหมวดพวกยาโป๊ว เหมือนเป็นยาบำรุงแล้วก็เป็นพวกสมุนไพรที่มันก็ไม่ใช่ทุกตัว คือปัญหาของเรื่องจีนบางเรื่องแต่งเหมือนกับเรื่องนิยายกำลังภายในที่แต่งไปแต่งมา ที่ผ่านมาเมื่อก่อนการถ่ายทอดข้อมูลบางครั้งไม่ครบถ้วน เรื่องแต่งกลายเป็นเรื่องจริงและคนเข้าใจผิดนะ ”

การกินอาหารรักษาโรคแบบของจีนในทรรศนะของคุณจิตรา มีทั้งคุณและโทษขึ้นอยู่กับลักษณะการนำมาใช้งาน

“ อาหารทุกชนิดมันก็มีคุณค่าอะไรบางอย่างในตัวที่จะไปบอกว่ามันเป็นยา 100% มันก็อาจจะไม่ใช่ ไอ้คำว่ายามันเหมือนกับพืช ยกตัวอย่างผักบางอย่างมันก็จืดๆ บางอย่างมันมีสรรพคุณที่เขาบอกว่ามีสรรพคุณเป็นยา มันก็อาจจะมีความแตกต่างในสรรพคุณของมันว่าเป็นยาเย็นใช้แก้ไข้ลดความร้อน แต่ว่ามันก็ต้องกินเป็นปริมาณที่มากๆ แล้วพืชพรรณธรรมชาติบางอย่างกินมากๆ มันก็อาจจะเป็นโทษ ” คุณจิตราทิ้งท้าย

เจตคติของอาหารที่เปลี่ยนไป คนทำก็ต้องเปลี่ยนตาม ธุรกิจอาหารเจริญเติบโตขึ้นมาก ในขณะที่ผู้ผลิตในชั้นปฐมภูมิยังยากจนและยึดติดกับความคิดเดิมๆ การพัฒนาเป็นไปได้ช้า ทำให้ทัศนคติของสังคมมองว่าคนเหล่านั้นเป็นคนชั้นล่าง ด้อยการศึกษา ประกอบกับคนเหล่านี้ยังคงเห็นความสำคัญของธรรมชาติเป็นหลักทำให้มีการยึดติดกับแนวความคิดแบบดั้งเดิม เช่นเชื่อถือในเรื่องโชคลาง โชคชะตา ส่งผลให้พวกเขาถูกปลูกฝังให้เชื่อและพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่

Related contents:

You may also like...