บรรพต วัฒนสมบัติ

กรรมการผู้จัดการบริษัท RTB เทคโนโลยีจำกัด

รุกตลาดเทคโนโลยีไร้สายด้วยวิสัยทัศน์ก้าวไกล

“ ถ้าเราได้ทำงานในสิ่งที่เราอยากทำ สไตล์ที่เราทำจะเป็นแรงช่วยที่สำคัญมาก ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ เพราะเราทำด้วยความสนุก เราไม่ได้ทำเพราะมันถือภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นของผมนี้อาจจะถือว่าโชคดี คือโชคดีในลักษณะที่ว่าได้เลือกธุรกิจ หรือเลือกงานที่เราชอบ เราสนใจ เราก็เลยได้ทำงานในแบบที่ไม่ต้องรู้สึกว่าถูกบังคับ แต่เราทำด้วยความชอบเลย ”

ตอนนี้ธุรกิจที่เราทำ คือร่วมกันเป็นพาร์ทเนอร์ขายสินค้าในแบรนด์ที่กำลังจะโตต่อไปในอนาคต ประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า คือเราจะเติบโตไปพร้อมกันกับสินค้าที่เราขาย เพราะว่าสินค้าที่เราทำ เราจะเริ่มต้นตรงก่อนที่มันจะได้รับความนิยม อย่างเช่น เราทำ service ให้กับ Pocket PC ของ O 2 ก่อนที่จะได้รับความนิยม พอตอนนี้ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง เราจึงต้องโตให้ทันตามสายธุรกิจ เพราะฉะนั้นในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เราต้องขยายธุรกิจให้ทันกับผลิตภัณฑ์ที่เราทำกับเค้าอยู่ และโตอย่างเป็นระบบ โดยตรงนั้นเราจะต้องวางแผนที่จะเอาระบบ IT ระบบการควบคุมตรวจสอบมาใช้ให้เป็นแบบแผนมากขึ้น แต่ผมมองว่าสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสำเร็จได้นั้นมันพูดยาก ว่ามีสูตรสำเร็จอะไรหรือเปล่า แต่ถ้าพูดอย่างหลักกว้างๆ ของผมอย่างที่ผ่านมาคือ

หนึ่ง ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ดี เพราะธุรกิจ RTB เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ consumer electronic เกี่ยวกับเทคโนโลยีชั้นสูงนี้ เราต้องมีวิสัยทัศน์ว่า ในอนาคตระยะกลางและระยะไกลนี้ เทคโนโลยีใดจะได้รับความนิยม หรือว่าจะเป็นมาตรฐานที่จะมาใช้ในสังคม ถ้าการมีวิสัยทัศน์หรือการคาดเดาที่ผิดตรงนั้นไป อันนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่สำเร็จ

สอง ต้องมีความสามารถที่ทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ ตรงนี้ผมว่าสำคัญมาก เพราะว่าคนไทยสมัยใหม่ นักบริหารสมัยใหม่ หลายๆ คนมีความรู้ดี มีวิสัยทัศน์ที่ดี แต่คนที่จะมี execution skill ก็ไม่ได้มีทุกคน เพราะว่าวิสัยทัศน์ที่ดีอาจจะเกิดจากการศึกษาหาความรู้ และการที่มีความรู้เปิดกว้าง ได้ไปตามที่ต่างๆ แต่การมี execution skill นี่มันเกิดจากประสบการณ์ในการทำงาน เพราะฉะนั้น สองส่วนนี้ต้องบาลานซ์กัน

execution skill ที่ดียกตัวอย่างเช่น อาจจะต้องเป็นคนที่ละเอียด อย่างเราวางเป้าหมายไว้ว่าเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี หรือวางโครงสร้างธุรกิจไว้ว่าอีก 5 ปี 10 ปีจะเป็นแบบนี้ แต่เราไม่ละเอียดที่จะลงไปตรวจสอบ คนที่อยู่ข้างล่างหรือลงไปปฏิบัติงานเค้าอาจจะไม่ได้รู้ทิศทางนโยบายของเรา หรือสิ่งที่เราต้องการ มันก็อาจจะเป็นไปในแบบที่เราไม่ต้องการ เพราะเราไม่สามารถที่จะทำเอง เราต้องพึ่งทีมงานให้เป็นคนทำ จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบในการเข้าไปดูแล ช่วยแนะนำ ช่วยตรวจสอบ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าธุรกิจในปัจจุบันนี้ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงมาก ที่เค้าบอกว่าเดี๋ยวนี้มันมีทั้ง economy of scale และ economy of speed คือใครสามารถปรับตัวได้เร็วกว่ากันก็มีโอกาสอยู่เหนือคู่แข่งได้ ฉะนั้นถ้าเราสังเกตส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์หรือแผนการที่เราวางไว้ พอทำไปสักพักหนึ่งจะเปลี่ยน เพราะไม่มีแผนใดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้อง adjust เลยในอนาคต เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงต้องอยู่ที่ว่าเราปรับตัวได้เร็วและได้ดีแค่ไหน แต่การปรับเปลี่ยนมันก็ไม่ได้ง่าย เพราะว่าความเคยชินมันมีผลต่อการทำงานของเรา คือมันชินแล้ว เคยทำยังไง ก็ทำอย่างนั้น มันเก่งแล้ว ทำแบบนั้นมันทำได้ดีแล้ว นอกจากเราปรับตัวเองได้แล้ว เราต้องสร้างให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วด้วย ถือเป็นสิ่งที่ท้าท้ายพอสมควร

และสิ่งที่เป็นหัวใจก็คือ ถ้าเราได้ทำงานในสิ่งที่เราอยากทำ สไตล์ที่เราทำจะเป็นแรงช่วยที่สำคัญมาก ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ เพราะเราทำด้วยความสนุก เราไม่ได้ทำเพราะมันถือภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นของผมนี้อาจจะถือว่าโชคดี คือโชคดีในลักษณะที่ว่าได้เลือกธุรกิจ หรือเลือกงานที่เราชอบ เราสนใจ เราก็เลยได้ทำงานในแบบที่ไม่ต้องรู้สึกว่าถูกบังคับ แต่เราทำด้วยความชอบเลย

Related contents:

You may also like...