พอล พลภัทร ลีนุตพงษ์

My Work, My Peugeot

ชีวิตที่ต้องดำเนินไปข้างหน้า ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอสิ่งใด จวบจนถึงเวลาของมัน เช่นเดียวกับคุณพอล พลภัทร ลีนุตพงษ์ มหาบัณฑิตซึ่งคว้าปริญญาโท MBA จาก Bentley College บอสตัน สหรัฐอเมริกา ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ของบริษัท ยูโรเปียน ออโตโมบิลส์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส เปอโยต์ ( Peugeot) กับสัญลักษณ์สิงห์เปอร์โยต์ยกขา

นักธุรกิจหนุ่มวัย 29 ปีผู้นี้คือกุนซือที่คอยวางแผน พัฒนากลยุทธ์การโฆษณา กิจกรรมและประชาสัมพันธ์ รวมถึงดูแลการจัดซื้อนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของเปอโยต์ตลอดจนดูแลการจัดงานกิจกรรมสำหรับแบรนด์ Peugeot ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับภาพลักษณ์ของบริษัท และหน้าที่ที่เขาได้มารับผิดชอบตรงนี้เอง

“ เนื้อหาของงานคือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสื่อ แมกกาซีน หนังสือพิมพ์ โปสเตอร์ แบนเนอร์ POP. About below the line ก็ทำนะครับ ก็คือทำนโยบายว่าปีนี้เราจะใช้เท่าไหร่ ก็คุยกับทางฝรั่งเศสด้วยว่า บริษัททางนู้นจะ support เราได้มากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงเราจะสั่งรถเท่าไหร่ กี่คันต่อปี ยิ่งสั่งเยอะเค้าก็ยิ่งช่วยเยอะ ช่วยในเรื่องของเงิน แล้วก็เค้าก็ support เราในด้านของ material ที่มาจากเมืองนอกอยู่แล้ว ก็คือโฆษณาที่เค้าทำเมืองนอก เราก็ adapt มาใช้ที่เมืองไทย ดูแลนโยบาย สื่อโฆษณา event ก็ช่วยดูว่าจะออกมาในรูปแบบใด จะเอารถอะไรลง “

“ แล้วก็มีหน้าที่อื่นคือทำ motor show ของกลุ่มยนตรกิจ ก็คือถ้ามองในภาพของการทำเป็นทีมก็มีประมาณ 8-10 คน ก็ดูแลทำทุกอย่างตั้งแต่การดูแลพื้นที่ design boot แล้วก็กิจกรรมใน boot แล้วก็ campaign ก็คือคุยกับฝ่ายขายของแต่ละ brand”

ในฐานะคนชอบรถ ขับรถเอง ลุยเอง และที่สำคัญคือบริหารงานในธุรกิจรถยนต์หรูข้อดีของสินค้าจึงถูกถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ที่ตนเองได้รับเช่นกัน

“ คนมาถามว่าผมชอบรถอะไร แล้วผมเองก็ได้สัมผัสกับรถ Peugeot เองว่าเป็นยังไง มีข้อเสียอะไร ก็คือ รถที่ผมขับอยู่สามารถพูดถึง แล้วก็อธิบายทั้งหมดได้ว่าทำไมถึงเป็นรถคันนี้

“Peugeot มีชื่อในเรื่องช่วงล่างนะครับ การเกาะถนนดีมาก มีอุปกรณ์ option ต่างๆ ครบหมด ทั้งในเรื่องของ luxury แต่ว่าจะไม่เน้นเครื่องที่แรงมาก เรื่องน้ำหนักตัวรถด้านหน้ากับหลัง จะรู้สึกเลยว่า บางคันน้ำหนักจะทิ้งไว้ข้างหน้า แต่เปอโยต์คันนี้หน้ากับหลังจะเท่ากัน 50-50 เวลาขับรถก็จะสบาย อธิบายไม่ถูก แต่เป็นความรู้สึกของคนที่เคยขับรถหลายยี่ห้อหลายรุ่น จะรู้เลยว่า รถมันไม่อืด ไม่เร็วเกินไป เวลาเลี้ยวจะทิ้งน้ำหนักดี ทรงตัวดีครับ ”

หากจะเปรียบความสามรถของหนุ่มคนนี้ เขาก็คงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากคนทั่วไป แต่ความมุ่งมั่นและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เข้ามา ทำให้เขาโดดเด่นพร้อมกับเป็นตัวของตัวเอง ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเขาเปรียบตัวเองเป็นรถซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลก็เป็นสิงห์เปอโยต์เพียงแต่เขาทานข้าว แต่เปอโยต์กินน้ำมันเชื้อเพลิง

“ ผมก็เหมือนรถเปอโยต์คู่ใจที่ทำอะไรได้รอบด้านนะครับ ก็คือผมสามารถ adapt สิ่งต่างๆ มาใช้ในทุกสถานการณ์ ผมเป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมาก ผมลุยครับอะไรก็ทำได้หมด ผมจะไม่เหมือนผู้บริหารท่านอื่นที่ว่าเรื่องขับรถ ผมจะเป็นคนลุยเอง ไม่ต้องการคนขับ ผมจึงชอบรถแบบที่ขับสะดวกสบาย แล้วก็แนวสปอร์ตนิดหน่อย จะไม่ชอบรถที่ใหญ่ดูเทอะทะ เพราะเวลารถติดจะได้มุดง่าย จอดรถก็สะดวกด้วยครับ ”

วิถีการขับเคลื่อนชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง กำลังเป็นที่น่าจัดตามอง คลื่นลูกใหม่อาจสร้างกระแสใหม่ให้กับธุรกิจยายนต์เมืองไทย ตลาดรถยนต์ยุโรปกำลังเป็นสิ่งท้าทายความสามารถของชายผู้นี้ ถ้าไม่มีความท้าทายบ้างการแข่งขันคงขาดสีสันและจืดชืด

Related contents:

You may also like...