ร้อยโท ศักรรินทร์ พลางกูร

ธรรมดา…แต่ไม่สามัญ

ผมจะมีคนที่ผม Admire หรือว่าผม Look up to ก็คือเป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่สนิทกับครอบครัวผมมาก เป็นกึ่งๆ Role model ให้ผม ไม่ใช่ Role model นะเพราะท่านอยู่สูงกว่าผมมาก แต่ว่าผมก็ดูท่านไปในแง่มุมว่าเป็นคนที่ผม Look up to อยากใช้ชีวิตให้เป็นแบบนี้ได้

“ น้องๆ มานั่นนี่ก็ได้ ” ประโยคนี้กลายเป็นประโยคฮิตติดหูคนไทยทั่วบ้านทั่วเมืองจากโฆษณาเครื่องดื่นยอดข้าวยี่ห้อหนึ่ง หากแต่หนึ่งในบรรดานักแสดงในภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้กลับกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาวใหญ่ สาวน้อยใฝ่หาข้อมูลประกอบความประทับใจ แม้จะได้เป็น celebrity ควงคู่คุณแม่ยังสาวตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ รวมทั้งให้สัมภาษณ์นิตยสารเพื่อผู้หญิงมาพอสมควร แล้ว แต่ในเบื้องลึกบางส่วนไฮคลาสอาสานำคนโปรดผู้สร้างความประทับใจให้แก่หนุ่มวัย 27 ท่านนี้เผื่อจะตรงใจใครหลายคนบ้างไม่มากก็น้อย

กับบทบาทนายทหารแผนกรักษาความปลอดภัยที่ 2 กรมราชองครักษ์ ร้อยโทศักรรินทร์ พลางกูร หรือหมวดแก๊ปนั้นถือเป็นบุคคลพิเศษที่พอจะเป็นแบบอย่างให้กับกุมารเศรษฐีที่ชอบเลี่ยงการเป็นทหารในปัจจุบันได้ไม้น้อย จากคำพูดที่ว่า

“ เรียนจบจากเมืองนอกมา ตอนนั้นก็มีโอกาสที่จะเกณฑ์ทหารหรือว่าจะสมัคร ผมก็เลยสมัครเป็นทหารแล้วกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องเกณฑ์ อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้มากกว่า ถ้าสมัครต้องรับราชการ 3 ปีเป็นอย่างน้อย ถ้าเกณฑ์ 2 ปี ก็คิดไม่ผิดเพราะงานที่ทำอยู่เป็นเกียรติและก็ภาคภูมิใจ ”

ในด้านของบุคคลที่เป็นคนโปรดในมุมมองของร้อยโทหนุ่มประจำกรมราชองครักษ์แห่งราชอาณาจักรไทยคนนี้ เขาเล่าพร้อมแววตาและกิริยานอบน้อมถึงท่านผู้เป็นคนโปรดในดวงใจ

“ ผมจะมีคนที่ผม Admire หรือว่าผม Look up to ก็คือเป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่สนิทกับครอบครัวผมมาก เป็นกึ่งๆ Role model ให้ผม ไม่ใช่ Role model นะเพราะท่านอยู่สูงกว่าผมมาก แต่ว่าผมก็ดูท่านไปในแง่มุมว่าเป็นคนที่ผม Look up to อยากใช้ชีวิตให้เป็นแบบนี้ได้ก็คือ คุณอาสา สารสิน

“ ท่านอาสา สารสิน เป็นลูกของคุณพจน์ สารสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบครัวท่านก็กึ่งๆ เหมือนครอบครัวเคเนดี้ของเมืองไทยก็ได้นะ แต่ว่าความแตกต่างคือครอบครัวของท่านนี่ ถูกเลี้ยงและเติบโตขึ้นมา เลี้ยงแบบ Low key คือไม่ได้หวือหวากับชีวิต ครอบครัวเรียบง่าย เลี้ยงลูกหรือว่ามีครอบครัวที่สบาย เป็นคนที่โอบอ้อมอารี อาจเป็นเพราะ 2 ครอบครัวสนิทกันมาก คือคุณยายก็สนิทกับทางคุณอาสา คุณตาก็สนิท คือสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า และก็รุ่นต่อๆ มาปัจจุบันก็ยังให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ และก็ยังให้คบหาสมาคมกันอยู่ ”

“ หน้าที่การงานท่านก็เป็นข้าราชการเหมือนกันตอนแรก เป็น step by step ที่กระทรวงการต่างประเทศ จนวันหนึ่งได้เป็นปลัดกระทรวง หลังจากนั้นท่านก็ผันไปเป็นประธานผาแดง จนปัจจุบันได้เป็นท่านราชเลขาฯ ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผมคิดว่าเป็นเกียรติอันสูงส่งมาก เพราะตรงที่ผมอยู่กรมราชองครักษ์นี่ ราชเลขาฯ ก็เหมือนกับเป็นเลขาฯ พูดง่ายๆ จะมี 3 ตำแหน่งที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมาก ก็จะมี ท่านสมุหราชองครักษ์ สมุหราชองครักษ์เป็นหัวหน้าของหน่วยงานผมคือกรมราชองครักษ์ และก็จะมีเลขาธิการพระราชวัง เลขาธิการพระราชวังเปรียบเสมือนแม่บ้านในวังดูแลความเรียบร้อย ในส่วนของราชเลขาฯ ก็จะเป็นส่วนของนโยบาย ทางการเมืองการทูต ”

คนโปรดสำหรับหมวดแก๊ปท่านนี้แม้จะมีบทบาทไม่ธรรมดาสามัญ แต่สะท้อนความเป็น ‘ ข้าราชการ ‘ เด่นชัดและสมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

“ แนวทางของท่านคือ ท่านเป็นข้าราชการ ข้าราชการก็ต้องมีความอดทนพอสมควร เพราะว่ามันก็เป็น ขั้นเป็นตอนไปเรื่อยๆ และข้าราชการหนึ่งเงินเดือนก็ไม่ได้เยอะมากอาจจะมีสวัสดิการ มีอะไรบ้าง ก็คือพูดง่ายๆ ก็คือท่านมีความอดทนที่จะรับราชการ

“ ถึงแม้ท่านในแต่ก่อนอาจจะเป็นลูกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ พ่อท่านก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และก็ต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการใช้ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไปจากนี้ก็ได้ หรือว่าการที่มารับราชการนี่ถือว่าเป็นเกียรติของครอบครัวมาก และก็มีความอดทนของการทำงานเพราะระบบราชการก็ไม่เหมือนกับเอกชน ”

สำหรับเขาคนโปรดคือแบบอย่างเสมือนเข็มทิศนำทางเดินชีวิตและการทำงาน

“ ผมว่านี่เป็นแบบอย่างอย่างหนึ่งว่าถ้าคุณมีความอดทนเพียงพอ คุณสามารถไปถึงในจุดที่คุณอาจจะไม่คาดฝันว่าวันหนึ่งคุณอาจจะไม่ได้อยู่ในจุดนั้น เพราะว่าที่สุดของการเป็นข้าราชการอาทิเช่นกระทรวงการต่างประเทศ ก็คือเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แล้วอาจจะมีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีกับปลัดฯ ตำแหน่งมันก็ต่างกันอยู่ดี รัฐมนตรีเป็นนโยบายซะมากกว่า ปลัดฯ ก็คือควบคุม จุดสูงสุดก็คือเป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรีเสร็จแล้วก็อาจจะผกผันไปเป็นอย่างอื่นก็ได้ เป็นการสร้างฐานที่มั่นคงให้ตัวผมเอง ”

“ ผมมองว่าถ้าปฏิบัติอย่างนี้ไปวันหนึ่งเราไม่รู้ว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะไม่ต้องไปถึงจุดที่ท่านถึงก็ได้ มันอาจจะไป ผกผันไปในทางอื่น เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าอุปนิสัยของแต่ละคนต้องสอดคล้องกับการทำงาน ”

Related contents:

You may also like...