จิตตนาถ ลิ้มทองกุล

ผมผลิตสื่อด้วยภูมิปัญญาตะวันออก

ในช่วงชีวิตของคนทำงานนั้น ตำแหน่งผู้จัดการดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนฝันถึง แต่สำหรับหนุ่มที่อายุไม่ถึงสามสิบปีอย่าง จิตตนาถ ลิ้มทองกุลแล้ว เขาก้าวข้ามตำแหน่งในฝันของทุกคนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในแง่ของการบริหาร เป็นประธานบริหาร หรือ ซีอีโอของ บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)และบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ซึ่งเดิมทีเคยเป็นอาณาจักรที่สร้างขึ้นด้วยหนึ่งสมองและสองมือของคุณพ่อ ที่เขาเรียกอย่างให้เกียรติทุกครั้งว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

“ตอนนั้นกลับมาจากเรียนต่อที่ต่างประเทศเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจพอดี ไปสมัครงานหลายที่ก็ไม่ได้ ในที่สุดก็เลยได้มาทำงานที่ผู้จัดการ เริ่มต้นทำงานโดยเป็นนักข่าวก่อนสองปี”

จากนั้นไม่นานคุณจิตตนาถก็เริ่มจับงานธุรกิจส่วนตัวที่ไม่หนีจากแวดวงสิ่งพิมพ์สักเท่าไรด้วยการเปิดสำนักพิมพ์การ์ตูน “บุรพัฒน์คอมมิค” พร้อมๆ กับเริ่มต้นงานนิตยสารหัวไทยเล่มใหม่ที่ขื่อ “MARS” ในช่วงเวลาที่กระแสนิตยสารหัวนอกกำลังระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง จนในที่สุดก็เข้ามารับตำแหน่งเป็น ซีอีโอของบริษัทในกลุ่มผู้จัดการ

แวดวงการสื่อสารมวลชนไม่พียงแต่เคี่ยวกรำให้การทำงานเข้มข้นขึ้นเท่านั้น หากยังเป็นโรงเรียนชีวิตอีกแห่งที่กำกับแนวทางการทำงานให้มีทิศทางที่แน่นอน เป็นตัวของตัวเอง

“ผมคิดว่าทุกอย่างที่ผมทำเป็นไฮไลต์ทั้งหมด การเป็นนักข่าวช่วยเรื่องพื้นฐานการคิด การนำเสนอ และประโยชน์ในเรื่องการใช้สื่อ ส่วนการทำการ์ตูนทำให้เข้าใจพื้นฐานความเป็นเถ้าแก่ เพราะการ์ตูนไม่มีโฆษณาก็ต้องควบคุมต้นทุน ช่องทางการจัดจำหน่าย พอมาทำนิตยสาร MARS ก็ได้เรื่องของการหาโฆษณา เพราะโฆษณาเป็นหัวใจของนิตยสาร ทั้งสามอย่างทำให้รู้จักภาพรวม พอเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งซีอีโอของผู้จัดการก็เลยเป็นเรื่องการบูรณาการ เอาทั้งสามอย่างมาปรับให้ผู้จัดการเกิดโฉมใหม่”

การเรียนรู้ประจากประสบการณ์ตรงเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคน และจากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เข้ามาทุกวันนี่เอง ทำให้ผู้ชายคนนี้พบว่าวิธีคิดหรือว่าขั้นตอนไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่ไกลตัวเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าเป็นเรื่องการนำเสนอให้หนังสือน่าอ่าน น่าจะมาจากคุณสนธิและก็ประสบการณ์จากการ์ตูนยันนิตยสาร แต่ถ้าเกิดเป็นวิธีคิด และการวางชีวิต ผมได้จากพระเจ้าอยู่หัวมากกว่า ผมเชื่อในเศรษฐกิจแบบพอเพียงและเชื่อในเรื่องการสร้างภูมิปัญญาของตัวเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระนางเจ้า เวลาท่านพระราชทานโครงการอะไรก็ตาม พระองค์ท่านจะสร้าง Content ของพระองค์เอง เช่น ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ดังนั้นงานโอทอปทั้งหลายก็เป็นฐานของการพัฒนาที่เริ่มมาจากภูมิปัญญาพื้นบ้านทั้งนั้น ขอแค่มีคอนเซปที่เป็นของเรา เราก็ทำได้ไม่แพ้ใคร”

การนำปรัชญาที่ว่ามาใช้เห็นได้ชัดเจนจากผลงานที่ปรากฏอยู่ในโปรไฟล์ตั้งแต่สมัยที่บริหารงานสำนักพิมพ์การ์ตูนรวมทั้ง สมัยที่เริ่มต้นทำงานนิตยสารสัญชาติไทยอย่าง MARS

“ตอนแรกทำการ์ตูนผมต้องซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา ผมก็มาคิดว่าคนไทยก็เขียนการ์ตูนได้ เลยเอาความเชื่อที่ว่ามาสร้างเป็น สตูดิโอชื่อว่า “Action Frame” ก็สร้างการ์ตูนไทยขึ้นมา ส่วนที่สองนิตยสาร MARS ก็เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่ง นิตยสาร MARS ไม่ใช่นิตยสารหัวนอก เราไม่ลอกใคร เราสร้างแนวทางการตลาดมาเป็นของตัวเอง ปรากฏว่าตอนนี้ขึ้นปีที่สาม นิตยสารเจ้าอื่นก็ปรับตัวตามเราหมด ส่วนนิตยสารใหม่ๆ ก็เดินตามแนวทางที่เราวางเอาไว้ แสดงว่าการจะสร้างอะไรให้อยู่ได้อย่างถาวร เราต้องคิดด้วยตัวเองมากกว่า ส่วนหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ก็มีการรีแบรนด์ เรามองว่าตลาดของผู้หญิงทำงานยังไม่มีใครจับ เลยทำนิตยสาร ที่ชื่อว่า “Flash Magazine” ขึ้นมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้หญิงทำงาน ก็เป็นแนวคิดของเราเอง ปรากฏว่าเมื่อรวมเข้ากับผู้จัดการรายสัปดาห์แล้ว ยอดขายแผงเพิ่มขึ้นทันที 30 % ทำให้ต้องมีการสั่งพิมพ์เพิ่ม”

การเปลี่ยนแปลง ลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ของผู้จัดการในครั้งนี้คงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงแต่เพียงภายนอกเท่านั้น เพราะเลือดในกายที่ไหลเวียนอยู่ ยังเปี่ยมไปด้วยความเป็นชาวตะวันออกอย่างแท้จริง จนผมเองชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้จัดการเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

Related contents:

You may also like...