อ่านนิสัย รู้ซึ้งจิตใจ เข้าถึงตัวตน

aaa4e37e7fa93703f8eba4d42cde5ea9

จิตใจของมนุษย์เป็นเรื่องค่อนข้างนามธรรมจับต้องได้ยากแต่เป็นเรื่องสำคัญเปรียบเสมือนลมหรืออากาศจับต้องไม่ได้ ยามแปรเปลี่ยนเป็นพายุสามารถทำลายสิ่งที่กีดขวางที่ใหญ่โตได้ จิตใจก็เช่นกันก็สามารถบันดาลให้คนมีความสุขหรือความทุกข์ได้มหันต์เช่นกัน ในสังคมปัจจุบันไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะภาพใดหรืออาชีพใด ต่างต้องมีการติดต่อสื่อสารพบปะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเพิ่มความสัมพันธ์กับผู้อื่นให้ดียิ่งขึ้น หัวใจที่ทำให้เราประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงาน ครอบครัว เพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ก็คือ “การรู้เท่าทันความคิดของผู้อื่น” การรู้เท่าทันผู้อื่น เพื่อเราจะได้ปรับพฤติกรรมของเราให้เข้ากับ พ่อ แม่ หรือสมาชิกในครอบครัว, เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามสถานการณ์ต่างๆเพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้ง

มีหลากหลายวิธี หลากหลายกลเม็ดในการที่จะตัดสินคน ไม่ว่าจะอาศัยหลักทางพระพุทธศาสนาด้วยหลักจริต 6 ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เรารู้แนวโน้มพฤติกรรมของผู้อื่นอย่างกว้าง ๆ และเพื่อให้เราเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นและหลักความน่าจะเป็นของทางคณิตศาสตร์ โดยผู้พิพากษาในสหรัฐอเมริกาได้เสนอหลักในการอ่านความคิด แรงจูงใจและพฤติกรรมของผู้อื่น ณ จุดเวลานั้น เช่น อ่านคนจากน้ำเสียง วิธีการพูด เป็นต้น แต่การอ่านความคิดมนุษย์เป็นเรื่องที่ละเอียดสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องมีกรอบความคิดที่ชัดเจนเพื่อป้องกันความสับสน เพราะเบื้องหลังพฤติกรรมต่างๆที่มนุษย์แสดงออกมาย่อมเกิดจากแรงกระตุ้นที่ต่างกันไป

  • มองหารูปแบบของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ พฤติกรรมซ้ำๆ หมายถึง รูปแบบการกระทำที่ใช้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก หรือสถานการณ์ เกิดขึ้นเป็นประจำจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัย เช่น เป็นคนกระตือรือร้น หรือเฉื่อยชา, เป็นคนชอบท่องเที่ยวหรือชอบอยู่เฉย ๆ เป็นต้น ดังนั้น เราไม่ควรสรุปผู้อื่นจากพฤติกรรมในครั้งแรกที่รู้จักกัน ( First Impression ) พฤติกรรมในทาง Negative ที่นานๆเกิดครั้งหนึ่ง

 

  • หาพฤติกรรมที่เป็นนิสัยของเขาจริงๆ ( เกิดขึ้นตามธรรมชาติ )ตามหลักพื้นฐาน พฤติกรรมของมนุษย์สามารถ แยกได้ 2 ประเภท คือ พฤติกรรมที่สร้างขึ้น อาจจะเพื่อบทบาทหน้าที่การงานในสังคม หรือ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง เป็นต้น และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คือ พฤติกรรมที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็น ” นิสัย ” อาจมีสาเหตุจากการเลี้ยงดู หรือถูกหล่อหลอมจาก สภาพสังคม เป็นต้น หลายคนอาจมีคำถาม ว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพฤติกรรมที่คน ๆ นั้นแสดงเป็นของจริงหรือสร้างขึ้น ? คำตอบคือสังเกตจาก ” ระดับความเข้มข้นของพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน ” ปกติคนเราอาจมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปบ้าง แต่จะไม่ต่างจากลักษณะนิสัยเดิมๆมากนัก แต่ถ้าเบี่ยงเบนแบบสุดกู่แสดงว่าเป็นพฤติกรรมซ้ำๆที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อแยกได้แล้วไม่ต้องสนใจพฤติกรรมที่สร้างขึ้น ให้คอยสังเกต “จุดเปลี่ยน ” เพื่อที่เราจะได้เลือกพฤติกรรมที่จะแสดงออกได้อย่างเหมาะสม

 

  • ต้องสรุปให้ได้ว่าบุคคลผู้นั้น ” คบได้ ” หรือ “ไม่น่าคบ” ลักษณะของคนที่น่าคบ มีนิสัยที่จัดอยู่ในประเภท คนเมตตาผู้อื่น คือ ใจกว้าง, ยุติธรรม, ดูจริงใจ, พร้อมที่จะให้อภัยผู้อื่น เป็นต้น ลักษณะของคนที่ไม่น่าคบ หรือคบได้แต่ต้องระวัง คือ พวกที่ทำอะไรหวังผลประโยชน์เพื่อตัวเองฝ่ายเดียว, มีความอาฆาตต้องการลงโทษผู้อื่น เป็นต้น มีข้อสังเกตว่าคนๆหนึ่งจะเป็นได้เพียงหนึ่งลักษณะเท่านั้น คือเมตตาหรือไม่เมตตา

 

  • มองหาจุดแตกต่างต้องแยกให้ออก การกระทำหรือบุคลิกลักษณะภายนอกอะไรบ้างที่ขัดแย้งกับภาพรวมทั้งหมดของคนๆนั้น เพราะภายใต้ความแตกต่างนั้น ย่อมมีเหตุสำคัญบางประการและถ้าเราค้นพบที่มาของความแตกต่างนั้นได้ จะทำให้เรารู้จักคนๆนั้นได้อย่างลึกซึ้งและถูกต้องตามความจริง

 

การที่เราจะอ่านความคิดผู้อื่นได้ถูกต้องตามสถานการณ์ หรือ ณ เวลานั้น จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือพฤติกรรมซ้ำซากแท้จริงที่ถูกหล่อหลอมจน กลายเป็นนิสัยของเขา เมื่อนั้นเราจึงจะสามารถอ่านความคิดของผู้อื่นได้

ขอขอบคุณความรู้จาก ดร.บุญชัย โกศลธนากุล
Thanks to image from http://b.vimeocdn.com/ts/367/552/367552040_640.jpg and http://cdn2-b.examiner.com/sites/default/files/styles/large_lightbox/hash/aa/a4/aaa4e37e7fa93703f8eba4d42cde5ea9.jpeg?itok=mJZcvcDp

Related contents:

You may also like...