Volkswagen Scirocco 2.0 TSI

vw-scirocco-01

Scirocco เป็นชื่อของลมร้อนที่พัดจากทวีปแอฟริกาเหนือสู่อิตาลีและพาความสนุกสนานของฤดูร้อนมาด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมแฮทช์แบ็ก 3 ประตูสุดเซ็กซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ที่มาพร้อมกับพลังเทอร์โบของ Volkswagen จึงเลือกชื่อนี้สื่อความหมาย

Volkswagen Scirocco
ที่กลับมาสร้างความเร้าใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและแรง พร้อมกับความโดดเด่นของรูปทรงที่สุดเร้าใจคงไม่ผิดหวัง ซึ่ง บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายโฟล์คสวาเกน ได้จัดการทดสอบให้สื่อมวลชนได้สัมผัสความเร้าใจในสไตล์สปอร์ตแฮทช์แบ็ก 3 ประตู หลังจากในครั้งก่อนได้จัดการทดสอบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู รุ่น GOLF GTI ไปไม่นาน

Scirocco เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็ก 3 ประตู ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับรุ่น Volkswagen Golf แต่มีมิติภายนอกที่ยาวกว่า และใหญ่กว่าเล็กน้อย โดยมีความยาว 4,256 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,410 มิลลิเมตร และฐานล้อ 2,575 มิลลิเมตร

สำหรับรุ่นที่ทำตลาดเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2,000 ซีซี เทอร์โบ แต่แยกเป็น 2 รุ่นย่อยคือ รุ่นพื้นฐาน 2.0 TSI และรุ่น 2.0TSI (HIGHLINE) ซึ่งจะแตกต่างกันในเรื่องอุปกรณ์ที่ติดตั้ง Scirocco รุ่นแรก หากไม่ใช่แฟน Volkswagen ตัวจริง หรือยังหนุ่มยังสาวกันอยู่อาจนึกภาพไม่ออก เพราะปรากฎโฉมครั้งแรกตั้งแต่ปี 1974 หรือ 36 ปีก่อน กับตัวถังคูเป้ 2 ประตู หลังจากนั้นอีก 8 ปี หรือในปี 1982 โมเดลที่ 2 ถึงได้ตามออกมา ก่อนที่จะหายไปจากตลาดจนนึกว่าชื่อ Scirocco จะหายไปตลอดกาล

vw-scirocco-02

ตัวถังภายนอกโชว์ลายเส้นโค้งมนเน้นความเซ็กซี่ ด้านหน้าลาดต่ำไฟหน้าทรงเรียวมน ดวงไฟแบบโปรเจคเตอร์ ส่องสว่างด้วยหลอดไบ-ซีนอน มีไฟเสริมสำหรับมุมอับด้านข้างซึ่งจะสว่างขึ้นทุกครั้งเมื่อเลี้ยว (และเปิดไฟหน้า) กันชนหน้าขนาดใหญ่มีช่องสำหรับดักลมตรงกลาง พร้อมตะแกรงลาย 6 เหลี่ยม ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งติดตั้งไฟตัดหมอกดวงกลม

มุมมองด้านข้างอวบอัด ด้วยการออกแบบให้ตัวถังด้านข้างเล่นระดับ ด้านบนเล็กและมาผายออกด้านล่าง ถ้าเป็นสัดส่วนของผู้หญิงคงเร้าใจไม่น้อย แต่ใช่ว่าจะสวยเฉี่ยวเพียงอย่างเดียว มีแอบดุดันกันบ้างกับโป่งล้อหน้า-หลังขนาดใหญ่ ซึ่งเข้ากับล้อแม็ก 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/40 R18 (สำหรับรุ่น HIGHLINE) ส่วนด้านท้ายนั้นโค้งมนดูกลมกลืนด้วยกันชนท้ายขนาดใหญ่ ไฟท้ายทรงเฉี่ยวเลนส์ใสสีแดงดูสะอาดตาและทันสมัย

ห้องโดยสารให้อารมณ์สปอร์ตได้พอสมควร กับตำแหน่งของผู้ขับที่ถูกโอบไปด้วยคอนโซลหน้า ส่วนห้องโดยสารรุ่นพื้นฐานเป็นโทนสีดำ เข้ากับบุคลิกของตัวรถ แต่หากใครอยากหรูก็มีเบาะหนังสีน้ำตาล หรือสีอ่อนให้เลือกตามความต้องการ

เบาะหลังนั่งได้ แต่ไม่แนะนำหากต้องนั่งเป็นเวลานาน เพราะจากการดีไซน์ของเบาะ ที่แบ่งเบาะนั่งออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน คือนั่งได้ 2 คนเท่านั้น และพื้นที่ก็ไม่ได้กว้างมากมายนัก เพราะเกิดมาเป็นสปอร์ตคูเป้ทั้งที ก็อย่าให้เสียสกุล เดินทางกับหวานใจหรือไม่หวานใจเพียง 2 คนกำลังดี เบาะผู้ขับปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า ตัวเบาะออกแบบให้โอบกระชับกับร่างกายได้แนบแน่นดี แม้ผู้ทดสอบจะมีไซส์ของร่างกายใหญ่เกินพอดี แต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด กลับรู้สึกมั่นใจเมื่อขับด้วยสไตล์ดุดัน

พวงมาลัย 3 ก้านสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง มาตรวัดแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือรอบเครื่องยนต์ และความเร็ว ส่วนตรงกลางเป็นจอคอมพิวเตอร์ออนบอร์ด ซึ่งสามารถบอกรายละเอียดการใช้งานและการทำงานของรถยนต์ให้หลายแบบ เช่น อัตราการสิ้นเปลือง ระยะทางที่สามารถวิ่งได้กับระดับน้ำมันในขณะนั้น รวมถึงการเซตระบบการทำงานของรถยนต์ ก็สามารถเข้าไปเลือกฟังก์ชั่นได้ หากคิดจะซนกรุณาอ่านคู่มือให้ละเอียดก่อน

vw-scirocco-22

สำหรับระบบปรับอากาศ หากเป็นรุ่นปกติจะเป็นแบบปุ่มหมุนธรรมดา แต่หากเป็นรุ่น HIGHLINE จะเป็นปุ่มกดแบบดิจิตอล ระบบเครื่องเสียงวิทยุ-ซีดี เอ็มพี3 แบบ 6 แผ่น พร้อมลำโพง 6 ตัว

สำหรับการทดสอบเริ่มจากแถวปทุมวันมุ่งหน้าสู่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ระยะทางไป-กลับประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งระยะทางในระดับนี้กับการทดสอบแบบระยะสั้นๆ ก็ดูรวดเร็วและเหมาะสมดี แต่ไม่ถึงกับลึกซึ้งมากนัก เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้น สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือการจราจรในเมืองและจุดเริ่มต้นของเราก็เป็นจุดที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น แม้จะเป็นเวลา 10 โมงเช้าของวันทำงานก็ตาม สำหรับการใช้งานในเมือง SCIROCCO ถือว่าทำได้ไม่เลว มีความนุ่มนวลที่โดดเด่นจากการปรับโหมด COMFORT

การวิ่งย่องๆ ในเมือง ม้า 200 ตัวไม่มีความจำเป็นมากนัก สิ่งทำให้การใช้งานคล่องแคล่วเป็นพิเศษคือแรงบิด 28.5 กก.-ม. ที่เรียกมาใช้งานได้ตั้งแต่ 1,700 ไปจนถึง 5,000 รอบต่อนาที แม้ว่าการกดคันเร่งในช่วงแรกจะไม่ค่อยตอบสนองสักเท่าไร แต่เมื่อรอบถึงแล้วละก็ เชื่อว่าหากไม่คุ้นเคย คงมีเสียงเอี๊ยดๆ จากล้อแบบไม่ได้ตั้งใจแทบทุกคน

ส่วนบนทางไฮเวย์ก็ปล่อยกำลังได้อย่างเต็มที่จากเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี เทอร์โบ ที่ผสานการทำงานกับเกียร์ธรรมดาคลัตช์อัตโนมัติแบบ DSG ซึ่งเป็นแบบคลัตช์คู่ คือ มีชุดคลัตช์ 2 ชุด แบ่งกันทำงาน ชุดแรกสำหรับเกียร์ 1, 3, 5 และเกียร์ถอยหลัง และอีกชุดสำหรับเกียร์ 2, 4 และ 6 ซึ่งมีระบบไฮดรอริกสำหรับขยับคลัตช์เข้า-ออก และดันเฟืองเกียร์ให้อัตโนมัติ คล้ายเกียร์อัตโนมัติในเรื่องความสะดวกสบายของผู้ขับ และเหนือกว่าในเรื่องการส่งกำลังที่แม่นยำ สูญเสียกำลังในระบบขับเคลื่อนน้อยกว่า

อีกจุดเด่นของเกียร์ชุดนี้คือ การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลดีพอที่จะไม่รู้สึกรำคาญ แถมมีเสียงจากท่อไอเสียเวลาเปลี่ยนเกียร์ให้เร้าใจด้วยความเร็วสูงสุดที่ทำได้เกิน 200 กิโลเมตร/ชั่วโมงแน่ๆ และใช้เวลาไม่นานนัก ส่วนความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้ 233 กิโลเมตร/ชั่วโมงนั้นคงไม่ใช่ราคาคุย เพราะดูจากสมรรถนะแล้วสามารถดันไปถึงได้ ในความเร็วระดับเกิน 150 กิโลเมตร/ชั่วโมงเป็นต้นไป ระบบกันสะเทือนหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต และด้านหลังมัลติลิงก์ 4 จุด ให้ความมั่นใจได้อย่างดี โดยเฉพาะถ้าปรับโหมดของระบบกันสะเทือนมาที่ SPORT ซึ่งทำให้ช๊อคแอ็บซอร์เบอร์หนืดขึ้น รวมทั้งน้ำหนักของพวงมาลัยที่หนักขึ้นตามไปด้วย ทำให้การควบคุมในย่านความเร็วสูงไม่เครียด

ส่วนระบบความปลอดภัยที่เสริมเข้ามาอย่างเช่น ESP ช่วยในการรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ยิ่งทำให้เพิ่มความมั่นใจ ในห้องโดยสารมีระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น เข็มขัดนิรภัย 3 จุดรั้งกลับอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านนิรภัย สมรรถนะทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบกันสะเทือน ทำให้ Volkswagen Scirocco 2.0 TSI เป็นสปอร์ตคูเป้สุดเซ็กซี่ที่น่าใช้ กับค่าตัวระดับ 2,460,000 บาท ทั้งเป็นแฟนตัวจริงหรือไม่ใช่ ก็คงไม่ผิดหวัง หากต้องการความโดดเด่นทั้งสมรรถนะและรูปทรง ที่ Scirocco 2.0 TSI มีให้ครบในคันเดียว

Credit : บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด

Related contents:

You may also like...