Easter, How much do u know?

easter

วันนี้คือวันศุกร์แต่ไม่ใช่ศุกร์ธรรมดาอย่างที่ผ่านๆมา เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ที่มีความหมายยิ่งใหญ่และมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับคริสต์ศาสนิกชน ชาวคริสต์เตรียมตัวกันเข้าสู่วัน “Easter (อีสเตอร์)” ถือเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในปฏิทินของชาวคริสต์ เป็นการเฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู แล้วปาฏิหาริย์นี้เกี่ยวข้องอะไรกับกระต่ายและไข่หลากสีด้วย คำตอบซ่อนอยู่ในพิธีกรรมและประเพณีที่สืบต่อกันมาเป็นหลายร้อยชั่วอายุคน

ชาวตะวันตกจารึกในปฏิทินไว้ว่าอีสเตอร์คือเทศกาลหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งในประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์อีสเตอร์คือการเฉลิมฉลองวันหยุดทางศาสนาซึ่งเป็นวันที่พระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าได้ทรงฟื้นพระชนม์ขึ้นจากความตาย ตามบันทึกในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูและพระอัครธรรมฑูต (The Apostle) เดินทางไปที่เมืองเยรูซาเลม (Jerusalem) เพื่อประกอบพิธี Passover ซึ่งเป็นเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิวเพื่อรำลึกถึงการที่ชาวฮิบรูได้รับการปลดปล่อยจากความเป็นทาส หลังอาหารค่ำในพิธี Passover พระเยซูทรงถูกจับกุมและในวันที่เรียกกันในปัจจุบันว่าวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) พระเยซูก็ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน แต่เพียงสองวันนับจากนั้น ท่านก็ทรงฟื้นคืนพระชนม์

easter3

ชนชาติยิวเป็นคนกลุ่มแรกที่เริ่มเฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์นี้ โดยคาดกันว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Passover ที่จริงแล้ว การเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์เดิมเรียกว่า “Pascha” ซึ่งมาจากคำว่า “Pasach คำในภาษายิวที่แปลว่า Passover” แต่ก็มีอีกความเชื่อว่าขณะที่ศาสนาคริสต์ได้แผ่ขยายออกไปทั่วทวีปยุโรป นักวิชาการทางด้านศาสนาได้ยอมรับต้นตอที่มาของคำว่าอีสเตอร์ซึ่งศึกษาโดย St.Bede นักวิชาการทางด้านศาสนาชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 8 เชื่อว่าชื่อ “Easter” นั้นมาจากภาษาสแกนดิเนเวียนว่า “OSTRA” และในภาษาทิวโทนิค(ภาษาพื้นเมืองสแกนดิเนวีย)ว่า “Ostern” หรือ “Eastre” ซึ่งเป็นชื่อของเทพธิดาแห่งเทพปกรณัมผู้ที่นำฤดูใบไม้ผลิและการเจริญพันธุ์ เป็นผู้ที่ถูกสักการะและเฉลิมฉลองในวันที่เรียกว่าVernal Equinox(วันในฤดูใบไม้ผลิที่มีกลางวันและกลางคืนเท่ากันพอดี) จึงเป็นที่มาของไข่อีสเตอร์ (Easter Egg) เดิมทีเทศกาลอีสเตอร์เฉลิมฉลองกันในวันที่สองถัดจากวัน Passover ดังนั้นมันอาจจะเป็นวันใดวันหนึ่งในสัปดาห์หากไม่ตรงกับวันศุกร์ก็จะเป็นวันอาทิตย์(ขึ้นกับเดือนกุมภาพันธ์ว่ามี 28 หรือ 29 วัน) ด้วยเหตุที่มีความไม่ลงตัวในเรื่องวันอีสเตอร์นี้เองทำให้ชาวคริสต์มีความสับสนและวุ่นวายใจสร้างความกังขาเป็นอย่างยิ่ง

ในปี ค.ศ. 325 จักรพรรดิคอนสแตนติน(Constantine)ของอาณาจักรโรมันและที่ประชุมแห่งไนเซีย(The Council of Nicaea)ตัดสินว่าเทศกาลอีสเตอร์ควรต้องตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมา วันอีสเตอร์ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์นั้นจะเป็นวันอาทิตย์แรก หลังพระจันทร์เต็มดวงในวัน Spring Equinox ซึ่งอาจจะเป็นวันไหนก็ได้ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-25 เมษายน

ในช่วงเดียวกันนี้ชาวคริสต์ได้เริ่มธรรมเนียมเฉลิมฉลองเทศกาลอีกสเตอร์ขึ้นเป็นอย่างแรก นั่นคือธรรมเนียมการการจุดเทียนปัสกา(Paschal Candle)ซึ่งเปลวเทียนนั้นเป็นสิ่งระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเปรียบเสมือนแสงที่ส่องสว่างออกมาท่ามกลางความมืดมิด

อย่างไรก็ตามประเพณีในการเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์มีความแตกต่างกันทั่วโลก แต่การตกแต่งไข่อีสเตอร์และกิจกรรมค้นหาไข่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดในหมู่เด็กๆ ไข่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดตามความเชื่อในตำนานมาเป็นพันๆปี คาดว่าชาวคริสต์รับเอาไข่มาเป็นส่วนหนึ่งในธรรมเนียมเทศกาลอีสเตอร์ในช่วงศตวรรษที่ 13 ไข่แดงในเปลือกเป็นสัญลักษณ์แทนการปรากฏตัวของพระเยซูจากหลุมฝั่งพระศพ การย้อมเปลือกไข่เป็นสีแดงเพื่อแทนพระโลหิตที่พระคริสต์ต้องสูญเสียไปบนไม้กางเขน

Easter1

ไม่นานไข่อีสเตอร์หลากสีก็ได้มีประเพณีเป็นของมันเองและประเพณีที่เป็นที่ชื่นชอบมากคือประเพณีการกลิ้งไข่อีอีสเตอร์ (Egg Rolling) ในปี ค.ศ. 1876 สภาคองเกรสออกกฎห้ามเด็กๆเล่นการละเล่นนี้ในพื้นที่ของสภา ดังนั้นประธานาธิบดีรัทเธอร์ฟอร์ด บี. เฮส จึงเปิดสนามหญ้าของทำเนียบขาวให้เด็กๆได้เข้ามาเล่นกัน หลังจากนั้นประเพณีกลิ้งไข่อีสเตอร์ประจำทำเนียบขาว (The White House Easter Egg Roll) ก็กลายเป็นประเพณีประจำที่เกิดขึ้นทุกปี

ว่าแต่กระต่ายอีสเตอร์กระโดดมาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลได้อย่างไร? เป็นมติเอกฉันท์สำหรับวันอีสเตอร์แล้วว่าเป็น “ประเพณี การฉลองเทศกาลแห่งการมีชีวิตอยู่” แม้ความเชื่อและที่มาจะมีหลากหลายทัศนคติก็ตาม กระต่ายวัยเจริญพันธุ์เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่เกิดใหม่ตามความเชื่อของเพเกนมาเป็นเวลานาน ในช่วงศตวรรษที่ 16 พ่อแม่เริ่มบอกลูกตัวเองว่าถ้าเด็กๆเป็นเด็กดี กระต่ายอีสเตอร์ก็จะมาวางไข่หลากสีไว้ที่บ้าน เด็กๆก็จะทำรังไว้ในบ้านเพื่อล่อให้กระต่ายเข้ามา นี่เองเป็นที่มาของประเพณีการล่าไข่อีสเตอร์ (Ester Egg Hunt)และตะกร้าไข่อีสเตอร์(Easter Basket) เพื่อช่วยให้เด็กๆเติมตะกร้าอีสเตอร์ให้เต็มได้ง่ายขึ้น ช่างทำช๊อคโกแล็ตในยุโรป ในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 ได้เริ่มผลิตช๊อคโกแล็ตรูปไข่ออกมา ขนมแบบนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและคนในปัจจุบันใช้เงินเป็นพันๆล้านดอลลาร์ทุกปีเพื่อซื้อขนมในเทศกาลอีสเตอร์

Animals_Natural_Wallpapers_laba.ws

เทศกาลอีสเตอร์เป็นวันแห่งความปีติที่ ชาวคริสต์เฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู แค่สองพันปีที่ผ่านมานี้มีธรรมเนียมประเพณีใหม่ๆถูกผนวกเข้าไว้มากมาย บ้างเป็นประเพณีทางศาสนา บ้างเป็นประเพณีเพื่อความสนุกสนาน อย่างไรก็ดีอีสเตอร์ยังเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองการ มาถึงของฤดูใบไม้ผลิด้วย ฤดูกาลที่ชีวิตใหม่เกิดขึ้นหลังความหนาวเย็นของฤดูหนาว

นอกจากนี้วันอีสเตอร์ถือเป็นวันสิ้นสุดเทศกาลมหาพรตซึ่งเป็นช่วงเวลา 40 วันที่ชาวคริสต์ถือศีลอดและสวดภาวนาเป็นพิเศษ สัปดาห์สุดท้ายของเทศกาลมหาพรตเรียกว่าสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ของสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์เรียกวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์(หรือที่ชาวโปรเตสแตนต์เรียก วันศุกร์ประเสริฐ)เป็นวันที่พระเยซูโดนตรึงกางเขน หลังจากวันอีสเตอร์เป็นเทศกาลปัสกา(Eastertide) 50 วัน และจบเทศกาลในวันอาทิตย์สมโภชพระจิตเจ้า

Text : Porsche Kittisak K

Thanks to images and information from http://www.firstbaptistfaribault.org/wp-content/uploads/2013/02/easter-cross-daybreak.jpg
http://www.bestmediums.co.uk/blog/wp-content/uploads/2012/04/easter1.jpg
http://www.google.co.th/imgres?hl=en&client=firefox-a&sa=X&rls=org.mozilla:th:official&biw=1366&bih=575&tbm=isch&tbnid=juteHXjrgngrZM:&imgrefurl=http://www.just-spotted.com/2012/03/easter-bunny-orange-county/&docid=2n-ZU29_SplnyM&imgurl=http://www.just-spotted.com/wp-content/uploads/2012/03/easter-bunny-orange-county.jpg&w=1680&h=1050&ei=qyFVUYCQKsemrAf3hoGgCw&zoom=1&ved=1t:3588,r:39,s:0,i:273&iact=rc&dur=671&page=3&tbnh=177&tbnw=274&start=28&ndsp=18&tx=147&ty=45
http://www.hdwallpaperss.com/post_item.php?ru_id=190%20&%20re_nm=happy%20good%20friday%20whises%20high%20quality%20wallpaper%20-%20free%20download

Related contents:

You may also like...