Spa Cuisine

ศาสตร์แห่งอาหารสุขภาพ

อาหารแบบที่เรียกว่า ‘ สปาคูซีน ‘ ( Spa Cuisine) ถือเป็นศาสตร์ความรู้อีกแขนงที่สามารถสร้างความผ่อนคลายหลังจากการทำสปาอีกขั้นหนึ่ง ว่ากันว่าสปาคูซีนนี้เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีรสชาติเป็นเลิศมากที่สุด หากเปรียบกับอาหารเพื่อสุขภาพด้วยกัน ทั้งนี้ก็เพราะสปาคูซีนคำนึงถึงความสดใหม่ รสชาติ และความงาม ไม่น้อยไปกว่าคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลให้สปาคูซีนเป็นที่นิยมในเวลาอันรวดเร็วกระทั่งสามารถเปิดเป็นสถาบันเพื่อทำการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญ

สถาบันการสอนการทำสปาคูซีนในบ้านเรามีเพียงไม่กี่แห่ง และอาจมีเพียงแห่งเดียวคือที่โรงแรม Marriott Resort & Spa ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

การเรียนทำอาหารในแบบสปาคูซีนสำหรับที่นี่จะใช้เวลาไม่นาน อาหารแต่ละจานจะมีจุดเด่นทั้งในแง่ของรสชาติและคุณค่าสาระที่แตกต่างกันไป แต่ความพิเศษของสปาคูซีนจริงๆ จะอยู่ที่การเพิ่มเติมรส กลิ่น ด้วยเครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ ที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ชะเอม อบเชย ตระไคร้ ข่า ขิง หรือแม้แต่น้ำผึ้ง

ในระหว่างที่เรียน ผู้เรียนจะมีโอกาสได้ชิมอาหารที่ตัวเองทำไปด้วย กิจกรรมการเรียนตรงนี้จึงเหมาะกับกลุ่มผู้เรียนประมาณสามถึงสี่คนขึ้นไป ซึ่งจะทำให้แต่ละคนได้พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อแสดงฝีมือและความสามารถให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ชิม

อาหารจานเด่นในเมนูสปาคูซีนของโรงแรม Marriott ได้แก่ สลัดทูน่าสดที่ทอดสุกเพียงแค่ผิวโรยด้วยใบชาเขียวเสริฟท์พร้อมสลัดน้ำแอปเปิล, เต้าหู้บาร์บีคิวพันสาหร่ายและแป้งห่อราดซอสน้ำผึ้งน้ำมันงา, ปลาหิมะห่อใบเตย หรือที่โดดเด่นและมีครบรสชาติก็คือกุ้งสะเต๊ะกับซุปฟักทองและเห็ดเข็มซึ่งมีกลิ่นหอมกลมกล่อมของเครื่องเทศ สุดท้ายของหวานเต้าหู้ข้าวเหนียวดำนมสดที่รับประทานพร้อมกับน้ำส้มและเสาวรส

 

 

 

Thai Food& Wine

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไวน์ท่านหนึ่งเคยให้ทัศนะว่า การรับประทานแกงเขียวหวานเนื้อกับเครื่องดื่มจำพวกไวน์ ไวน์ที่สามารถดื่มควบคู่ไปด้วยนั้นควรเป็นไวน์ขาวไม่ใช่ไวน์แดง สาเหตุเพราะไวน์ขาวจะเข้ากันได้ดีกว่ากับรสชาติของเนื้อที่อยู่ในน้ำแกง ซึ่งนั่นหมายความว่าไวน์แดงไม่จำเป็นต้องควบคู่กับอาหารจานเนื้อเพียงอย่างเดียว หากการเลือกประเภทของเครื่องดื่มเราจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยและองค์ประกอบทางด้านรสชาติอื่นๆ ด้วย

การฉีกกฎไวน์แดงกินกับเนื้อเห็นจะมาจากข้อเท็จจริงที่อาหารไทยนั้นมีรายละเอียดของรสชาติที่สลับซับซ้อนในตัวเอง ด้วยเหตุนี้อาหารไทยอันเริ่มเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จอย่างมากจากธุรกิจอาหารในทั่วทุกมุมโลก จึงถูกจัดให้เป็นอาหารชั้นสูง (ที่มีราคาและระดับความหรูหราสูงกว่าอาหารจีน)ซึ่งต้องเสริฟท์ควบคู่กับไวน์ชั้นดี ดังนั้นการเลือกสรรไวน์เพื่อดื่มกับอาหารไทยจึงถือเป็นวัฒนธรรมการกินอย่างใหม่ ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกเหนือจากไวน์ที่ผลิตในต่างประเทศแล้ว การจับคู่อาหารไทยกับไวน์ที่ผลิตในไทยเองก็เริ่มเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์แดงที่ผลิตจากองุ่นในสายพันธุ์ที่เรียกว่า ‘ ป็อกดำ ‘ นั้นจะเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับอาหารที่มีเครื่องเทศที่ร้อนแรง ซึ่งเราจะไม่เชื่อว่าเมื่อดื่มไวน์ไทยร่วมกับการรับประทานอาหารไทยแล้วจะทำให้รสชาติที่เราคุ้นเคยสามารถยกระดับและกลายเป็นสากลขึ้นมาได้

ใครที่มีโอกาสควรลองจับคู่ไวน์ไทยที่ราคากะทัดรัดนี้ชนิดนี้กับอาหารจานโปรดของคุณดู

Related contents:

You may also like...