เที่ยวไร่สตอร์เบอร์รี่ อ.สะเมิง (เริงรัก)

482612_450424491696512_4831561_n

“เหนื่อยล้านักก็พักใจ” ยังคงใช้ได้เสมอกับทุกคน หากแต่ว่าจะใช้กันหรือเปล่าและปฏิบัติกันหรือเปล่า แต่สำหรับผมแล้วผมพร้อมที่จะพักล่ะครับ พักเพื่อกลับไปต่อสู้กันใหม่ ตราบใดที่โลกยังคงหมุนไปหลายสิ่งก็ต้องหมุนตาม หากเราสามารถที่จะพักได้ก็ควรจะพักมิใช่หรือ พักเพื่อเติมกำลังใจ แม้จะเป็นการพักแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ว่าผมต้องการ

ผมเดินทางออกจากพิษณุโลกโดยรถทัวร์ในเวลา ๐๒.๓๐ น. ปลายทางที่เชียงใหม่ในเวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น.ของวันรุ่งขึ้น เดินทางตามลำพังแบบคนรักสันโดษ เรื่อยเปื่อย เมื่อถึงเชียงใหม่ก็จัดการหาที่พักและมอเตอร์ไซด์เช่า เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็สะพายกล้องคู่ใจ มุ่งหน้าสู่ไร่สตอเบอรี่ “วงศ์วาน” ที่ อ.สะเมิงทันที

ผมตั้งใจไปสะเมิงอีกครั้งหลังจากที่ผิดหวังจากทริปเมื่อปีที่แล้ว เพราะตัดสินใจไปเร็วกว่ากำหนดที่ สตรอเบอรี่จะออกผล ในปีนี้จึงกลับมาอีกครั้งแต่ก็ไม่วายที่จะระทึกใจ เพราะผมมาหลังงานสตอเบอรี่ที่ทางอำเภอจัดขึ้น ผมลุ้นตลอดการเดินว่า ต้องเห็นสตอเบอรี่นะ ต้องเก็บสตอเบอรี่ให้ได้นะ ต้องถ่ายรูปสตอเบอรี่ลงอินสตาแกรมและเฟซบุ๊คอวดเพื่อนๆให้ได้นะและในที่สุดก็ไม่ผิดหวังครับ สมใจเป็นอย่างยิ่ง แต่โอ้โฮ! ผมอยากบอกว่า ผมร้อนพับพ่าเลยครับ ภูมิอากาศปลายฤดูหนาวเดือนกุมภาพันธ์ร้อนมากจริงๆ ตลอดสองข้างทางที่ผ่านมาได้เห็นริ้วรอยของความเหลืองแห้งของป่าไม้ภูเขาและใบไม้ที่ร่วงเกรียว ปลิวตามแรงลมรถที่วิ่งผ่าน ต้นหญ้าและดอกหญ้าข้างทางพริ้วไหวไปตามลมรถผ่าน ดอกของต้นชงโคออกดอกสีขาวหอมอ่อน ๆ (ที่รู้ว่าหอมเพราะจอดรถดม) ผมใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษนะครับก็ถึงจุดหมายที่อ.สะเมิง(เริงรัก) ในวงเล็บนั้นมีความนัยนะครับ เมื่อถึงแล้วผมแวะพักหาอาหารใส่ท้องประทังชีวิตโดยควบทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวันเลย ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามกับเซเว่นหน้าโรงเรียนประจำอำเภอ ข้าวหมูกรอบ ๑ จานพร้อมกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำแซ่บเว่อร์นะครับขอบอกร้อนๆอยู่ก็ยิ่งร้อนไปใหญ่

IMG_2567

หลังจากจัดการเรื่องปากท้องเรียบร้อยแล้ว ผมก็มุ่งหน้าสู่ไร่วงศ์วานทันที ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๑ กิโลเมตรเท่านั้น พอเข้าซอยไปเรื่อยๆจะเจอวัดแสนตองซึ่งในฐานะคนต่างถิ่น ผมจึงแวะเข้าไปกราบพระขอพรนำโชคและสิ่งดีๆครับ พอออกจากวัดก็เลี้ยวซ้ายเข้าไร่วงศ์วานเลย เมื่อไปถึงก็ซึ้งใจครับที่ได้กลับมาอีก มีหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม ที่เห็นๆโดดเด่นก็คือ ร้านอาหารกึ่งบ้านพักรับรองที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางไร่ ผมนึกเสียดายทันทีว่าควรจะมาหาอะไรนั่งใส่ท้องที่นี่จะดีกว่า แต่ผมก็ไม่รู้ว่าปีนี้ที่ไร่แห่งนี้จะมีร้านอาหารแล้วเพราะปีที่แล้วไม่มีอะไรเลย

ปีนี้ที่มาไร่วงศ์วานแห่งนี้ ที่นี่ถูกบูรณาการได้ดีมากในระดับหนึ่งที่น่าพอใจครับ เจ้าของไร่ซึ่งคือคุณลุงคุณป้า คงเข้าใจว่านักท่องเที่ยวต้องการอะไรที่ไร่แห่งนี้จึงมี
ครับ และที่ดูเหมือนว่าจะสำคัญในลำดับต้น ๆ เลยก็คือ สัญญาณ wifi นั่นเอง ถ่ายรูปปุ๊บอัพลงเฟซบุ๊คปั๊บทันท่วงทีเข้ากับยุคสมัย

ที่ไร่นี้วิวสวยครับ ถ่ายรูปได้สวย ภาพสวย สตรอเบอรี่มีจริง แดงจริง ใหญ่จริง และก็หวานจริง จากการที่ได้สอบถามคุณลุงคุณป้าอย่างคร่าว ๆ เป็นสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทานครับ ซึ่งหวานชื่นใจและลูกใหญ่ครับ นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนใส่รองเท้าบูทใส่หมวกและถือกระถัง ลงไปเดินเก็บได้ตามอัธยาศัยเลยนะครับ แต่จะเสียค่าเข้าคนละ ๔๐ บาทเท่านั้นเอง และหากใครอยากจะเก็บก็เก็บได้เลยนะครับ เมื่อออกมาแล้วก็นำมาชั่งในกิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท เดี๋ยวคุณลุงคุณป้าก็จะจัดการแพ็คลง กล่องกันกระแทกให้อย่างดี หากใครอยากจะนอนพักค้างแรมที่ไร่ก็สามารถนะครับ เพราะจะมีบ้านรับรองแบบโฮมสเตย์ให้ประมาณ ๑๐ หลัง และมีอาหารเครื่องดื่มบริการด้วย พร้อมทั้งมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสตอเบอรี่จำหน่ายอีกด้วย ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ประจำอำเภอ ลานจอดรถที่นี่กว้างขวาง บรรยากาศสุดยอด นอนดูดาวเดือนแสนจะโรแมนติกเลยครับ เพราะเป็นฟ้ากลางหุบเขา ลมเย็นจากขุนเขาพัดมาพร้อมกลิ่นเกษรดอกไม้ป่าหอมชื่นใจ หากใครยังพอมีเวลาที่จะมาได้ก็ขอเชิญนะครับ ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงชั่วโมงเดียว มาได้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ ผ่านแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งพระตำหนักเจ้าดารารัศมี วัดป่าดาราภิรมณ์ น้ำตกแม่สา ปางช้างแม่สาและม่อนแจ่ม

521438_450426955029599_2102322883_n524965_449255045146790_1381868983_nIMG_2602

บรรยากาศที่นี่ดีมาก ผมไม่พลาดที่จะขึ้นไปนั่งชมวิวบนที่พักชั้นสองหรอก จึงได้สั่งลาเต้ปั่นเย็นชื่นใจมาดับร้อนที่อุณหภูมิสูงลิ่วขนาดนี้ ผมตรงดิ่งเลือกโต๊ะติดระเบียง เพราะแดดร่มตรงนั้นพอดี เหมาะแก่การนั่งชิลชมวิวของผมและทันใดนั้นสิ่งที่ผมต้องการและภาวนาว่าต้องมีที่นอกเหนือไปจากสตรอเบอรี่ ก็คือ สัญญาณ wifi นั่นเอง โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! อยากบอกว่าสัญญาณแรงมาก อัฟรูปปุ๊บเพื่อนกดไลด์ปั๊บ กระหน่ำมาก ขอบคุณผู้คิดค้นกล้องติดโทรศัพท์ ที่ทำให้ผมสามารถแบ่งปัน (อวด) ความสุขนี้ได้อย่างรวดเร็วว่องไว ผมนั่งได้สักครู่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งและผู้หญิงสูงวัย มานั่งโต๊ะข้าง ๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอผ่านไปสักพักก็จับใจความจากที่ได้ยินเค้าคุยกันได้ว่า…พี่ผู้ชายพาคุณแม่มาเที่ยวแบบสองแม่ลูกหนุงหนิง ต่อมจุ่นจ้านผมก็เริ่มทำงาน เพราะคุณแม่ส่งยิ้มมาทักทายผมก่อน ผมก็เลยยกมือสวัสดีพร้อมทั้งทักทายถามว่ามาเที่ยวหรือครับ คราวนี้แหละยาวเลยครับ คุยสืบประวัติกันจับใจความได้ว่า พี่ผู้ชายมาทำงานที่ลำพูน ส่วนคุณแม่ซึ่งเป็นคนสมุทรสาครเดินทางมาเยี่ยมลูกที่ลำพูน ลูกชายเลยพาคุณแม่มาเที่ยวที่นี่ …
มิตรภาพเกิดขึ้นได้ทุกที่ครับ จากนั้นผมก็ลงไปเดินเล่นที่แปลงสตรอเบอรี่ โดยถือโอกาสให้พี่ผู้ชายถ่ายรูปให้ โดยใช้กล้องตัวใหญ่ของผมที่สะพายไปด้วย พี่ผู้ชายเต็มใจและสนุกที่ผมให้เค้าถ่ายรูปให้ ส่วนคุณแม่ก็นั่งยิ้มชอบใจที่ผมแอ็คท่าถ่ายรูปด้วยท่าทางแปลก ๆ

มิตรภาพที่เกิดขึ้นปลายทางยังไม่หมดแค่นี้นะครับ เพราะยังมีน้องชายหญิงคู่หนึ่งเดินทางขึ้นเครื่องบินจากภูเก็ตและสงขลามาเที่ยวที่เชียงใหม่โดยเฉพาะ น้องพักในตัวเมืองเชียงใหม่และเช่ามอเตอร์ไซด์บิดมาเหมือนผม ผมแอบมองเค้าทั้งสองได้สักพักหนึ่งแล้ว จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับอาสาเป็นตากล้องให้ (นั่นแน่ต่อมจุ่นจ้านทำงานอีกแล้ว) เขาก็ยินดีครับ เพราะน้องเอากล้องโทรศัพท์ถ่ายกันเอง มันเก็บภาพวิวได้ไม่หมด เอื้อมมือได้ไม่ไกลพอ ผมเห็นแล้วหงุดหงิด ผมอยากให้น้องมีภาพความทรงจำความประทับใจดี ๆ เก็บไว้ดูครับ น้องก็ยินดีให้ผมถ่ายรูปให้ โดยใช้กล้องตัวใหญ่ของผมและผมจะส่งให้ทางเฟซบุ๊ค ซึ่งเราก็แอดเป็นเพื่อนกัน ณ เวลานั้นเลย

IMG_2562IMG_2654IMG_2665IMG_2598

“สตอเบอรี่รสเยี่ยม ภูเขาสูงเทียมฟ้า ดอกไม้พันธุ์นานา บรรยากาศสวิตเซอร์แลนด์” คือคำขวัญของอำเภอสะเมิงครับ เป็นคำขวัญทียั่วยวนเสียยิ่งกระไรใช่ไหมครับ สำหรับปีนี้เหลือเวลาของสตรอเบอรี่ไม่มากแล้วนะครับ มิเช่นนั้นคงต้องรออีกหนึ่งปี หรือ 365 วันเลยทีเดียว ถึงอย่างไรก็ขอเชิญนะครับ “สัมผัสปลายฤดูหนาวที่ไร่สตรอเบอรี่” เพื่อเติมกำลังใจเพื่อจะได้มีแรงกลับมาดำเนินชีวิตแบบเดิมๆอย่างมีความสุขต่อไป

Credit : คุณลุงมีหนวดคนนี้ใจดีที่หนึ่งเลย

Related contents:

You may also like...