คุณแม่วัยรุ่น วัยใส ปัญหาใหญ่ของสังคม

Hiclass  mom

ความรักที่ดีงาม ที่สมหวัง เป็นสิ่งวิเศษสุด สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะเกิดกับคนคนหนึ่งได้ คือการได้มีความรัก และความรักได้รับการตอบสนอง “กุมภาพันธ์” เดือนที่สองตามปฏิทินสากล แต่ “กุมภาพันธ์” ในความคุ้นเคยของวัยรุ่นและหนุ่มสาว มักนึกถึงกุมภาพันธ์คือเดือนที่มีวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ มากกว่าเดือนที่มีวันมาฆบูชา ทั้งวันมาฆบูชา และวันวาเลนไทน์ ล้วนเป็นวันแห่งความรักทั้งคู่ นั่นคือวันแห่งความรักในทางโลกและวันแห่งความรักในทางธรรม

คนวัยใสสามารถมีความรักและความใคร่ ได้ แต่อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม รู้จักว่าขณะนี้ตนอยู่ในสถานะใด เช่น วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน วัยรุ่นหญิงมีทัศนคติเกี่ยวกับความรักที่ปลอดภัย มากกว่ามุ่งไปที่เรื่องมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย วัยรุ่นชายควรเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าเพียงการเป็นคนเพศชาย และมีความอดทน อดกลั้นต่ออารมณ์ทางเพศ รวมทั้งหาทางออกในการตอบสนองอารมณ์ความต้องการทางธรรมชาติ และมุ่งความสนใจในเรื่องสันทนาการ อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดนตรี กีฬา ท่องเที่ยว
พฤติกรรมของเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องเพศเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากขึ้น เป็นต้นว่า อายุของผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่อยู่ในวัยมัธยมต้น การฆ่าตัวตายหรือทำร้ายผู้อื่นเมื่อผิดหวังจากความรัก การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยในกลุ่มเยาวชนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น การป้องกันและการลดปัญหาดังกล่าวที่ได้ผลดีคือการกระตุ้นให้พ่อแม่ ผู้ปกครองหันมาสนใจการพูดคุยกับลูกเรื่องเพศให้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากและค่อนข้างใหม่สำหรับสังคมไทยในการที่จะคุยเรื่องเพศ กันในครอบครัว ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าอายที่จะนำมาพูด

ในสังคมไทยบ้านเรา สิ่งน่าเป็นห่วงที่ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับการทำแท้งและปัญหาแม่วัยรุ่นที่ไม่สามารถทำหน้าที่แม่ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตัวเองและบุตร ซึ่งสถานบริการสาธารณสุขจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) เผยผลงานวิจัยของพยาบาลจากโคราช พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือมารดาวัยรุ่นทดลองใช้แล้วได้ผลดี หวังเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาแม่วัยรุ่นทั่วประเทศ

จากผลงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบการดูแลมารดาวัยรุ่น โดย น.ส.มณีรัตน์ สุดโต พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ คลินิกสุขภาพประจำครอบครัว โรงพยาบาลสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมโครงการ “จากงานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research : R2R)” ที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเป็นผู้จัดประกวดขึ้น สะท้อนปัญหาลักษณะเดียวกันได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ จากข้อมูลการบริการที่แผนกฝากครรภ์โรงพยาบาลสูงเนิน ในปี พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๒ พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์เป็นวัยรุ่นอายุต่ำกว่า ๑๗ ปี เพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี พ.ศ.๒๕๕๒ มีจำนวนถึง ๗๘ ราย หรือร้อยละ ๑๖.๗ ของจำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดที่เข้ารับบริการ และพบมารดาวัยรุ่นอายุน้อยที่สุด ๑๓ ปี

ข้อมูลจากงานวิจัยนี้ยังระบุอีกว่า หลังคลอดพบว่าส่วนใหญ่มารดาวัยรุ่นไม่ได้เลี้ยงลูกเอง แต่ให้มารดาของตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่บางรายต้องเลิกกับสามี ต้องหยุดการเรียน และไม่คุมกำเนิดหลังคลอด อีกทั้งยังมีปัญหาทางสังคมอื่นๆ ตามมา เช่น การที่ครอบครัวต้องรู้สึกอับอายจนอยู่ในชุมชนลำบาก

อีกจุดที่สำคัญคือ ทีมเจ้าหน้าที่แผนกห้องคลอดที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยลดความ กังวลขณะคลอดให้แก่มารดาวัยรุ่น ทำให้การคลอดเป็นไปด้วยดีและปลอดภัย และผลจากการติดตามเยี่ยมหลังคลอดในชุมชน พบว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของมารดาวัยรุ่นหลังคลอดสามารถเลี้ยงลูกเองได้ถูกต้องตามคำแนะนำ เลี้ยงลูกเป็น มีความรักผูกพันและไม่ทอดทิ้งบุตร มีการวางแผนครอบครัว วางแผนศึกษาต่อ สามารถปรับตัวอยู่ได้ในชุมชน ครอบครัวยอมรับและมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรอย่างเต็มที่

น.ส.มณีรัตน์ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ขยายผลไปยังตำบลต่างๆในอำเภอสูงเนิน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก อบต. สถานีอนามัย โรงเรียน ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อโดยชุมชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเฝ้าระวังดูแลให้ มารดาวัยรุ่นได้เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขที่ถูกต้องและปลอดภัย

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ผลงานวิจัยชิ้นนี้เป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อาจใช้เป็นแนวทางสำหรับสถานบริการสาธารณสุขอื่นๆ ทั่วประเทศในการร่วมแก้ปัญหาสังคมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลและรับผิดชอบให้ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แทนที่จะโยนบาปให้แก่มารดาวัยรุ่นเพียงลำพัง

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)
Thanks to image from : http://vickyloves.files.wordpress.com/2010/10/teen1.jpg

Related contents:

You may also like...