La Gritta Italian Restaurent

กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ไฮคลาสจัดงานปาร์ตี้เล็กๆแต่อบอุ่นขึ้นที่ออฟฟิศของเราเอง ท่ามกลางความสนุกและมิตรภาพในค่ำคืนนั้น…ใครๆต่างก็เอ่ยปากชมว่าพิซซ่าที่เสิร์ฟอร่อยมาก ดิฉันในฐานะหนึ่งในเจ้าของบ้าน นอกจากจะปลื้มอกปลื้มใจที่แขกเหรื่อชื่นชอบอาหารแล้วยังมีอีกใจหนึ่งแอบวางแผนไว้ว่า วันหนึ่งจะต้องตามไปให้ถึงต้นทางของพิซซ่าเหล่านั้นให้ได้

แล้วในที่สุด…วันนี้ดิฉันก็เข้ามานั่งยิ้มหวานอยู่ในร้าน La Gritta สุขุมวิท 19 ใกล้กับโรงแรม Amari Boulevard เหมือนที่วาดหวังไว้ที่นี่ตกแต่งโดยเน้นโทนสีขรึมของพื้นและเฟอร์นิเจอร์ไม้ตัดด้วยความอ่อนหวานของสีครีมแล้วแต้มบรรยากาศให้สดใสด้วยสีส้มอีกต่อหนึ่ง แค่มองดูรอบๆตัวดิฉันก็รู้สึกได้ว่าอาหารอิตาเลี่ยนมื้อนี้ต้องน่าพิสมัยเป็นแน่

จริงอย่างที่คิดค่ะ อาหารอิตาเลี่ยนมือนี้มีชีวิตชีวามาก แต่ไม่ใช่แค่เพียงเพราะบรรยากาศและรสชาติอันเป็นเยี่ยมเท่านั้นนะคะ ส่วนสำคัญที่ทำให้มื้อค่ำมื้อนี้น่าสนใจมากขึ้นก็คือเชฟอารมณ์ดีที่มานั่งอยู่กับเราด้วยต่างหาก

เมื่อพูดถึงอาหารอิตาเลี่ยน ใครๆก็คงพากันนึกถึงแต่อาหารประเภทพิซซ่า, สปาเก็ตตี้หรือมักกะโรนี เท่านั้น แต่เชฟ Francesco Greco เล่าให้ฟังว่าความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของประเทศอิตาลี ทีมีตั้งแต่ภูเขาสูง, ป่าเขียวขจีไปจนถึงผืนน้ำสีครามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้อาหารอิตาเลี่ยนมีอยู่อย่างหลากหลาย พร้อมกับกระซิบว่าแต่ละอย่างล้วนน่าลิ้มลองเท่านั้น

ไม่ใช่แค่กระซิบนะคะ เหมือนเชฟ Francesco Greco จะกลัวว่าดิฉันไม่เชื่อ จึงส่งอาหารอิตาเลี่ยนหน้าตาดีๆหลายต่อหลายเมนูมาให้ลิ้มลองประกอบไปด้วย

 

 

เริ่มต้นจากเมนูที่เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของดิฉัน Insalata d’aragosta e tartar di pomodoro e avocado ซึ่งเป็นสลัดล๊อบสเตอร์กับอโวคาโด้ ราดด้วยซอสปรุงจากมะเขือเทศรสชุ่มลิ้นที่ช่วยเชื่อมรสชาติโดยรวมให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ตามมาด้วย Carre d’agnello al forno con salsa alle olive nere e aceto balsamico เนื้อแกะย่างแบบ Medium จนนุ่มหอม ราดด้วยซอสบาลซามิกและ Black olive

ที่แปลกก็คือมะกอกของที่นี่ไม่ได้คว้านเมล็ดออกเหมือนที่อื่น เมื่อรับประทานเข้าไปจึงต้องปล้อนเมล็ดออกมาอีกครั้ง เชฟไขข้อข้องใจอันนี้ให้ฟังว่าหากคว้านเมล็ดออก มะกอกจะเสียรสชาติไป เพราะฉะนั้นเพื่อคงรสชาติและกลิ่นหอมหวลของมันเอาไว้ เชฟจึงเลือกวิธีให้ปล้อนเมล็ดดีกว่าให้รับประทานอย่างไม่ได้รสชาติ

แม้ว่าดิฉันปิดท้ายมื้อนี้ด้วย Tortino al cioccolato caldo con gelato al pistachio เค้กช็อกโกแลตร้อนกับไอศกรีมพริตาชิโอไปแล้ว แต่บทสนทนากับเชฟก็ยังออกรสออกชาติและไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนานโขกว่าจะได้ล่ำลากัน

อาหารแต่ละจานล้วนประกอบขึ้นจากความคิดและความพิถีพิถัน สะท้อนรสนิยม, ตัวตน , วัฒนธรรม, บ่งบอกอดีต อธิบายปัจจุบันและสื่อสารความเป็นไปในอนาคตได้เป็นอย่างดี ดินเนอร์มื้อนี้จึงไม่ใช่แค่การรับประทานอาหารธรรมดา แต่สำหรับดิฉันมันเปรียบเสมือนการท่องเที่ยวครั้งสำคัญที่ทำให้ได้รู้จักประเทศอิตาลีมากยิ่งขึ้นในทุกๆด้าน

แต่เสน่ห์ของ La Gritta ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจานที่วางอยู่บนโต๊ะเท่านั้น ทว่ายังรวมถึงไมตรีและความสุขที่ฉายออกมาจากเชฟผู้นี้ หากคุณไม่เชื่อดิฉัน มาคราวหน้าลองหาโอกาสทำความรู้จักกับเขาซิคะ รับรองว่าคุณเองก็ต้องหลงเสน่ห์อิตาลีอย่างแน่นอน.

Text: Tiffany’s secret

 

+++++++++++++++++++++++++++++

Restaurant Name : La Gritta Italian Restaurant     ลา กริตต้า อิตาเลี่ยน

Service Hour : Open daily : 08.00-23.00 hrs.

Address : Sukhumvit 19 Soi 19 Bangkok 10110

Tel : 0-2255-2930

Fax :   -

Email :   -

Website :   -

Related contents:

You may also like...