สุหฤท สยามวาลา

สุหฤทธิ์-สยามวาลา-ผู้ว่าราชการ-กรุงเทพมหานคร

นอกจากคำขวัญ โลกมีแนวไว้ให้แหวก แล้ว ความไม่มั่นคงคือความมั่นคง ถือเป็นหลักคิดหนึ่งซึ่ง สุหฤท สยามวาลา หรือ ดีเจสุหฤท ที่นักฟังเพลงเปิดแผ่นหลายคนคุ้นเคย ยึดถือเป็นเจตคติบริหารดี เอช เอ สยามวาลา ที่คุณทวด ดีลาเวอร์ ฮุสเซน อับดุลอะลี สยามวาลา พ่อค้ามุสลิมชีอะห์ชาวคุชราตี(รัฐคุชราต)ในอินเดีย ย้ายถิ่นมาสร้างรากฐานจนยาวนานกว่าศตวรรษ เมื่อเขาต้องมารับไม้ต่อจึงต้องนำความคลาสสิคขององค์กร ความซื่อตรงต่อแผ่นดินและคู่ค้าผนวกเข้ากับการสร้างสรรค์อย่างมีขอบเขตให้มาลงตัวในจุดที่เหมาะสม

 

“ภารกิจที่ทำอยู่นั้นผมไม่ได้รู้สึกว่าต้องแบก มันเป็นความสุขในภาคหนึ่งเหมือนกับตอนที่ผมมีความสุขเวลาเป็นดีเจได้ทำเพลง ความรู้สึกเดียวกับเวลามาทำงานทุกเช้าเผอิญผมมีความสุขทั้งสองภาค เพียงแต่ว่าช่วงนี้งานดีเจอาจจะเกษียณบ้าง เหลือแต่งานใหญ่ที่เราชอบๆ ที่เหลือก็ลดลง เนื่องจากภาระงานบริหารที่มากขึ้น”

 

“ผมยึดความสำเร็จขององค์กรเป็นหลัก ถ้าองค์กรสำเร็จคนทุกคนในองค์กรจะสำเร็จตามไปด้วย ซึ่งความสุขอยู่อยู่ในนั้น เป้าหมายคือทำบริษัทของเราให้เป็นบริษัทที่ดีที่สุดไม่ใช่ใหญ่ที่สุด เพราะบริษัทใหญ่นั้นง่ายแต่บริษัทที่ดี เป็นองค์กรที่ทุกคนมาทำงานแล้วมีความสุขเป็นสิ่งที่ยาก แล้วยังประสบความสำเร็จด้านธุรกิจด้วย แม้จะเป็นบริษัทดีมากแต่ว่าแข่งขันไม่ได้ หรือเอาแต่แข่งขันจนคนอื่นด่าทั่วบ้านทั่วเมือง การสมดุลทั้งสองอย่างนี้มันเป็นศิลปะ ไม่มีอะไรบอกว่าเส้นไหนจะหยุดอยู่ตรงไหนเพียงแต่ว่าเราต้องรู้ของเราเองในแต่ละช่วงเวลา”

“เพราะผมคิดว่าองค์กรไม่มั่นคง…มันจึงทำให้มั่นคง ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้องค์กรเราเป็นหนุ่มสาว เรายึดตามคำสอนของคุณพ่อที่บอกกันมาก็คือเราจะเป็นปลาแซลมอนที่ว่ายทวนน้ำเชี่ยวเพื่อไปสู่แหล่งน้ำที่ใสสะอาดด้านบน การว่ายตามกระแสนั้นว่ายได้และไม่เหนื่อยด้วย แต่ว่าบริษัทเราจะว่ายทวนน้ำอยู่อย่างนี้ จะสวนกระแสเขา ไม่ใช่ทำอะไรที่เหมือนคนอื่นไปเรื่อยๆ เราจะสร้างสินค้าใหม่ เราจะพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

 

เมื่อสิ่งที่ทำคือสิ่งที่เขาเลือกแล้ว และเป็นวิถีที่เขารักเสมอ จึงทำให้รู้สึกว่า‘สด’และพร้อมอยู่ตลอดเวลา

 

“ไม่เคยรู้สึกว่าต้องทนมาทำงานเลยแม้แต่วันเดียวเพราะเราครีเอทในสิ่งที่เรารักอยู่เสมอ เมื่อเรารักก็ไปทำเลยไม่ใช่มัวแต่ฝัน มัวแต่อยู่เฉยๆ มันก็ทำให้ชีวิตผมมีความหลากหลายมากขึ้น อยู่ในสังคมที่กว้างขึ้น

 

“ผมมีคุณพ่อ (มิตร) เป็นต้นแบบได้ซึมซับมาตลอด คุณพ่อจะคุยเรื่องธุรกิจทุกเย็นในโต๊ะอาหาร คุยกับพี่ชายคนโตผม (ยิ่งศักดิ์) ผมจะสนิทกันมาก คุยกับคุณอา (เอก) ผมเป็นประเภทที่ออกนอกลู่นอกทางเยอะก็จะต้องคุยกับคุณพ่อบ่อยมาก จะต้องเตือนเยอะมาก…เพราะผมเป็นอย่างนี้จะมีปัญหาเยอะ ที่คุณพ่อเรียกมาท่านจะสอน แต่ในที่สุดถึงจุดก็จะปล่อยเดิน นั่นเป็นเสน่ห์ที่สอน แบบนี้ที่ไม่ใช่แบบสั่งให้ทำ ชี้แล้วให้ไปเอง

“คุณพ่อเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิตด้วย การรักภรรยา การรักครอบครัว การไม่มีอะไรด่างพร้อย ผมทำไม่ได้เยอะเท่าพ่อหรอก (หัวเราะ) แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่าห้ามเป็นคนเลวโดยเฉพาะกับครอบครัวกับคนรอบข้าง แต่การกระทำของผมนี้อาจเลวสำหรับคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ตัวว่าเราทำอะไรลงไป ถ้าเกิดมีคนบอกผมพร้อมแก้ เพราะในใจผมรู้สึกว่าชีวิตผมต้องไปทำร้ายใคร เวลาไม่ทำร้ายใครผมก็รู้สึกว่าจะมีใครมาทำร้ายผมนะ”

 

เป็นใครก็ย่อมภูมิใจในความยืนนานขององค์กรและเป็นที่ยอมรับได้ถึงระดับนี้ แต่เขาภูมิใจมากกว่านั้น

 

“หลายคนปรามาสว่ารุ่นที่ 3 ก็เจ๊งแล้ว แต่เรานี้รุ่นที่ 4 ยังแข็งแรง และหวังจะมีรุ่น 5 รุ่น 6 รุ่น 7 จะเป็นบริษัทยาวนาน 150 160 170 ปี ฯลฯ เผอิญดันนามสกุลสยามวาลาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่น ทำอย่างไรเราจะเป็นผู้นำที่ไม่ใช่เป็นผู้นำเฉพาะที่มีนามสกุล เราต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนยอมรับในฐานะคนทำงานคนหนึ่ง

 

“ทุกคนจะมีความสุขในการดำรงชีวิตได้ถ้าได้ทำสิ่งที่เรารัก พลังมันจะมาจนคุณตกใจ คุณจะรักกี่แบบ กี่ประเภทก็เรื่องของคุณแต่ทำให้หมด แล้วจะรู้ว่าพลังที่มันให้นั้นมากขนาดไหน และความสุขที่คุณได้จากมันนั้นเหลือเชื่อครับ ทำในสิ่งที่คุณรักแล้วพลังอำนาจในตัวคุณมันจะส่งเสริมคุณ และทำให้คุณมีความสุข ไม่เหนื่อย”

 

profiler01

Related contents:

You may also like...