เปิดมิชชั่น 2 พี่น้อง BLAND ปีเตอร์ และ พอลล์ กาญจนพาสน์

หากเอ่ยถึง  เมืองทองธานี ในปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก  ด้วยได้กลายเป็นอาณาจักรที่ครบครันเพียบพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย ทั้งการเดินทางสะดวกสบาย มีทางด่วนตัดผ่าน ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเข้าถึงถนนสายหลักของกรุงเทพมหานคร อีกทั้งมีศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ป๊อปปูล่า คอนโดมิเนียม ร้านค้าพาณิชย์ต่างๆ และในอนาคตอันใกล้นี้โรงแรมขนาดมาตรฐาน 4 ดาว ก็จะเปิดให้บริการอีกด้วย ย้อนกลับไปสู่การก่อเกิด เมืองทองธานี โดย คุณอนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีแลนด์ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งแม้ในอดีตจะเคยติดหล่มหนี้หลายหมื่นล้านจากการลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ “เมืองทองธานี” แต่จากจุดนั้นถึงจุดนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าจังหวะโอกาสทางธุรกิจนั้นรอไม่นาน มาวันนี้เมืองทองธานี เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องภายใต้การบริหารของ 2 ทายาท ปีเตอร์–พอลล์ กาญจนพาสน์ 

บทบาทและภาระกิจของ 2 พี่น้อง ทายาทอาณาจักรเมืองทองธานี กับการขับเคลื่อนธุรกิจบริการและอสังหาริมทรัพย์ในอาณาจักรเมืองทองธานีจะเป็นอย่างไร รวมถึงทิศทางธุรกิจในอนาคตจะเป็นเช่นไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์พิเศษ นายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีแลนด์ นายพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ต่อจากนี้

บีแลนด์ หมดหนี้พร้อมเดินหน้า commercial ต่อยอด

ปีเตอร์ : ภาพรวมบีแลนด์ถือว่าดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเคลียร์หนี้เก่าหมดแล้ว เราเองมีนโยบายที่จะไม่สร้างหนี้ใหม่ เพื่อให้สถานะมั่นคงขึ้น และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างรอดูจังหวะที่เหมาะสมเพื่อนำที่ดินเก่า 3 แปลงมาพัฒนาต่อยอด ทั้งที่ดินทำเลประตูน้ำมักกะสันตรงห้างเมโทรเก่า 8 ไร่ ศรีนครินทร์ 1,350 ไร่ และในเมืองทองธานีอีก 500-600 ไร่ โดยเบื้องต้นที่วางไว้ “เมืองทองธานี” ในปีนี้จะลงทุนประมาณมูลค่า 5,000 ล้านบาท สำหรับสร้างอาคารเพื่อการพาณิชย์ commercial 5-10 โครงการ มีครบทั้งศูนย์การค้าศูนย์ราชการ โรงแรม และอเวนิว ทั้งนี้ เพื่อรองรับความเจริญจากศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และรองรับการเติบโตของเมืองทองธานี ที่มีผู้อยู่อาศัยกว่า 1.5 แสนคน รวมถึงผู้มาชมงานแสดงสินค้าและประชุมสัมมนากว่า 10 ล้านคนต่อปี ซึ่งถือเป็น “กำลังซื้อ” ที่มหาศาล

“อดีตคุณพ่อลงทุนไว้เยอะ ผมมาเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น เรามีป๊อปปูล่าคอนโดฯ แล้วก็ต้องมีย่านธุรกิจ มีแหล่งจับจ่ายใช้สอย การทำคอมเมอร์เชียลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนที่อยู่อาศัยอาจทำบ้างแต่ไม่เน้น ผมจะโฟกัสคอมเมอร์เชียลเป็นหลักเพราะรายได้ดี แคชโฟลว์กลับมาเร็วด้วย”

วางการลงทุนระยะยาว มิกซ์ยูส   นอกทำเลเมืองทองธานี

ปีเตอร์ : สำหรับที่ดินแปลงศรีนครินทร์ที่มีอยู่นั้น ถือว่าได้จังหวะที่จะวางแผนลงทุน เพราะด้วยทำเลอยู่ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์ และอยู่ริมถนนมอเตอร์เวย์ลากยาวไปถึงวงแหวนรอบนอก หากว่ากรุงเทพมหานครตัดถนน กรุงเทพกรีฑาร่มเกล้าเสร็จ บีแลนด์จะเริ่มโครงการใหม่ทันที โดยเบื้องต้นมองไว้ที่การทำโครงการพัฒนาที่ดินแบบมิกซ์ยูส   คือ มีทั้งคอมมิวนิตี้มอลล์ ออฟฟิศ บ้านเดี่ยว คอนโดฯ โลว์ไรส์ หรืออาจจะมีศูนย์อิมแพ็คแห่งใหม่ และอาจจะตัดขายบางส่วนให้ดีเวลอปเปอร์

ที่ผ่านมาบริษัทได้ขอปรับสีผังเมืองจากกทม. จากเดิมสีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) เป็นสีแดง (พาณิชยกรรม) จากแนวร่นของถนนใหม่ 50 เมตร เป็นพื้นที่สีแดง ด้านหลังจะเป็นพื้นที่สีเหลือง ส่วนทำเลในเมืองตรงประตูน้ำถือว่าเป็นไพรมแอเรียจริงๆ หลังเปิดใช้แอร์พอร์ตลิงก์แล้ว ก็คงได้เห็นภาพการลงทุนที่ชัดเจน โดยจะไม่เน้นใช้เงินมาก จะใช้เงินจากสภาพคล่องมาลงทุน เช่นเดียวกับศูนย์ฯ อิมแพ็คที่ใช้เงินสดในการลงทุนต่างๆ

ในส่วนของ บีแลนด์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งเคลียร์สต๊อกป๊อปปูล่าคอนโด้ 27,000 ยูนิต ให้หมด คาดว่าจะขายหมดในสิ้นปีนี้โดยจะลอนช์แคมเปญใหม่อีกครั้ง โดยยังคงคอนเซ็ปต์ City in the City ในเมืองทองธานีต่อไป และเชื่อว่าตราบใดที่ไม่ทำอะไรเกินกำลัง และมีตลาดเป้าหมายชัดเจน บีแลนด์ ก็จะกลับมาสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง

อิมแพ็ค ลงทุนเงินสด รายได้กว่าปีละ 1,000 ล้าน

พอลล์ : สำหรับศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่ผ่านมา เราได้ทุ่มงบการลงทุนพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงบริการต่างๆ มากมาย เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้า และล่าสุดอยู่ระหว่างการลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ “โนโวเทล อิมแพ็ค เมืองทองธานี” โรงแรมขนาดมาตรฐาน 4 ดาว จำนวน 380 ห้อง ด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท

ด้วยความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก ในปัจจุบันอิมแพ็คมีอาคารสำหรับรองรับการจัดแสดงสินค้าและการประชุมแล้ว 4 อาคาร รวมเนื้อที่กว่า 1.4 แสนตารางเมตร แยกเป็นอาคารอารีน่า 4,000 ตารางเมตร ศูนย์แสดงสินค้า 47,000 ตารางเมตร ศูนย์การประชุม 30,000 ตารางเมตร และชาเลนเจอร์ 60,000 ตารางเมตร มีห้องประชุมย่อยกว่า 34 ห้อง และบอลรูมอีก 2 ห้อง นอกจากนี้ ยังมีบริการที่ดีพร้อม และทำให้เป็นศูนย์ฯ อันดับ 1 ของไทย จึงกลายเป็นแรงดึงดูดทำให้ได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าและการประชุมจากองค์กร หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ต่อปีประมาณ 1,000 ล้านบาท และในปีหน้า อิมแพ็ค ก็ได้รับเลือกเป็นสถานที่จัด 2 งานใหญ่ นั่นคือ งานมันนี่เอ็กซ์โป และงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก

พัฒนาต่อเนื่อง  หวังยกระดับเป็นศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม 1 ใน 5 ของเอเชีย

พอลล์ : จากการมุ่งมั่นพัฒนาอิมแพ็คอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหลังจากปี 2554 เปิดให้บริการโรงแรมอย่างเป็นทางการ จะช่วยยกระดับ “อิมแพ็ค” ให้เป็นศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมระดับนานาชาติที่ครบวงจร เทียบเท่าสิงคโปร์ ฮ่องกง และสามารถก้าวเป็นศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมชั้นนำติดอันดับ 1 ใน 5 ของเอเชียได้ตามที่มุ่งหวัง

เชื่อมั่นว่าอิมแพ็คตอบโจทย์ได้ตรงใจลูกค้า ทั้งเรื่องสถานที่การจัดงานสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ ทำให้ที่ผ่านมาอิมแพ็คจะมีลูกค้าเจ้าประจำแวะเวียนมาใช้บริการซ้ำ อย่างไรก็ตาม การที่ธุรกิจแสดงสินค้าจะเติบโตได้นอกจากภาคเอกชนจะทุ่มเทพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการแล้ว หากภาครัฐสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการบูมงานประชุมนานาชาติมาเมืองไทย ซึ่งมีศูนย์ฯ รองรับทั้ง อิมแพ็ค เมืองทองธานี ศูนย์สิริกิติ์ ไบเทค บางนา ฯลฯ และแม้ทุกศูนย์จะเป็นคู่แข่งกันแต่เราก็เชื่อว่าทุกศูนย์อยากเติบโตไปพร้อมกัน รวมถึงต้องการให้ประเทศไทยเป็นฮับด้านไมซ์อย่างแท้จริง

ธุรกิจแบบครบวงจร หวังเติบโต 5-10% ต่อปี

พอลล์ : การสร้างโรงแรมใหม่ โนโวเทล อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในพื้นที่เมืองทองธานี ถือเป็นการทำธุรกิจแบบครบวงจร สร้างความสะดวกสบายให้ผู้มาจัดงานและชมงานแสดงสินค้าและการประชุมได้มาใช้บริการพักใกล้ๆ กับสถานที่จัดงาน ซึ่งตอนนี้ถือว่าอิมแพ็คเป็นศูนย์เดียวในกรุงเทพฯ ที่มีเอ็กซิบิชั่นและโรงแรมในที่เดียวกัน และจากการขยายพื้นที่และส่วนบริการต่างๆ จะส่งผลให้อิมแพ็คมีรายได้และโตขึ้นทุกปี เฉลี่ย 5-10% แม้เศรษฐกิจจะไม่สดใสเหมือนในอดีต แต่วันนี้ของอิมแพ็คก็ไปได้ไกลเกินคาดหมาย งานยังชุกทุกปี แม้บางงานลูกค้าอาจจะย่อไซซ์ลง แต่ก็ไม่มีปัญหาด้านรายได้ สำหรับก้าวต่อไปของอิมแพ็คอยากเจาะตลาดลูกค้าต่างประเทศให้มากขึ้น อยากให้ลูกค้าอินเตอร์มาจัดที่เมืองไทยมากขึ้น เชื่อว่าเมืองไทยพร้อมทุกด้าน ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน

ทั้งหมดเป็นการเปิดใจถึงภารกิจหรือมิชชั่นของ 2 พี่น้อง ทายาทอาณาจักรเมืองทองธานี ที่ขณะนี้พร้อมที่จะรวมพลังขับเคลื่อนอาณาจักรแห่งนี้ให้เติบโตและมั่นคงตลอดไป

 

profiler01

Related contents:

You may also like...