การเงินมั่นคง ความสุขมั่งมี…ชีวิตที่มีแต่กำไร ของ ซีอีโอธรรมะ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

คนเรามีเงินก็ทุกข์เพราะเงิน มีบ้านก็ทุกข์เพราะบ้าน มีรถก็ทุกข์เพราะรถ ฉะนั้นเราต้องมีสติ รู้เท่าทัน ต้องมีโดยไม่เป็นทุกข์ ที่สำคัญเราจะต้องสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับชีวิตอย่างแท้จริง ลดการพึ่งพิงปัจจัยภายนอก

เป็นที่รู้กันดีว่า ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ซีอีโอหนุ่มแห่งสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี และบริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้หนึ่งที่นำเอาหลักธรรมทางพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน และการทำงานได้อย่างลึกซึ้ง เฉกเช่นเดียวกับการบริหารเงิน เขาก็นำเอา “ปัญญา” มากำกับการใช้จ่าย ทำให้ชีวิตในวันนี้มีแต่ความสุข ไม่ทุกข์ร้อนไปตามกระแสโลก
เป็นคนที่ใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย คุณดนัยจึงไม่เคยปวดหัวกับเรื่องของตัวเลข รายได้ที่เข้ามาแม้ไม่เคยวางแผนชัดเจนว่าต้องแบ่งออมกี่เปอร์เซ็นต์ ใช้จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีหลักพื้นฐานในการวางแผนใช้เงินส่วนตัว คือ มีรายรับเท่านี้ ก็อย่าใช้จ่ายมากเกินตัว ในทางตรงกันข้าม หากรายจ่ายเพิ่มขึ้น ก็ต้องพยายามแสวงหารายได้ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย หากทำได้ก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่เดือดร้อน
สำหรับการเก็บหอมรอมริบ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของเงินฝากธนาคาร และออมเงินผ่านประกันชีวิต ซึ่งกัลยาณมิตรแนะนำว่าดีเป็นการสร้างหลักประกันให้กับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ส่วนที่ทางพอมีซื้อเก็บไว้บ้าง ในกรุงเทพฯ 1 แปลง และที่ปากช่องอีก 1 แปลง อาจคิดปลูกบ้าน ใช้ชีวิตสงบสุขในบั้นปลาย

line


line

ครั้งหนึ่ง นักการตลาดและนักประชาสัมพันธ์หนุ่มคนนี้ยอมรับว่าเคยใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ บินไปเที่ยวต่างประเทศ ซื้อแต่สินค้าแบรนด์เนม เพราะคิดว่าความสุขเกิดจากการสะสม ตอนหลังถึงได้ตระหนักคิดสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภาพมายาอันฉาบฉวย
เพื่อนๆ และคนรอบข้างเป็นตัวอย่างที่ดี มีเงินเป็นร้อยล้าน พันล้าน มีทรัพย์สิน เงินทอง เก็บสะสมมากมาย แต่หาความสุขไม่ได้ หากเปรียบความมั่งคั่งทางด้านวัตถุสิ่งของ คุณดนัยนั้นเทียบไม่ติด แต่สิ่งที่เขามั่งมีเหนือใคร คือ ความสุขที่ยั่งยืน
สิ่งเหล่านี้ ทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนการบริหารเงินใหม่ บางครั้ง “การไม่มี” ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ในขณะที่ความสุขที่แท้จริงนั้นหรือ คือการ “ให้” ความสุขใจของเขา ณ วันนี้ เพียงมีเงินพอประมาณ มีพอให้อยู่รอด เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว เลี้ยงดูลูกน้องที่บริษัท และเผื่อแผ่ถึงสังคมส่วนรวม ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ดังนั้น นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต อีกกิจวัตรที่ทำเป็นประจำและเห็นว่าสำคัญเสมอ คือ การแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำบุญ หรือทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เขามองว่าเงินก้อนนี้ ไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่าย แต่มองว่าเป็นการลงทุนส่วนตัวอย่างหนึ่ง
ทุกวันนี้ ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย หากต้องลงทุน นักบริหารหนุ่มเน้นทำทุกอย่างแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ประมาท หรือทำอะไรใหญ่เกินตัว ส่วนคนที่กำลังคิดจะลงทุน คุณดนัยแนะอย่าปล่อยให้ “ความอยาก” เป็นนายตน ต้องรู้เท่าทันความอยาก และต้อง “มี” โดยไม่เป็นทุกข์ หากใช้ปัญญามานำชีวิต ความสุขก็จะบังเกิด
คุณดนัยเองตอนนี้ห่างไกลความทุกข์ที่เกิดจากเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะใจไม่เหลือที่ว่างให้ความอยาก ทุกสิ่งอย่างจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น ตามครรลองของธรรมชาติ ทุกวันนี้บริโภคสื่อ และติดตามข่าวสารอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขาบอกหากลงทุนทำอะไรที่ทำให้จิตใจว้าวุ่น กระวนกระวาย ไม่เป็นปกติสุข จากสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้น ทั้งในประเทศก็ดี ต่างประเทศก็ดี แสดงว่าชีวิตเริ่มขาดความมั่นคงแล้ว

ทางออกที่ดีที่สุด คือ การสร้างความมั่นคงที่แท้จริงให้เกิดกับชีวิต ลดการพึ่งพิงปัจจัยภายนอก เพราะโลกนี้คือความไม่แน่นอน นี่คือสัจธรรมเตือนใจที่ส่องทางสว่างให้ซีอีโอหนุ่มคนนี้ ได้ค้นพบความสุขที่อยู่ใกล้ตัวเหลือเกิน เพียงแค่เปิดใจยอมรับ

ที่มา : วางแผนการเงินอย่าง 40 คนดัง. กรุงเทพฯ : ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน), 2552

 

profiler01

Related contents:

You may also like...