Margaret Thatcher หญิงเหล็กแห่งผืนธงชาติ Union Jack

จากชีวิตเด็กสาวที่เติบโตมากับครอบครัวที่บิดาของเธอนั้นเป็นเจ้าของร้านขายของชำในเมืองแกรนแทมในมณฑลลินคอร์นไชร์ สหราชอาณาจักร ถึงแม้การประกอบอาชีพค้าขายจะไม่มีเวลาในการอบรมบุตรหลายมากนัก แต่เด็กสาวคนนี้ได้รับการเลี้ยงดูแบบลัทธิเมโทดิสต์ที่เคร่งครัดในคริสตศาสนาและได้รับการศึกษาอย่างดี อีกทั้งบิดาของเธอยังมีจิตสาธารณะโดยที่มีส่วนร่วมในการเมืองและศาสนาของท้องถิ่น ดำรงผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นฆราวาสนักเทศน์ในนิกายเมโทดิสต์ ด้วยพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่ดีนี้เองเป็นผลให้เด็กสาวคนนี้เติบโตขึ้นมา ได้รับฉายา “Iron Lady ” และเป็นสตรีคนแรกและคนเดียวที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งสหราชอาณาจักร

Margaret Thatcher (มากาเร็ต แทตเชอร์ ชื่อเดิม มาร์กาเรต ฮิลดา โรเบิรตส์ ) สำเร็จการศึกษาเกียรตินิยมจากวิทยาลัยซอเมอร์วิลล์ เมืองออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร สาขาวิชาเคมี เธอทำงานเป็นนักเคมีวิจัยให้แก่ British Xylonite และ บริษัท J. Lyons and Co. โดยได้ช่วยเหลือในการพัฒนาวิธีการในการเก็บรักษาไอศกรีม แทตเชอร์เป็นสมาชิกในทีมที่พัฒนาไอศกรีมแบบอ่อนนุ่มเป็นรายแรก อีกทั้งเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ทำงานด้านวิทยาศาสตร์อีกด้วย ด้วยความสามารถของเธอทำให้หลายคนเห็นความเป็นผู้นำฉายแววตั้งแต่ยังสาวเธอได้รับตำแหน่งประธานสมาคมอนุรักษนิยมแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในปี ค.ศ.1946 โดยเป็นสตรีคนที่สามที่อยู่ในตำแหน่งนี้ นอกจากนี้แล้วเธอยังมีจิตสาธารณะเฉกเช่นบิดาของเธอ นาย อัลเฟรด โรเบิร์ตส์ เธอจึงคุ้นเคยกับแวดวงการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากพ่อของเธอดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเมือง

ค.ศ.1959 เธอก้าวเข้าสู่การเมืองโดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งฟินช์เลย์เป็นครั้งแรก เธอร่วมเป็น Shadow Cabine (รัฐมนตรีเงา) ประกบรัฐมนตรีตัวจริงของรัฐบาลในระบบเวสต์มินสเตอร์(ระบบการเมืองอังกฤษ) คือเมื่อฝ่ายพรรคฝ่ายค้านมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล รัฐมนตรีเงามักได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ทำหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีเงา คือการทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและรัฐมนตรีจริง การออกหรือการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวนโยบายทางเลือกต่างๆต่อสาธารณะ แววความเป็นผู้นำในตัวเธอได้ฉายขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีวันจบสิ้น จากรัฐมนตรีเงาเธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ในปีค.ศ.1967ต่อมา ค.ศ.1970-1974 เป็นอัครมหาเสนาบดีเงาร่วม (joint shadow Chancellor) ค.ศ. 1974-19755 และใน ค.ศ.1977 เธอคือนารีขี่ม้าขาวสร้างประวัติศาสตร์ให้กับแวดวงการเมืองของสหราชอาณาจักร แทตเชอร์ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมแทนนายเอ็ดเวิร์ด ฮีท ถือว่าเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่เป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของอังกฤษ ภายใต้การนำของแทตเชอร์พรรคอนุรักษนิยมได้กลายเป็นพรรคขวาจัดมากขึ้น ทำให้การเมืองและสังคมของประเทศอังกฤษแบ่งขั้วมากที่สุดนับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

แทตเชอร์ ได้รับสมญานาม “หญิงเหล็ก” จากหนังสือพิมพ์รัสเซีย จากเหตุการณ์ที่เธอวิจารณ์ “นโยบายผ่อนปรนกับสหภาพโซเวียต” และในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1976 ซึ่งเป็นวันครบรอบปีของ “การตกลงที่เฮลซิงกิ” ซึ่งในขณะนั้น นางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการตกลงปรองดองกัน ระหว่างสหภาพโซเวียตกับประเทศตะวันตก
ในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1979 แทตเชอร์เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ และเธอได้เหตุการณ์บันลือโลกเมื่ออาร์เจนตินาบุกยึดหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ในปี ค.ศ. 1982 เธอได้สั่งการให้กองเรือรบมุ่งหน้าสู่เกาะฟอล์กแลนด์ในทันทีและได้รับชัยชนะจากสงครามหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ส่งผลให้การปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์โดยกอบาชอฟล่มสลายในเวลาต่อมา รัฐบาลแทตเชอร์ได้ใช้นโยบายปฏิรูปที่ค่อนข้างรุนแรง สนับสนุนกิจการเอกชน แปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคที่รัฐบาลก่อน ๆ ยึดเป็นของรัฐคืนเอกชนด้วยการกระจายหุ้น ลดบทบาทสหภาพแรงงาน ลดภาษีเงินได้ และพยายามจัดตั้งบรรษัทขึ้นดูแลการศึกษาและสาธารณสุขที่เป็นหน้าที่ของรัฐ

ในปี ค.ศ.1983 นางแทตเชอร์ได้รับเลือกกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลวาระที่ 2 โดยได้เสียงข้างมากทั้งๆที่อัตราการว่างงานของอังกฤษต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี สงครามฟอล์กแลนด์และ ความระส่ำระสายของพรรคฝ่ายค้านทำให้ความนิยมแทตเชอร์เพิ่มมากขึ้นและได้รับเลือกกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลวาระที่ 3 ในปี ค.ศ.1987 และเมื่อถึงปี ค.ศ.1988 แทตเชอร์ได้ทำสถิติกลายเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20

ด้วยเหตุผลที่แทตเชอร์เป็นผู้ดึงดันยึดมั่นในนโยบายอย่างมั่นคงไม่ว่าจะ ถูกคัดค้านจากนักวิจารณ์ว่าอย่างไร รวมทั้งจากการกังขาไม่แน่ใจของผู้สนับสนุนรัฐบาลเองด้วย แทตเชอร์จึงได้รับการขนานนามว่า “ลัทธิแทตเชอร์” (Thatcherism) เนื่องจากการต่อสู้ภายในพรรคและการถกเถียงโต้แย้งกับฝ่ายค้านในประเด็น ที่นางไม่ยอมเสียเอกราชในการเข้าเป็นสมาชิกเศรษฐกิจประชาคมยุโรป รวมทั้งการเสื่อมความนิยมจากการไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับนโยบายผู้มีสิทธิ์ออกเสียง(Poll Tax) เธอตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990

หลังจากที่นางได้ลาออกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังนางได้รับพระราชทานอิสริยยศแต่งตั้งให้เป็นขุนนาง “ บารอนเนส แทชเชอร์ แห่งเคสเทเว” และยังได้รับรางวัลประกาศคุณความดีจากพระราชินีอลิซาเบธที่สอง พระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร และได้มีการนำประวัติการต่อสู้จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำหญิงคนแรกของอังกฤษ ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่อง “The Iron Lady(มากาเร็ต แทตเชอร์ หญิงเหล็กพลิกแผ่นดิน)” อีกด้วย พร้อมกันนี้ แทตเชอร์ได้ตระเวนปาฐกถาไปทั่วโลกในนามของมูลนิธิแทตเชอร์ และได้ตีพิมพ์หนังสืออัตชีวประวัติชื่อ “Margaret Thatcher: the Downing Street Years” เมื่อปี ค.ศ.1993


ตราประจำตำแหน่งของบารอนเนสแทตเชอร์ ภาพนายพลเรือแทนสงครามฟอล์กแลนด์ ภาพเซอร์ไอแซก นิวตันแทนภูมิหลังแห่งการเป็นนักเคมีและแทนบ้านเกิดเมืองแกรนแทม

ปัจจุบันเธอยังคงมีชิวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรงดี ล่าสุดเธอได้ร่วมพระราชพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเทอรีน และนี่คือบทพิสูจน์ให้โลกได้รับรู้ถึงผู้นำหญิงในโลกยุคใหม่แห่งผืนธงชาติ Union Jack แผ่นดินของชาติมหาอำนาจ ในเรื่องการบริหารจนเป็นที่เลื่องลือ

Text : Kittisak Kandisakunanont
Thanks to information and image from :
http://en.wikipedia.org/wiki/Margaret_Thatcher
http://www.war-world.com
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87
http://www.telegraph.co.uk/news/2281462/Bern-Schwartz-Portraits-of-the-70s.html?image=2
http://www.ambosmundos.es/sociedad/la-thatcher-desde-muy-cerca/
http://www.telegraph.co.uk/news/politics/margaret-thatcher/8148852/Margaret-Thatcher-My-tears-for-the-iron-lady.html
http://www.mkstage.com/historyboys/thatcher.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/File:Thatcher_reviews_troops.jpg
http://www.telegraph.co.uk/news/politics/conservative/8198031/Thatchers-Britain-returns-20-years-after-she-fell.html
https://www.stanford.edu/group/ic/cgi-bin/drupal2/node/1228
http://gossipcenter.com/meryl-streep/meryl-streep%E2%80%99s-new-gig-margaret-thatcher-472075
http://www.google.co.th/imgres?start=280&hl=en&client=firefox-a&hs=Wxw&sa=X&tbo=d&rls=org.mozilla:th:official&biw=1366&bih=575&tbm=isch&tbnid=XutiABcPXON2BM:&imgrefurl=http://topcultured.com/why-i-love-margaret-thatcher/&docid=Y2_K42JwxokMdM&imgurl=http://topcultured.com/wp-content/uploads/2010/02/thatcher.jpg&w=450&h=300&ei=4bOkUIGMFM2yiQfXjYGQCA&zoom=1&iact=hc&vpx=4&vpy=274&dur=6734&hovh=183&hovw=275&tx=179&ty=140&sig=111323625234316085828&page=10&tbnh=137&tbnw=203&ndsp=33&ved=1t:429,r:25,s:280,i:79

Related contents:

You may also like...