20′s The Fashion Melting to jewels.

ความเดิมตอนที่แล้วที่ได้กล่าวไว้ว่า ค.ศ.1990 เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องของแฟชั่นและเครื่องประดับ ในเรื่องของแฟชั่น ผู้คนจะหหันมาสนใจการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น กล้าที่จะแต่งตัว ในส่วนของเครื่องประดับมีการลดและทอนบางส่วนออกจากรูปแบบเดิมๆ อาจเรียกว่าจัดองค์ประกอบใหม่ให้ต่างไปก็ว่าได้ แต่กระนั้นแล้วทางด้านของนักออกแบบเครื่องประดับหน้าใหม่ก้ได้เริ่มเข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก ต่างคนต่างมีความคิดสร้างสรรค์เป็นของตนเองชนิดที่กินกันไม่ลง ปลาย ค.ศ. 1990 เกิดการสมัครสมานสามัคคีของนักออกแบบเครื่องประดับในยุโรปรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งความรู้ทางเทคนิคการผลิต การใช้วัสดุอื่นๆ รูปทรงหรือผลประกอบที่เกิดขึ้น เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง หากจะว่าไปแล้วคงเข้าใจสำนวนที่ว่า “สอนศิลป์ไม่กินกัน”


แต่กระนั้นก็ตามยังคงที่จะให้เกียรติในสิทธิทางปัญญาซึ่งกันและกัน จัดเป็นการเคลื่อนไหวทางด้านการออกแบบเครื่องประดับที่ดี ประกอบกับช่วงปลาย ค.ศ.1998 เป็นช่วงเวลาแห่งเทคโนโลยี เริ่มมีการนำเอาวิวัฒนาการทางเครื่องจักรกลมาใช้ในการผลิตเครื่องประดับ ส่งผลให้เกิดรูปแบบที่มีความงามเชิงศิลปะมาก ทำให้การผลิตเป็นสิ่งง่ายขึ้น สวยงามและมีความละเอียดมากขึ้น จึงทำให้การออกแบบเป็นปัจจัยสำคัญต่อการนำเสนอผลงานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นถึงมากที่สุด มีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องประดับเกิดขึ้นหลายแห่งทั่วยุโรปและรุกตลาดไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จีน ไทย อินโดนีเซีย รวมทั้งอุตสาหกรรมเครื่อบงประดับแฟชั่น(เครื่องประดับเทียม) เกิดขึ้น โดยที่ทางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนิยมเรียกกันว่า “Costume jewelry” โดยเครื่องประดับเทียมนอกจากจะพัฒนาทางด้านรูปแบบให้มีคุณค่าแก่การสวมใส่จากเดิมๆที่เคยมีอยู่ในช่วงยุควิคตอเรียนแล้ว ยังมีการพัฒนา เลือกใช้วัสดุที่มีราคาถูกมากขึ้นและสามารถจำหน่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีการออกแบบใหม่ให้หลายหลายมากยิ่งขึ้น ในด้านของเครื่องประดับ fine jewelry จะเป็นไปในทำนอง “dual concept” ที่มีคุณค่าทางความคิดสร้างสรรค์ผนวกกับราคา ว่าง่ายๆคือมีการคิดค่าออกแบบเครื่องประดับเข้าไปในชิ้นงานด้วย หรือหากกล่าวอีกนัยหนึ่งก้เรียกว่า ลิขสิทธิ์ทางปัญญาหรือไอเดียด้านการออกแบบนี้มีคุณค่าเชิงศิลปะ ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมีการจำกัดจำนวนผลงาน ผุดชิ้นงานมาสเตอร์พีชขึ้นโชว์ในตู้หน้าร้านกันเป็นแถวทิวเพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าที่นอกเหนือจากคุณค่าของวัสดุและการจำหน่ายได้นิยมการจำหน่ายเฉพาะพื้นที่หรือกลุ่มหรือบุคคลมากกว่าที่จะหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป และยังสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้าร้านได้อีกด้วย ซึ่งเครื่องประดับมาสเตอร์พีชเหล่านี้จะเป็นที่นิยมในเหล่าสุภาพสตรีในแวดวงสังคมที่ออกงานและแสดงฐานะด้วยเครื่องประดับเพชร

  

จะว่าไปแล้วการออกแบบเครื่องประดับนี้เป็นการทำงานที่เป็นขั้นตอนเกิดจากการประมวลผลทางความคิดและการวิเคราะห์เชิงเทคนิคในการผลิต มิได้เป็นเพียงการออกแบบลอยๆขีดๆเขียนๆเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็น “บ่อเกิดแห่งคุณค่าเชิงศิลปะ” ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 มาจนถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 หรือมาจนถึงปัจจุบัน มีรูปแบบที่หลากหลายแนวความคิดและวิธีการต่างๆ เนื่องจากนักออกแบบเครื่องประดับกลุ่มที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นนี้ได้พยายามออกแบบให้มีความแตกต่างในแต่ละคน หรือเพื่อต้องการให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเองมากที่สุดจึงทำให้เกิดรูปแบบที่หลากหลายทั้งทางด้านการผลิตและเรียกได้ว่าเป็นการออกแบบเครื่องประดับเชิงศิลปะ ซึ่งนำตั้งแต่กระบวนการผลิตแบบโบราณมาจนถึงวิธีการผลิตแบบใหม่ๆทางด้านการใช้วัสดุที่หลากหลาย ทั้งวัสดุที่เป็นอัญมณีอินทรีย์อื่นๆ เช่น ไข่มุก งา เขี้ยวสัตว์ เขาสัตว์ เป็นต้น อีกทั้งยังมีวัสดุมีค่าและกึ่งมีค่าของโลหะและอัญมณี การนำเสนอรูปแบบมีทั้งการออกแบบแบบนามธรรมคัดย่อ (Abstract) และการออกแบบแบบรูปธรรม (Realistic) หรือการออกแบบที่มีส่วนผสมทั้งสองอย่าง เกิดแบรนด์เครื่องประดับที่มีความคิดสร้างสรรค์ด้านการใช้วัสดุดังกล่าวนี้ขึ้นนั่นคือ “Lotus Arts Devivre”


Chameleon Brooch from Lotus Arts de Vivre. This brooch made of gold, silver, carved jade, mother of pearl and rose cut diamonds.

นักออกแบบเครื่องประดับในช่วงสมัยนี้จึงมีนักออกแบบรุ่นใหม่จำนวนมาก จากหลายภูมิภาค หลายวัฒนธรรม จึงทำให้การออกแบบเครื่องประดับเชิงศิลปะมีความหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง ในความหลากหลายเหล่านี้ต่างได้มีความเข้าใจ รู้จักการนำทางด้านการออกแบบในเรื่อง Elements of Design และ Principle of Design ไปใช้อย่างลงตัวร่วมกันอย่างเป็นสากล

การออกแบบเครื่องประดับเชิงศิลปะจึงเป็นผลงานเครื่องประดับที่มีคุณค่าอีกลักษณะหนึ่ง จึงมีความจำเป็นที่นักออกแบบเครื่องประดับในช่วงสมัยนี้ต้องมีความลึกซึ้ง มีสายตาที่แม่นยำให้หลักการออกแบบ มีความเข้าใจในศาสตร์แห่งความงามทางศิลปะเป็นพื้นฐาน จึงจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเครื่องประดับเชิงศิลปะนี้ได้เป็นอย่างดี

Text : Kittisak Kandisakunanont

Thanks to information and images from :
www.lotusartsdevivre.com
http://solvethispuzl.com/news/badacious/
http://www.decus-jewelry.com/
http://www.rubylane.com/item/609363-RL001588/Dramatic-Escada-Designer-Clip-Earring
http://www.rubylane.com/item/285513-10225/DIANE-HANSEN-Signed-1990-Studio
http://livefastmag.com/2010/12/hard-up-for-habana/
http://chicquero.com/2011/12/16/indian-gold-jewelry/

Related contents:

You may also like...