รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา ชูครุวงศ์, สตรีผู้ปิดทองหลังพระ

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับสร้างรายได้สุทธิจากการส่งออกปีหนึ่งๆอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งยังเป็นการแสดงศักยภาพในฐานะที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและการสร้างงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมากและแรงงานเหล่านี้ก็ไม่สามารถใช้เครื่องจักรทดแทนได้ เพราะเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญในด้านอัญมณีศาสตร์ ความประณีตของฝีมือแรงงานและไหวพริบของคนอีกด้วย

ซึ่งกว่าจะสร้างรายได้จำนวนมหาศาลนี้เข้าสู่ประเทศไทยนั้น ย่อมต้องผ่านกระบวนการต่างๆมากมายรวมทั้งบุคลากร หากเอ่ยถึงชื่อของสุภาพสตรีท่านนี้ ย่อมไม่มีใครในสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับที่ไม่รู้จักกิตติศัพท์ของเธอ “รศ.ดร.กาญจนา ชูครุวงศ์” หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ฯ วัสดุศาสตร์(อัญมณีและเครื่องประดับ) แห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้ผลิตบุคลากรด้านอัญมณีและเครื่องประดับมายาวนานร่วม 36 ปี ส่งผลให้ธุรกิจอัญมณีของไทยก้าวไกลในระดับสากล

Hi-class : กว่าที่ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของไทยจะขยายตลาดได้กว้างขวางอย่างปัจจุบัน อยากทราบความเป็นมาคร่าวๆว่าแต่ละก้าวเริ่มจากอะไร รบกวนท่าน รศ.ดร.กาญจนา ช่วยเล่าถึงความเป็นมา
ขอเริ่มที่ดิฉันแล้วกัน ดิฉันเคยทำงานด้านการวิจัยและวางแผนการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติหลังจบการศึกษาในระดับปริญญาเอกจาก West Virginia University(United States)แต่เนื่องจากดิฉันลูกคนแรกยังเล็กอยู่ ทำให้การออกภาคสนามเพื่อไปเก็บข้อมูลวิจัยตามจังหวัดต่างๆยากลำบาก เลยขอโอนย้ายเข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งในขณะนั้นทางภาควิชาฯจะเปิดหลักสูตรปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์ศึกษาและรักวิชาชีพครูมากกว่า อยากจะเผยแพร่ความรู้

หลังจากทำงานได้ประมาณ 6 ปี สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับนำโดยคุณพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล(ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ)และคุณอนันต์ ชาลวาลา ได้เข้ามาขอให้มหาวิทยาลัยช่วยผลิตบุคลากรสาขาอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมอัญมณีไทยและเครื่องประดับ โดยทำหลักสูตรร่วมกับสมาคมฯและกรมส่งเสริมกระทรวงอุตสาหกรรม ดิฉันได้พัฒนาตนเองด้วยการเข้ารับการอบรมพลอยจากสถาบันอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ ลงทะเบียนเรียนรายวิชาที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น Jewelry design, Jewelry display (การจัดหน้าร้าน), Pearl and Organic substances, การประเมินคุณภาพเพชรจากสถาบัน HRD ของเบลเยี่ยม (Diploma in Diamond Grading and Identification), Synthetic vs Natural.Gem stones Identification, Advanced Technique in Gem Identification (SSEF), Pearl Grading รวมทั้งการแกะ wax เพื่อทำต้นแบบเครื่องประดับ(Jewelry casting) และเรียนรายวิชาพลอยหรือที่เรียกว่า Diploma in Gemmology(The Gemological Association of Great Britain) ได้รับวุฒิ Fellowship of Gem-A (FGA) ซึ่งหลักสูตรต่างๆนี้ได้จ่ายเงินค่าลงทะเบียนเอง หลักสูตร FGA และ GG. ที่ได้นี้ทำให้สามารถเป็นผู้ออกใบรับประกันหรือที่เรียกว่า Certification วิเคราะห์และประเมินคุณภาพพลอยและเพชรได้

นอกจากนี้แล้วดิฉันเป็นผู้วิ่งเต้นเองจนในที่สุดประมาณปี พ.ศ.2539 รัฐบาลได้ประกาศให้สาขาอัญมณีและเครื่องประดับเป็นสาขาขาดแคลนทำให้ได้รับงบ ประมาณเพิ่มเติมในการซื้อเครื่องมือและวัสดุต่างๆ รวมทั้งมีเงินส่งคณาจารย์ใหม่ๆไปเรียนปริญญาเอกในต่างประเทศ แต่ทั้งนี้การได้งบประมาณไปติดต่อขอความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ มีผู้แทนจากทบวงมหาวิทยาลัยที่ดูแลมหาวิทยาลัยในขณะนั้นร่วมเดินทางไปด้วย ประเทศที่ไปได้แก่ สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน อังกฤษ อเมริกา และออสเตรเลีย

การเดินทางไปทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นการขอความร่วมมือหรือที่เรียกว่าเจรจาธุรกิจ คือ ขอให้มหาวิทยาลัยต่างๆรับอาจารย์ใหม่ๆของเราเข้าศึกษาต่อและช่วยดูแลให้ อาจารย์เหล่านั้นทำวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องหรือสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนหลักสูตรอัญมณีและเครื่องประดับได้ ดิฉันต้องอธิบายความเป็นมาความจำเป็นว่าทำไมเราจึงมีหลักสูตรนี้เพราะเป็นหลักสูตรปริญญาตรีแห่งแรกของโลกก็ว่าได้ ทุกๆคนก็เข้าใจว่าประเทศเรามีความจำเป็นต้องผลิตคนสาขานี้เพราะเป็นสาขาในอุตสาหกรรมที่ทำเงินเขาประเทศเป็นอันดับต้นๆและก็ยังคงดำรงอันดับต้นๆอยู่เสมอแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีนักก็ตาม

Hi-class : เรียกได้ว่าเริ่มต้นจากตนเองก่อน จึงเป็นที่มาของตำแหน่งทางวิชาการที่มากมาย โดยหลังจากนั้นเชื่อว่าต้องมีแรงผลักดันและปัจจัยอื่นสนับสนุน ไม่เช่นนั้นแล้วอุตสาหกรรมอัญมณีไทยและเครื่องประดับไม่สามารถแผ่ขยายได้ถึงเพียงนี้
ค่ะ หากจะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้นะคะ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในช่วงแรกของการทำหลักสูตร คือ ผศ.ดาภรณ์ วีรสาร(คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ในขณะนั้น)เห็นการณ์ไกลและคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับคณะวิทยาศาสตร์(มศว)และอุตสาหกรรมอัญมณีฯ จึงรับดำเนินการและต่อสู้เพื่อให้ได้รับอนุมัติหลักสูตรอัญมณีและเครื่องประดับจากมหาวิทยาลัย โดยมีอาจารย์สาคร ผลกล้วย เป็นประธานประสานงานกับสมาคมฯและกรรมการจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม ช่วงนั้นมีอาจารย์ที่จบธรณีวิทยาเพียง 2 ท่าน ทำให้ต้องมีการพัฒนาอาจารย์และรับอาจารย์เพิ่มเติม การทำหลักสูตรในระยะแรกจัดทำเป็นโครงการความร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับเป็นระยะเวลา 5 ปี สมาคมฯได้ให้ความช่วยเหลืองบประมาณในรูปแบบของการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้และงบประมาณสนับสนุนให้อาจารย์เข้ารับการอบรมที่ GIA

คณาจารย์ได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาความรู้ด้านอัญมณีจากสมาคมฯด้วยการเข้า รับการอบรมในสถาบัน The Gemological Institute of America วุฒิบัตร Graduate Gemologist.(GG)

ผลจากการเจรจาของดิฉันที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น มหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่ต่างประเทศยินดีให้ความร่วมมือในเรื่องการส่งอาจารย์มาเรียนต่อในระดับปริญญาเอกในสาขาวัสดุศาสตร์ ธรณีวิทยาที่เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องใกล้เคียงกับหลักสูตรที่เปิดอยู่ของเราแล้ว ดิฉันยังขอความร่วมมืออื่นๆ เช่น ผู้เชี่ยวชาญสาขาอัญมณีศาสตร์มาให้ความรู้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่ผลิตหลักสูตรนี้ทั้งในเรื่องงานวิจัยด้วย ทำให้ดิฉันเป็นที่รู้จักกับนักอัญมณีศาสตร์ทั่วโลกก็ว่าได้ และนักอัญมณีศาสตร์เหล่านี้ก็ยังให้ความช่วยเหลือและคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงปัจจุบัน เรียกว่าในกรณีที่กลุ่มคนเหล่านี้มาประเทศไทย แม้ว่าเราจะไม่มีงบประมาณมากมายเท่าก่อนก็สามารถขอความช่วยเหลือมาให้การบรรยายกับอาจารย์และนิสิตในหลักสูตรได้ด้วย

Hi-class : หลังจากที่ผ่านการต่อสู้เพื่อหลักสูตรอย่างเหน็ดเหนื่อยของอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน ได้ชื่อหลักสูตรว่าอะไร การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างไร
ค่ะ ชื่อว่า “วัสดุศาสตร์(อัญมณีและเครื่องประดับ)” ในคณะวิทยาศาสตร์ ค่ะ เวลาเขียนต้องเป็นมีวงเล็บด้วยนะคะ ถึงจะเป็นออริจินอล

Hi-class : ทำไมจึงต้องมีวงเล็บคำว่า “อัญมณีและเครื่องประดับ” หลังวัสดุศาสตร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสน ต่อบุคคลภายนอกที่ไม่ทราบความเป็นมา ? วัสดุศาสตร์บางคนอาจคิดว่าเกี่ยวกับขยะ
เท่าที่ทราบมาเด็กกว่า 60 % จะผิดหวัง เพราะบางคนต้องการมาเรียนด้านอัญมณีจริงๆ ซึ่งไม่ต้องการเรียนเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์ คือต้องอธิบายอย่างนี้ค่ะ ช่วงที่เปิดสอนหลักสูตรนี้ มหาวิทยาลัยมีวิทยาเขตเมืองชล(บางแสน), มหาสารคาม, พิษณุโลกและปัตตานี ทำให้มหาวิทยาลัยตั้งหลักสูตรนี้เป็นชื่อกลางๆคือ “วัสดุศาสตร์” โดยคาดว่าหากเปิดหลักสูตรนี้ในปัตตานีก็จะเป็นวัสดุศาสตร์(ยางพารา), หากเปิดที่มหาสารคามก็จะเข้าใจว่าเป็นวัสดุศาสตร์(เซรามิก) เป็นต้น แต่เมื่อวิทยาเขตต่างๆแยกเป็นมหาวิทยาลัยอิสระของตนเอง หลักสูตรนี้ก็ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงชื่อ ดิฉันก็เคยคิดว่าหากแยกเป็นสาขาวัสดุศาสตร์ และสาขาอัญมณีและเครื่องประดับก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่บุคลากรที่จบสาขาวัสดุศาสตร์โดยตรงไม่เห็นด้วย ประกอบกับบุคลากรในภาควิชาฯยังมีจำนวนจำกัด แนวความคิดนี้ก็เลยล้มไป

แต่อธิการบดีได้เสนอแนะในการประชุมคณะกรรมการวิชาการของมหาวิทยาลัยในคราวที่ภาควิชาฯปรับหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติว่า “ผู้ที่สอบเข้าเรียนที่ มศว มักจะทราบโดยทั่วกันว่าเป็นหลักสูตรอัญมณีและเครื่องประดับ ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อเป็นสาขาอัญมณีและเครื่องประดับไปจะได้เด่นชัดกว่า ดิฉันจึงเสนอชื่อหลักสูตรใหม่ว่า “วทบ.อัญมณีและเครื่องประดับ” เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและที่ประชุมคณะวิทยาศาสตร์ จึงได้ชื่อหลักสูตรตรงกับที่เราสอน


“ไม้งามมักถูกโค่น น้ำใสมักถูกขอด บุคคลใดโดดเด่นมักเป็นที่ริษยาของคนพาล เมื่อช้างสารชนกันหญ้าแพรกก็แหลกลาญ หายนะตกอยู่กับนิสิตผู้เป็นอนาคตของประเทศชาติ” ถือคติปิดทองหลังพระ อดทน ฟันฝ่า ไม่ย่อท้อ

Hi-class : ฟังดูแล้ว เหมือนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในช่วงแรกๆ แล้วมากระท่อนกระแท่นในตอนหลังตรงอาจารย์ที่จบสาขาวัสดุศาสตร์โดยตรงไม่เห็นด้วย ในส่วนนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับการที่ภาคฯได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาต่างๆเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมอัญมณีฯ (ซึ่งหากกล่าวตามจริงแล้วทางสมาคมฯไม่ได้ support วัสดุศาสตร์)

ในช่วงแรกๆสมาคมผู้ค้าอัญมณีจะเป็นผู้ที่ร่วมในการคัดสรรรายวิชาที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมอัญมณี หลักสูตรประสบผลสำเร็จใน 5 ปีแรกนะคะ เพราะนิสิตได้งานทำมากกว่า 80% และก็เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของสมาคมฯซึ่งเขาก็คาดหวังกับนิสิตสูงมากด้วยว่านิสิตเราจะทำงานให้กับเขาได้อย่างเต็มที่ มีบัณฑิตที่เป็นนักวิจัย-วิเคราะห์อัญมณีที่สถาบันของ GIA อยู่จำนวนมาก ที่เหลือ 20 % คือทำงานอย่างอื่นหรือไปเรียนต่อ ดิฉันมักจะได้รับโทรศัพท์ถามหาเด็กๆให้ไปสมัครงานเสมอ แม้ช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก (พ.ศ.2540) ก็ยังมีผู้ส่งประกาศรับสมัครมาให้เนืองๆ

พอมีวัสดุศาสตร์แทรกเข้ามา ส่งผลให้วิทยฐานะของนิสิตไม่แข็งแรงทั้งอัญมณีฯและวัสดุศาสตร์ จึงมีปัญหาว่านิสิตจบมาจะไปทำงานโรงงานด้านวัสดุศาสตร์ก็ไม่ได้ จะไปทำอัญมณีก็ถูกบังคับให้เรียนวัสดุศาสตร์กว้างเกินไป ผลเสียมาตกที่อนาคตของประเทศชาติ คือ สมาคมผู้ค้าอัญมณีฯเขาก็จะสนใจแต่อัญมณีของเขา เขาไม่มาสนใจวัสดุศาสตร์หรอกค่ะ ถึงแม้วัสดุจะมีความสำคัญส่วนหนึ่งในสาขานี้ก็ตาม คณาจารย์ที่จบสาขาวัสดุศาสตร์จะต้องเชื่อมโยงให้นิสิตเข้าใจเพราะเป็นเรื่องของการนำความรู้ทางวัสดุศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ในการผลิตเครื่องประดับ เมื่อไม่มีการเชื่อมโยงนิสิตก็จะเรียนวัสดุศาสตร์เป็นชิ้นๆไปโดยไม่มีการบูรณาการหรือนำมาใช้ได้ ตัวอย่างเช่น การใช้แก้ว, พลวง, ทองแดง, ทองเหลืองในการทำเครื่องประดับเทียม ปูน, ยาง, เรซิ่นและเทียนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตเครื่องประดับ

Hi-Class : แบบนี้แล้วก็เกิดการขัดแย้งของโครงสร้างหลักสูตรที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับที่ต้องการให้ผลิตบุคลากรด้านอัญมณีฯสู่ตลาดอัญมณี ซึ่งต้องส่งผลต่อผู้เรียนอย่างแน่นอน ทางสมาคมได้ตัดงบประมาณสนับสนุนออกหรือไม่ อย่างไร

เรียกได้ว่าคุณภาพและความสำเร็จของนิสิตด้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นแรกๆ ก็ต้องยอมรับค่ะ ผู้ประกอบการบ่นกันอย่างหนาหูถึงนิสิตที่จบใหม่ เนื่องจากความรู้ที่งูๆปลาๆ ผู้ประกอบการหลายแห่งปฏิเสธเด็กเนื่องจากความรู้ที่ไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้หางานที่ตรงสายได้ยากเพราะโครงสร้างหลักสูตรที่เน้นทางวัสดุศาสตร์มากกว่าอัญมณีฯ หน่วยกิตทางอัญมณีฯถูกปรับให้ลดลง แล้วยังมีการเพิ่มหน่วยกิตทางวัสดุศาสตร์เข้าไปด้วย ก็เลยทำให้รายวิชาอัญมณีน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น แม้แต่วัสดุศาสตร์เองที่มีอาจารย์ที่ทำวิจัยเรื่องแก้ว ซึ่งเรื่องแก้วก็มีคนทำวิจัยกันมาค่อนข้างเยอะแล้วค่ะ คือการทำวิจัยเรื่องแก้วน่าจะปรับเปลี่ยนเป็นการใช้โลหะผสมอื่นๆที่ทดแทนตะกั่วที่มีพิษ เนื่องจาก Swarovsky ทำแก้วที่หลายท่านรู้จักในนามของแก้ว crystal มาช้านานและขายกันอย่างแพร่หลายแล้ว(เธอตอบด้วยเสียงที่แผ่วลงๆ)

อย่างไรก็ตามนะคะ ด้วยความที่ดิฉันตอนนี้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฯจึงพยายามให้อาจารย์ด้านวัสดุศาสตร์มีทางออก โดยร่วมมือกับภาควิชาฟิสิกส์ทำหลักสูตรปริญญาโทสาขาวัสดุศาสตร์ขึ้น ซึ่งตอนนี้ดิฉันได้ต่อสู้จนได้เปลี่ยนเป็น วทบ.อัญมณีและเครื่องประดับแล้วค่ะ คือเอา “อัญมณีและเครื่องประดับ” ออกมาจากวงเล็บ เป็นรอยยิ้มให้กับนิสิตหลายๆคนอย่างมากค่ะและคาดหวังว่าจะดีขึ้นค่ะ

Hi-Class : ไม่ทราบว่าหลักสูตรอัญมณีฯ มีการให้เด็กไปฝึกงานอย่างที่อื่นๆหรือไม่

มี ค่ะ แต่เป็นไปได้ลำบาก เนื่องจากในช่วงแรกๆนี่ทางสถานประกอบการต่างๆค่อนข้างจะปิดกั้น เพราะเป็นธุรกิจในครอบครัว ซึ่งหากนิสิตเราทราบถึงระบบการทำงานของเขาก็อาจเป็นอันตรายต่อเขาได้เช่นกัน รุ่นแรกๆกว่าจะได้ฝึกงานคือดิฉันเองเป็นผู้วิ่งเองทั้งหมด เรียกว่าใช้โทรศัพท์ส่วนตัวเป็นโทรศัพท์หลวง ติดต่อทุกโรงงาน-บริษัทที่รู้จักในสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ตื้อแกมขอร้อง จนนิสิตทุกคนได้รับการฝึกงาน แต่แล้วบางคนก็ตัดพ้อดิฉันว่าฝึกงานคือถ่ายเอกสาร

  “นอกจากหลักสูตรทางวิชาการแล้ว ทางภาควิชาฯได้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้าน Jewelry design ซึ่งมีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของประเทศไทย เสมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไน ส่งผลให้ภาควิชาอัญมณีและเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จรัสแสงเปล่งประกายเป็นที่รู้จักในแวดวงอุตสาหกรรมอัญมณีฯ รวมไปถึงระดับประเทศ

Hi-Class : ขอทราบถึงความเป็นมาถึงกิจกรรมนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และนิสิตได้รับผลตอบรับอย่างไร
ค่ะ กิจกรรมนี้ใช้ชื่อว่า “Jewelry Season” ถือกำเนิดมาพร้อมๆกับหลักสูตรที่เปิด เป็นโครงการที่นิสิตเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด อาจารย์เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำหรือแก้ไข โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการประชาสัมพันธ์หลักสูตร จัดให้มีการประกวดการออกแบบเครื่องประดับ เดินแบบเครื่องประดับซึ่งแต่ก่อนนำมาจาก Gold Master และกลุ่มบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ และมีการให้ร้านค้าเข้ามาเปิดขายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเหมือนกับการจัดงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair แต่รุ่นหลัง(อาจเป็นรุ่น 4 หรือ 5) ที่นำงานนี้ออกไปจัดภายนอก โดยนำผลงานการออกแบบและผลิตเครื่องประดับของนิสิตไปนำเสนอด้วยการเดินแบบ การประชาสัมพันธ์งานในระยะแรกๆเป็นการขอฟรีและขอสปอนเซอร์ต่างๆมาช่วย ผู้ประกอบการจะเห็นความสามารถของนิสิตจากการจัดกิจกรรมในส่วนนี้ มีผู้ประกอบการหลาบรายติดต่อนิสิตไปร่วมงานด้วยจากกิจกรรมนี้

Hi-Class : ปีที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้กับภาควิชาอัญมณีและเครื่องประดับ คณะวิทยาศาสตร์ มศว
ปีที่แล้ว Jewelry Season ของรุ่นที่ 18 นับเป็นปีบุกเบิกใหม่ของภาคฯเพราะได้รับเกียรติผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวง สังคมชั้นสูงคือ คุณสุมณี คุณะเกษม ภริยาเอกอัครทูตไทยประจำสหประชาชาติ(ดร.ประชา คุณะเกษม) ให้ความสนใจคอลเลคชั่น “ผีเสื้อหิมพานต์” ของนิสิตและได้เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานนิสิตผ่านนิตยสาร ซึ่งนับเป็นความกรุณาของท่าน ทั้งนี้ภาควิชาฯได้มีโอกาสดังกล่าวก็เพราะมีนิสิตที่ได้ช่วยนำผู้ออกแบบและเครื่องประดับไปนำเสนอผู้ที่มีชื่อเสียงดังกล่าว อีกทั้งยังได้สื่อศิลปะออนไลน์ www.artbangkok.com โดยคุณพรทิพย์ ทองขวัญใจ ช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานนิสิตรุ่น 18 อีกแรงด้วย จึงทำให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ


นอกจากงาน Jewelry Season แล้ว ยังโชคดีได้ อ.ชวลิต ดุรงคพิศิษฐ์กุล ที่ขอให้ดิฉันนำนิสิตที่เรียนรายวิชาการเพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งอาจารย์จะสอนให้นิสิตแบ่งกลุ่มทำบริษัทจำลอง ผลิตเครื่องประดับ ไปออกงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ดิฉันต้องขอความร่วมมือจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม ขอพื้นที่ให้นิสิตแสดงผลงานในปี ทำให้นิสิตและหลักสูตรเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ปี พ.ศ.2554 นิสิตมีการฉีกแนวจากเครื่องประดับที่ส่งออกกันแต่เดิมๆ คือการนำเปลือกหอยมาใช้ โดยในขณะนั้นในประเทศไทยไม่มีการส่งออกเครื่องประดับเงินที่มีเปลือกหอยประกอบ ทำให้ Booth ของนิสิตเป็นที่สนใจและคนมามุงดู ถ่ายรูปและนำไปผลิตตามอย่างบ้าง ตอนนั้นเป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่นำผลงานเครื่องประดับไปแสดง หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยอื่นๆจึงได้ตามมาแต่เราไปต่อสู้ขอที่ฟรีมาก่อนค่ะ

Hi-Class : เรียกได้ว่า ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกจนมาถึงรุ่น 21 ท่าน ดร.ต่อสู้เพื่อนิสิตมาโดยตลอด ซึ่งเป็นผู้หญิงด้วย และท่านดร.ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฯด้วย ต้องมีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก ไม่ทราบว่ามีหลักในการทำงานอย่างไร รวมถึงมีอะไรอยากฝากกับลูกศิษย์ทุกคน

สำหรับดิฉันเอง คือทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ตราบใดที่เราคิดว่าเราทำดีแล้ว พยายามทำดี คนอื่นจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยเราก็ไม่ต้องไปสนใจ แต่ดิฉันนำการติติงมาวิเคราะห์นะคะ ถ้าเห็นว่าถูกต้องเหมาะสมและมีประโยชน์ ดิฉันทำด้วยใจ ทุ่มเต็มที่เพื่อนิสิตและภาควิชาฯ ซึ่งบางทีคนอื่นก็ตำหนิว่ามากเกินไป เพราะบางครั้งดิฉันไม่สนใจงานสังคม(การเมืองของมหาวิทยาลัย) สมัยก่อนไม่ใช่ตัวดิฉันคนเดียว แม่ของดิฉันก็จะไปด้วย ก็จะโฆษณาหลักสูตรนี้ให้ รับเด็กฝึกงานไหม เรียกว่าทำเพื่อให้ประโยชน์ตกกับนิสิตมากที่สุด นิสิตขณะนั้นจบไปผลิตเครื่องประดับส่งออกซึ่งนำรายได้เข้าประเทศไทย จึงสู้เต็มที่ ทำเต็มที่ (เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มีน้ำตาคลอๆ)

สำหรับลูกศิษย์ เน้นย้ำเสมอเรื่อง “serenity(อ่อนน้อมถ่อมตัว)” ซึ่งไปทำงานกับพนักงานอื่นๆซึ่งเขาไม่มีการศึกษามากนัก “อย่ากร่าง ถ้าเรามีดีให้กร่างก็โอเค แต่ถ้าเราไม่มีดีให้กร่างมันน่าอายมากกว่าค่ะ” อีกอย่างคือต้องมีความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ ขยันแล้วจะได้ดีเองทุกคน”

สิ่งหนึ่งที่เป็นประจักษ์พยานได้ว่าอุตสาหกรรมอัญมณีไทยเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลคืองาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ที่จัดขึ้นทุกปี ผู้ประกอบการทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงสินค้าอัญมณี เกิดการเจรจาต่อรองธุรกิจระหว่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และเชื่อว่าการได้มาซึ่ง วทบ.อัญมณีและเครื่องประดับ จะเป็นแรงผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

*******************************************************************************************
รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา ชูครุวงศ์ // Assoc.Pro.Kanjana Chookruvong

การศึกษา

  • มัธยมศึกษา : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์
  • ปริญญาตรี : วิทยาศาสตร์-ครุศาสตร์บัณฑิต(เกียรตินิยมอันดับ 2)
  • M.Ed (Secondary Ed), Ed.D. (Curriculum and Instruction in Science),
  • GG .(Graduate Gemologist) The Gemological Institute of America (GIA),
  • FGA (Diploma in Gemmology)

 

ตำแหน่ง

  • หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ประธานโครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันธุรกิจแฟชั่น สาขาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ โครงการ JARAD
  • อาจารย์พิเศษสาขาอัญมณีและเครื่องประดับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(องค์กรมหาชน)
  • อาจารย์พิเศษสาขาอัญมณี มหาวิทยาลัยศิลปากร และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเพาะช่าง
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีศาสตร์ FGA (Diploma in Gemmology)

 

ครอบครัว  :  รศ.ดร.กาญจนา สมรสกับนายสุชาติ ชูครุวงศ์ มีบุตรธิดา รวม 2 คน คือ นายฤชุพัณณ์ ชูครุวงศ์และนางสาวนันทวาณี ชูครุวงศ์

รศ.ดร.กาญจนา กล่าวว่าเธอ “ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะเธอสังเกตเห็นบุคคลที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือประสบความสำเร็จในชีวิต เขาเหล่านั้นเติบโตมากับครอบครัวที่ดี สภาพแวดล้อมหล่อหลอมให้เขาได้คิดดี ทำดี ซึ่งครอบครัวนี้ถือเป็นกระจกสะท้อนในแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี”

ขอขอบคุณ : -

  • SWUTEL HOTEL โรงแรมสวูเทล (คุณอนุนารถ พัฒนประสิทธิ์) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ 114 Pin Malakul Building 16thfl. North-Klomgtoey Wattana Bangkok โทร.02-169-1000-2, swutel@hotmail.com, www.swutel.com
  • เสื้อผ้าสวยๆของนางแบบ จาก Cat’s eyes boutique 085-908-0077
  • ตุ้มหูงาช้าง จาก คุณชาติชาย กุณฑล 081-620-0562  www.hinsee.com

*******************************************************************************************

 

Related contents:

You may also like...