“อ้อมกอดในครอบครัว” สิ่งดีๆที่คุณสร้างได้

ครอบครัวถือเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตและองค์กรทางสังคมเล็กๆ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าบุคคลที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีจิตใจโอบอ้มอารี และมีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นส่งผลให้ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ละคนนั้นจะเติบโตมากับครอบครัวที่มีรากฐานการใช้ชีวิตที่ดี ซึ่งในบางครั้งสิ่งเล็กๆที่เราสามารถมอบให้แก่กันของสมาชิกในครอบครัวโดยไม่ต้องลงทุนลงแรงและเสียสตางค์ นั่นก็คือ “กำลังใจ”

หลายคนคงได้ยินมาว่า “คุณจะรู้สึกตัวเล็กลงเมื่อคุณถูกกอด และจะรู้สึกตัวใหญ่ขึ้นเมื่อเป็นฝ่ายได้กอด” การกอดมีอะไรที่มากกว่านั้นสำหรับสมาชิกในครอบครัว กอดที่มีความห่วงใย กอดที่เปี่ยมความเมตตากรุณา การกอดเป็นกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและกำจัดความท้อแท้ได้อย่างมหัศจรรย์

เมื่อพ่อแม่เห็นลูกมีอาการซึมเศร้า หรืออาจสังเกตว่ามีอาการเคว้งคว้างของสมาชิกในครอบครัว การลดความรู้สึกในทางลบ เช่น หวาดกลัว กังวล โกรธเกรี้ยว ไม่สบายใจ อันเป็นผลมาจากความป่วยไข้ไม่สบายกาย ในบางรายที่เป็นโรคร้ายชนิดรุนแรง เช่น มะเร็ง เอดส์ นั้น ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ว่า เมื่อมีโรคร้ายอยู่ในตัว ชีวิตหลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนไป จึงจำเป็นต้องกอดผู้ป่วยเพื่อประคองภาวะอารมณ์ ลดความรู้สึกในทางลบ ไม่ท้อแท้ต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายนั้น รวมไปถึงผู้ป่วยระยะสุดท้าย “มีการทดลองกอดผู้ป่วยใกล้ตาย เพื่อให้เขารู้สึกว่า กำลังตายในอ้อมแขนของคนที่เขารัก เขาจะมั่นใจว่า จะไปดี หมอและนักบำบัดไม่หวงตัว อยากให้เขาตายอย่างมีความสุข ก็กอดเขาซึ่งถือเป็นการส่ง love message เป็นครั้งสุดท้าย”

ในขณะเดียวกันการกอดก็มีผลต่อการรักษาทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน ฟังดูแล้วอาจไม่เกี่ยวข้องนัก แต่เป็นเรื่องแปลกที่พิสูจน์แล้ว่าจริงและเป็นที่ยอมรับ อาทิ ลดความเจ็บปวดในผู้ป่วย ทั้งที่มีอาการเรื้อรังและไม่เรื้อรัง ซึ่งอาจแค่สัมผัสผู้ป่วยบริเวณที่เจ็บปวด หรือวางมือไว้เหนือแผล(ที่ปิดด้วยผ้าก็อซหรือพลาสเตอร์เรียบร้อยแล้ว)นานติดต่อกันราว 30 นาที จากการศึกษาวิจัยของภาควิชาพยาบาล มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค กล่าวว่า การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่ม ปริมาณฮีโมโกลบิน และช่วยให้ร่างกายส่งเลือดมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณที่บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด มีการศึกษาวิจัยโดย David Bresler แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสเองเจลลิส ยืนยันว่า จากการทดลองให้ผู้ป่วยหญิงที่ทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดก่อนคลอด ได้รับการกอดโดยสามีบ่อยๆพบว่าความเจ็บปวดลดลง ในเด็กออทิสติกการกอดช่วยเรื่องพัฒนาการ ในหนังเรื่อง The Last Don ของ Mario Puzo ก็มีตัวละครชื่อ อธีน่า ทำกล่อง “Hug Box” เพื่อให้ลูกสาวของเธอที่ป่วยเป็นโรคออทิสติกเข้าไปนอน เพื่อให้รู้สึกว่าถูกกอดตลอดเวลา

“วิธีการกอดนั้น ต้องเริ่มกอดด้วยใจรัก กอดด้วยสัมผัสแห่งรัก เราจะต้องมั่นใจว่าใจเราต้องรู้สึก “รัก”ก่อน รักแบบไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าตอนนั้นไม่ใช่พ่อแม่เรา ไม่ใช่ญาติ เราก็ต้องไม่กอดด้วยความสงสาร หรือปราศจากความรัก มิเช่นนั้นอ้อมกอดนั้นจะเจ็บปวด เป็นอ้อมกอดรสขม ไม่ช่วยให้ดีขึ้น แต่ถ้าเมื่อไรที่กอดด้วยความรัก ความรู้สึกที่เป็นบวก ก็จะได้ผลในเชิงการบำบัดเยียวยา” การกอดมีผลในทางจิตวิทยาด้วยเช่นกัน มีผลการวิจัยว่ามนุษย์บนโลกนี้ คนที่ไม่ค่อยได้รับการกอดสักเท่าไร ซึ่งได้แก่ คนที่ชอบเล่นตุ๊กตาหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง คนที่แสดงความเจ็บปวดทางใจและกายเกินจริง คนที่ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆเมื่ออยู่ในสถานการณ์กดดัน และคนที่ชอบกำสิ่งของต่างแน่นๆ อีกประเภทคือคนที่ไม่เคยได้รับการกอดเลย เพราะเส้นประสาทรับความรู้สึกทางผิวหนังถูกทำลาย เช่น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน อัมพฤกษ์อัมพาต ผู้ป่วยที่มีอาการชา

เห็นหรือยังว่าการกอดนั้นจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต ฉะนั้นคนที่ขาดการกอดจึงมีความเสี่ยงต่อความปวดร้าวรุนแรงในจิตใจ เมื่อเกิดความผิดหวังบางอย่างในชีวิต ภาษาพูดแทนความรู้สึกได้ดี แต่สำหรับบางเวลาการกอดอาจเป็นตัวช่วยที่ดีกว่าเพราะเป็นอ้อมกอดที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่ที่มีต่อลุกทุกคน

Text : Kittisak Kandisakunanont
Credit :-

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Hug
  • http://www.wikihow.com/Hug

Thanks to images from : http://www.glamour.com/sex-love-life/blogs/smitten/2011/08/how-to-give-him-a-hug-that-let.html

http://www.wikihow.com/Hug

Related contents:

You may also like...