พฤติกรรมเอาเยี่ยงอย่างในเด็ก

ทุกวันนี้สังคมไทยมีความเป็นปัจเจกชนกันมากขึ้น ครอบครัวย่อส่วนลงเป็นครอบครัวเดี่ยว ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่เป็นครอบครัวแบบขยาย เวลาที่พ่อแทม่ไปทำงานก็สามารถฝากลูกให้กับคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายช่วยเลี้ยงดูแทนได้ ด้วยความที่เป็นครอบครัวเดี่ยว บางครอบครัวพ่อแม่ฝากลูกไว้กับคนรับใช้ไม่ก็เนิร์สเซอร์รี่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไป

ร้อยทั้งร้อยของเด็กที่โตมากับคนรับใช้จะต้องดูโทรทัศน์ ซึ่งในสังคมไทยบอกได้เลยว่าคนชนชั้นใดที่ดูโทรทัศน์ คำตอบคือ “แม่ค้า” เพราะคนรับใช้ต้องการให้เด็กไม่รบกวนจะได้ทำงานอย่างอื่นให้เสร็จๆไป สิ่งที่ตามมาก็คือ “พฤติกรรมเอาเยี่ยงอย่างในเด็ก” หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “เด็กแก่แดด” ซึ่งพฤติกรรมนี้ส่วนมากเกิดในเด็กหญิงมากกว่าเด็กชาย จะเห็นได้ว่าวันดีคืนดีเอาลิปสติกของแม่มาทา พูดจาจีบปากจีบคอ เริ่มมีพฤติกรรมรักสวยรักงาม เริ่มจะมีคำพูดเลียนแบบผู้ใหญ่ เอารองเท้าแม่หรือพี่สาวมาสวมแล้วก็เดินไปเดินมาราวกับเดินอยู่บนแคตวอล์ค

ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การเลียนแบบเป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่ง(behavioral science)จะเกิดขึ้นกับเด็กทุกคน แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกันไป การอบรมสั่งสอน กิจวัตรประจำวัน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่เด็กๆ ต้องพบเจอในทุกๆวัน เช่นโทรทัศน์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อเด็กมาก เนื่องจากอยู่ในวัยเริ่มต้นของการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ตลอดจนการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความจำ ทำให้เด็กในวัยนี้มักจะเลียนแบบพฤติกรรมจากคนใกล้ตัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ครูหรือเพื่อนๆ ถ้าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้นำมาพูดคุย แต่ตอบสนองด้วยการยิ้มขบขันเอ็นดู เด็กๆก็จะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดี ทำแล้วถูกต้อง ทำแล้วจะได้รับการยอมรับและความรักจากคุณพ่อคุณแม่นั่นเองค่ะ และในที่สุดก็อาจจะติดเป็นความเคยชิน กลายเป็นนิสัยติดตัวไปจนโต

อาการแก่แดดของเด็กในวัยนี้คือการเลียนแบบผู้ใหญ่หรือสิ่งที่อยู่ใกล้ ถ้าเขาอยู่ใกล้กับคนที่เด็กกว่าอาการแก่แดดก็จะไม่ปรากฏชัดนัก เพราะเขาก็จะทำตัวเด็กตามคนที่อยู่ใกล้ แต่ถ้าลูกไม่เลียนแบบอะไรเลย แบบนี้น่าห่วงกว่าเพราะอาจจะมีปัญหาทางด้านสติปัญญาได้ และถ้าเมื่อไรที่ลูกออกอาการแก่แดดแบบนี้ก็น่าห่วงเช่นกัน ได้แก่

  • แก่แดดแล้วก้าวร้าว หยาบคาย ไม่รู้จักเด็กหรือผู้ใหญ่ เห็นพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดเป็นเพื่อนเล่นไปหมด อาจจะเลียนแบบจากละครในทีวี พูดจากับพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ราวกับตัวเองเป็นเจ้านาย ซึ่งอันนี้ก็น่าห่วงเพราะถ้าเรามัวแต่ขำลูกอาจจะติดเป็นนิสัยได้
    • แก่แดดเพราะผู้ใหญ่ อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ บางทีลูกของเราก็ไม่ได้แก่แดดเองแต่เพราะผู้ใหญ่อย่างเราๆทำให้เด็กแก่แดดโดยไม่รู้ตัว เช่น จับลูกแต่งหน้าแต่งตา เต้นโชว์ด้วยท่าที่เกินเด็ก หรือขึ้นเวทีประกวดโน่นประกวดนี่ ซึ่งจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ถ้าพ่อแม่ผู้ใหญ่มุ่งกับผลแพ้ชนะ หรือความเด่นดังเป็นหน้าเป็นตาให้พ่อแม่ เพราะเด็กอาจเกิดความกดดันที่ต้องชนะตลอดไป หรือแทนที่จะใช้เวลาเติบโตอย่างธรรมชาติตามวัย แต่กลับไปเสียเวลากับการเต้นหรือการแต่งตัวเพื่อเอาชนะคนอื่น และยังปลูกฝังค่านิยมเรื่องการแต่งตัว การรักสวยรักงามที่เกินความพอดี แต่ถ้าไม่มุ่งกับผลแพ้ชนะ ความเด่นดังอะไร แต่ต้องการให้ลูกมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และลูกเองก็สนุกที่ได้ทำกิจกรรมนั้นๆ ประโยชน์ก็เกิดกับตัวลูกได้เช่นกัน เช่น การปรับตัว เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ความรับผิดชอบ และการแก้ปัญหา เป็นต้น

 

ฉะนั้นแล้วถือเป็นดาบสองคมที่จะฝากลูกไว้กับคนรับใช้หรือเนิร์สเซอร์รี่ คุณพ่อคุณแม่ยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ควรคิดให้ดีถึงอนาคตอันยาวไกลและควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อยของคุณที่จะเติบโตมาในสังคมปัจจุบัน ลูกก็คือเงาสะท้อนของพ่อแม่ จะเติบโตขึ้นมาเป็นเงาที่สมบูรณ์เพียงไรก็ขึ้นอยู่กับต้นแบบของเงา ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เด็กจะได้เลียนแบบแต่สิ่งดีๆ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดกิริยาท่าทางในการแสดงออกต่อทุกๆคนในบ้าน ต้องสม่ำเสมอให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง คำพูดหยาบคายที่พูดเล่นกันในหมู่ผู้ใหญ่ก็ต้องระวัง เพราะลูกจะเลียนแบบและนำไปใช้ได้เพราะคิดว่าเป็นสิ่งดี

สิ่งที่พึงเลี่ยง เสี่ยงต่อพฤติกรรมร้าย

  • ชื่นชมหรือส่งเสริม เวลาที่ลูกแสดงพฤติกรรมที่ส่อเค้าว่ากำลังจะออกอาการแก่แดด  ให้ทำเฉยไว้ ไม่ต้องสนับสนุน หัวเราะขบขัน เพราะเป็นการส่งเสริมให้เขาทำแบบนี้อีกเพราะคิดว่าเป็นสิ่งพ่อแม่ชอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าพอลูกกำลังแสดงอาการแก่แดดให้เห็นพ่อแม่ก็ดุว่าทันที หรือตีเพื่อให้หยุดทำ  เพราะลูกจะเสียความมั่นใจ และกลายเป็นเด็กไม่กล้าแสดงออกในที่สุด เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำจะถูกใจพ่อแม่หรือไม่
  • ใส่ใจกับรายการทีวีที่ลูกดู อย่าปล่อยให้ลูกของเราอยู่กับทีวีทั้งวี่ทั้งวัน เพราะลูกของเราจะซึมซับอะไรจากทีวีเยอะมาก แล้วรายการทีวีบ้านเรา ก็ทราบกันอยู่ว่ารายการเพื่อเด็กน้อยหาได้ยากยิ่ง ถ้าทำได้ ควรอยู่ใกล้เวลาที่ให้ลูกดูทีวี หรือไม่ก็เลือกรายการดีๆ สำหรับเด็กให้ลูกดู เพื่อให้เขาซึมซับเอาแต่สิ่งที่ดีๆ
  • เบี่ยงเบนความสนใจเวลาที่ลูกพูดจาหรือแสดงท่าที ให้คุณพ่อคุณแม่เบี่ยงเบนความสนใจให้เขาไปสนใจอย่างอื่นแทน สักพักเด็กก็จะลืมไปเอง
  • พูดกันด้วยเหตุผล บางทีเด็กก็ติดเอาคำพูดคำจาที่ไม่สุภาพมาจากคนอื่นหรือทีวีที่ดูอยู่ทุกวี่วันมาใช้ ก็ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผล ว่าสิ่งที่ลูกพูดหรือการกระทำของลูกเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำนะคะ เด็กที่น่ารักจะต้องทำตัวดีพูดจาเพราะๆ ซึ่งการพูดด้วยเหตุผลจะดีกว่าการใช้ความรุนแรงหรืออารมณ์กับเด็ก

 

คู่มือเลี้ยงลูก

Thanks to image from
http://www.telegraph.co.uk/news/picturegalleries/worldnews/7129840/People-prepare-to-celebrate-the-year-of-the-tiger-according-to-the-Chinese-Zodiac.html

http://www.aliexpress.com/item/2012-children-dance-shoes-fashion-kids-Latin-shoes-baby-dance-footwear-infant-dance-wear-kids-dance/570214147.html

Related contents:

You may also like...