คุณมาริษา ชิว “สุภาพสตรีทรงเสน่ห์ที่สุดในประเทศไทย”

ความสุขเกิดขึ้นในทุกนาทีของชีวิต เพราะเธอเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา ทำให้ชีวิตเธอนั้นมีแต่รอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ที่อยู่เสมอ ทีมงาน Hi-class ขอนำเสนอเรื่องราวชีวิตสุภาพสตรีที่ชื่อ “มาริษา ชิว” เบื้องหลังความงามที่เปล่งประกายประดุจเพชรใสบริสุทธิ์

Born to be Marisa
ศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ สำเร็จการศึกษาด้านเลขานุการจาก YWCA Secretarial School จากนั้นศึกษาต่อในระดับมหาบัณฑิตที่ St.Godric(London) สหราชอาณาจักร เริ่มงานด้วยการเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ด้านครอบครัว สมรสกับนายพอล ชิว ชาวสิงคโปร์ มีบุตรและธิดา 2 คือ นายแพตทริ วิวัฒนกุล ชิว และ นางสาวแพนฟิลา ชิว หลังจากสมรสได้ร่วมกับสามีบริหารธุรกิจบริษัทเดินเรือขนส่งสินค้าทางทะเล ชื่อ MAYAD SHIPPINE LINES CO., LTD

Hi-class : ภาพชีวิตในวัยเด็กความใฝ่ฝันอยากเป็นอะไร มีความฝันเหมือนเด็กๆทั่วไปหรือเปล่า
คือเป็นเด็กเซนต์โยฯที่เรียบคะ ไม่หวือหวาอะไร ก็มีสีสันก็ตอนเป็นแอร์ฯมากกว่าค่ะ เรื่องความฝันหรือคะ ก็มาเป็นลำดับค่ะ ตอนเด็กอยากเป็นแอร์ฯก็ได้เป็น ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียว จึงโดนตีกรอบมาก พอเรียนจบแล้วเขาเรียกกลับซึ่งต้องไปอยู่กับญาติๆพี่น้อง เราก็ไปเป็นแอร์ฯ ที่บ้านเขาว่าเป็นกันไม่ได้หรอก เราไม่เคยลำบาก แต่เราก็ต้องทนเป็น แลกกับอิสรภาพค่ะ ก็เป็น 2 ปี ตามคอนแทคค่ะ แล้วก็มาเป็นเลขา อย่างเลขานุการนี่คือไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัย ก็เลยเลือกเรียนเลขานุการ ง่ายที่สุด

Hi-class : คุณมาริษาเป็นคนดูสวย ดูเปรี้ยว เป็นคนดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็กหรือว่าเปลี่ยนช่วงตอนทำงาน
สมัยเด็กคุณย่าเป็นคนเลี้ยงนะคะ คุณย่าจะเป็นคนชอบแต่งตัว (คุณย่าเป็นลูกครึ่งอิตาลี-มอญ คุณปู่ก็เป็นโปรตุเกส-มอญ เป็นลูกครึ่งคะ) คุณย่าจะเป็นคนแต่งตัวสวย อยู่บ้านก็สวย ทีนี้เราก็เลยซึมซับมา โชคดีที่ตอนเป็นแอร์ฯได้เทคนิคทำให้สวยอยู่ตลอดเวลา ส่วนตัวแล้วแต่งหน้าเองเพราะรู้สึกเป็นตัวเองที่สุด ทำนองนี้ค่ะ

Hi-class : คิดว่าการแต่งตัวสวยถือเป็นความสุขของชีวิตหรือว่าความสุขของคนรอบข้าง
จริงๆแล้วอยู่กับสไตล์ของแต่ละคนนะคะ หรือว่าการ brought up ของแต่ละคนว่าเราเจออะไรมาตั้งแต่เด็กนะคะ แล้วก็รับมา เราก็ชอบด้วย ในขณะที่คุณแม่จะไม่แต่งตัวเลย ไปไหนใครๆคิดว่าแม่เป็นนม(หัวเราะ)

Hi-class : แสดงว่าเป็นคนรักศิลปะ นอกจากจากการแต่งตัวแล้ว ก็แต่งบ้านสไตล์อิตาเลี่ยน-โรมัน Lifestyle แบบนี้เป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้วหรือว่ามาปรับเปลี่ยนด้วยหน้าที่การงาน

ตอนเด็กๆคือเราก็เจอเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านคุณย่าก็จะเป็นสไตล์(หลุยส์)อย่างนี้ค่ะ เราก็จะซึมซับมาโดยตรงเลย อย่างไปอเมริกานี่จะไม่ชอบเลย อะไรๆดูแล้วมันสมัยใหม่หมด แต่ถ้าทางยุโรปนี่จะโอเคมากเลย จะมีความสุขกับการท่องเที่ยวพวกพระราชวังทำนองนี่ค่ะ พระราชวังทางยุโรปก็จะมีของตกแต่งที่เป็นของจีนและยุโรปซึ่งจะมาอยู่ด้วยกันอย่างสวย ดูแล้วเข้ากันมาก ชอบค่ะ จึงเอามาเป็นไอเดียในการแต่งบ้าน (ทีมงานสังเกตประตูทางเข้าบ้านเป็นสัญลักษณ์ MPC บนแผ่นไม้ลงรักปิดทอง ซึ่งเธอเป็นผู้ออกแบบเอง อิงสไตล์ประตูพระราชวังสเปน)

Hi-class : การดูแลตัวเองให้สวยงามอยู่เสมอ ทั้งเรื่องอาหารทราบว่ามีนักโภชนาการควบคุมอาหาร และมีการดูแลรูปร่างโดยสถาบันความงาม ผิวพรรณดีมาก เปล่งปลั่งตลอดเวลา มีเคล็ดลับอะไร
ผิวอาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์ การดูแลผิวพรรณ ก็มีทาโลชั่นสูตรพิเศษ การทานก็สั่งเต็มโต๊ะแต่ทานอย่างละนิด(หัวเราะ) ทานอาหารเสริมคู่ด้วยคือต้องบำรุงจากข้างในมาข้างนอกด้วย ดูแลความงามตั้งแต่คลอดบุตร หมอให้ตำรามาเล่มหนึ่ง เราอยากสวยก็ทำตาม วันที่ 7 ออกจากโรงพยาบาลอาจมีคับตรงเอวบ้าง แต่ชุดเก่ากลับมาใส่ได้แล้ว

Hi-class : ดูแลตนเองอย่างไร มีออกกำลังกายบ้างรึเปล่า
ไม่ออก ออกกำลังกายเดินห้าง(หัวเราะ)(คุณมาริษาแกล้งแซวทีมงานว่าการเดินห้างคือ “เดินตรวจตลาด” )

Hi-class : ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง
ตื่นนอนแต่เช้า 6 โมง ใส่บาตรทุกวันเสาร์เพราะเป็นวันสบายๆ วันอื่นจะยุ่งมีธุระบ้าง พาคุณแม่ไปทานข้าว เดินดูของซุปเปอร์มาร์เก็ตเข้าบ้านวันศุกร์ มื้อเย็นที่บ้านดึกจะทานกันดึกมากเลยเพราะคนที่บ้าน บางทีคุยงานกับต่างประเทศเวลาไม่ตรงกันกับประเทศไทย แต่ก็ยังทำอาหารให้ลูกทานเพราะบ้านนี้ไม่ทานอาหารที่แม่บ้านทำ ทำนองนี้ค่ะ

Hi-class : รัศมีความงามในตัวคุณมาริษาต้องทำให้ใครต่อใครเหลียวหลัง คุณมาริษาให้ความสนใจกับ fashion มากน้อยเพียงไร หรือมีใครเป็น icon
Icon คือ Victoria Beckham เรียบ โก้ เนี๊ยบ เสื้อผ้าจริงชอบแต่งตัวตามสไตล์ของตนเอง ไม่ชอบตามแฟชั่นมาก เพราะตามแฟชั่นมากแล้วต้องเงินเยอะ(หัวเราะ) ส่วนมากซื้อสำเร็จค่ะ อาจมีตัดบ้าง ใช้ได้หมดแบรนด์ไทย แบรนด์นอกนะคะ ดีไซน์เนอร์ที่ชอบคือ Eliesaab เลบานอน ของไทยก็มี คุณหมู Asva, คุณไข่ Kai boutique ค่ะ

Hi-class : นอกเหนือจากเสื้อผ้าแล้ว เครื่องประดับก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มีสไตล์ไหน ที่คุณมาริษาชอบและคิดว่าเป็นตัวเองที่สุด ชอบอะไรมาก แล้วจัดให้กับเสื้อผ้าอย่างไร
จริงๆก็ชอบที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ถ้าไม่ชอบคะยั้นคะยอให้ตายยังไงก็ไม่ซื้อ ชอบมรกตมากที่สุด การจัดเข้ากับชุดก็ต้องดูอีกที อย่างกระเป๋าก็ต้องดูด้วยเหมือนกัน มีกระเป๋าหลายแบบมากทั้งกลางวัน กลางคืน จริงๆกระเป๋าทองฝังเพชรก็มี แต่ไม่ใช่คุณหญิงคุณนายที่ต้องใช้ ก็เก็บไว้ให้ลูกใช้

Hi-class : เครื่องประดับชิ้นไหนที่ขาดไม่ได้เลยเวลาออกจากบ้านเหมือนอวัยวะชิ้นสำคัญ
ก็ต้องเป็นอย่างนี้อะคะ (คุณมาริษาซึ่งในขณะนั้นตั้งแต่ใบหูไล่ลงมาจนกระทั่งถึงเรียวนิ้วและเล็บที่สวยงาม พริ้งพรายด้วยประกายเพชรหลายสิบกะรัตและสร้อยไข่มุก baroque southsea ขนาดเม็ดละ 18 มิลลิเมตร ความยาว 36 นิ้ว) จริงแล้วเมื่อก่อนใส่ชิ้นใหญ่บ้าง แต่หลังๆนี้เศรษฐกิจไม่ดีก็พยายามใส่ชิ้นเล็กๆบ้างๆ

Hi-class : คนภายนอกมองคุณมาริษา แล้วจะอิจฉามากเลยเพราะว่าเป็นคนสวย มีทุกอย่างเพียบพร้อม จะมีความทุกข์หรือความผิดหวังในชีวิตเหมือนคนอื่นๆทั่วไปหรือไม่
ทุกคนมีหมดนะคะ เพียงแต่ว่าเราจะเอาความผิดหวังหรืออุปสรรคอะไรพวกนี้มาแก้ไขด้วยตนเอง ไม่ต้องไปโวยวายกับใครค่ะ

Hi-class : ภายนอกที่ดูอ่อนหวานภายในดูแข็งแกร่ง เรื่องที่ทำให้หวั่นไหวที่สุดมีไหม
ใครๆก็บอกอย่างนี้ค่ะ ถ้าคนรู้จักสนิท จริงๆแล้วจะเป็นคนเฉยๆค่ะ โอเคอาจมีนิดๆหน่อยๆพอหลังจากนั้นก็ตัดไป เพราะว่าอะไรๆก็ไม่แน่นอนในชีวิตค่ะ แต่ก็ไม่ได้เข้าถึงธรรมะขนาดไปวิปัสสนานะคะ ทำไม่ได้ เคยไปกับลูกค้าที่เขาอยากไปอยู่แล้ว นึกในใจว่าจะทำได้กี่วัน ไปลองนั่งดูแล้วแต่ทำไม่ได้ เขาบอกว่าถ้าไม่พร้อมก็กลับ เราก็กลับเลย (หัวเราะ) หากเป็นใส่บาตร ทำบุญอย่างนี้โอเค ถ้าให้ไปนั่งแบบนั้นคงอีกนานนะคะ

Hi-class : คนภายนอกอาจมองว่าคนที่เพียบพร้อมได้อะไรมาง่ายๆ จะค่อนข้างเอาแต่ใจ พออะไรไมได้ดั่งใจน่าจะผิดหวังว่าย เสียใจง่าย ทำไมถึงคิดได้ชีวิตไม่แน่นอน อะไรเป็นจุดเปลี่ยน
มันก็มีกันทุกคนนะคะ คือจริงๆแล้วอายุมาขนาดนี้แล้ว ผ่านอะไรต่ออะไรมาเยอะ สมัยเด็กอาจมีบ้างเพราะเป็นลูกคนเดียวนะคะ แต่พอโตขึ้นสัจธรรมก็มีให้เห็นค่ะ มองจากคนอื่นบ้าง ถ้าเรามองคนที่ต่ำกว่าเราก็จะ happy ที่สุด ถ้ามองคนที่สูงกว่าเรา มันก็ลำบากทำให้เราทุกข์อีกค่ะ มันก็จะทำให้ลำบาก ต้องไขว่คว้า ซึ่งเราอยู่ของเราแบบนี้ก็สบายๆอยู่แล้ว เราอยู่ของเราสบายๆดีกว่า ก็เลยกลายเป็นคนสบายๆ อาจจะโกรธบ้างนิดหนึ่ง แต่พอถึงเวลาก็ต้อง given up ไป

Hi-class : เรื่องที่ทำให้โกรธมากที่สุดจะเป็นเรื่องประมาณไหน เพราะแลดูเป็นคนใจเย็น หน้าตาเหมือนน้ำนิ่ง เรื่องธุรกิจหรือว่าอะไรคะ
(ยิ้ม) ก็มีบ้างนิดนึงค่ะ ธุรกิจจริงๆตอนนี้วางมือแล้วนะคะ พ่อกับลูกทำกันเอง เพราะเด็กๆก็โต อย่างลูกสาวก็เป็นเลขาพ่อ ลูกชายก็ไปทำงานข้างนอก ตอนนี้เลยปล่อยวางมากเลย ใช้ชีวิตเชิงพักผ่อนค่ะ ไปสปาบ้าง ออกงานสังคมบ้าง ช่วงหลังจะเลือกออกงานไม่ค่อยไปบ่อยทำนองนี้ค่ะ

Hi-class : ดูเป็นคนเครียดได้ยาก
ความเครียดทุกคนก็มี แต่ว่าปล่อยวางไปสิคะ อยากสวยก็ต้องปล่อยวาง อะไรก็ไม่แน่นอนนะคะ ตอนน้ำท่วมนี่เครียดสุดๆแล้ว แพ็คของอะไรวุ่นวายไปหมด เครียดเพราะของไม่รู้จะไปไว้ไหน มีแต่ข้าวของชิ้นใหญ่ๆแล้วก็ fix ไว้หมดแล้ว

Hi-class : เรียกว่าฉลาดใช้ชีวิตอย่างมาก บางคนมีแล้วก็ยังไม่ปล่อยวาง นอนไม่หลับตอนกลางคืน
นี่หลับสบายมาก(หัวเราะ) คือคุณแม่ก็อายุมากขึ้นแล้วก็จะมีเวลาให้คุณแม่ ส่วนมากงานกลางวันนี่จะไม่รับนะคะ เพราะว่าจะพาคุณแม่ไปทานข้าว เราเป็นลูกคนเดียวนะคะ ถ้ามีพี่น้องอาจจะเปลี่ยนเวรกันได้ แต่ว่าโอเคค่ะ เราก็ไม่ mind ที่จะทำให้เขา คือทำให้เขาตอนนี้ดีกว่าเขาเป็นอะไรไปแล้ว แล้วเรามานั่งทำไรให้เขาที่หลัง มันก็ไม่เหมาะค่ะ

Hi-class : สังคมอีกรูปแบบหนึ่งที่หรูหราสวยงามที่คุณมาริษาได้อยู่ ณ จุดนั้น มีความรู้สึกอย่างไร
ทุกคนในสังคมก็จะประสบความสำเร็จกันหมดแล้วค่ะ ทั้งหน้าที่การงานครอบครัว คือจะไม่เหมือนกับในสมัยนี้ เด็กๆก็เยอะ แต่เขาก็ทำธุรกิจเหมือนกัน แต่มันอาจจะคนละแบบ แต่ว่าทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ในนี้ ทุกคนก็โชคดี ซึ่งผู้ใหญ่บางคนอาจจะเห็นเด็กรุ่นใหม่แบบนี้ บางทีก็ต้องยอมรับว่าเป็น turn ของแต่ละคนไปค่ะ

Hi-class : พื้นที่ตรงนั้นให้อะไรกับชีวิตบ้าง นอกจากพบเพื่อนฝูง เฮฮา
จริงไปไม่ได้ไปหาธุรกิจนะคะ ไปพักผ่อน ไปเฮฮา แค่นั้นเองค่ะ

Hi-class : มองว่าคนที่เข้ามาในสมัยใหม่ ทำให้ภาพสังคมที่เคยมีอยู่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
คือมันตามยุคตามสมัยค่ะ แต่ละยุคสมัยไม่เหมือนกัน

Hi-class : หลายต่อหลายคนกล่าวว่า “สังคม(ไฮโซ)หน้าไหว้หลังหลอก ไม่จริงใจ”
จริงแล้วมันก็มีทุกสังคมนะคะ เพียงแต่ว่าเราจะมอง หรือมองข้ามไปเท่านั้นเอง ถ้าเรามองข้ามไป เราก็สบายๆ แต่ถ้าเรามองตรงนั้นที่มีปัญหาก็ทำให้เรามีทุกข์ค่ะ ต้องมานั่งเคลียร์ปัญหากันตลอด

Hi-class : ปัญหาจริงๆของคนตรงนั้นแล้ว คืออะไรคะ เรื่องอะไรที่เป็นสิ่งที่รำคาญใจที่สุดของสังคม
สำหรับตัวเองจะไม่ทราบ เพราะว่าไม่ยุ่งเรื่องของใคร ตัดไปเลย ใครมานินทาใครให้ฟังก็ฟัง ฟังแล้วก็ผ่าน จบ จะไม่ยุ่ง ไม่ลงลึก ไม่มีเวลามานั่งเคลียร์ปัญหาให้(หัวเราะ) อย่างเราไปเจอเพื่อน สนุกสนาน เฮฮา แล้วใครจะมาว่าเรายังไงก็เรื่องของเขา คือเราก็ไม่ได้ไปพึ่งเขา เขาไม่ได้มาพึ่งเรา โอเค จบ คือมันมีทุกสังคมค่ะ สังคมข้างนอกก็เป็นเหมือนกัน ก็เลยเฉยๆ


นอกเหนือจากความงามที่ปรากฎแก่สาธารณชนแล้ว ในทุกครั้งที่ออกงานสังคมจะมีภาพถ่ายตามสื่อต่างๆที่คุณมาริษาจะเคียงคู่กับคุณพอล ชิว ผู้ซึ่งเป็นสามี เป็นสิ่งซึ่งแสดงถึงความรักความผูกพันของคนสองคนที่หล่อหลอมกันมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมายาวนาน…

Hi-class : ในสังคมจะมองคุณมาริษามีชีวิตคู่ที่น่าอิจฉา ไปไหนไปกัน
ไปด้วยกันเนื่องจากไม่อยากมีปัญหาครอบครัว ถ้าแยกกันไปคนอื่นอาจไปคิดได้ต่างๆนานา บางทีเพื่อนผู้ชายซึ่งเขาอาจจะไม่ใช่ผู้ชายแท้ก็มีนะคะ บางคนไม่รู้อาจคิดว่าทำไมไปกับคนนี้ประจำ จึงตัดปัญหาดีกว่าพาไปให้รู้จักเลย
Hi-class : วิธีประคองชีวิตคู่จนกระทั่งทุกวันนี้ซึ่งถือว่าดีมาก ลูกก็ประสบความสำเร็จ ทุกอย่างอะไรก็ดีหมด
เริ่มต้นกันจากความเป็นเพื่อนค่ะ จริงๆแล้วต่างคนก็ต่างมีจุดด้อยของกันและกัน เราก็มองข้ามมันไป ยิ่งอยู่กันนานๆเข้าก็เหมือนความเป็นเพื่อนค่ะ

Hi-class : มีคำแนะนำอะไรในการใช้ชีวิตคู่รึป่าวคะปรัชญาในการใช้ชีวิตคู่ ที่เป็นแบบฉบับที่อบอุ่นและรักใคร่กันมายาวนานจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาสาธารณชน
อดทน ทุกคนมาไม่เหมือนกัน เรา brought up กันคนละแบบ แต่ถ้าเราอยากอยู่ด้วยกันเราก็ต้องมีความอดทน ต้องมองข้ามในส่วนที่ไม่ชอบของเขา เขาไม่ชอบเรา คือต่างคนก็ต่างมองข้ามกันไป

Hi-class : สิ่งที่น่ารักที่สุดของคู่ชีวิต
คือเขาเป็นคนดีค่ะ เข้าใจ ตามใจ(หัวเราะ) ทำนองนี้ค่ะ ตามใจบ้างบางอย่าง(ยิ้ม)

Hi-class : การอบรมสั่งสอนลูก
กวดขันให้ลูกมีวินัย เลี้ยงในกรอบ อย่างพอคนโต 10 ขวบก็ส่งไป Millfield school สหราชอาณาจักร เลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดให้ จากนั้นก็เรียนต่อที่ Queen Mary, University of London. ลูกสาวคนเล็กพอจบปริญญาตรี คณะมนุษย์ศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ ปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพมา ก็มาทำงานเป็นเลขาคุณพ่อเขาค่ะ

Hi-class : ลูก 2 คน ไม่มีใครทำให้ปวดหัวเลย
ไม่มีค่ะ โชคดีทุกอย่าง ได้พ่อบ้านดี คนที่ดูแลพวกเขาที่ต่างประเทศก็ดี

Hi-class : ครอบครัวคนสมัยใหม่นิยมเป็น single parents กันมาก คุณมาริษามีความคิดเห็นอย่าง
ไร

ขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะคะ บางครั้งชีวิตคู่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบ ก็ถ้าอยู่คนเดียวได้เลี้ยงลูกตนเองได้ก็โอเคแล้วค่ะ เด็กๆที่โตมากับ single parents แล้วประสบความสำเร็จก็มีเยอะ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ได้เป็นปมด้อยอะไรเลย น่าจะภาคภูมิใจด้วยซ้ำไป ถ้าพ่อแม่อยู่ทะเลาะกันให้เด็กดูก็ไม่มีความสุขนะคะ

Hi-class : ไม่มีทุกข์อะไรแล้วในชีวิต
ทุกข์ทุกคนมีนะคะ เพียงแต่เราจะวางตรงไหนแค่นั้นเอง อย่างบางอย่างของหายไปก็คิดว่าไม่ใช่ของเราก็ได้ พึ่งตำรวจก็แล้ว อะไรก็แล้ว ไม่คืบหน้าก็ต้องปล่อยวาง พอน้ำท่วมนี่ทำให้ตัดอะไรได้เกือบหมดเลย เมื่อก่อนกระเป๋า Hermes พอไม่ได้ก็ทุกข์ ต้องหาให้ได้ เพราะมันต้องแบกภาระมากเลย(หัวเราะ) พอมองตัวเองต้องแคโดนน้ำก็ไมได้ ถือต้องมีถึงพลาสติกในกระเป๋า เพราะโดนน้ำไม่ได้ เดี๋ยวนี้พอถามสีที่อยากได้ ถ้าไม่มีก็ไม่ขวนขวาย พอน้ำท่วมนี่ช่วยได้เยอะเลย ไม่มีปัญญาทำอะไรเลยนะ คนอื่นเขาแพ็คของกัน แต่เราไม่รู้จะไปไว้ตรงไหน ทำนองนี้ค่ะ ไหนจะน้ำดื่ม หาซื้อน้ำก็ลำบากมาก

Hi-class : ในสังคมปัจจุบันที่คุณมาริษาบอกว่าอะไรไม่แน่นอน ยึดหลักอะไรในใช้ชีวิต
สำหรับตัวเองนะคะ สำหรับคนอื่นไม่ทราบ อะไรที่มีความสุขก็ทำๆไป เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเป็นยังไง เราไม่ไปเบียดเบียนใครทั้งนั้นค่ะ

Hi-class : Exposition of Marisa
เป็นคนเรียบๆง่ายๆ ไม่มีอะไรหวือหวา ใช้ชีวิตแบบทางเดินสายกลาง ปล่อยวาง ไม่มีอกุศลจิตกับใครค่ะ ทุกวันนี้จริงๆแล้วก็เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบแล้วนะคะ ถ้าเราดิ้นรนไป ณ เศรษฐกิจตอนนี้ก็ดูเสี่ยงมาก ซึ่งเราอยู่ของเราตอนนี้แบบสบายๆ เราไม่ต้องคิดไรมาก เราอยู่อย่างนี้เราสบายแล้ว พอใจในตรงนี้ก็โอเคแล้วค่ะ

เรียกได้ว่างามทั้งกายและงามทั้งใจ ความสุขเกิดขึ้นในทุกนาทีของชีวิตของสุภาพสตรีท่านนี้ เชื่อแน่นอนว่าอ่านจบบทสัมภาษณ์นี้แล้ว หลายคนได้คติในการดำรงชีวิตให้ตนเองมีความสุขมากขึ้นในสังคมปัจจุบันที่วุ่นวายนี้แน่นอนครับ

 

Related contents:

You may also like...