Health เมล็ดพันธุ์ของความเครียด

เมื่อพูดถึงความเครียด แต่ก่อนเรามักคิดถึงการทำงานซึ่งเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้ ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนแทบทุกเพศทุกวัยไปแล้ว ไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดง หรือคนชราวัยเกษียณที่พักผ่อนอยู่กับบ้านเฉยๆ ก็เครียดได้เท่าเทียมกัน

ความเครียดเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บสารพัด ไม่ว่าจะเป็นความดัน หัวใจ กระเพาะ เรื่อยไปจนถึงโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลต่อร่างกายด้วยอย่างเช่นโรคซึมเศร้า เหตุผลเบื้องต้นที่คนเราเกิดความเครียดนั้นมีด้วยกันไม่กี่อย่าง แต่สรุปเบ็ดเสร็จแล้วก็คือ ต้นเหตุหลักๆของอาการเครียดเกิดมาจากความคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิตในสังคมกับผู้อื่น เมื่อเกิดความคาดหวังในเป้าหมายอันใดอันหนึ่งไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ความกังวลหรือความเครียดก็จะเกิดขึ้นในใจคนทันทีมากบ้างน้อยบ้างตามความแข็งแรงของจิตใจแต่ละคน และความเครียดจะยิ่งทวีมากขึ้นเมื่อความคาดหวังหรือสิ่งที่ต้องการแสวงหาไม่เป็นไปดังใจ ไม่ต้องยกตัวอย่างอะไรให้ใหญ่โต แค่เราจะออกจากบ้านแล้วตั้งใจจะเดินไปหยิบกุญแจรถในที่ซึ่งวางอยู่ประจำ แต่พอไปถึงกลับหาไม่เจอ เรื่องแค่นี้สำหรับบางคนที่อารมณ์ไม่แข็งแรงก็สามารถทำให้หงุดหงิดหรือเครียดได้เสียแล้ว

เมื่อเรารู้แล้วว่า ความคาดหวังเป็นเมล็ดพันธุ์ของความเครียด การป้องกันความเครียดที่ฟังดูง่ายที่สุดแต่ทำยากที่สุดคือการลดระดับความมุ่งมั่นคาดหวังในสิ่งรอบตัวลง แล้วหันมามุ่งมั่นคาดหวังกับการพัฒนาตัวเองแทน จริงอยู่ที่ระดับความคาดหวังไม่สามารถลดฮวบฮาบลงได้ทันที แต่การขยับเป้าหมายของการคาดหวังจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ คือปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ฤดูกาล สภาพเศรษฐกิจโลก ฯลฯ มาเป็นการความหวังในสิ่งที่ควบคุมได้จริงๆ ก็คือตัวเราเองนั้น ช่วยให้เราลดความกังวลในสิ่งที่เราไม่รู้และไม่เข้าใจเงื่อนไขความเป็นไปได้ของมันได้ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราคาดหวังว่าจะแต่งหน้าสวยออกไปถ่ายภาพกลางแจ้งกับหวานใจในช่วงหน้าฝน แต่เราไม่ได้แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางกันน้ำ เพราะคาดหวังว่าฟ้าฝนจะเป็นใจ ซึ่งเป็นความคาดหวังโง่ๆที่จะทำให้เราต้องคอยลุ้นและเครียดตลอดทั้งวัน เราก็เปลี่ยนมาคาดหวังกับตัวเอง ด้วยการเตรียมพร้อมอย่างดีที่สุด เช่น เลือกสถานที่ถ่ายภาพให้สามารถทำงานได้กลางแจ้งและในร่ม เลือกเครื่องสำอางชนิดกันน้ำมาแต่งหน้า เผื่อฝนตกจะได้ไม่เลอะเทอะ รวมถึงอะไรต่อมิอะไรที่เราสามารถคิดได้และเตรียมตัวเองได้เพื่อให้ลดความกังวลหรือความเสี่ยง ก็จะทำให้โอกาสเครียดลดลง เพราะตัวเราควรจะเป็นคนสุดท้ายที่เป็นต้นเหตุของความผิดหวังใดๆในชีวิตเราเอง หรือยกตัวอย่างแบบที่เห็นง่ายกว่านั้นคือ เราเป็นคนขี้เกียจเรียนหนังสือที่ดันฝันอยากจะเรียนแพทย์ ซึ่งถ้าหวังเล่นๆขำๆก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากหวังจริงจังชนิดกินไม่ได้นอนไม่หลับย่อมทำให้เครียด การจุดธูปบนบานศาลกล่าวให้สมหวังอาจไม่ช่วยอะไรมาก แม้จะทำให้คลายเครียดแบบลมๆแล้งๆได้ในช่วงสั้น แต่ทุกคนก็คงรู้ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ตัวเองสมหวังน่าจะเป็นการหันมาขับเคี่ยวตัวเองให้ดีที่สุด ควบคู่กับประเมินความเป็นไปได้รอบตัวโดยปราศจากอคติ และฝึกกำหนดใจให้ยอมรับกับผลที่จะเกิดขึ้นทั้งที่สมหวังและไม่สมหวังด้วยจิตใจที่สงบมั่นคง โอกาสที่จะโดนความเครียดรุมเร้าก็จะลดลงไปด้วย

ความเครียดจากความคาดหวังนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ยังหมายถึงความคาดหวังในความสัมพันธ์หรือการปฏิบัติจากบุคคลรอบข้าง คนที่หวังว่าคนรอบข้างโน้นจะเป็นอย่างนี้อย่างนั้นมักเป็นคนที่เครียดได้ง่าย และการบังคับให้ทุกคนทำตามใจเราก็เป็นเรื่องยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการทำลายเมล็ดพันธุ์ของความเครียดจากการปฏิสัมพันธ์คือการปล่อยวาง และทำใจให้มีเมตตา พยายามมองโลกในแง่จริง ไม่ดีหรือร้ายเกินไป และทำความเข้าใจว่า คนทุกคนก็มีวิถีของตัวเอง ไม่มีใครทำถูกใจใครได้ทั้งหมด แม้แต่ตัวเราเองยังทำไม่ถูกใจตัวเองอยู่บ่อยๆ หากคิดได้ดังนี้จริง ก็จะไม่คาดหวังเกินไป และลดความเครียดที่เป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายลงไปได้มาก

+++++++++++++++++++++++++


TEXT : Wannasiri Srivarathanabul

Excecutive Editor
Editor@HiclassSociety.com

Thanks to image from :http://bruno-gadelha.tumblr.com/

Related contents:

You may also like...