ตบเท้าเข้าเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

เมืองฟลอเรนซ์(Florence) ตั้งอยู่บริเวณยุโรปใต้ ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูตและมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย โดยมี กรุงโรม(Rome)เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอและประเทศอิตาลี …เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) หรือ เมืองฟีเรนเซ (Firenze) คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี ที่อยากแนะนำให้คุณไปเยือนสักครั้งหนึ่ง โดยเมืองฟลอเรนซ์นั้นเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฟลอเรนซ์ (Firenze: FI) และแคว้นทัสกานี (Tuscany) แคว้นที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรมและอุตสาหกรรมของประเทศอิตาลีนั่นเอง

เมืองฟลอเรนซ์ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน (Arno River) ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมากเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะในช่วงยุคกลางเมืองฟลอเรนซ์ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางการเงิน และถือกันว่าเป็นที่เกิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา และยังมีชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในยุคกลางฟลอเรนซ์เป็นที่รู้จักกันในนามว่าเอเธนส์อีกด้วย

จัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม และ มหาวิหารฟลอเรนซ์
เมื่อปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) ใจกลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก(Unesco) เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของเรอเนสซองส์ ที่ได้เติบโตขึ้นเป็นอิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมภายใต้การปกครองของตระกูลเมดิชี (Medici) ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 -16 รวมไปถึงกิจกรรมทางศิลปะที่พิเศษอันดำเนินไปในช่วง 600 ปี เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และอื่นๆในเขตเมืองเก่าฟลอเรนซ์

สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองฟลอเรนซ์นั้น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแรกนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปยังบริเวณใจ กลางเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) จัตุรัสที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมาก ที่สุดในยุโรป โดยจัตุรัสนั้นตั้งอยู่ในใจกลางของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมืองฟลอเรนซ์

มหาวิหารฟลอเรนซ์ และ จอตโต แคมพานีลี
หลังจากนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปชมความงดงามของ มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) หรือ อาสนวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิออเร (Basilica di Santa Maria del Fiore) มหาวิหารที่ตั้งอยู่ในเขตจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ออกแบบโดยฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู

มหาวิหารฟลอเรนซ์ เป็นมหาวิหารที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของทวีปยุโรป รองลงมาจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มหาวิหารเซนต์พอล และมหาวิหารมิลาน มีความยาว 153 เมตร และฐานของโดมกว้างถึง 90 เมตร ปัจจุบันมหาวิหารอยู่ภายใต้การดูแลของสังฆมณฑลโรมันคาทอลิกแห่งฟลอเรนซ์ (Roman Catholic Archdiocese of Florence)

ต่อมาขอแนะนำให้คุณไปชม จอตโต แคมพานีลี (Giotto’s Campanile) หรือ จอตโต เบล ทาวเวอร์ (Giotto’s bell Tower) หอระฆังที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารฟลอเรนซ์ ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ด้วยความสูงประมาณ 84.7 เมตร (277.9 ฟุต) ตัวหอคอยถูกตกแต่งด้วยรูปปั้น รุปแกะสลักอย่างดงาม และไม่ไกลจากกันนักจะเป็นที่ตั้งของหอทำพิธีศีลจุ่ม (Florence Baptistery) เป็นอาคารทางศาสนาที่มีสถานะเป็นโบสถ์ขนาดเล็กเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ ที่สุดในเมือง โดยหอแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1059 – 1128

ปาลาสโซ เวชชิโอ
จากนั้นขอแนะนำให้คุณมุ่งหน้าไปยัง เปียสซ่า เดลลา ซินโยเลีย (Piazza della Signoria) จัตุรัสรูปตัว L ที่อยู่ด้านหน้า ปาลาสโซ เวชชิโอ (Palazzo Vecchio) เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวข้องกับศูนย์กลางศูนย์กลางทางการเมืองทาง การเมืองของเมืองฟลอเรนซ์ ไม่พลาดไปชมอาคารปาลาสโซ เวชชิโอ หรือ อาคารศาลากลางแห่งเมืองฟลอเรนซ์ นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับงานศิลปะ จิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น และอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก และบิรเวณด้านหน้าปาลาสโซ เวชชิโอยังเป็นที่ตั้งของน้ำพุรูปเนปจูน (Fountain of Neptune) ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1563-1565 โดย แบร์โตโลมิโอ แอมแมนนาติ (Bartolomeo Ammannati)

สะพาน ปอนเต เวชชิโอ
ถัดมาขอแนะนำให้คุณไปชมความงดงามของสะพาน ปอนเต เวชชิโอ (Ponte Vecchio)สะพานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสัญจรข้ามแม่น้ำอาร์โน โดยบนสะพานนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารร้านค้า ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะ อัญมณี และของที่ระลึกจำนวนมาก โดยเชื่อกัยว่าสะพานที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยโรมัน ปัจจุบันกลายเป้นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชือ่เสียงมากแห่งหนึ่งของเมืองฟลอเรนซ์

ปาลาสโซ ปิทติ
สุดท้ายขอแนะนำให้คุณไปเยือน ปาลาสโซ ปิทติ (Palazzo Pitti) หรือที่นิยมเรียกกันว่า วังปิตติ พระราชวังเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนด้านทิศใต้ของแม่น้ำอาร์โนและอยู่ไม่ไกลจาก สะพาน ปอนเต เวชชิโอมากนัก โดยพระราชวังถูกสร้างเมื่อปีค.ศ. 1458 เดิมเป็นบ้านพักของ ลูคา ปิตตี้ (Luca Pitti) ผู้เป็นทั้งพ่อค้าแลนายธนาคาร หลังจากนั้นได้ขายให้กับตระกูลเมดิชี (Medici Family) ในปี 1549 และได้กลายเป็นที่พำนักประจำตระกูล

ปัจจุบันวังปิตตี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุ เช่น โคมระย้าเก่าแก่ที่งดงามอลังการ เครื่องเรือน และภาพเขียนชิ้นสำคัญๆของศิลปินผู้มีชื่อเสียงแห่งยุคที่เก็บรักษาอยู่ภายใน นอกจากนี้แล้วภายในพระราชวังยังเป็นที่ตั้งของ สวนโบโบลิ (Boboli Gardens) สวนสไตล์อิตาเลียนที่ถูกสร้างขึ้นด้านหลังของพระราชวัง เป็นสวนที่มีเนื้อที่ 45,000 ตารางเมตร ออกแบบโดยตริโบโล (Tribolo) นักจัดสวนมือหนึ่งของอิตาลีในขณะนั้น ภายในสวนได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยรูปปั้นและน้ำพุจำนวนมาก

Thanks to images from :
http://www.hflight.net/forums/topic/6564-top-50-%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/
http://topnews.net.nz/content/29310-leaders-back-square-revamp
http://en.wikipedia.org/wiki/Piazza_della_Signoria
http://www.nicobastone.com/PI503.htm
http://www.eventi-firenze.it/en/2011/07/mostra-al-palazzo-pittidagli-splendori-di-corte-al-lusso-borghese/

Related contents:

You may also like...