บุคคลไม่ควรดูถูกดูหมิ่นของ ๔ อย่างว่าเป็นของเล็กน้อย

เนื่องด้วยวันที่ 20 กันยายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 8 จึงได้นิมนต์พระมหาภา เขียนธรรมะสอนใจที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญดังกล่าว เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความสำคัญของวันดังกล่าว ความว่า…

จำเริญพรท่านผู้อ่านทั้งหลาย เนื่องด้วยช่วงนี้อาตมาภาพติดภารกิจหลายประการ จึงมิค่อยได้พรรณนาสาธยายธรรมะตามที่เคยสาธยายมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านได้ แต่ว่าวันนี้อาตมาจะขอยกเอาพระสูตรที่มีมาในพระไตรปิฎก อันเป็นพระพุทธวจนธรรมคำสอนขององค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ๑๐๐% มาฝากท่านผู้อ่านทั้งหลาย ซึ่งธรรมะในวันนี้กล่าวถึงเรื่องว่า
“บุคคลไม่ควรดูถูกดูหมิ่นของ ๔ อย่างว่าเป็นของเล็กน้อย”

คราวหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดพระเชตวัน แล้วทูลถามว่าท่านพระโคดมทรงปฏิญาณได้หรือไม่ว่าได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณอย่างยอดเยี่ยม พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า พระองค์ทรงปฏิญาณว่าพระองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณอย่างยอดเยี่ยมแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่าบรรพชิตเหล่าอื่น เช่น ศาสดาทั้ง ๖ เมื่อพระองค์ตรัสถามว่าท่านเหล่านั้นปฏิญาณได้หรือไม่ว่าเป็นผู้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ ก็ไม่มีผู้ใดปฏิญาณสักคน ทั้งๆ ที่ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ที่มีอายุมากแล้ว เป็นเจ้าลัทธิที่มหาชนยกย่อง ส่วนพระพุทธเจ้ายังทรงหนุ่มอยู่ ผนวชมาก็ไม่สู้นาน ไฉนพระองค์จึงกล้าปฏิญาณเล่า พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า “ไม่ควรดูถูกดูหมิ่นของ ๔ อย่างว่าเป็นของเล็กน้อย” คือ
(1) อย่าดูถูก ดูหมิ่นกษัตริย์ว่ายังทรงพระเยาว์
(2) อย่าดูถูก ดูหมิ่นงูว่าตัวเล็ก
(3) อย่าดูถูก ดูหมิ่นไฟว่าเล็กน้อย
(4) อย่าดูถูก ดูหมิ่นภิกษุว่ายังหนุ่มอยู่
ของ ๔ อย่างนี้ไม่ควรดูถูกดูหมิ่นว่าเล็กน้อยไม่สำคัญ
- เพราะพระมหากษัตริย์แม้ยังทรงพระเยาว์ แต่ก็มีพระราชอำนาจมาก หากทรงพิโรธขึ้นอาจลงพระราชอาญาอย่างหนักได้
- งูพิษแม้ตัวเล็กก็กัดคนให้ตายได้
-ไฟเพียงเล็กน้อยก็อาจเผาบ้านเรือนผลาญชีวิตคนได้
- พระภิกษุแม้ยังหนุ่ม แต่ก็เป็นผู้มีศีล ผู้ใดประทุษร้ายต่อภิกษุผู้มีศีล ผลแห่งกรรมชั่วย่อมแผดเผาผู้นั้น บุตร ภรรยาและทรัพย์สมบัติของผู้นั้นย่อมพินาศ
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสจบแล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลได้กราบทูลว่าพระธรรมของพระพุทธเจ้าแจ่มแจ้งนัก และปฏิญาณตนเป็นอุบาสกของถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
อันนี้คือพระพุทธพจน์อันออกจากพระโอฐษ์ของพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย เพื่อให้เราทั้งหลายได้รู้ ได้ทำความเข้าใจ และนำไปประพฤติปฏิบัติตาม ก็จะได้ประโยชน์ตามสมควรแก่การตั้งใจของแต่ละบุคคล เพราะพระพุทธเจ้าเป็นแต่เพียงผู้ชี้ทางให้เราเท่านั้น ส่วนการดำเนินไปนั้น อยู่ที่ตัวของเราเองแล

มหาภา
๑๔ ก.ย. ๕๕

* พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค – โกสลสังยุต – ปฐมวรรค – ๑. ทหรสูตรดูเพิ่มเติม *

Related contents:

You may also like...