บ้านนี้มีน้ำใจ

เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม การอยู่ร่วมกันของมนุษย์จึงต้องมีเงื่อนไขในการปฏิสัมพันธ์อย่างเคร่งครัด ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นค่านิยม คุณธรรมจริยธรรม จารีต วัฒนธรรมประเพณี และกฏหมาย เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างหลากหลายทั้งในระดับปัจเจกเรื่อยไปจนถึงระดับเชื้อชาติแต่ไม่ใช่ด้วยกฏกติกาที่วางไว้ในสังคมเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ช่วยลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาต่างๆในการอยู่ร่วมกันของผู้คน หากแต่ยังมีเรื่องของมิตรจิตมิตรใจอีกด้วยที่ทำให้มนุษย์รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันความสุขให้แก่กัน แม้จะไม่ใช่คนในครอบครัว เพื่อนฝูงหรือพวกพ้อง


มนุษย์ทุกคนมีทั้งด้านดีและร้ายในตัวเอง และจะแสดงด้านดีหรือร้ายออกมาเมื่อถูกกระตุ้นในแสดงออกในทางนั้นๆ ไม่มีใครที่ดีไม่มีที่ติ หรือร้ายจนหาความดีไม่ได้ บ่อยครั้งที่ปัญหาสังคมเกิดขึ้นเพราะผู้คนในสังคมหรือชุมชนได้รับแรงกดดันหรือการกระตุ้นให้แสดงความร้ายกาจหรือเห็นแก่ตัวออกมา ทั้งที่ในหัวใจส่วนลึกแล้วคงไม่มีมนุษย์ปกติคนไหนในโลกที่อยากเป็นคนเลวหรือเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น แต่เมื่อใดที่มีสถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดแรงขับความรู้สึกหรือการกระทำร้ายๆภายในออกมา มนุษย์ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งพอก็จะไม่สามารถใช้คุณธรรมความดีของตนสะกดกลั้นการทำในสิ่งที่ชั่วร้ายหรือไม่เหมาะสมได้ และปัญหาความเลวร้ายที่น่ากลัวส่วนมากในประวัติศาสตร์ของโลกนี้ก็มักเกิดขึ้นจากการที่มนุษย์ในระดับผู้นำบางคนขาดคุณธรรม หรือขาดความสามารถที่จะควบคุมหรือกำจัดแรงขับดันด้านร้ายของตัวเอง ยิ่งเป็นผู้ที่อยู่ในสถานะสูงหรือมีผู้คนในบังคับบัญชามาก การลุแก่อำนาจ โทสะ มัวเมาในกิเลส หรือมีความโลภอยากได้ไม่รู้จักพอ ก็จะนำไปสู่การสู้รบแย่งชิง การไล่ล่าอาณานิคม การทำศึกสงคราม การเข่นฆ่า ส่งผลกระทบต่อผู้คนหมู่มากที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ต้องพลอยเดือดร้อนอย่างที่เราได้เห็นกันมามากตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

การปลูกฝังคุณธรรมความดีโดยเฉพาะความมีน้ำใจเมตตากรุณา ปรารถนาที่จะเห็นผู้อื่นหลุดพ้นจากความทุกข์และมีความสุข เรื่อยไปจนถึงความสามารถที่จะยินดีในความสุขความเจริญของผู้อื่นโดยไม่เกิดรุ่มร้อนด้วยอารมณ์อิจฉาริษยานั้น เป็นเรื่องที่ต้องอบรมสั่งสอนและฝึกฝนจริงจัง ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะมนุษย์เกิดมาพร้อมกับสัญชาติญานในการเอาตัวรอด ที่จะต้องมีพฤติกรรมและความสามารถในการแก่งแย่งแข่งขันฝังอยู่ในรหัสพันธุกรรม ธรรมชาติชนิดนี้เองที่บ่อยครั้งจะเป็นต้นเหตุคอยสร้างปัญหาในการอยู่ร่วมกัน และทะเลาะเบาะแว้งกัน

ครอบครัว สังคม หรือชุมชนใดที่ปรารถนาความสุขสงบจึงต้องมีกลไกในการหล่อหลอมความรู้สึกนึกคิดและจิตสำนึกของสมาชิกในสังคมนั้น ให้รู้จักมีน้ำใจต่อกันทั้งในกลุ่มพวกพ้องและส่วนรวม ดังที่เราๆท่านๆคงได้ยินกันบ่อยเป็นคำสุดฮิตในยุคนี้ก็คือคำว่า จิตสาธารณะ ซึ่งหมายถึงจิตใจที่เสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือมีน้ำใจนั่นเอง และก็มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่ประการใด

การสร้างนิสัยโอบอ้อมอารีมีน้ำใจในสังคมต้องเริ่มจากการปลูกฝังในครอบครัว โดยไม่ได้ใช้การสั่งสอนหรือติดป้ายแปะไว้ข้างฝาเพื่อสั่งเด็กๆให้ตื่นเช้ามาเป็นคนดีมีน้ำใจ เหมือนอย่างที่โรงเรียนทั้งหลายชอบทำ ด้วยการแปะคำขวัญ คำคม คำสอนไว้ตามที่ต่างๆ รวมถึงให้ท่องจำคติธรรมต่างๆเป็นนกแก้วนกขุนทอง วิธีการเหล่านั้นไม่ได้ช่วยให้ใครกลายเป็นคนดีขึ้นมาได้ เพราะในคุกก็มีติดป้ายคำขวัญเด็ดๆเอาไว้มาก แต่คนที่หลุดจากคุกออกมาก็ไม่ได้เปลี่ยนเป็นยอดมนุษย์ผู้แสนดีแต่ประการใด

การหล่อหลอมคุณธรรมในเรื่องความมีน้ำใจต้องใช้การปฏิบัติให้เห็นตัวอย่าง ให้เกิดการซึบซับ และเห็นประโยชน์ พ่อแม่ที่ไม่มีน้ำใจต่อปู่ ย่า ตา ยาย ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือแม้แต่ทำดีมีน้ำใจให้แก่กันเองในระหว่างสามีภรรยา อาศัยแต่การสั่งสอนด้วยคำพูดเพื่อให้เด็กๆในปกครองเป็นคนดีมีน้ำใจเห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเด็กๆที่โตมากับสิ่งแวดล้อมชนิดใดก็จะกลายเป็นคนชนิดนั้น ในทางกลับกันหากพ่อแม่ที่มีนิสัยเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักการให้ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและปฏิบัติดีต่อคนในครอบครัวสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้เขียนป้ายคติพจน์คำขวัญเลิศๆติดไว้ที่ประตูบ้านเพื่อเตือนใจลูกหลาน แต่ลูกก็มีแนวโน้มจะเป็นคนดีคล้ายๆกันกับพ่อแม่ แม้ในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นอาจมีเกกมะเหรกเกเรบ้างตามประสาเด็ก แต่เมื่อเติบโตขึ้นจะพบว่า คนเราจะสืบทอดพฤติกรรมส่วนใหญ่ในชีวิตมาจากผู้ที่อบรมเลี้ยงดูโดยเฉพาะพ่อแม่ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่เราชอบหรือไม่ชอบ เมื่อถึงเวลาหรือมีสถานการณ์มากระตุ้นให้แสดงออก พฤติกรรมที่ถูกปลูกฝังในส่วนลึกหรือในจิตใต้สำนึกมานานจากการเลี้ยงดูจะปรากฎออกมาโดยอัตโนมัติ

พ่อแม่ที่ซื่อสัตย์มักมีลูกเป็นคนซื่อสัตย์ พ่อแม่ที่เป็นคนขี้โกง เห็นแก่ตัว มักมีลูกเป็นคนทุจริตคดโกง เห็นแก่ตัว ซึ่งความร้ายของบางคนจะปรากฏชัดถ้าอยู่ในสถานะที่ต้องใช้ชีวิตกับคนหมู่มาก มีคนรู้เห็นพฤติกรรมของเขามากกว่าคนที่อยู่ในสังคมเล็กๆ ดังนั้นพ่อแม่ที่ปรารถนาจะสร้างลูกขึ้นมาเป็นบุคคลระดับผู้นำ เป็นหัวหน้าหรือเจ้าคนนายคน ยิ่งต้องระมัดระวังในการหล่อหลอมพฤติกรรมความคิดของลูก จากเด็กๆที่เคยแอบจิ๊กยางลบดินสอของเพื่อน หรือแอบกินขนมในห้องเรียน อาจเติบโตขึ้นมาเป็นนักการเมืองที่โกงกินจนประเทศชาติล่มจมก็ได้

การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หรือมีจิตสาธารณะนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความมั่งคั่งหรือปริมาณทรัพย์สิน ไม่ว่าใครก็มีน้ำใจได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการให้แรงงาน ให้ความรู้ ให้กำลังใจ ให้โอกาสแก่คนที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงให้การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมตามกำลังของเรา เช่น การประหยัดพลังงาน การไม่ทิ้งขยะ การไม่ตัดไม้ทำลายป่า การไม่ละเมิดกฏกติกาการอยู่ร่วมกันในสังคม และที่สำคัญ…การให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ก็คือการให้อภัย เพราะคนเราที่อยู่ด้วยกันมีความคิดที่แตกต่างกัน อาจมีกระทบกระทั่งกันบ้างบางเวลา โอกาสที่จะทำผิดพลาดต่อกันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ หากรู้จักฝึกใจให้มีการให้อภัย ปัญหาความขัดแย้งและการทำร้ายกันในทุกสังคมจะลดลงไปได้มาก

การอยู่ร่วมกันของชุมชน หมู่บ้าน ในสังคมบ้านใกล้เรือนเคียงก็เช่นกัน การมีน้ำใจไม่ได้หมายความถึงแค่การยิ้มให้กัน การเอาขนมเข่งไปไล่แจกตอนตรุษจีน หรือหิ้วกระเช้ารังนกไปให้กันในวันปีใหม่ แต่หมายถึงน้ำใจในการปฏิบัติตามกฏกติการอยู่ร่วมกัน การช่วยดูแลรักษาบรรยากาศที่ดี และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของทรัพย์สินส่วนรวม รวมถึงดูแลสภาพชีวิตตัวเองไม่ให้อยู่ในสถานะที่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เช่น เปิดเพลงดังรบกวนเพื่อนบ้าน จอดรถขวางจราจรในหมู่บ้าน หรือแม้แต่ปล่อยให้สภาพบ้านตัวเองทรุดโทรมสกปรกรกรุงรังเกิดทัศนอุจาดแก่ภาพรวมของชุมชน เหล่านี้คือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่มีความหมายลึกซึ้งและสื่อสารให้เห็นถึงน้ำใจอันดีในการอยู่ร่วมกัน เพื่อความสุขของทุกคนและตัวเราเอง

+++++++++++++++++++++++++


TEXT : Wannasiri Srivarathanabul

Excecutive Editor
Editor@HiclassSociety.com

Thanks to images from
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=284324
http://webboard.zubzip.com/topic/19086
http://www.thaitransport-photo.net/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2787&start=30

Related contents:

You may also like...