สร้างต้นทุนชีวิตให้เด็กและเยาวชนได้อย่างไร

“ต้นทุนชีวิตของเด็กแต่ละวัย” ทั้งปฐมวัย วัยเรียน และวัยรุ่น แม้ว่าโดยภาพรวมจะเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดและจุดเน้นความสำคัญที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการสร้างต้นทุนชีวิตจะต้องให้ครอบคลุมทั้ง 3 ช่วงวัย คือ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน และวัยรุ่น

๑. แรกเกิดถึง 6 ขวบ เด็กปฐมวัย เป็นช่วงวัยเด็กเล็กที่มีพ่อแม่ ครอบครัวและศูนย์เด็กปฐมวัยเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูเอาใจใส่ วัยนี้จึงมีสถาบันครอบครัวเป็นหัวใจหลักในการสร้างเสริมต้นทุนชีวิต
๒. อายุ 6 ขวบถึง 12 ปี วัยเรียน เป็นช่วงวัยที่เด็กเปลี่ยนจากการอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว เข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียน มีครู มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น เด็กวัยนี้มีสถาบันการศึกษาและครอบครัวเป็นหัวใจในการสร้างเสริมต้นทุนชีวิต

๓. อายุ 12 ปีถึง 25 ปี วัยเยาวชน เด็กจะเริ่มห่างจากครอบครัวและติดเพื่อนมากขึ้น เด็กช่วงวัยนี้จะมีกลุ่มเพื่อนและชุมชนเป็นหัวใจในการสร้างเสริมต้นทุนชีวิต แต่ครอบครัวก็ยังมีบทบาทสำคัญเช่นเดิม

การสำรวจต้นทุนชีวิตทั้ง 3 ช่วงวัยอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มองเห็นปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยสร้างที่มีในเด็กและเยาวชน ทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น สิ่งที่กำลังจะเติมเข้ามาคือ โรงเรียนพ่อแม่ ที่จะให้พ่อแม่ได้เรียนรู้กันตั้งแต่ตอนตั้งท้องเลยว่าจะต้องดูแลจัดการ ชีวิตอย่างไรให้ชีวิตลงตัว รวมไปถึงการดูแลลูกและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

ส่วนคนที่ไม่มีลูก คนที่กำลังจะเป็นพ่อแม่ก็สามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้เพื่อสร้างต้นทุนชีวิตให้ ลูกที่กำลังจะเกิดมาได้ กรณีคนที่ลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว อาจจะสงสัยว่าจะทำอะไรได้บ้าง จริงๆ ก็สามารถเริ่มต้นจากวันนี้ได้เลย วันที่ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้และคิดว่าจะทำ ที่สำคัญ ลองถามตัวเองว่า…“วันนี้คุณได้จับถูกคนที่คุณรักและคนรอบข้างแล้วหรือยัง? ”  การเริ่มต้นเรียนรู้ “จับถูก” มากกว่า “จับผิด” ตั้งแต่วันนี้ วันหนึ่งลองจับถูก 1 อย่าง และสะท้อนความรู้สึกที่ดีออกไปตรงๆกับลูกหรือภรรยา, สามี… ก็ถือใช่แล้วกับการเริ่มต้นกระบวนการซ่อมสร้างต้นทุนชีวิต คือ “เริ่มจากตัวเราเอง นั่นคือกลเม็ดเคล็ดไม่ลับการสร้างเสริมต้นทุนชีวิต”


การจับถูก
การจับ ถูกมีความหมายหลายแง่หลายมุม พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อเห็นปัญหา เราต้องหาเหตุแห่งปัญหา ไม่ใช่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับปัญหานั้น โดยไม่หาทางแก้ไข เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมานั่งโทษกัน แทนที่เราจะทำให้เป็นปัญหา ก็เปลี่ยนให้เป็นต้นทุน ยกตัวอย่าง เด็กคนหนึ่งไม่ส่งการบ้าน แทนที่ผู้ใหญ่จะย่ำอยู่กับปัญหา แล้วไปเล่นงานเด็ก ก็ต้องไปหาเหตุแห่งปัญหานั้นว่าทำไมเด็กถึงไม่ยอมทำการบ้าน ลูกไม่สบายใจหรือมีปัญหาตรงไหน จะได้เข้าไปช่วยให้ถูกจุด เมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้เทคนิคแบบนี้ เด็กก็จะสบายใจ ตัวพ่อแม่เองก็จะรู้สึกผ่อนคลายด้วย

การสร้างเสริมต้นทุนชีวิตสำหรับผู้ใหญ่
• ทำความรู้จักทักทายกับเพื่อนรอบบ้านรวมทั้งเด็กและเยาวชน
• เสริมสร้างการรู้จักกันด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น เล่นกีฬา ทำกับข้าวแบ่งปัน
• ร่วมกิจกรรมจิตอาสาในชุมชน โรงเรียนหรือวัด
• ร่วมกิจกรรมของชุมชน ตามเวลาและโอกาสต่างๆ
• ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัยของเยาวชน
• รับฟังและเรียนรู้ข่าวสารและเทคโนโลยีอย่างมีสติเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตของตนเองได้อย่างเหมาะสม

การสร้างเสริมต้นทุนชีวิตสำหรับครอบครัว
• ติดโปรแกรมต้นทุนชีวิตที่ดีไว้ที่ตู้เย็นและกำหนดสัปดาห์รณรงค์สำหรับการลงมือปฏิบัติในแต่ละต้นทุน
• กำหนดเป้าหมายของการสร้างเสริมต้นทุนชีวิตที่ดีร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว
• สร้างกิจกรรมร่วมกันอย่างน้อยวันละ ๑๕ นาทีและสัปดาห์วันหยุด
• เล่าเรื่องราวดีๆ ที่ประสบมาร่วมกันเพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเหตุการณ์จริง
• ติดตามดูแล ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียน
• สร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้ร่วมกันภายในครอบครัว
• สร้างวินัยในบ้านที่ทุกคนสามารถปฏิบัติและยอมรับได้
• ทำความรู้จักกับคนรอบบ้าน
• รู้จักเพื่อนๆ ของลูก
• เข้าร่วมกิจกรรมของลูกตามจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม
• ชื่นชม ให้กำลังใจในกิจกรรมที่ดีของสมาชิกในครอบครัว
• เป็นแบบอย่างที่ดีในบ้าน

การสร้างเสริมต้นทุนชีวิตสำหรับโรงเรียน
• เป็นผู้ประสานให้เกิดกิจกรรมจิตอาสาสำหรับผู้ปกครอง
• สร้างกิจกรรม การอบรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์หลังเลิกเรียน
• ร่วมทำกิจกรรมและพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้กับชุมชน
• อบรมทักษะการสร้างเสริมต้นทุนต่างๆ หรือทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคมให้กับพ่อแม่หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
• ตั้งชมรมบำเพ็ญประโยชน์สู่ชุมชน
• เปิดโอกาสให้เด็กและยาวชนเป็นผู้นำด้านกิจกรรม

การสร้างเสริมต้นทุนชีวิตสำหรับชุมชน
• สร้างและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ในชุมชนร่วมกันเป็นประจำ
• สร้างมิตรภาพและสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกในชุมชน
• ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมระดับเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยร่วมมือกับวัด โรงเรียน และหน่วยงานอื่นๆ
• ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยในชุมชน
• มีส่วนร่วมกับชุมชนในการเรียนรู้และแบ่งปันภูมิปัญญาที่ตนเองมีและสนใจ

การสร้างเสริมต้นทุนชีวิตระดับประเทศชาติ
• สนับสนุนงบประมาณผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
• สนับสนุนให้มีการรณรงค์การมีกิจกรรมสร้างสรรค์ในทุกพื้นที่
• ให้รางวัลชุมชนที่สามารถสร้างเสริมต้นทุนชีวิตได้ดี
• สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมการเผยแพร่
• สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน ตั้งแต่ระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ

ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.สุริยเดว ทรีปาตี
อาจารย์กุมารแพทย์ สถาบันร่วมผลิตแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิต, หัวหน้าคลินิกวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
***********************************************************

Thanks to images from :-
http://www.clarebrehenyphotography.com/family-photographer-london-zurich-children-families-gallery/
http://www.hbo.com/documentaries/index.html

Related contents:

You may also like...