Botox ใช่ว่าแค่เพียงลบริ้วรอย


หลายต่อหลายคนคงได้ชมภาพยนตร์ขวัญใจสาวอเมริกันอย่าง Sex & the city ตัวละครสาวสวยอมตะผู้กลัวความแก่อย่าง Samantha Jones เธอได้กล่าวขวัญให้เพื่อนสาวอีก 3 คนรับรู้ถึงศาสตร์ความงามต่างๆมากมาย วันนี้ The Classy Diva ได้ขอคำปรึกษาจาก นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามที่เนรมิตความงามให้กับผู้คนมามากมาย คุณหมอคิวทองขวัญใจบรรดาเซเล็บ-ไฮโซในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองไทย ได้ความรู้มานำเสนอดังนี้ “เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อยาที่มีชื่อว่าโบท็อกซ์(Botox) แต่อาจมีหลายคนที่ยังไม่รู้จักกับโบท็อกซ์ในแง่มุมที่ละเอียด”

เมื่อหลายสิบปีก่อน มีการค้นพบสารชนิดหนึ่งซึ่งผลิตโดยแบคทีเรียชื่อ Clostridium botulinum และเรียกสารนี้ว่า Botuluinum toxin ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติทำให้การทำงานหรือการบีบเกร็งตัวของกล้ามเนื้อลดลง ต่อมาได้นำสารตัวนี้มาใช้สำหรับการรักษาภาวะที่เกี่ยวกับความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้อคอบิดเกร็ง โรคกล้ามเนื้อรอบตา หรือกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก โรคตาเข รวมทั้งภาวะแขนขาบิดเกร็งในเด็กที่มีอาการพิการทางสมอง หลังจากการฉีดสารตัวนี้ผลคือการทำงานของกล้ามเนื้อที่มากเกินไปจนเกร็งทำงานลดลง คนไข้ก็สบายขึ้น กล้ามเนื้อหายกระตุก คอ หรือแขนขาลดการบีบเกร็ง ตาหายเข ต่อมาสังเกตว่าคนไข้ที่ฉีดยาเพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้อหน้ากระตุกได้ผลพลอยได้คือ ริ้วรอยบนใบหน้าหายไปด้วย จึงพบว่าริ้วรอยบางอย่างเกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อมากเกินไป ซึ่งหลังฉีด Botulinum toxin ตรงที่ใกล้รอยย่นชนิดนั้น รอยย่นจึงหายไปด้วยจึงเริ่มการคิดค้นเพื่อนำสารตัวนี้เพื่อนำมาใช้รักษารอยเหี่ยวย่น

สาร Botulinum Toxin จริงๆแล้วมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ได้ผลดีที่สุดในการลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อคือ สาร Botulinum toxin type A ซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายและมีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งในการใช้สามารถแบ่งการนำมาใช้ได้เป็น 2 ประเภทคือ

  1. ไม่เกี่ยวข้องกับความงาม ได้แก่ นำมารักษาภาวะปวดศีรษะไมเกรน ภาวะปวดหัวหรือตามจุดต่างๆของร่างกายจากสาเหตุต่างๆ ตาเขตาเหล่ กล้ามเนื้อรอบตากระตุก กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก กล้ามเนื้อคอบิด กล้ามเนื้อฝ่าเท้าอักเสบ ภาวะหลอดอาหารเคลื่อนไหวผิดปกติ และภาวะกระเพาะปัสสาวะเคลื่อนไหวผิดปกติ เป็นต้น
  2. เกี่ยวข้องกับความงาม ผมขอแบ่งกลุ่มนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม

2.1 ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ซึ่งโบท็ิอกซ์จะลดริ้วรอยที่เกี่ยวกับการบีบตัวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยย่นรอบดวงตา รอยย่นหัวคิ้ว รอยย่นหน้าผาก รอยย่นดั้งจมูก รอยร่องแก้มส่วนด้านบนในบางชนิด รอยย่นที่คาง รอยย่นที่คอทั้งแบบรอยย่นตามขวางและรอยย่นที่เป็นลำแนวตามแนวตั้ง รอยย่นที่หน้าอก และลดเหงื่อและกลิ่นตัวที่รักแร้ ฝ่ามือและฝ่าเท้า

2.2 รักษาเกี่ยวความงามที่ไม่เกียวกับริ้วรอยเหี่ยวย่น

- ปรับหน้าให้เล็กโดยการลดกราม

- ยกกระชับใบหน้าขึ้น ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อ Platysma ที่คอ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ดึงให้ใบหน้าลง พอกล้ามเนื้อคลายตัว กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงขึ้นจะดึงยกใบหน้าได้แรงขึ้น ทำให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น ผลคือ ทำให้หน้าเรียวขึ้น ยกมุมปาก คางสองชั้นลดลง และขอบกระดูกขากรรไกรเห็นคมชัดมากขึ้น

- แก้ปีกจมูกบาน

- ยกปลายจมูกให้ยกขึ้น

- ลดคนที่ขมับใหญ่ให้เล็กลง

- ลดกล้ามเนื้อน่องให้เล็กลง

- ใช้หลักการของMicrobotox หรือ Mesobotox ช่วยลดขนาดของรูขุมขนบนใบหน้า ทำให้ผิวเนียนขึ้น และลดความมันบนใบหน้า

- ปรับทรงคิ้วให้สวยงาม

- ปรับยกเปลือกตา แก้ปัญหาเปลือกตาตก

- แก้ปัญหายิ้มแล้วเห็นเหงือกได้

สาร Botulinum toxin ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ แต่ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสุดคือ “Botulinum toxin ของประเทศสหรัฐอเมริกา” ซึ่งเป็นยี่ห้อดั้งเดิมเป็นเจ้าแรกและคิดค้นมานานแล้วนับ 40 ปี นอกจากนี้ยังได้รับความเชื่อถือว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีงานวิจัยมากที่สุด ได้รับการรับรองขององค์การอาหารและยาทั่วโลกให้สามารถฉีดรักษาโรคและเพื่อความงามได้ ซึ่งมีชื่อยี่ห้อที่ติดปากคนทั่วไปว่า Botox แต่ปัจจุบันมียี่ห้ออื่นๆที่ผลิตตามมาในภายหลังซึ่งมีทั้งของ อังกฤษ เกาหลี และจีน แต่อาจเพราะการเรียกติดปากว่า Botox จึงมีการเรียกชื่อเหมารวมเรียกยี่ห้ออื่นว่า Botox ไปด้วย จึงอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ดังนั้นก่อนรับการรักษา ควรศึกษาให้ดีก่อนว่า Botox ที่แพทย์จะฉีดให้ เป็น Botox ของประเทศอะไร

ข้อห้าม
ห้ามในคนตั้งครรภ์ และให้นมบุตร, คนที่แพ้สารBotulinum โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบ และห้ามในคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับจุดเชื่อมต่อของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เช่นโรค Myasthenia Gravis เป็นต้น

ระยะเวลาการออกฤทธิ์
หลังฉีด Botox จะเริ่มเห็นผลใน 1-3 วันหลังฉีด และเห็นผลเต็มที่ใน 1-2 อาทิตย์ (แต่สำหรับการฉีดลดกล้ามเนื้อกรามให้หน้าเล็กลง จะเริ่มเห็นผลใน 1-3 สัปดาห์) และฤทธิ์จะอยู่ได้นาน 3-5 เดือน และถ้าฉีดต่อเนื่องทุก 3-4 เดือน อาจทำให้ประสิทธิภาพอยู่ได้ยาวนานขึ้น

ข้อดีอย่างหนึ่งของการฉีดBotox คือเป็นการป้องกันการเกิดริ้วรอย หรือปัญหาที่กำลังจะเกิดมากขึ้นในอนาคต นั่นคือปกติแล้วรอยย่น หรือการหย่อนคล้อยของผิวจะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป แต่แม้ว่า Botox จะลดริ้วรอยได้นาน 3-5 เดือนก็ตาม แต่มันสามารถป้องกันไม่ให้รอยย่นมากขึ้น ในช่วง 3-5 เดือนนั้น นั่นหมายความว่า ถ้าคนเริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น และปล่อยไว้ รอยย่นจะมากขึ้นเรื่อยๆ และลึกมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรรีบรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีคนรักษาด้วย Botox ในเรื่องริ้วรอยตั้งแต่อายุ 20 ปี และรักษาในด้านความงามอื่นๆ ตั้งแต่อายุ 15-18 ปี

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์
ในช่วง2สัปดาห์หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรเลี่ยงการอบร้อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์ หรือเข้าซาวน่า ควรเลี่ยงการนวดหน้า ทำ treatment ต่างๆ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ แต่หลังจาก2สัปดาห์ไป สามารถทำทุกอย่างได้ปกติ

ภายใน24ชั่วโมงแรกหลังฉีด แนะนำให้แสดงสีหน้าหรือใช้กล้ามเนื้อที่ฉีดนั้นบ่อยๆ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้
ปกติการฉีด Botox นั้นถือว่าปลอดภัยมาก ผลข้างเคียงส่วนมากมีเล็กน้อย เช่น ถ้าฉีดโดนเส้นเลือดอาจมีจุดชำ้ได้ ซึ่งจะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์, คนไข้บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะได้ แต่ก็เป็นผลชั่วคราว หายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ และถ้าปวดสามารถทานยาแก้ปวดได้, ถ้าฉีดลึกหรือมากเกินไป อาจมีอาการแข็ง หรือแสดงสีหน้าได้ไม่ธรรมชาติ, ถ้าฉีดไม่ชำนาญอาจมีปัญหาคิ้วไม่เท่านั้น แต่มาสารถแก้ไขได้ และที่อาจเคยได้ยินข่าว คือการฉีดแล้วคนไข้มีปัญหาเปลือกตาตก ซึ่งอาจเป็นผลจากการฉีดBotox ไปโดนกล้ามเนื้อผิดมัดทำให้แทนที่จะดึงให้เปลือกตายกขึ้น กลายเป็นเปลือกตาตกได้ แต่ถ้าเกิดขึ้น อาการจะดีขึ้นเองภายใน 1-2 เดือน แต่อย่างไรก็ตามที่ฉีดด้วยความระมัดระวังและรู้จุดที่จะฉีด จะไม่เกิดปัญหาเปลือกตาตก

นอกจากนี้สาร Botulinum toxin บางยี่ห้อ คนไข้อาจเกิดการแพ้แบบรุนแรงได้และบางรายอาจเกิดอาการอัมพาตหายใจไม่ได้ ซึ่งเป็นผลของการฉีดสาร Botulinum toxin ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรองจากอย.

การฉีด ฺBotox ต้องตรวจลักษณะกล้ามเนื้อของคนไข้ในแต่ละราย ซึ่งแต่ละคนจะไ่ม่เหมือนกัน การฉีดปริมาณต่อจุดที่ฉีดและทั้งหมดก็มีความแตกต่างกัน รวมทั้งความตื้นลึกก็แตกต่างกัน นอกจากนี้เทคนิคที่ใช้ฉีดในคนไข้แต่ละรายก็มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าสวยขึ้น และที่สำคัญต้องดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งจุดนี้ประสพการณ์ และความชำนาญของแพทย์ที่ฉีดมีความสำคัญอย่างมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณหมอหนุ่ม นายแพทย์รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามที่เนรมิตความงามให้กับผู้คนมามากมาย คุณหมอคิวทองขวัญใจบรรดาเซเล็บ-ไฮโซในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองไทย

สนใจปรึกษาคุณหมอหนุ่มเรื่องความสวยความงาม ติดต่อได้ ณ คลีนิคต่างๆ ได้ตามวันและเวลา ดังนี้

  • Rassapoom Clinic วันจันทร์ ศุกร์ 10:00 – 19:00 น.

Tel: 02-9859169, 084-4510500

  • RFDI Clinic วันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ 10:00 – 19:00 น.

Tel: 028958370-2 0814098490

  • Samitivej Sukhumvit Hospitals วันพุธ 10:00 – 14:00 น.

Tel: 02-7118181วันอาทิตย์ 10:00 – 14:00 น.

  • Doctor Younger Clinic

Tel: 027162112

หรือติดตามคุณหมอหนุ่มได้ที่ http://www.facebook.com/DrRassapoomFanpage

Thanks to images from :
http://www.idealplasticsurgery.com/nonsurgical_botox.htm

http://www.telegraph.co.uk/travel/destinations/northamerica/usa/newyork/1967495/In-Samantha-Joness-undies.html

http://www.drgoodskin.com/botox.html

Related contents:

You may also like...