บุคคลที่หาได้ยาก

จำเริญพรท่านสาธุชนทั้งหลาย วันนี้อาตมาจะนำธรรมะที่ว่าด้วย “บุคคลที่หาได้ยาก” ในทางพระพุทธศาสนามีอยู่ด้วยกัน 2 บุคคล คือ บุพพการีบุคคล และ กตัญญูกตเวทีบุคคล

บุพพการีบุคคลนั้น ก็หมายถึง ผู้ที่ท่านอุปการะแก่เราก่อน ในที่นี้ก็หมายถึง พ่อและแม่ของเรา-ท่านทั้งหลายนั่นเอง พ่อแม่เลี้ยงดูเราก่อน สอนให้เราอ่านออก เขียนได้ก่อนอื่นใคร สอนให้เรารู้ถูก รู้ผิด รู้ดี รู้ชั่ว นี่แหละคือหน้าที่ของบุพพการี พอพูดถึงจุดนี้ก็ทำให้นึกถึงเพลงที่เขาว่า “จะเอาโลกมาทำปากกา เอานภามาแทนกระดาษ เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ” แต่ถ้าให้เขียนจริงๆ หน้ากระดาษหนึ่งก็มากพอแล้ว เพราะว่าพระคุณของบุพพการีนี้ บางทีมันเขียนไปก็คล้ายๆซ้ำๆกัน เพราะว่ามันไม่ได้ฝังไว้ที่ปลายปากกา แต่ว่ามันฝังไว้ในหัวใจของเราก็ว่าได้ อยากจะบอกคนที่ถามจังเลยว่า “ถ้าอยากรู้ว่าพ่อแม่มีพระคุณแก่เรามากแค่ไหน อยากจะให้เขาควักหัวใจของเราออกไปดูเลย เพราะมันอธิบายไม่ถูก เลยของตอบว่า ท่านมีพระคุณมากเท่าชีวิตของเราเองก็ว่าได้”

ส่วน “กตัญญูกตเวทีบุคคล” นั้นคือผู้ที่รู้คุณทำบุพพการีได้กระไว้แล้วกระทำตอบแทน หมายถึงความเป็นผู้มีใจกระจ่าง มีสติ มีปัญญาบริบูรณ์ รู้อุปการะคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน ผู้ใดก็ตามที่ทำคุณแก่ตนแล้ว ไม่ว่าจะมากก็ตาม น้อยก็ตาม เช่น เลี้ยงดูสั่งสอน ให้ที่พัก ให้งานทำ ฯลฯ ย่อมระลึกถึงด้วยความซาบซึ้งอยู่เสมอ ไม่ลืมอุปการคุณนั้นเลย ข้าวสักคำ นมสักหยอด เงินสักบาท ก็คือว่าเป็นพระคุณยิ่งใหญ่ที่เราจะตอบแทนพระคุณของท่าน ไม่มีวันลืมลงได้ นี่แหละคือนิยามของคนดี


“กตัญญูกตเวที อันเครื่องหมายนี้ตีค่าราคาคน”

ปราชญ์โบราณสรรเสริญแยบยลให้เป็นคนล้ำเลิศประเสริฐงาม(ทำนองสรภัญญะ)อีกนัยหนึ่งนั้น ความกตัญญู หมายถึง ความรู้บุญ หรือรู้อุปการะของบุญที่ตนทำไว้แล้ว รู้ว่าที่ตนเองพ้นจากภัยอันตรายทั้งหลายได้ดีมีสุขอยู่ในปัจจุบันก็เพราะบุญทั้งหลายที่เคยทำไว้ในอดีตส่งผลให้ จึงไม่ลืมอุปการะคุณของบุญนั้นเลยและสร้างสมบุญใหม่ให้ยิ่งๆขึ้นไป

รวมความ “กตัญญูนั้น จึงหมายถึง การรู้จักบุญคุณ อะไรก็ตามที่เป็นบุญหรือมีคุณต่อตนแล้วก็ตามระลึกนึกถึงด้วยความซาบซึ้งไม่ลืมเลย” คนมีกตัญญู ถึงแม้จะนัยน์ตาบอดมืดทั้งสองข้าง แต่ใจของเขาใสกระจ่างยิ่งกว่าดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์รวมกันเสียอีก เพราะเหตุนี้ในบาลีภาษาจึงมีรับรองไว้ว่า “นิมิตตํ สาธุ รูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา” แปลว่า ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี

หากท่านผู้อ่านได้อ่านแล้ว ก็ลองทบทวนอยู่คนเดียวนะว่าเรามีความกตัญญูมากพอหรือยัง ถ้ายังไม่พอให้เร่งทำเร่งสร้าง ถ้าพอแล้วก็ขึ้นชื่อว่ายังประมาทอยู่ เพราะความกตัญญูนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีวันเต็ม แม้ท่านบุพพการีชนจะจากเราไปแล้วก็ตาม เรายังสามารถตอบบุญแทนคุณท่านได้ ด้วยการสร้างกุศลแล้วอุทิศส่งไปให้ท่านในสัมปราภพได้ตลอดกาลเวลาทุกเมื่อ จนกว่าเราจะจากโลกนี้ไป

ขอให้เราท่านทั้งหลายเป็นผู้เจริญด้วยความกตัญญูทุกเมื่อเทอญ………จำเริญพร
มหาภา
31 ส.ค. 55

*********************************************************
Thanks to image from :-
http://news.nipa.co.th/news.action?newsid=129302
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/217113

Related contents:

You may also like...