ข่าวสารเพื่อการลงทุน 7 ก.ย. 55 – ข่าวดีจาก ECB ทำตลาดทั่วโลกคึกคัก

เนื่องมาจากปัจจัยทางด้านยูโรโซน ได้ส่งผลให้ราคาทองคาเมื่อวานนี้ขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหญ่บริเวณ 1,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากการที่นักลงทุนต่างคาดการณ์เกี่ยวกับความชัดเจนในการแทรกแซงตลาดพันธบัตรของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และทางอีซีบีก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังกับนักลงทุนเมื่อได้เปิดเผยว่ามีแผนที่จะเข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้นของรัฐบาลที่ประสบปัญหาในตลาดรองโดยไม่จากัดจานวน

แต่อย่างไรก็ตามทางอีซีบีได้มีการประกาศการประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจของยูโรโซนใหม่ว่าจะมีการหดตัวมากขึ้นกว่าการประมาณการณ์ครั้งก่อน ส่งผลให้ค่าเงินยูโรได้มีการอ่อนค่าลง

 

นอกจากนี้การเคลื่อนไหวของราคาทองคายังโดนกดดันจากปัจจัยทางสหรัฐฯด้วย จากการที่ตัวเลขการจ้างงงานนอกภาคเกษตรกรรมของ ADP และตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานประจาสัปดาห์ได้ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ ทาให้เป็นการบอกถึงนัยการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมประจาเดือนสิงหาคมในวันนี้ว่าอาจจะอออกมาค่อนข้างดีกว่าที่มีการประมาณไว้ที่ 125,000 ตาแหน่ง ดังนั้นแล้วนักลงทุนจาเป็นต้องติดตามการประกาศตัวเลขอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคาได้ โดยหากตัวเลขนี้มากกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ ก็ย่อมส่งผลให้ราคาทองคาปรับลงมาที่บริเวณแนวรับ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ รวมทั้งความคาดหวังต่อการประชุม FOMC ในสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับ QE3 ก็จะลดลงเช่นกัน

**************************

 (+)ปธ.อีซีบีเผยโครงการซื้อบอนด์แบบไม่จากัด,เลิกสถานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยในการแถลงข่าวหลังการประชุมในวันนี้ว่า อีซีบีได้ตกลงกันที่จะดาเนินโครงการซื้อพันธบัตรใหม่เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมของประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ในยูโรโซน นายดรากีระบุว่า อีซีบีจะไม่จากัดปริมาณการซื้อพันธบัตรภายใต้โครงการซื้อพันธบัตรใหม่ และจะยกเลิกสถานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิของอีซีบี โดยในกรณีที่มีการผิดนัดชาระหนี้เกิดขึ้น อีซีบีก็จะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกับเจ้าหนี้เอกชน สาหรับโครงการซื้อพันธบัตรใหม่นั้นจะเป็นการซื้อพันธบัตรที่มีอายุระหว่าง1-3 ปี

 

 (+)อีซีบีประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่าสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75% ในวันนี้ หลังเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมาได้ลดแรงกดดันในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบเป็นรายปีของยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ 2.6% ในเดือนส.ค.จาก 2.4% ในเดือนก.ค. ซึ่งแข็งแกร่งเกินคาด และสูงกว่าเป้าหมายของอีซีบีที่ระดับต่ากว่า 2% นอกจากนี้ อีซีบียังตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ 0.0% และตรึงอัตราดอกเบี้ย เงินกู้ที่ 1.50%

 (-)ADP เผยภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานเพิ่มเกินคาดที่ 201,000 ตาแหน่งในเดือนส.ค. ADP Employer Services ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 201,000 ตาแหน่งในเดือนส.ค. ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 140,000 ตาแหน่งโดยประมาณ รายงานระบุว่า การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า เพิ่มขึ้น 16,00 ตาแหน่ง โดยการจ้างงานที่โรงงานผลิตเพิ่ม 3,000 ตาแหน่ง ภาคก่อสร้างเพิ่มการจ้างงาน 10,000 ตาแหน่ง ขณะที่ภาคบริการจ้างงานเพิ่ม 185,000 ตาแหน่ง ทั้งนี้ ผลสารวจของ ADP รวบรวมเฉพาะการจ้างงานในภาคเอกชน ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานของสานักงานสถิติแรงงานของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ จะครอบคลุมการจ้างงานภาครัฐด้วย

 (-)ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐร่วง 12,000 รายแตะระดับต่าในรอบเดือน กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 ก.ย. ลดลง 12,000 ราย มาอยู่ที่ 365,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่มีการคาดการณ์กันไว้ จุดประกายความหวังว่าตลาดแรงงานสหรัฐอาจกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งได้อีกครั้ง จานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ที่แล้วลดลงจากระดับ 377,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 374,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วมีจานวนน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ระดับ 370,000 ราย และถือเป็นระดับต่าสุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 ส.ค.

 (-)ดัชนีภาคบริการสหรัฐพุ่งสูงเกินคาดแตะ 53.7 ในเดือนส.ค. หลังจ้างงาน-ส่งออกดีดตัว สถาบันจัดการอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.7 ในเดือนส.ค. จากระดับ 52.6 ในเดือนก.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 52.5 ทั้งนี้ ภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนถึงราว 90% ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐ โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมตั้งแต่สาธารณูปโภคและค้าปลีก ไปจนถึงการเคหะ บริการสุขภาพ และการเงิน ซึ่งตัวเลขที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัว

Related contents:

You may also like...