HiclassSociety.com-Thailand 's Luxury Lifestyle & High Society » INTERVIEW
ปิ่นยศ พิบูลสงคราม
May 18, 2013Holiday ; Diving for Love แม้เป็นผู้บริหารสายการบินไม่ได้ประกอบอาชีพครูโดยตรงแต่ ‘นกป๊อป’ ปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ เหลนชายอดี8นายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็เป็นถึง Instructor สอนการดำน้ำ กิจกรรมในวันว่างของเขาจึงไม่เพียงแต่ดำดิ่งชมโลกใต้น้ำร่วมกับเพื่อนๆ เท่านั้น เพราะยังมีการสอนตั้งแต่ขั้นเบื้องต้นในกรุงเทพฯ ไปจนถึงนำทีมนักดำน้ำรุ่นใหม่ปฏิบัติการจริงในท้องทะเลซึ่งมักจะเป็นพัทยา สวรรค์ของการดำน้ำอันหลากหลายรูปแบบซึ่งใกล้และสะดวกที่สุด “100% สำหรับงานก็คือนกแอร์ งานสายการบินนั้นปล่อยไม่ได้ แต่ในเวลาเดียวกันเพื่อการคลายเครียดและใจรักด้วยก็ยังสอนดำน้ำเป็นงานฟรีแลนซ์ วันธรรมดาก็มีบ้างที่สอนประมาณสองทุ่ม เสาร์-อาทิตย์จัดเวลาได้ ผมไม่ได้ทำเพื่อรายได้ แต่ทำเพื่อให้คนได้รักษ์โลกใต้น้ำมากขึ้นและเขาจะอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้น ลูกศิษย์ดำน้ำก็มีหลายคนนะครับที่จบไปแล้ว คุณพาที CEO ของนกแอร์ ก็มาเรียนดำน้ำกับผมไปครึ่งหนึ่ง คนที่มาเรียนเป็นคนทำงานออฟฟิศเหมือนกัน เวลาก็มักจะว่างตรงกัน” “ความชอบนั้นมีอยู่มานานแล้ว ตอนเรียนที่บอสตันผมก็ทำงานการตลาดของกิฟท์ช้อปที่อะควาเรียมของที่นั่น แม้อยู่ใกล้ชิดแต่ก็ไม่ถึงขั้นเลี้ยงโลมา และที่ไม่ได้ดำน้ำเพราะน้ำมันหนาวมาก ค่าเรียนก็แพง ไหนจะต้องเรียนหนังสือ พอกลับมาเมืองไทยก็เริ่มเรียนใต่ระดับขั้นขึ้นมาจนถึงขั้น Instructor เริ่มตั้งแต่ปี 2001-2004 ชนิดที่ว่าเรียนไม่หยุดเลยทำให้ตอนนี้สำหรับผมนั้นมาสามารถสอนให้คนเป็น Dive Master ได้” “การดำน้ำมันเป็นอีกโลกหนึ่ง บนบกเราเห็นอยู่ว่ามันมีอะไร อย่างน้อยไปสวนสัตว์ก็ได้เห็น แต่โลกข้างล่างนั้นอีกแบบหนึ่งนี่คือเสน่ห์ของมัน การที่เราออกทริปได้อยู่กับเพื่อนบางที 4 วันก็เหมือนเราได้ย้อนกลับไปสมัยรับน้องใหม่ ได้สนุกด้วยกันเพราะต่างคนต่างมีโอกาสน้อย แต่ละคนก็จะติดการดำน้ำกันเอามาก” “ตอนที่ผมดำน้ำเฉยๆ ไม่ได้สอนใคร ไม่ได้พาใครเที่ยวนั่นคือทำเพื่อตัวเอง และเป็นความสุขของเราและรวมทั้งภรรยา (ภวิณี พิบูลสงคราม) ด้วย แต่เมื่อเราสอนเราพาเที่ยวก็เป็นการเปิดประสบการณ์ให้เขาได้รับความสุขเราก็สุขมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมได้ปลูกฝังความคิดในการรักษ์ธรรมชาติกับเพื่อนๆ และผู้ที่มาเรียนดำน้ำ เช่น การกินหูฉลาม ทั้งครอบครัวเขาก็ชอบ เป็นที่รู้กันว่ามันทารุณเพียงใด แม้เราห้ามเขาไม่ได้แต่เมื่อได้ดำน้ำได้เจอฉลามที่น่ารัก เขาเกิดรักขึ้นมาและหยุดการกินหูฉลามซึ่งหายไป 2-3 เดือน กลับมาเรียนขั้นต่อไปก็บอกว่าเขาจุดประกายต่อจากผมไปเรื่อยๆ อย่างน้อยผมเซฟชีวิตฉลามได้มากขึ้น และจากการที่ผมรักทะเลกิจกรรมใดที่สามารถประยุกต์ กับการทำงานสายการบินก็ได้ประโยชน์ เราบินไปภาคใต้ ก็ใส่กิจกรรมทางทะเลลงไป” “ภรรยาผมก็ดำน้ำด้วย เจอกันตอนทำงานที่เก่าบ.ยูนิลีเวอร์ชวนกันไปก็เลยสนิทสนมกันจากการดำน้ำ พูดได้ว่าหลงรักกันเพราะดำน้ำ จาการที่เป็นคนที่ชอบทะเลทั้งคู่ ชวนกันเรียนวางแผนการเรียนกับเพื่อนที่ทำงานอีก 8 คน เราดูแลกันเยอะก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นคู่บัดดี้กัน ไปๆ มาๆ จังหวะพาไป (ตามกลยุทธ์พิชิตใจสาว) ทำให้ได้คู่กัน การดำน้ำโดยเฉพาะคู่ชาย-หญิงทำให้คนสองคนได้เรียนรู้กันมากขึ้น มีคนบอกว่าหากเป็นแฟนกันมาเรียนดำน้ำถ้าไม่แต่งงานกันก็อาจจะเลิกกันไป มันต้องดูแลกันและกันเยอะมาก จะเห็นสภาพของอีกคนในสภาพที่ไม่ได้แต่งหน้า ฯลฯ ตอนนี้ภรรยาผมใกล้จะคลอดลูกจึงหยุดการสอนระยะหนึ่งคาดว่าสัก 3-4 เดือน สิ่งที่ทำได้มากที่สุดในการรักษ์ทะเลนอกจากการสอนฯ ก็คือตอนแต่งงานผมไม่ได้ให้ของชำร่วยแต่ผมเอาไปบริจาค WHALE AID เพื่ออนุรักษ์ฉลามวาฬ และสิ่งที่พวกเขาได้ก็คือร่วมทำบุญมีส่วนในการเซฟชีวิตฉลามวาฬ” แหม...ทำเอาผมเองชักอยากจะเรียนดำน้ำซะแล้วสิ ไม่ใช่เพียงแค่อยากเห็นโลกที่แตกต่างไปจากที่ตาเห็นเท่านั้น เผื่อว่าจะเจอสาวรู้ใจผ่านหน้ากากดำน้ำกับเขาบ้าง เผลอๆ อาจจะได้ทำบุญเช่นนกป๊อปผู้ชอบโฉบลงใต้น้ำอีกสักคู่แต่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร...
Read moreปราย พันแสง “เขาบอกว่าวรรณกรรมไทยขายยาก”
March 9, 2012’ปราย พันแสง-นักเขียนหญิงที่มีผลงานและได้รับการยอมรับในแวดวงวรรณกรรมไทยคนหนึ่ง ’ปรายเริ่มต้นเขียนงานตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปลาย ด้วยแรงกระตุ้นจากการได้อ่านผลงานของนักเขีย...
Read moreจันทนา สุขุมานนท์
May 18, 2013ความรู้คู่คุณธรรม ออกตัวว่าปิดทองหลังพระมานานไม่ค่อยได้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากนักแต่ถึงอย่างไรก็ปิดไม่มิดแม้ว่าธรรมชาติของคนทั่วไปจะสนใจเรื่องร้ายมากกว่าสาระดี ดังคำโบราณท่านว่า “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” เห็นได้จากโครงการดีล่าสุด ‘๘๐ พรรษา ๘๘๐ ฝาย อินทรีสร้างถวายในหลวง’ ที่มุ่งหวังไปที่จุดเริ่มต้นมากกว่าจับที่ปลายเหตุ อันเป็นอีกหนึ่งคุณความดีซึ่งเป็นเยี่ยงอย่างของการคิดกระทำความดีให้แก่ส่วนรวม โดยโต้โผใหญ่ จันทนา สุขุมานนท์ รองประธานบริหาร (ลูกค้าสัมพันธ์) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ชูแนวคิดคุณธรรมนำธุรกิจทั้งในด้านองค์กร การบริหารองค์กร-บริหารทีมงาน รวมถึงคุณธรรมในชีวิตส่วนตัว “หลักขององค์กรแน่นอนนะโดยเฉพาะฝรั่งที่เขาย้ำว่าเราต้องมีและเป็นทุกอย่างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นองค์กรที่มีความโปร่งใส ต้องเป็นองค์กรที่มีการพัฒนาคนให้ดีขึ้นไป จะต้องมีฐานะการเงินที่ดีเพราะว่าเราต้องตอบสนองคนที่ถือหุ้นและคนที่เกี่ยวข้องกับเราทุกคนให้ได้ดีที่สุด บริษัทเราถือว่าอยู่ในประเทศไทย เราเป็นบริษัทที่เป็นของไทยโดยมีพาร์ทเนอร์เป็นฝรั่งบางส่วน เมื่อเราทำธุรกิจในเมืองไทยเราจึงต้องคืนกลับสู่พื้นดินไทย “ที่ผ่านมาจึงรู้สึกเสียใจว่าเราก็ทำเยอะนะแต่เราไม่เคยทำพีอาร์ก็เลยไม่เคยรู้ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดิฉันคิดขึ้นมาแล้วขอทีมผู้บริหารว่าเราจะทำอะไรดีให้สังคม โดยเมื่อคราวฉลองครองสิริราชสมบัติ 60 ปี และเฉลิมพระชนมายุ 80 พรรษา ขะมักเขม้นเฟ้นหาโปรเจคต์ซึ่งเราก็ทำหลายอย่าง แต่โครงการนี้เราต้องการตอบโจทย์ได้หลายอย่างทั้งความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อโลกเราต่อประเทศเรา ถ้าทำได้ดีนั้นจะยั่งยืน Sustainable Development ประเทศก็อยู่ได้ คนทุกคนก็อยู่ได้ เราก็อยู่ได้ จะทำให้บริษัทนี้อยู่ได้ยั่งยืนต่อไปด้วย เรานั้นเป็นส่วนหลังถ้าทุกอย่างอยู่ได้” “ลักษณะของผู้นำก็คือในเมืองผู้นำเป็น Roll Model เราเป็นต้นแบบของหลายๆ คน การที่จะให้ลูกน้องเคารพเรา เชื่อเราได้จะต้องมีความโปร่งใส ไม่ใช่ว่าถ้านายยังคิดเล็กคิดน้อย โกงกิน ลูกน้องก็ต้องเห็น ฉะนั้นคุณธรรมจะทำให้เราประสบความสำเร็จ “คนดีหรือความรู้ก็ต้องมีคู่คุณธรรม ถ้ามีความรู้อย่างเดียวมาเป็นผู้นำก็ไม่ได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราก่อนซึ่งมันสตาร์ทจากตัวเราเอง ถ้าเราคิดว่ามีคนเยอะแยะไปปากว่าตาขยิบอยู่มากแต่เราต้องไม่มองเขาแบบนั้น ดิฉันมองว่าทุกคนเป็นคนดีและเราเอาความดีมาคบกัน เราต้องมีคุณธรรมในการปกครองคนในการทำงานการทำงานนี่ก็อยู่ร่วมกัน เราต้องแยกให้ออกว่าคนเราเมื่อมีทัศนคติที่ดีนั่นคือการมองการคิดในมุมบวก...
Read moreประทีป ตั้งมติธรรม
May 14, 2013บ้านจำลอง...ของสะสมและบทบันทึกการเดินทาง บนชั้น 33 อาคารรูปวงรีบนถนนพระราม 3 “ ศุภาลัยแกรนด์ทาวเวอร์ ” นอกเหนือจากเป็นบ้านใหม่ของชาวศุภาลัยแล้ว ยังเป็นบ้านใหม่ของโมเดลอาคารสวยงามจากทั่วโลก จากการสะสมแรมปี หนึ่งเป็นสอง เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันกว่าหนึ่งร้อยชิ้นที่อวดโฉมอยู่ในห้องทำงานของประธานกรรมการบริหาร บ.ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ประทีป ตั้งมติธรรม ความใฝ่ฝันอันสูงสุดของเหล่าสถาปนิกทั้งไทยและเทศ นอกเหนือจากการรังสรรค์ความงามและประโยชน์ใช้สอยอันคุ้มค่าฝากไว้แก่ผืนดินที่เคยว่างเปล่านั้น ส่วนหนึ่งคือการก้าวขึ้นสู่บทบาทนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับคุณประทีปนั้น นอกเหนือจากความสำเร็จประการแรกในฐานะสถาปนิกแล้ว แวดวงนักพัฒนายังได้จารึกชื่อและฝีมือของเขาไว้ในความสำเร็จจากการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ส่วนหนึ่งได้สะท้อนความสำเร็จนี้ออกมาเป็นของสะสมที่เรียกได้ว่าเดินทางไป ณ ประเทศใด จำต้องมีสิ่งเหล่านี้ติดตามทุกครั้งที่มีโอกาสและไม่มีโอกาสก็เพียรพยายามแสวงหา หากชิ้นนั้นๆ เป็นที่ต้องตาต้องใจ “ ปกติก็สะสมโมเดลนี่แหละครับ ผมเริ่มสะสมมานับสิบปีแล้ว จากการเดินทางไปดูงานและทำงานในต่างประเทศ ซื้อจากทุกแห่งที่พบ เฉพาะในห้องทำงานนี้มี...(นับให้ฟัง)...102 ก็เรียกว่าร้อยกว่าชิ้น เริ่มสะสมมาเรื่อยๆ สิบกว่าปีแล้ว ทั้งที่เป็นโมเดลอาคารชิ้นเดียว และที่เป็นชุด ( set ) ” ชิ้นใหญ่ๆ ซึ่งเป็นของที่ระลึกนั้นเรียกได้ว่าเป็นเครื่องยืนยันถึงความประทับใจ และสองเท้าของชายผู้นี้ได้เคยเยี่ยมเยียนมาแล้ว “ นี่ก็เนเธอร์แลนด์ ส่วนใหญ่ก็เป็นที่ใส่พริกไทย หรือพวกอะไรที่เป็นจุก ก็เจอร้าน souvenir นี่ก็ฝรั่งเศส นี่เป็นไม้ อิตาลี สเปน เรซิ่น เซรามิคก็มี พวกนี้เป็นเซรามิคนะ นี่ๆ เป็นเซรามิค นี่อังกฤษๆ นี่อิตาลี แต่พวกที่แพงเป็นเซรามิค มันจะต่างๆ กัน ชิ้นใหญ่ๆ จะเป็นเยอรมัน เป็นบ้านอพาร์ทเมนท์ บุโรพุทโธ จากอินโดนีเซีย ลาวก็ใช่ มีพระธาตุหลวง หรือนั่นก็ CHATEAU de CHENONCEAU (ชาโตเดอชีนองโซว์) คนเรียนสถาปัตย์ฯ ก็เรียนอันนี้ ชีนองโซว์ มันจะคร่อม เรอเนสซอง คร่อมแม่น้ำ ไปดูประวัตินี่เขาต่อๆ มา วัสดุนั้นทำมาจากดินเผา เรซิ่น ไม้แกะสลัก เซรามิค ซึ่งเซรามิคแพงที่สุด ” CHATEAU de CHENONCEAU, WHITE HOUSE, MILL FRON HOLLAND, HAWAI, SANFRANCISCO, บุโรพุทโธ, หอเอน เมืองปิซา อิตาลี, เทพีเสรีภาพ มหานครนิวยอร์ก, หอนาฬิกา BIG BEN เป็นเพียงส่วนหนึ่งในร้อยกว่าชิ้นของของสะสมของผู้ชายคนนี้ และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้เราไม่แปลกใจนัก เมื่อนึกถึงความสำเร็จของโครงการภายใต้การบริหารงานของบอสใหญ่ที่ชื่อ ประทีป ตั้งมติธรร...
Read moreนฤพล วัฒนคุณ
May 19, 2013Mercedes-Benz E320 Cabriolet’1994 The Classic & Romantic Vehicle จากประสบการณ์ในวัยเยาว์ซึ่งได้คลุกคลีอยู่ในโรงเก็บรถของท่านตา-พลอากาศจัตวา หม่อมเจ้าวิศิษฎ์สวัสดิรักษ์ สวัสดิวัตน์ (พระบิดาหม่อมราชวงศ์ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย) และโรงรถของคุณพ่อ-อำนาจ วัฒนคุณ ซึ่งชื่นชอบรถเช่นกันทำให้คุณจ๊อด-นฤพล วัฒนคุณ ซึมซับความสัมพันธ์กับยานยนต์ที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนซี้กับเขามาตั้งแต่เด็ก จึงไขข้อข้องใจได้กระจ่างชัดว่านี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาทำงานอันเกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ในตำแหน่ง Vice President Asset Management Department บมจ.ภัทรลิสซิ่ง รวมถึงนิยมชมชอบรถยนต์เปิดประทุนเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งหนึ่งในคอลเลคชั่นรถเปิดประทุนจำนวน 4 คันนี้ แม้จะเป็นรถกลางเก่ากลางใหม่ แต่หากได้ทำความรู้จักกับ Mercedes-Benz E320 Cabriolet ’1994 คันนี้แล้วจะยิ่งเข้าใจว่าทำไมจึงครอบพื้นที่ในดวงใจของเขาไม่แพ้คันอื่น “สมัยเด็กผมอยู่บ้านท่านตาวิ่งเล่นในโรงรถที่มีรถเก่าๆ จอดอยู่เยอะมาก เพราะท่านเป็นทหารอากาศด้วยผมได้นั่งรถที่ท่านขับซึ่งขับรถเร็วไปหัวหินตอนนั้นท่านตาอายุแปดสิบแล้วนะแต่ยังใจร้อนขับรถแบบวัยรุ่น” “สำหรับคันนี้ผมได้เป็นเจ้าของมาประมาณสองปีแล้วครับ โดยรุ่นนี้ในประเทศอังกฤษเป็นรถที่เริ่มเก็บสะสมกันแล้วจากที่ติดตามจากเว็บไซต์ของอังกฤษมีความต้องการมากกว่ารุ่น SL ปีใกล้ๆ กัน ด้วยความที่ประโยชน์ใช้สอยมากกว่าจึงได้รับความนิยมสูง เพราะเป็นรถ Convertible ซึ่งสามารถนั่งได้ 4 ที่นั่ง E320 เป็นรุ่นท็อปไลน์ เครื่องยนต์ 6 สูบ 3,200 ซีซี. แรงม้าประมาณ 220 แรงม้า “ความพิเศษอีกอย่างคือเกียร์ออโต 5 สปีดออพชั่น เป็นรถนำเข้าจากอังกฤษโดยปกติเบนซ์นั้นเป็นรถนำเข้าโดยตรงมาจากเยอรมนี ถือว่าเป็นรถที่ขับดี รถรุ่นเดียวกันที่มีอยู่ในบ้านเราส่วนใหญ่นั้นเครื่องเล็กกว่าคือ 220 อาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องใหญ่ภาษีก็ต้องสูงตามทำให้คนที่ต้องการมักจะเลือกตัวถังใหญ่แต่เครื่องยนต์เล็กเพื่อให้ภาษีต่ำ คิดว่าน่าจะมีอยู่สักสิบหรือยี่สิบคันไม่เกินจากนี้ แต่เครื่องยนต์ใหญ่เท่านี้น่าจะมีสองสามคัน” “การได้คันนี้มาก็ค่อนข้างบังเอิญ ผมชอบซ่อมรถจึงไปตามอู่และได้เจอเจ้าของเดิมซึ่งได้คันนี้มาจากญาติอีกทอดหนึ่ง เขาขี้เกียจซ่อมเพราะมันค่อนข้างจุกจิกผมก็ทิ้งนามบัตรไว้ให้โดยไม่ได้คาดหวังมากนักแค่เพียงเราชอบรถรุ่นนี้มาก บอกเขาว่าถ้าวันหนึ่งพี่อยากขายก็โทรมา หลายปีผ่านไปในที่สุดวันนั้นก็มาถึง รถพวกนี้มันต้องเป็นทั้งจังหวะและโอกาส มีเงินอย่างเดียวไม่สามารถหาซื้อได้เลยทันที” “คันนี้เป็นรถคันที่ 3 ที่ผมเป็นเจ้าของ และผมก็เป็นเจ้าของคนที่ 3 ของรถคันนี้ด้วยนะครับ ตอนที่ได้มาผมต้องทำใหม่หมดทั้งคันเพราะถูกจอดทิ้งไว้เฉยๆ ทำใหม่เกือบหมดทั้งคัน ใช้เวลา 1 ปี กว่าจะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกอะไหล่ Original ในสภาพเดิม โดยสีของรถหลังจากทำใหม่แล้วก็คงแบบเดิม เรียกว่าสี Green Black เป็นสีของรุ่นนี้ ถ้าเห็นรถเป็นสีอื่นแสดงว่าบางคนเขาเอาไปทำเช่นเปลี่ยนให้เป็นสีดำสนิท” “ความรู้สึกที่ได้จากการขับรถเปิดประทุนคือได้ความรู้สึกที่แตกต่างจาการขับรถทั่วไป มันรู้สึกโล่งนะ บางช่วงเวลาผมก็ชวนภรรยาอย่างค่ำๆ ดึกๆ ออกไปขับรถเล่นกัน บางทีก็ขึ้นไปบนทางด่วน มันทำให้เรารู้สึกว่าเพิ่มความโรแมนติคได้มากขึ้นนะครับ คนอาจจะคิดว่าต้องร้อนแน่เลยไม่เหมาะกับบ้านเรามีทั้งอากาศร้อน ฝน ฝุ่น กลางวันอาจจะไม่เหมาะแต่พอตกเย็นก็ไม่ร้อนแล้วล่ะ รถคันนี้ขับสบาย เวลามาทำงานก็จะขับคันนี้มาอาทิตย์ละครั้งเพราะเวลาปกติใช้รถบริษัทต้องขับเขาอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สมรรถนะพร้อม” โดยรถที่เขาสะสมอยู่นั้นล้วนเป็นรถเปิดประทุน ด้วยความชอบฝังใจในรถประเภทนี้บวกกับความเป็นรถที่มีลักษณะโดดเด่นโดยเฉพาะ ยิ่งต้องทำเป็นอาชีพจึงส่งผลให้งานนั้นเกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่เขาถนัด “เหตุผลที่ผมเลือกทำงานบริษัททีเกี่ยวกับรถยนต์ก็เพราะผมมีใจรักในเรื่องรถยนต์ และผมรู้รายละเอียดรถในแต่ละรุ่นว่ามันมีอะไรเป็นพิเศษ การดูแลรักษาควรจะทำอย่างไร สั่งสมประสบการณ์มาเรื่อย...
Read moreกิ๊กกับจิ๊บ
May 12, 2013สองชายขี้หักหลัง ในประเทศที่เชื่อกันว่าประชากรส่วนใหญ่อ่านหนังสือกันปีละสามถึงสี่บรรทัดอย่างบ้านเรา ผมเชื่ออย่างแรงว่าการที่ใครคนหนึ่งกล้าหาญชาญชัยถึงขั้นควักกระเป๋าลงทุนเปิดสำนักพิมพ์เป็นของตนเองต้องใช้ทั้งความกล้าและ บ้าบิ่นอย่างมาก เพราะมีต้นทุนทั้งที่มองเห็นและ มองไม่เห็นมากมายให้คิดคำนึงถึง ไหนจะเรื่องยอดขายที่เอาแน่ไม่ได้อีก ยิ่งถ้าลงมือเขียนเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องด้วยแล้ว การจะประสบความสำเร็จนั้นยากยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก กระนั้นก็ยังมีสองกระทาชายที่ก้าวผ่านความบ้าบิ่นนั่น มิหนำซ้ำยังทำเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง จนยอดขายถล่มทลายถึงขั้นเบสเซลล์เลอร์ (นับถึงปัจจุบัน 120,000 เล่ม) หนังสือที่หยิบประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ของหญิงชายและความรักมาหยิกกัดชนิดมันปากอย่าง “หักหลังผู้ชาย” จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ท้าทายความคิดความอ่านเกี่ยวกับการทำหนังสือรวมทั้งฉายภาพบางอย่างของคนในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯได้เป็นอย่างดี “มันเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจ คือเรานั่งชิวๆ ไม่ได้กินเหล้า (แต่ดูดบุหรี่) คุยกันเล่นๆว่า เวลาไปเที่ยวที่ไหน มีคนเข้ามาปรึกษาเราบ่อยๆ ว่าแฟนเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แล้วมันก็มีหลายๆ เรื่องที่เราคิดว่า เฮ้ย! ผู้หญิงไม่รู้จริงๆเหรอวะ แล้วมึงหลงโง่ไปรักมันเนี่ยนะ ก็เลยมาลิสต์มาเป็นข้อๆ ตอนแรกจิ๊บ (อติกานต์ หนุนภักดี) จะทำเป็นละคร แต่มันค่อนข้างวุ่นวาย เลยเปลี่ยนมาทำเป็นหนังสือดีกว่าง่ายดี ก็เริ่มอัดเทปแล้วคุยกันโดยเราหาตัวแสบๆมาเป็นตัวละครในแต่ละบท” ” อนิศ โอสถานุเคราะห์ (กิ๊ก) หนึ่งในสองผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์อนิศอติกานต์ เปิดปากเล่าถึงที่มาที่ไปของหนังสือหลังจากที่ออกหาประสบการณ์ชีวิตมาร่วม 6 – 7 ปี โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า งานปั้นหม้อจะทำให้ทั้งคู่ได้ดี ด้วยความที่เป็นคนเขียนที่ไม่รักการอ่านฉะนั้นการทำหนังสือแบบไม่อ่านของเขาจึงต้องการความชัดในระดับหนึ่ง“เรื่องของเรื่องคือผม (จิ๊บ) เป็นคนไม่อ่านหนังสือเลย ไอ้นี่ (กิ๊ก) มันอ่าน ผมก็เลยอยากทำเป็นหนังสือที่ผมอ่านได้ ไอ้นี่อ่านได้ เลยเป็นหนังสือ “หักหลังผู้ชาย” ที่เน้นบทสนทนาของผู้ชายปากหมากลุ่มหนึ่งที่อ่านสนุกจบได้ในวันเดียว เหมือนไปนั่งล้อมวงคุยอยู่ในกลุ่มผู้ชาย ไปนั่งฟังผู้ชายเมาท์กัน เสนอว่าผู้ชายเวลาแย่นะ แย่ขนาดไหนแต่เป็นด้านเจ้าชู้นะ ไม่ใช่ตบเมียอะไรนะครับ เรามันเป็นพวก ปัญญาชน พวกนั้นเป็นกรรมกร เราเป็นคนฉลาดมีความรู้ เราไม่ตบ แต่เราเขย่าจะทำอีกไหม (หัวเราะ)” จำนวนยอดพิมพ์ที่เข้าขั้นมหาศาลดูเหมือนว่าจะเป็นกระแสเพียงด้านเดียว แล้วกระแสด้านลบล่ะ “อย่างผู้ชายจะวิ่งเข้ามาแล้วบอกว่า เจ๋งมากพี่ เป็นไบเบิลของผมเลย ผู้หญิงก็ชอบแต่ว่าจะไม่เข้ามาทัก ส่วนกระแสด้านลบมันก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่สำหรับงานแบบนี้ถือว่าลบน้อยมาก เต็มที่ก็ด่าตามเว็ป” “เคยมีน้องที่เจอกันตอนมาเที่ยว เขาเข้ามาปรึกษาเรา ประมาณว่า พี่หนูคบผู้ชายคนหนึ่ง หนูให้เค้าเอาไปแล้ว เค้าไม่รับสายหนูอีกเลย แล้วพี่ว่าไง เราเลยบอกว่า น้องโดนหลอกฟันค่ะ หรือแบบ พี่ค่ะหนูพึ่งเสียตัวให้กับคน ๆนี้เมื่อเจ็ดวันที่แล้ว เราก็หันไปมอง (ผู้ชายคนที่น้องเขากล่าวถึง) และเค้าก็เล่าอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็น้องโดนหลอกฟันแล้วครับ คือเราสามารถล้วงลึกถึงว่าคุณโดนเอามาเมื่อไรได้โดยที่ผู้ชายทั่วไปไม่ทำได้ โดนเอาครั้งสุดท้ายเมื่อไร เราก็รู้“ การจู่โจมด้วยคำถามแบบถึงลูกถึงคนจากแฟนนานุแฟนของหนังสือนี่เองน่าจะยืนยันกระแสการตอบรับและลักษณะทางสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างเห็นภาพพจน์ทีเดียว ถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่า กิ๊กกับจิ๊บ เป็นดารา เป็นนักเขียน เป็นกูรูเมื่อพูดถึงทอปปิกที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์หลังขึ้นเตียงและพิธีกรรายการทีวี (หักหลังผู้ชายออนทีวีที่จะออนแอร์ช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้) แต่ทั้งคู่ก็ยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ใช่ วันนี้ กิ๊กยังเป็นกิ๊ก ส่วนจิ๊บก็ยังเป็นจิ๊บ “ผมเป็นตัวเอง มีคนมาถามว่าเป็นดาราหรือเปล่า ไม่ผมเป็นดาราไม่ได้ ผมเล่นเป็นคนอื่นไม่ได้ จริงๆแล้วเราทำธุรกิจเกี่ยวกับเอนเตอร์เทนเมนท์ ภาพรวมเราเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เราไม่ได้เป็นนักเขียนอย่างเดียว คือเราคิดอะไรใหม่ ๆ คิดอะไรสนุกได้ เป็นครีเอทีฟด้วย” ตัวเลข 120,00 เล่มอาจจะสื่อหรือว่าอธิบายมิติทางสังคมอะไรบางอย่าง แต่ผมกลับนึกไม่อออกจริงๆว่าจะจารไนเหตุและปัจจัยอย่างไรให้ครบถ้วนกระบวนความ แต่ที่ผมมั่นใจมากๆคือบทสนทนาจากปากของสองหนุ่มที่แฟนนานุแฟนยกให้เป็นกูรูในเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงน่าจะพูดหรือว่าอธิบายอะไรต่อมิอะไรเป็นอย่างดีโดยที่ผมไม่จำเป็นต้องขยายความใดๆอีก HI-CLASS-...
Read moreพันตรี วิทัย ลายถมยา
May 18, 2013เกียรติยศบนหลังม้าของสุภาพบุรุษชาติอาชาไนย แม้ว่าภารกิจราชการจะมากขึ้นด้วยคุณวุฒิแต่ก็มิได้ทำให้หัวใจที่ผูกพันกับกีฬาขี่ม้าจะห่างเหินไปจากชีวิตของเสธ.นัท-พันตรีวิทัย ลายถมยา รองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ ๒๙ รักษาพระองค์ เจ้าของเหรียญทองกีฬาขี่ม้าประเภทอีเว้นท์ติ้งเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ ๑๓ ที่อำลาบทบาทของนักกีฬาทีมชาติไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าของไทยโดยควบตำแหน่งผู้จัดการสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง “เมื่อตำแหน่งสูงขึ้นในระดับผู้บริหารจะต้องอยู่กับกระดาษ อยู่กับแฟ้มมากขึ้น เป็นตัวแทนหน่วยไปประชุมที่ต่างๆ แต่ในเรื่องของเวลาที่ต้องให้กับม้าผมก็ยังยืนยันว่าถ้าวันไหนผมไม่ได้ขี่ม้าผมก็จะมีความรู้สึกว่าขาดอะไรไปสักอย่างในชีวิตวันนั้นจะหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะไม่ได้ขี่ม้า ปัจจุบันบ้านผมอยู่บางนาตอนเช้าก็ยังจะต้องขับรถออกจากบ้านให้เช้าที่สุดเพื่อที่จะได้มาถึงหน่วยประมาณหกโมงครึ่งเราจะมีเวลาขี่ม้าประมาณ ๑ ชั่วโมง อยู่กับมันจะขี่เดินไปเดินมาหรือวันไหนเขาเหนื่อยก็ให้เขาพักแต่เราต้องอยู่บนหลังเขา” ความผูกพันในกีฬาชนิดนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโครโมโซมของเสธ.นัทเพราะมีชีวิตในวัยเด็กอยู่กับม้า ณ กองพันทหารม้าที่ ๑ สนามเป้าในขณะนั้น เมื่ออายุ ๗ ขวบเนื่องด้วยคุณพ่อรับราชการทหารม้าจึงชักชวนมาเดินเล่นดูม้าในกองพันจนกระทั่งเวลาผ่านไปเด็กชายวัย ๙ ขวบได้มีโอกาสขึ้นหลังม้านั่งบนอานมือกุมบังเหียนและกลายเป็นกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวที่พากันขี่ม้าโดยมีคุณพ่อเป็นแกนนำ คุณแม่ และพี่ชายอีกสองคนแต่ต้องหยุดไปหลังสิ้นบุญคุณพ่อ กระทั่งได้กลับมาจับบังเหียนอีกครั้งและใกล้ชิดถึงขั้นเชี่ยวชาญคนหนึ่งเมื่อครั้งเป็นนักกีฬาขี่ม้าของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและเลือกเข้ารับราชการในเหล่าทหารม้าต่อมา “ตอนนี้ม้าที่ผมขี่อยู่ประจำชื่อม้าธนิศาเพศเมียสีเทาแต่ปัจจุบันนี้ขนสีดำร่วงหมดแล้วจึงมีสีค่อนข้างขาว ผมเรียกเขาในชื่อเล่นว่าสาคู เป็นม้าพันธุ์ Australian Thoroughbred ผมยังให้เวลากับเขาทุกวัน เป็นความสบายใจที่เราได้สื่อสารกับสัตว์ สาคูเป็นม้าประจำอยู่คู่กันมาตั้งแต่นำเข้าเขามาจากนิวซีแลนด์ซึ่งยังทำอะไรไม่ได้ “ช่วงที่ได้สาคูมานั้นเป็นช่วงที่จบการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ ๑๓ โดยม้าที่คู่กับผมจนได้รับเหรียญทองได้ถวายพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา หลังจากที่ได้ถวายม้าที่ชื่อมอนตาน่าไปแล้วทำให้ผมได้มีเวลาฝึกสาคูขึ้นมาเพื่อเป็นม้ากีฬาแทน แต่ด้วยความที่เราโตขึ้นมาเป็นผู้บริหารเวลาที่จะมุ่งมั่นกับกีฬาก็ไม่มีเป็นได้เพียงงานอดิเรก ผมอยากได้ม้าสักตัวที่เป็นของผมจึงทำการฝึกด้วยตนเอง และเมื่อถึงเวลาแข่งก็ได้ให้เด็กๆ ที่สนใจกีฬาให้เขามานั่งม้าผมแค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วที่เราได้ทำม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเป็นม้าที่มีคุณภาพ” “กีฬาประเภทนี้มีเครื่องกีฬาที่เราใช้เป็นอุปกรณ์การกีฬาที่มีชีวิต เขารู้สึกอย่างไรเราต้องรู้สึกด้วย ต้องเข้าใจสื่อสารความต้องการของเขาและเราได้ การบังคับม้าเราไม่สามารถคุยกับเขาด้วยภาษาคนได้อาจจะมีบางคำที่ฝึกคำสั่งจนม้าคุ้นแล้วแต่มันก็ได้แค่สั่ง การสื่อสารยิ่งในเชิงกีฬาม้าเขาต้องการความมั่นใจจากผู้ขี่” ในปัจจุบันการเข้าถึงกีฬาชนิดนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว และยังเป็นกีฬาที่มากกว่าเป็นแค่การออกกำลังกายเพียงมีใจรักและมุ่งมั่นก็จะรู้จักเกียรติยศจากคำกล่าวที่ว่าหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับหนึ่งจากกีฬาขี่ม้านั่นเอง “อย่าลืมว่าม้าตัวใหญ่น้ำหนักประมาณ ๕๐๐ กิโลกรัม เรายังสามารถบังคับได้ ฉะนั้นปัญหาอะไรก็แล้วแต่ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตผมมองว่านักขี่ม้าจะสามารถผ่านไปได้ด้วยความมั่นใจว่าฉันทำได้ นั่นคือสิ่งที่ผมซึ่งคลุกคลีกับม้าตั้งแต่เด็กรู้สึกได้ ผมคิดว่าผมเป็นคนหนึ่งที่มีความมั่นใจในตัวเองโดยใช้ให้เป็นประโยชน์จากสิ่งนี้” “สมัยก่อนกีฬาขี่ม้าต้องถือเป็นกีฬาพระราชาจำกัดอยู่ในวงสังคมชั้นสูงคนที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้ต้องมีทุนทรัพย์จึงทำให้อยู่ในกลุ่มแคบ มีแค่ ๒ สโมสรคือสโมสรโปโลฯ และสโมสรของกองพันทหารม้าฯ แต่ในปัจจุบันมีสโมสรที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทยถึง ๓๐ สโมสร และยังมีฟาร์มม้าต่างๆ ที่สอนขี่ม้า คนทั่วไปเข้าถึงและเข้าใจกีฬาขี่ม้ามากขึ้น เมื่อก่อนหากพูดถึงกีฬาขี่ม้าจะคิดกันทันทีว่าขี่ม้าแข่งแต่เดี๋ยวนี้บอกว่านักกีฬาขี่ม้าคนที่ฟังก็จะถามว่าขี่ม้าประเภทไหน เป็นขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง หรือขี่ม้าในภูมิประเทศ” ...
Read moreพลสิทธิ ภูมิวสนะ แห่ง AQUA POINT กับงานบริหาร TRENDY MEDIA
January 10, 2013แทบไม่ต้องอธิบายกันให้มากความอีกแล้ว ว่าความสำคัญของสื่อโฆษณา ในโลกของธุรกิจนั้นมีความสำคัญขนาดไหน เพราะเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า หนึ่งในสัดส่วนจำนวนมหาศาลขอ...
Read moreกฤษณ์ ธีรเกาศัลย์
May 17, 2013บนเส้นทางของชีวิต บ่อยครั้งที่เราพบเห็นคนผู้ไขว่คว้าหาความสุขอย่างหลงทิศด้วยวัยวุฒิที่ยังไม่เพียงพอ เขาเหล่านั้นมองโลกและชีวิตด้วยดวงตาที่มองออกจากตัวเอง ไขว่คว้าหาความสุขภายนอกกาย ก่อนจะพบว่าสุดท้ายปลายทางของการแสวงหา เขากลับไม่พบอะไรเลย กฤษณ์ ธีรเกาศัลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สองน้ำ จำกัด เป็นบุคคลหนึ่งที่ยอมรับกับเราอย่างลูกผู้ชายว่าเขาเคยเป็นเช่นนั้น แต่เขาโชคดีที่มีคนผู้สูงวัยวุฒิหลายท่านตักเตือนและสั่งสอนให้เขารู้แจ้ง ก่อนที่จะหลงขึ้นสู่ยอดเขาอันเปล่าร้าง “ผมเริ่มทำธุรกิจด้วยวัยวุฒิที่ยังน้อยนะครับ แล้วก็ยังมีอัตตาสูง ยึดตัวกู-ของกูมาก (เน้นเสียง) ตอนนั้นก็เรียกว่าไม่ค่อยดีเหมือนกัน (ยิ้ม) แต่ว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านได้กรุณา ผมเข้าไปปรึกษาเรื่องธุรกิจกับผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ท่านก็ให้กลับมาพร้อมกับธรรมะ ให้กลับมาพร้อมกับการดำเนินชีวิตและแนวคิดต่างๆ จนผมเห็นว่าปัญหาใหญ่ในการทำธุรกิจทั้งหมดนั้นอยู่ที่ใจเราเอง เมื่อไหร่ที่เรามีความโลภที่จะไปทำธุรกิจที่ไม่ดีเพื่อให้ได้เงินไม่ดี ก็คงไม่มีความสุข เมื่อไหร่ที่เห็นตัวเองสำคัญกว่าคนอื่นในห้องประชุม ปัญหามันก็ต้องเกิด “ซึ่งหนึ่งในผู้ใหญ่ที่กรุณาสั่งสอนให้ผมตื่นรู้และที่ผมเคารพนับถือมากก็คือท่านอานันท์ ปันยารชุน ครับ ผมได้มีโอกาสคุยกับท่าน และท่านก็ได้กรุณาช่วยเราทั้งในเรื่องธุรกิจและหลักในการใช้ชีวิต อย่างเช่นหนังสือชีวประวัติของท่านอานันท์ที่ผมอ่านเขาเขียนไว้ว่า ‘เมื่อพิจารณาท่านอานันท์ตลอดทั้งชีวิตแล้ว ลักษณะที่ควรคุ้มค่าแก่การพิจารณาก็คือวิสัยทัศน์ ความตรงไปตรงมา การทำงานโดยมุ่งผล การกล้าตัดสินใจ การประนีประนอม การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ การทำงานอย่างโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ผูกพัน ใฝ่รู้ตลอดเวลา มีความรู้จักเพียงพอ ไม่ยึดติดในวัตถุ’ ซึ่งผมคิดว่าสุดท้ายแล้วก็คือความรู้สึกที่เพียงพอ การใช้ชีวิตให้สมดุลที่สุด ผมมองว่าท่านอานันท์เป็นคนที่มีคุณลักษณะตรงนี้ชัดเจนมาก อย่างที่หนังสือสรุป ท่านไม่ได้พูดเองหรอก แต่ผมก็เห็นด้วยกับในหนังสือ ว่าท่านทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งตรงนี้ผมก็น้อมนำมาเป็นหลักในการทำงาน ในธุรกิจที่ผมได้ไปร่วมลงทุนกับบริษัทอื่นๆ ผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่มีบริษัทไหนเลยที่ผมมีอำนาจเซ็นเช็คของบริษัทนั้นได้ ผมโปร่งใส มีสติ รู้อยู่เสมอว่ากำลังทำอะไร ไม่ไปเอาเปรียบคนอื่น นั่นคือสิ่งที่ผมรับมาจากท่านอานันท์ “มันมีโจ๊กที่ว่าคนเราพออายุ 25 จะรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองรู้ทุกอย่างในโลกแล้ว แต่พออายุ 30 ก็จะเกิดตระหนักว่า ตัวเองไม่รู้อะไรเลย (หัวเราะ) ง.งู มันมาก่อน ฉ.ฉิ่ง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องโง่ก่อนฉลาด เราต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งการเรียนรู้ที่ดีที่สุดก็คือการเรียนรู้จากผู้มากวัยวุฒิกว่า ซึ่งท่านอานันท์ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมอย่างยิ่งยวดครับ จากที่คิดเสมอว่าอยากรวย อยากมีเงินเดือนเยอะๆ ท่านอานันท์ก็สอนให้ทราบว่า ความสุขที่แท้จริงมันอยู่ข้างในนะ ถ้าไม่รู้จักพอ ไม่ว่ามีเท่าไหร่มันก็ไม่พอ แล้วพอมันก็ต้องเริ่มจากข้างในเราเอง “ถามว่าผมโตทันสมัยของท่านอานันท์ไหม? ตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่ทันครับ แต่สิ่งที่ผมทันคือเสียง Echo ที่ตอบมาจากยุคของท่านว่ารัฐบาลของท่านอานันท์ดี ท่านเป็นสุภาพบุรุษ อารมณ์ดี ทั้งเสียง Echo ที่มาจากทั่วโลก อย่างตอนที่ผมจำเป็นจะต้องติดต่อกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาเพื่อที่จะเริ่มธุรกิจใหม่ ผมเข้าไปขอความช่วยเหลือจากท่านอานันท์ ท่านก็กรุณาช่วยติดต่อให้ ซึ่งบริษัทนี้ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลกในส่วนของธุรกิจที่ผมจะทำ ไม่กี่วันทางนั้นก็ตอบแฟกซ์กลับมา ขึ้นหัวจดหมายว่า ‘Your Honorable อานันท์ ปันยารชุน’ มันเป็นประสบการณ์ตรงที่ประธานบอร์ดของบริษัทระดับโลกส่งมาถึงหนึ่งบุคคล (เน้นเสียง) แล้วคำพูดในจดหมายก็เป็นไปด้วยความเคารพเชื่อถือในตัวท่านอานันท์อย่างที่สุด มันเป็นแรงขับดันในการเปลี่ยนแปลงตัวเองของผม เป็น Echo ที่ดังมาก “ระลึกถึงท่านอยู่เสมอครับถึงความกรุณาที่ท่านมีให้เรา สุดท้ายในบั้นปลายชีวิตของผม ก็ขอแค่ส่วนหนึ่ง...(นิ่งหยุด)...คงไม่มีปัญญาพูดได้เลยครับ พูดยังพูดไม่ออกเลย ว่าขอแค่ให้ได้ส่วนเสี้ยวหนึ่งของท่านอานันท์ คือมีคน Echo กลับมาบ้างว่าเราเป็นคนที่ดี เราทำงานได้ดี เราเป็นเพื่อนที่ดี เราเป็นนักธุรกิจที่ดี เป็นผู้บริหารที่ดี ดีต่อทุกๆ คนที่เข้ามา นี่แหละ จะพูดผมยังไม่กล้าพูดเต็มปากเลย เพราะเสียง Echo ที่มีต่อท่านอานันท์ที่ผมได้ยินมามันดังมาก ดังมากจริงๆ” คุณกฤษณ์จบคำพูดด้วยแววตาตื้นตันอย่างสำนึกคุณที่คนโปรดท่านนี้มีให้ตลอดม...
Read moreปพนธ์ รัตนชัยกานนท์
May 13, 2013แม่แบบชีวิตสู่ความสำเร็จ ภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวว่า “ บุพการีคือต้นแบบที่ดีที่สุด ” น่าจะตรงกับความเป็นจริงในชีวิตของ ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ Assistance to President และ CEO บ.ทรู คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่แม้ครอบครัวจะไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์อะไรไว้กับชีวิตของเขา แต่การทำให้เห็นเป็นตัวอย่างอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ถือเป็นการอบรมสั่งสอนที่ดีที่สุด “ บ้านผมแต่ก่อนเป็นโรงพิมพ์ ผมโตมากับหนังสือ โตมากับ packaging คลุกคลีมากับวงการโฆษณา การทำ creativity โตมาในแบบที่เห็นแม่ผมทำงานหนักมาก เพราะว่าแกเลี้ยงเรามา และพยายามจะให้เราไปเห็นอะไรมากๆ ไม่ได้บอกเจาะจงว่าต้องทำงานแทนแม่ ปกติครอบครัวคนจีนก็ต้องบอกว่า ผมเป็นลูกชายคนโต ต้องกลับมาทำงานให้ที่บ้าน แต่แม่ผมไม่ได้สอน ตั้งแต่เด็กๆ เลย จำได้ว่าอายุประมาณ 10 ขวบ แกก็เริ่มบอกให้เดินทาง ส่งไปฮ่องกงบ้าง ส่งไปทุกที่ เอาไปฝากใครไว้ ให้ไปเองด้วยนะครับ พยายามจะให้เห็นอะไรเยอะๆ พยายามจะไม่ให้อยู่กับที่ ” ค่านิยมแบบครอบครัวจีนทั่วไปไม่ได้ครอบงำวิธีคิดของครอบครัวรัตนชัยกานนท์ ทำให้ผู้หญิงที่มีบทบาทที่สุดในชีวิตของปพนธ์ เลี้ยงเขามาแบบสมัยใหม่ และเปิดโอกาสให้เขาสัมผัสโลกกว้างอย่างอิสระ “ พอจบมัธยมต้นแทนที่จะต่อมัธยมปลาย เราก็ตัดสินใจเข้าเรียน commerce เพราะรู้ว่าต่อไปเราต้องทำธุรกิจ แล้วไปต่อมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับธุรกิจโดยเฉพาะ ก็ไปเอแบค( ABAC) เรียนค่อนข้างเร็ว จนจบ แม่ผมก็บอกว่าต้องไปเรียนต่อ บอกเลยว่าต้องไปต่อปริญญาโท ผมก็บอกได้ แล้วก็ไปเลย ” การให้โอกาสคือการให้ที่ประเสริฐที่สุด ดังนั้นโอกาสที่แม่หยิบยื่นให้เขาไปใช้ชีวิตในต่างแดนจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ส่งผลให้เขาได้พบผู้คนหลากหลาย และเรียนรู้ที่จะนำสิ่งที่ได้พบเจอมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเขาเอง เปรียบเสมือนกระจกที่จะสะท้อนภาพสิ่งที่อยู่ใกล้เสมอ “ การที่เราคิดได้เพราะแม่เราให้โอกาสไปเจอคนเยอะๆ แล้วในที่สุดก็มีโอกาสที่จะไปเจอคนที่เก่งมากๆของระดับแนวหน้า เยอะแยะเลยไม่ใช่คน สองคน เขาก็สอนเราเหมือนลูก บอกเราแม้กระทั่งวิธีคิด ” ต้องขอบคุณแม่ผมอย่างเดียวเลย คือว่าถ้าไม่ให้ไปก็คงไม่มีปัญญา สุดท้ายก็กลับมาคิดว่าคนที่ทำงานหนักที่สุดมักจะเป็นแม่เรา เพราะเขาเองเป็นคนสอนให้เราไปดูโน่นดูนี่ แล้วก็วันนี้ผมก็ไม่ได้ทำงานให้ คุณพ่อ คุณแม่ กลับได้ทำงานในสิ่งที่ผมรักจริงๆ เพราะว่าผมเลือกแล้วที่จะทำงานในสิ่งที่ผมถนัดและผมรักที่จะทำ แล้วก็ทุกวันนี้แม่ผมเขาก็มีความสุข อันนี้ผมว่าดีกว่าที่ต้องมาทำในสิ่งที่ผมอึดอัด ” คนโปรดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของของปพนธ์ แม้จะมีมากมาย ทว่าคนที่สำคัญที่สุดก็คือ แม่ ที่นอกจากจะมอบชีวิตให้เขาแล้วยังมอบโอกาสให้อีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความสามารถก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่พาเขาไปจนถึงฝั่งฝัน “ สำคัญมาก ผมบอกเลย ถ้าเราไม่มีความสามารถถึงใครหยิบโอกาสให้เราก็โตไม่ได้อยู่ดี ” ปพนธ์กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้...
Read moreไพวรินทร์ ขาวงาม ในความไพเราะ สวยงาม ลึกซึ้ง และกินใจ
May 14, 2012ไพวรินทร์ ขาวงาม – ชื่อจริงสกุลจริงของกวีชาวร้อยเอ็ด ผู้เติบโตและเก็บเกี่ยวอาหารทางจิตวิญญาณจากธรรมชาติชนบท ปรากฏเป็นลีลาอ่อนหวานชวนเคลิ้มฝันและลึกซึ้งตรึงใจในบทกวีที่...
Read moreกัปตัน ศรัณย์พล ผุลละศิริ
May 19, 2013Dreams Come True เป็นธรรมดาที่ความฝันของเด็กผู้ชายนอกเหนือจากเป็นทหาร, ตำรวจ, แพทย์ ย่อมมีอาชีพนักบินติดโผความนิยมอันดับต้นๆ และสำหรับเด็กน้อยผู้มีพื้นฐานจากคุณพ่อเป็นทหารอากาศ ถูกหล่อหลอมจนเติบใหญ่และเข้าเรียนในพื้นที่เขตทหารอากาศมาโดยตลอด เขาเลือกเรียนในสิ่งที่หวังและก้าวเดินตามความฝันในสิ่งที่ฝัน ถึงวันนี้นอกเหนือจากนามบัตร ศรัณย์พล ผุลละศิริ ซึ่งระบุตำแหน่งกัปตันแล้ว เขายังควบตำแหน่งทางสังคมคือ นายกสมาคมนักบินไทย เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภารกิจ “ความฝันกับความเป็นจริงอาจจะไม่สอดคล้องกัน การเรียนหนังสือผมเรียนตามความสามารถ ซึ่งทางด้านช่างวิศวกรรมเราก็ชอบ ส่วนทางด้านการบินเนื่องจากนักบินนั้นปีหนึ่งๆ เปิดรับน้อย ความคาดหวังว่าเราจะสอบได้มันค่อนข้างยาก ดังนั้นแม้ผมฝันอยากเป็นนักบินแต่ในขณะเดียวกันวิชาที่ผมเลือกเรียนหากไม่ได้เป็นนักบินก็ยังสามารถเป็นวิชาชีพได้เช่นกัน” ‘กัปตันแตงโม’ แห่ง บมจ.การบินไทย ย้อนรำลึกวันวานของการตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนนายร้อยตำรวจ สอบเป็นนักบินกองบินตำรวจรับราชการตามความต้องการของคุณพ่อแล้วลาออกมาสอบนักบินพาณิชย์เมื่อมีโอกาส หรือจะเรียนวิศวกรรมศาสตร์ตามบัญชาของคุณแม่ แต่เมื่อมิอาจละทิ้งอาชีพนักบินพาณิชย์ที่ตนฝันใฝ่ และในที่สุดการตัดสินใจของเขาก็เป็นไปดังคำโบราณ “บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น” หลังจบมศ.5 แม้ว่าสอบติดทั้งสองแห่งแต่เสียงคุณแม่มีพลังมากกว่าจึงเข้าเรียนในภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานเป็นหนึ่งในทีมงานวิศวกรก่อสร้างสะพานพระรามเก้าก่อนจะสอบชิงทุนบริษัทการบินไทยและเข้าเรียน ณ ศูนย์ฝึกการบินพลเรือน กระทั่งนั่งเก้าอี้นักบินฝึกหัดประจำอากาศยานของการบินไทยเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ด้วยเที่ยวบินแรกซึ่งตราตรึงในความทรงจำไม่ลืม คือ กรุงเทพฯ – ฮ่องกง และ ฮ่องกง – ภูเก็ต “จากเครื่องบินใบพัดขนาดเล็กของศูนย์ฝึกการบินพลเรือน สู่เครื่องบินพาณิชย์ของการบินไทย เริ่มต้นด้วยแอร์บัส AB4 นำผู้โดยสารไปยังฮ่องกงจำได้ว่าตื่นเต้นมาก แถมบินเข้าไปในเมฆซึ่งมีฝนเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นประจุไฟฟ้าสถิตในหมู่เมฆที่กระจกห้องนักบินเสมือนเรามองไฟลูกแก้วของหมอดู ตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ตอนหลังมีประสบการณ์แล้วก็กลายเป็นเรื่องปกติ ผมเป็นนักบินฝึกหัดกระทั่งสอบผ่านเป็นนักบินผู้ช่วยที่สาม และนักบินผู้ช่วยที่สอง (Co-pilot) ควบคุมเครื่องบินแบบ DC 10 ก่อนก้าวไปสู่เครื่องบินจัมโบ้ โบอิ้ง 747 แล้วจึงเป็นนักบินที่หนึ่ง (กัปตัน) แอร์บัส A 330 โดยในปัจจุบันเป็นนักบินที่หนึ่ง แอร์บัส A 340 ซึ่งรุ่นนี้สามารถบินตรงในเส้นทาง กรุงเทพฯ – ลอสแองเจลลิส” “วันที่สอบติดนักบินทั้งแม่และพ่อก็ดีใจกับผม ในชีวิตหากเราได้ทำสิ่งที่เรารัก เราจะมีความสุข ผมได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ทำงานในสิ่งที่อยากทำคือเป็นนักบิน นี่แหละผมถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว” เมื่อมองลงไปให้ลึกถึงเบื้องหลังบุคลิกสง่างามภายใต้เครื่องแบบนักบินคือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารนับร้อยชีวิตที่ไว้วางใจให้เขาเป็นผู้นำพาไปสู่จุดหมาย การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ประสบการณ์ซึ่งสั่งสมมานานปี การประสานงานอย่างเป็นระบบ และการตัดสินใจที่อยู่บนหลักการของความถูกต้อง คือสิ่งที่นักบินทุกคนยึดถือสูงสุด “เหตุการณ์ท้าทายและภูมิใจคือเมื่อครั้งบินแอร์บัส A 330 เครื่องบินสองเครื่องยนต์เราบินในย่านเอเชีย ครั้งนั้นเครื่องขึ้นจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่ไทเป ขณะที่เครื่องจะลงสนามบินเมื่อกางล้อออกปรากฏว่าเครื่องสั่นทั้งลำ เสียงดังสนั่น ล้อไม่กางดูจากเครื่องวัดในห้องนักบินแจ้งว่า 1 ใน 3 ล้อไม่กาง ไฮดรอลิคแตกอีก 1 ระบบเช่นกัน ผมบินวนพร้อมกับแจ้งให้หอบังคับการบินดูล้อ แก้ไขปัญหาและสามารถนำเครื่องกลับมาลงได้อย่างปลอดภัยพร้อมผู้โดยสารเต็มลำ นี่คือเที่ยวบินที่ผมภูมิใจมากที่สุด” “ผมจริงจังกับงาน ไม่เครียดเลย ต้องมีอารมณ์ดี นอกเวลางานด้วยความที่ผมเป็นคนสนุกสนานร่าเริง ก็ยิ่งอารมณ์ดี โดยในเที่ยวบินกัปตันเป็นหัวหน้านักบินและเป็นหัวหน้าใหญ่ของลูกเรือ หากเป็นเครื่องบินแบบสองเครื่องยนต์โดยปกติมีนักบินสองคน คือ กัปตันและนักบินผู้ช่วยที่สอง แต่ถ้าเป็นเที่ยวบินระยะยาวเช่นไปยุโรปเราใช้นักบินถึงสี่คน อย่างน้อยก็มีกัปตันหนึ่งคนที่เหลือเป็นนักบินผู้ช่วยสามคนได้ หรือบางเที่ยวบินที่ไปอเมริกาจะมีกัปตันสองคน ผู้ช่วยนักบินสองคน ทั้งนี้สายการบังคับบัญชาของนักบินทุกคนจะขึ้นอยู่กับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ” “ประสบการณ์มีส่วนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเราบินมานานจะรู้ว่าการเรียนรู้เรื่องการบินไม่สิ้นสุด มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่การแก้ปัญหาก็ได้จากประสบการณ์ที่เราสั่งสมที่เราเจอมาในอดีต ผู้ทำการบินเครื่องบินพาณิชย์เราบินกันด้วยตำรา บินกันด้วยหนังสือ หากใครมีความรู้ดี แม่นตำรา บวกประสบการณ์จะช่วยในการตัดสินใจได้อย่างมาก” โดยส่วนตัวเขาเป็นคนเชื่อมั่นในการคิดดีทำดีแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งนำมาใช้กับอาชีพนักบินพาณิชย์และในชีวิตส่วนตัว “เวลาบินผมไม่ได้อาราธนาพระองค์ใดเลย ตอนเกิดเหตุล้อเครื่องบินไม่กางพอลงพื้นสำเร็จมีคนถามว่าห้อยพระอะไร แล้วถามว่ากัปตันกลัวไหมตอนนั้นคิดอะไรอยู่ บอกตรงๆ ตอนนั้นผมทำตามตำรา ตามขั้นตอน และดึงประสบการณ์ทุกอย่างมาใช้ แต่ด้วยความเป็นคนไทยจึงคิดอยู่ว่าก่อนเครื่องจะแตะพื้นด้วยความที่ผมจบจุฬาฯ ผมก็อธิษฐานว่าเสด็จพ่อฯ ช่วยลูกด้วยนะ ลูกทำดีที่สุดแล้ว และบอกแม่ย่านางของเครื่องว่าลูกทำดีที่สุดแล้วนะ เท่านี้จริงๆ แล้วก็นำเครื่องลง” จากความเชื่อมั่นในการคิด-พูด-ทำ ‘ดี’ จึงเป็นเกราะคุ้มภัย พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือได้จากหลายฝ่ายเมื่อกระโดดลงสมัครเป็นนายกสมาคมนักบินไทย หลังจากได้รับเลือกแล้ว จึงได้ดำเนินสร้างสรรค์ทั้งในภาคส่วนองค์กรที่รับผิดชอบและก้าวไกลด้วยความมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นประเทศผ่านเวทีการประชุมนักบินโลกซึ่งสมาคมนักบินไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ “ผมสมัครเป็นนายกสมาคมนักบินไทย ด้วยความตั้งใจทำงานสมาคมฯ มาช่วยเหลือสังคม มาสร้างความเป็นปึกแผ่นให้นักบินไทย ที่มาของสมาคมนักบินไทยก่อตั้งมาประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว แต่เนื่องจากเมื่อเริ่มก่อตั้งมีสายการบินใหญ่เพียงสายการบินเดียวคือการบินไทย สมาชิกส่วนใหญ่จึงเป็นนักบินการบินไทย เวลาผ่านไปมีสายการบินอื่นก่อตั้งขึ้นมาและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีนักบินสายการบินอื่นบางส่วนเท่านั้นที่มาเป็นสมาชิกสมาคม เมื่อผมสมัครเป็นนายกสมาคมจึงคิดว่าอยากจะรวบรวมเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกันมาอยู่ในที่เดียวกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยล่าสุดได้ชักชวนสายการบินนกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ มาร่วมกันซึ่งเขาตอบรับอย่างดี สมาคมของเราเป็นสมาชิกสมาคมนักบินโลก (International Federation of Air Line Pilots' Associations : IFALPA) มีสมาชิกประมาณ 100 ประเทศ เป็นองค์กรซึ่งให้ความรู้แลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการซึ่งกันและกันสำหรับนักบิน “บทบาทของสมาคมนักบินไทยกับสมาคมนักบินโลก เราร่วมมือกันทางด้านวิชาการมาหลายปี และเป็นไปได้ด้วยดีมาก การประชุมนักบินโลกจะจัดขึ้นทุกๆ สองปี สำหรับครั้งหน้าเราจึงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนักบินโลกที่ประเทศไทย โดยเสนอจัดการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ในปี ค.ศ. 2011 และในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนักบินโลกเหมือนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกคือจะมีชาติอื่นเข้าแข่งขัน ตอนนี้มีไทย เกาหลีใต้ และไซปรัส ซึ่งการจัดการประชุมที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่าง 20-24 มีนาคม ค.ศ. 2009 ที่โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ พร้อมกับตัดสินว่าครั้งต่อไปใครจะได้เป็นเจ้าภาพ โดยเมื่อสิบปีก่อนเราเคยจัดประชุมนักบินโลกเมื่อปี ค.ศ. 1999 ที่พัทยา ครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่สองที่เราเสนอตัวจัดประชุม “ทางสมาคมฯ ได้ประสานงานไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งราชการและเอกชน ได้รับความร่วมมือที่ดีมากจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โสภณ ซารัมย์, ท่านประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ท่านปลัดกระทรวงคมนาคม สุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งการบินไทย เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ในการจัดประชุมครั้งนี้ “ถ้าเราได้จัดมันจะมีข้อดีจากการที่ประเทศเรามีปัญหาในประเทศมานาน ยิ่งการปิดสนามบินความเชื่อมั่นจากต่างชาติในเรื่องการบินลดลง การที่เราได้จัดการประชุมโดยให้นักบินทั้งโลกเดินทางมาที่บ้านเราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศทั้งประเทศเราเองและเรื่องการบิน ประโยชน์ลำดับถัดมาคือนักบินที่มาร่วมประชุมและผู้สื่อข่าวมากว่า 500 คนจะมาประเทศเรา ตามมาด้วยประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ระยะเวลาเสนอการจัดประชุมอยู่ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประชุมเสร็จก็ได้เที่ยวกันต่อ เราวางแผนทุกอย่างและเตรียมการไว้พร้อมแล้วสำหรับการเสนอตัวต่อที่ประชุมในเดือนมีนาคม โดยในระหว่างวันที่ 20-24 ในจำนวนสามชาติที่เสนอตัว จะได้ชาติละหนึ่งวันในการนำเสนอ ของเราเตรียมการแสดงและวีดิทัศน์เชิญชวน พร้อมกับจัดห้องจัดเลี้ยงอาหารไทยเพื่อโน้มน้าวให้เขาเลือกเรา สิ่งนี้ผมตั้งความหวังเอาไว้สูงมากว่าเราน่าจะได้แน่ “การจัดการประชุมนั้นทางสมาคมนักบินโลกจะออกค่าใช้จ่ายเอง ทั้งค่าห้องประชุม ค่าที่พัก ดังนั้นถ้าหากเราถูกกว่าก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญแต่ถูกแล้วยังจะต้องดีด้วย โดยประธานสมาคมนักบินโลกได้มาสำรวจเชียงใหม่แล้ว เขาพอใจสถานที่ การไปเชียงใหม่เราได้นำเสนอวัฒนธรรมนี่คือแรงดึงดูดสำคัญ สำหรับคู่แข่งกรณีเกาหลีใต้ เราได้เปรียบเพราะค่าใช้จ่ายในบ้านเรานั้นถูกกว่า สำหรับไซปรัสการเดินทางลำบาก ในแง่การคมนาคมอย่างไรก็ตามมาไทยหรือไปเกาหลีใต้สะดวกว่าไปไซปรัส ถ้ารวมทุกอย่างแล้วประเทศไทยได้เปรียย บวกกับอัธยาศัยของคนไทยนี่คือข้อได้เปรียบที่ชาติอื่นสู้เราไม่ได้ “งานนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย และจะเศรษฐกิจดีหรือไม่เขาก็ต้องจัดทุกสองปี ขณะที่ผลดีจากการจัดประชุมคือจะนำเม็ดเงินเข้ามาบ้านเราเยอะมาก โดยอย่างน้อยที่เขาอยู่เมืองไทยคือหนึ่งสัปดาห์พร้อมกับคณะสื่อมวลชนจากทั่วโลก สมาคมจึงพยายามขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานซึ่งน่าดีใจที่ทุกหน่วยงานให้การสนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนี้ปี ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) เป็นปีดี คือ การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพราะในปีนั้นจะทรงมีพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา สิ่งสำคัญอีกหนึ่งวาระคือ ครบรอบ 100 ปีที่ ‘นางสาวสยาม’ เครื่องบินลำแรกแตะพื้นดินประเทศไทย จากสองเหตุการณ์นี้เมื่อเราติดต่อขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ จึงให้ความร่วมมือสนับสนุนเต็มที่ ทั่วโลกจับตามองและเราก็ได้เฉลิมฉลองในวาระมหามงคล โดยส่วนตัวผมมั่นใจมากว่าเราจะได้รับเลือกให้จัดประชุมนักบินโลกในครั้งถัดไป เพราะเราพร้อมทุกด้านทั้งสถานที่ ผู้คน เหลือภารกิจในขณะที่จัดกิจกรรมว่าทำอย่างไรให้เขาประทับใจสูงสุด กลับไปแล้วยังพูดถึงประเทศไทย” “ภาพลักษณ์เมืองไทยในสายตาชาวโลกนั้น ตอนนี้ไม่มีใครพูดเรื่องเดิมแล้วนะเพราะมีเรื่องอื่นให้พูดแทน การที่เราอยู่เมืองไทยเรามีปัญหาก็นึกว่ามันใหญ่มาก...ซึ่งก็ใหญ่นะ แต่เมื่อผ่านไปสถานการณ์โลกเกิดขึ้นตามมาอย่างเช่น อิสราเอลถล่มฮามาส ฯ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ใหม่มากลบเขาก็ยังพูดไม่จบ เรียกได้ว่าตอนนี้จบไปแล้วสำหรับบ้านเรามันก็เป็นอดีตวันคืนผ่านไปเขาก็เลิกพูดถึงไปพูดในสิ่งใหม่ ในส่วนตัวผมคิดว่าประเทศไทยจะกลับมาเหมือนเดิม ความเชื่อมั่นจากต่างชาติจะกลับมา” “งานของสมาคมนักบินไทย เราเตรียมงานกันมาหลายเดือนและต่อเนื่อง เรามีคณะทำงานที่ติดต่อประสานงานแม้ว่าคนนี้ไม่อยู่อีกคนก็ประสานงานไม่ขาดตอน เราจะมีการจัดประชุมเรื่อยๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าของงาน” “อุปสรรคนั้นเป็นเรื่องปกติของการทำงาน บางครั้งเราคิดสิ่งหนึ่งขึ้นมามีบางคนบอกว่า “ไม่สำเร็จหรอก” นั่นยังไม่ได้ทำเลย แต่การทำนั้นถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคและไม่สำเร็จเราก็ไม่เสียอะไรกลับได้ประสบการณ์ชีวิตเพื่อเป็นบทเรียนในอนาคต การทำงานใดก็ตามถึงแม้จะไม่สำเร็จก็ไม่ใช่ความล้มเหลว สั่งสมบทเรียนไปเรื่อยๆ ถามกลับไปว่าตั้งแต่โตมามีใครไหมที่ทำสำเร็จทุกอย่าง ฉะนั้นความไม่สำเร็จหรืออุปสรรคไม่ใช่ปัญหาของการทำงาน ไม่กลัวอุปสรรค ไม่กลัวปัญหา เราแก้ไปเรื่อยๆ” ส่วนหนึ่งของการก้าวเข้ามาในตำแหน่งนายกสมาคมนักบินไทย คือการปรับโฉมและนำพาให้คนทั่วไปรับรู้ภารกิจว่าองค์กรดำเนินการอะไร พร้อมกับทำงานเพื่อสังคมทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคนอกเหนือจากงานในแวดวงของนักบินเท่านั้น “ผมเป็นคนชอบสังคมเพื่อนฝูง ชอบเล่นกีฬา พบปะผู้คน นี่คือนิสัยของผม ทุกวันหยุดที่ผมไม่บินผมทำงานให้กับสมาคมนักบินไทยทุกวัน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำภารกิจต่างๆ ได้ง่าย ทุ่มเทได้เต็มที่ บ่อยครั้งที่อยู่สมาคมฯ ตั้งแต่เช้าไปจนดึก สมาคมคือการสังสรรค์พบปะผู้คนหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงไม่พ้น รวมถึงกีฬาถ้าไม่ได้ลงสนามเองก็ไปเชียร์แล้วก็สังสรรค์ทำให้มีเพื่อนฝูงเยอะ เมื่อตอนหนุ่มๆ อาจเป็นคนเนื้อหอม แต่พออายุมากขึ้นก็ลดลงไปตามวัย ไม่ใช่เค้าโครงที่เอาไปทำละครนะ (หัวเราะ) ในละครเป็นเพียงหนึ่งในแสนเขาแต่งเติมให้มีสีสัน ของจริงไม่ดุเดือดขนาดนั้น เผอิญเขาหยิบมาทำเป็นละครซึ่งในชีวิตจริงของนักบินและลูกเรือไม่ใช่ขนาดนั้น นั่นเป็นกรณีพิเศษเท่านั้นเอง” “แม้ว่าสามคมนักบินไทยก่อตั้งมานานแต่ที่ผ่านมาสมาคมไม่ค่อยได้เปิดตัวเองกับสังคมภายนอกเท่าที่ควร ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักสมาคมนักบินไทย ในส่วนนโยบายที่ผมเข้ามาบริหารจึงอยากเปิดตัวสมาคมให้คนทั่วไปรู้จัก โดยการบริหารสมาคมแบ่งเป็นสามส่วน ส่วนบริหารคือ บริหารองค์กรก็คือสมาคมเอง ส่วนที่สองคือ บริหารสมาชิก และส่วนที่สามคือ งานด้านสังคม ซึ่งงานด้านสังคมนี่แหละจะเป็นส่วนที่ทำให้สังคมรู้จักสมาคมนักบินไทยมากขึ้น งานทางด้านสังคมที่สมาคมนักบินไทยจะทำคือเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบิน ช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินในประเทศ จะทำในส่วนซึ่งสายการบินทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ จะทำในเชิงปฏิบัติการเชิงวิชาการใน 5 ประเด็นหลักของปีนี้ คือ “1) ดึงการจัดประชุมสมาคมนักบินโลกมาเมืองไทยให้ได้ ดังที่ได้อธิบายรายละเอียดมาแล้วข้างต้น “2) ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโรงเรียนการบินของอาเซียนและของเอเชียในอนาคต เพราะเรามีความพร้อมทุกด้านทั้งทางด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถบินได้ทั้งปี ยุโรปกับอเมริกาหน้าหนาวหิมะตกบินไม่ได้ และเรามีความพร้อมจากราคาถูกกว่า สิ่งที่จะทำคือทำให้มาตรฐานของเราสูงเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ เพื่อเกิดความเชื่อถือของผู้จะมาเรียนครูการบินของเราไม่ด้อยกว่าใคร และอาจไปถึงขั้นเปิดศูนย์วิทยบริการกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ นักเรียนต่างชาติมาเข้าโรงเรียนการบินที่บ้านเรามีอยู่ “3) เข้าไปศึกษาเรื่องเครือข่ายโลจิสติก (Logistic Network) การขนส่งทางอากาศโดยใช้เครื่องบินขนาดเล็กขนาดกลาง ซึ่งเรามีสนามบินจังหวัดต่างๆ เยอะมาก ปัจจุบันมีทั้งใช้งานและไม่ได้ใช้งานเยอะมาก โดยเราต้องเข้าไปศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรามีระบบสาธารณูปโภคที่ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศคือ ถนน-รถไฟ-เครื่องบิน แต่เครื่องบินนั้นลงแต่เมืองใหญ่ การที่จะให้อุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจพัฒนาไปในท้องถิ่นที่ยังไม่เจริญ สิ่งที่เราทำได้คือเครื่องบินขนาดเล็ก ไอเดียนี้มาจากเจ้าของบริษัท FedEx เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำวิทยานิพนธ์เรื่องการขนส่งทางอากาศ จบมาทำสายการบินส่งสินค้าท่ามกลางคำสบประมาทว่าจะต้องเจ๊งเพราะมีแต่คนส่งรถไฟทั้งนั้นค่าขนส่งทางเครื่องบินแพง แต่ผ่าไนป 30 ปี FedEx เติบโตมีเครื่องบินจำนวนมาก สำหรับเมืองไทยหลังการวิจัยศึกษาถ้าเป็นไปได้จะส่งเสริมการผลิตของไทยได้มาก แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่ได้ล้มเหลว เพราะแม้ว่าศึกษาแล้วเป็นไปไม่ได้เป็นการช่วยผู้ลงทุนดีกว่าปล่อยให้ผู้ลงทุนขาดทุนเพราะไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ การทำตอนนี้ดีมาก เนื่องจากว่าทุกอย่างตกต่ำหมด ศึกษาเอาไว้ก่อนเมื่อเศรษฐกิจดีเมื่อไหร่มีผู้ลงทุนก็สามารถทำได้เลย “4) คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เรากำลังจะร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเร็วๆ นี้ ในอนาคตเครื่องบินที่จะบินเข้าสหภาพยุโรปจะมีเรื่องของคาร์บอนเครดิตเข้ามาเกี่ยวข้อง และ “5) ให้การศึกษาแก่เยาวชนเกี่ยวกับวิชาชีพนักบิน ที่ผ่านมาสมาคมได้จัดเสวนาวิชาชีพนักบิน คือจัดตามหอประชุมมหาวิทยาลัย โดยมีผู้ที่จบการศึกษาแล้วเข้าฟัง โดยเราแนะนำว่าอาชีพนักบินเป็นอย่างไร ได้ผลดี ทำให้คนสนใจรู้จักอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น แต่นโยบายต่อไปเราจะเข้าไปสู่เด็กมัธยมปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กเลย เพราะต่างประเทศเด็ก 15 ขวบบินเครื่องบินกันสบายเหมือนขับรถยนต์ แต่บ้านเรานั้นไม่ใช่ เราเป็นเด็กมาก่อน ขาดโอกาสการเข้าถึงข้อมูล ถ้าถามเด็กตอนนี้ก็ยังคงเข้าใจว่าเป็นทหารอากาศเรียนนายเรืออากาศถึงจะเป็นนักบินได้ แต่มีทางอื่นเยอะแยะเราจะเข้าไปจัดกิจกรรมเริ่มจากปีนี้อย่างน้อยสองครั้งถ้าดีก็จะขยายต่อ” แผนงานดังกล่าวของสมาคมฯ มีเสียงสะท้อนจากสื่อมวลชนสายธุรกิจว่าครบเครื่องและน่าจะเป็นแผนงานที่หน่วยงานราชการซึ่งรวบรวมนักคิด-นักวิชาการผู้ทรงภูมินำเสนอเพื่อประเทศชาติมากกว่าจะมาจากบุคลากรในวิชาชีพนักบิน แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากมีจุดเริ่มต้นผลสัมฤทธิ์ย่อมตามมาวันหนึ่งจุดเล็กๆ เหล่านี้อาจก่อตัวเป็นผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ไม่จำกัดว่าจะต้องพึ่งพาแต่เพียงผู้ที่อยู่ในแวดวงนั้นๆ เสมอไป หากมีใจรักและตั้งใจจริงความสำเร็จที่ตั้งเป้าเอาไว้ไม่ไกลเกินเอื้อม “หลักคิดในการทำงานก็คือทำให้ดีที่สุด ผมทำงานมาตั้งแต่เด็กจนโต งานในตำแหน่งที่ได้รับก็คือทำงานนั้นให้ดีที่สุด” แม้พื้นที่ที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้พบเห็นอย่างขั้วโลกเหนือและสนามแม่เหล็กของโลกไม่สามารถบ่งบอกทิศเหนือ-ใต้ แต่เขายังนำพาอากาศยานล่องผ่านนับครั้งไม่ถ้วน เป็นคำบอกเล่าซึ่งตอบโจทย์ได้ว่าความฝันและความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นเครื่องนำทางไปสู่ความสำเร็จได้ ด้วยการบังคับจากหนึ่งสมองและสองมือ “อาชีพนักบินเป็นอาชีพที่สนุก เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ท้าทาย ถ้าได้เป็นแล้วจะรู้สึกว่าพร้อมเลยนะ มันครบเครื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ได้ท่องเที่ยวหาประสบการณ์ชีวิต เมืองที่เราเคยอยากไปก็ได้ไป ผมเชื่อว่าเป็นอาชีพที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝัน” ในชีวิตหากเราได้ทำสิ่งที่เรารัก เราจะมีความสุข ผมได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ทำงานในสิ่งที่อยากทำคือเป็นนักบิน นี่แหละผมถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ขณะที่เครื่องจะลงสนามบินเมื่อกางล้อออกปรากฏว่าเครื่องสั่นทั้งลำ เสียงดังสนั่น ล้อไม่กางดูจากเครื่องวัดในห้องนักบินแจ้งว่า 1 ใน 3 ล้อไม่กาง ไฮดรอลิคแตกอีก 1 ระบบเช่นกัน ผมบินวนพร้อมกับแจ้งให้หอบังคับการบินดูล้อ แก้ไขปัญหาและสามารถนำเครื่องกลับมาลงได้อย่างปลอดภัยพร้อมผู้โดยสารเต็มลำ นี่คือเที่ยวบินที่ผมภูมิใจมากที่สุด ประสบการณ์มีส่วนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเราบินมานานจะรู้ว่าการเรียนรู้เรื่องการบินไม่สิ้นสุด มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่การแก้ปัญหาก็ได้จากประสบการณ์ที่เราสั่งสมที่เราเจอมาในอดีต บางครั้งเราคิดสิ่งหนึ่งขึ้นมามีบางคนบอกว่า “ไม่สำเร็จหรอก” นั่นยังไม่ได้ทำเลย แต่การทำนั้นถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคและไม่สำเร็จเราก็ไม่เสียอะไรกลับได้ประสบการณ์ชีวิตเพื่อเป็นบทเรียนในอนาคต เมื่อตอนหนุ่มๆ อาจเป็นคนเนื้อหอม แต่พออายุมากขึ้นก็ลดลงไปตามวัย ไม่ใช่เค้าโครงที่เอาไปทำละครนะ (หัวเราะ) ในละครเป็นเพียงหนึ่งในแสนเขาแต่งเติมให้มีสีสัน ของจริงไม่ดุเดือดขนาดนั้น เผอิญเขาหยิบมาทำเป็นละครซึ่งในชีวิตจริงของนักบินและลูกเรือไม่ใช่ขนาดนั้น งานทางด้านสังคมที่สมาคมนักบินไทยจะทำคือเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบิน ช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินในประเทศ จะทำในส่วนซึ่งสายการบินทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ อาชีพนักบินเป็นอาชีพที่สนุก เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ท้าทาย ถ้าได้เป็นแล้วจะรู้สึกว่าพร้อมเลยนะ มันครบเครื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ผมเชื่อว่าเป็นอาชีพที่เด็กผู้ชายหลายคนใฝ่ฝั...
Read moreปิยะพงษ์ ผิวอ่อน
May 14, 2013ตำนานลูกหนังเมืองไทย เพชฌฆาตหน้าหยก ตำนานหมายเลข 9 ศูนย์หน้าตลอดการของวงการฟุตบอลเมืองไทย ‘ เดอะตุ๊ก ' ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน จาก เจ้าหนูแข้งทอง ของสโมสรทหารอากาศ กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักฟุตบอลแนวหน้า คนแรกที่เป็นดาวซัลโวตลอดกาลระดับชาติ ความเป็นนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์ส่งให้เขาโด่งดังระดับซุปเปอร์สตาร์เป็น ‘ ดาราเอเชีย ' ที่ได้รับมอบหมายจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ให้เข้าร่วมแข่งขันนัดพิเศษที่ประเทศมาเลเซีย โดยสามารถยิงประตูทีมโบคาร์จูเนียร์ที่มี ดิเอโก มาราโดน่า นำทีม ลัดฟ้าไปค้าแข้งใน K League ของเกาหลีใต้ พร้อมคว้ารางวัลต่างๆ อาทิ รองเท้าทองคำในฐานะดาวซัลโว และค้าแข้งในมาเลเซีย กับสถิติระดับชาติใน 2 รายการคือคิงส์คัพ 5 สมัย และซีเกมส์ 6 สมัย ด้วยการทำประตู 103 ประตู แฮททริกรวม 6 ครั้ง ซึ่งนับว่าสูงสุดของทีมชาติไทย “ ไม่ค่อยมีใครคาดหวังกับผมมากนัก การคาดหวังแทบจะไม่มีเลย ด้วยเหตุผลเพราะว่าส่วนใหญ่ถ้าเป็นเรื่องของกีฬาก็เป็น Step by step ก็คือเล่นทีมชาติ และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทุกคนลงไปแรกๆ อาจจะไม่เท่าไหร่ เล่นไปธรรมดาอาจจะเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ แต่พอถึงจุดหนึ่งดารามันต้องแยกให้ออกว่าเป็นดาราธรรมดา กับเป็นดาราที่มีชื่อเสียงคล้ายๆ จะเข้าขั้นซุปเปอร์สตาร์จะสำคัญมาก พอมาถึงตรงนี้แล้วคนจะคาดหวังเยอะ ตอนแรกๆ เป็นนักฟุตบอลธรรมดา พอติดทีมชาติก็ยังธรรมดาอยู่ ” “ แต่ รู้สึกภูมิใจที่ทุกคนมองเห็น และให้เกียรติเราในการที่เรารับใช้ประเทศชาติ และทุกคนให้เกียรติเราว่าเราเป็นคนที่มีมีชื่อเสียง เป็นฮีโร่ในดวงใจ เราก็ต้องพยายามทำตัวเราให้น้องๆ เห็นว่าฮีโร่ของเขากว่าจะมาถึงความสำเร็จตรงนี้ได้มันมีอะไรมาบ้าง เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับให้น้องๆ ก้าวต่อไป เป็นสิ่งที่ดีนะครับและรู้สึกภาคภูมิใจที่ประชาชนให้เกียรติเรา ” “ สำหรับตัวผมเองกีฬาใช้เวลานาน พื้นฐานสำคัญที่สุด แต่ของเราโชคร้ายไปหน่อยที่เราไม่มีพื้นฐานที่แน่นเหมือนกับนักกีฬาในสมัยปัจจุบัน เพราะสมัยปัจจุบันมีการเรียนรู้จากต่างประเทศมีโค้ชที่ดีมาสอนมากมายเหลือเกิน มีฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นบอลกัลโช่ บอลพรีเมียร์ เยอะแยะไปหมด สมัยก่อนมันไม่มี ฉะนั้นพื้นฐานของนักฟุตบอลสมัยก่อนไม่ค่อยได้รับพื้นฐานที่แน่น แต่ว่ามีพรสวรรค์กันเยอะมาก แต่ผมแปลกใจจริงๆ นักฟุตบอลสมัยก่อนพื้นฐานดูแล้วการสอนจะน้อยกว่าสมัยนี้ด้วยซ้ำ แต่พรสวรรค์ทำให้นักฟุตบอลสมัยก่อนค่อนข่างเล่นดี ผมว่าพื้นฐานของผมไม่ค่อยแน่นด้วยซ้ำ แต่มีพรสวรรค์กับพรแสวงที่ช่วยกัน ” “ ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่านักกีฬาฟุตบอลบ้านเรามีเงินเดือน หรือว่ามีรายได้ดีมาก หลายๆ สโมสรก็พัฒนาไปสู่ความเป็นลีกกึ่งอาชีพแล้ว นักฟุตบอลมีเงินเดือนระดับ 2-3 หมื่น ซึ่งเยอะกว่าสมัยก่อนเยอะแยะ รวมทั้งเล่นทีมชาติด้วยเงินเดือนรวมเบ็ดเสร็จ 6-7 หมื่น ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมากๆ “ “ ผมยังเชื่อว่านักฟุตบอลที่เก่งสามารถพาทีมไปสู่ความเป็นเลิศได้ ผมไม่เชื่อว่านักฟุตบอลที่ไม่เก่ง ขยัน วิ่งดี แต่ไม่มีสมองจะพาทีมไปได้ ไม่มีทาง แต่ถ้านักฟุตบอลที่มีสมอง ขยัน วิ่งดีด้วย เก่งด้วย จะพาทีมไปสู่ความเป็นเลิศผมยังเชื่ออย่างนั้นอยู่ เราสามารถพัฒนานักฟุตลบอลให้เก่งได้ ขยันได้ เล่นดีได้ และมีความรับผิดชอบได้ อยู่ที่จะทำกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง แต่ผมคิดว่ายังสามารถทำได้ ” “ ในสมัยก่อนฮีโร่ในดวงใจถ้าเป็นนักกีฬาฟุตบอลในประเทศก็เป็นคุณเจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง เพราะว่าเขาเป็นศูนย์หน้าสุภาพบุรุษ หรือว่า คุณอำนาจ เฉลิมเชาวลิต เป็นกองหลัง ผู้พันกระดูกเหล็กทั้งในและนอกสนาม รวมทั้ง ถ้านักฟุตบอลต่างประเทศรุ่นเดียวกันก็มี เอียน รัช , แกรด มูลเลอร์ , เปเล่ ซึ่งเปเล่ก็รุ่นพ่อไปแล้ว มาราโดน่า นักฟุตบอลที่เก่งๆ ก็ติดตาม ” “ ดูหนังดูละครย้อนมาดูตัวเอง ดูเขาเป็นแบบอย่างแล้วก็มาพัฒนา คงไปยึดไม่ได้ แต่คงเป็นแบบอย่างว่าอะไรที่มันดี ดีแล้วเราสามารถพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของตัวเราเองได้ก็จะทำ บางอย่างดีแล้วเราไม่สามารถทำได้เราก็ไม่ทำ เพราะว่าบางทีศักยภาพ ฝีมือเราอาจจะไม่ถึงเขา เขาทำได้เราทำไม่ได้ แต่เราก็พยายามที่จะทำให้มันกระเตื้องมากขึ้นเท่าที่จะทำได้ ก็เอาข้อดีของเขามา และเอาข้อเสียของคนอื่นมาปรับปรุงแก้ไขเรา เพราะนักฟุตบอลเก่งๆ ข้อเสียจะน้อยมาก ” “ ประสบการณ์เป็นส่วนสำคัญในชีวิต ที่ทำให้เราพอกพูน คำว่าประสบการณ์อธิบายกันลำบาก แต่ถือว่าเกิดมาชาติหนึ่งเกิดมาเป็นคนไทยได้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทย ประเทศชาติได้ ทุกวันนี้ถือว่าเราก็มีความภาคภูมิใจ เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า และรู้ว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิดถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ” “ ผมว่าเป็นโชคอย่างหนึ่ง และเป็น Sense ในการเล่นด้วย เพราะว่าอันตรายในสนามฟุตบอลการปะทะนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราไม่สามารถที่จะล่วงรู้ได้ว่าเวลาไหนเราจะบาดเจ็บ เพียงแต่ว่าถ้าเรามีการป้องกัน ความเฉลียวฉลาดในเกมโอกาสที่จะบาดเจ็บก็มีน้อยลง กีฬาที่มันกระแทก กีฬาที่มันปะทะกันมีโอกาสบาดเจ็บอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะเอาตัวรอดในสถานการณ์นั้นๆ อย่างไรบ้างเท่านั้นเอง ...
Read moreธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
May 19, 2013ต่อจิ๊กซอว์เมืองไทยผ่านวิสัยทัศน์ “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” วลีดังกล่าวคงครอบคลุมความเข้าใจในผลกระทบอันเป็นลูกโซ่ ณ เวลานี้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าภาวะสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้อยคุณภาพหรือซับไพรม์ (Subprime) ในสหรัฐอเมริกาจะอยู่ไกลจากประเทศไทยกว่าครึ่งโลกก็ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่ว เช่นเดียวกับราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ทั้งโลกเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง หรือสภาพแวดล้อมซึ่งเปลี่ยนแปลงไปสู่ความรุนแรงยังคืบคลานมาจ่อถึงประตูบ้านของสหภาพเมียนมาร์ ขณะที่วิกฤตศรัทธาในทางการเมืองของไทยส่งคลื่นกระแทกต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ฯลฯ เมื่อสบโอกาสได้บุกห้องทำงานบนชั้น 16 อาคารจีพีเอฟ วิทยุ ของ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล จึงไถ่ถามความเห็นมาฝากคุณผู้อ่าน แม้ว่าบางคำถามอาจเป็นเรื่องเบาและไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยตรง แต่จากวิสัยทัศน์ในฐานะบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ B.Sc. (Econ.) จาก London School of Economics and Political Science มหาวิทยาลัยลอนดอน รวมถึงหลักสูตร Senior Managers in Government จาก John F. Kennedy School มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บวกประสบการณ์ซึ่งสั่งสมมาอย่างยาวนานในชีวิตการทำงาน ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนโบกมือลาวังบางขุนพรหมมาอยู่อาคารสูงประชิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ถนนวิทยุ ทำให้ทุกคำตอบต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นภาพของเมืองไทยอันเกี่ยวเนื่องต่อกันทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไฮคลาส : มุมมองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยและโลกภายนอก ถ้าเทียบกับวิกฤตเอเชียที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 ขณะนี้เบากว่าเยอะ เพราะปีนั้นเกิดแรงกระแทกไม่ใช่เฉพาะกรณีของประเทศไทย แต่ลามไปยังประเทศในเอเชียหลายประเทศพร้อมกัน และเป็นวิกฤตซึ่งระบบการเงินของเราถูกกระทบมาก การปล่อยสินเชื่อจึงถูกกระทบไปหมด แต่ครั้งนี้หากมองในมุมทางเศรษฐกิจ มันเกิดจากปัญหาเรื่องราคาน้ำมันและราคาอาหารเป็นหลัก ราคาน้ำมันนั้นมีลักษณะคล้ายเราถูกเก็บภาษีเถื่อน ถ้าปกติรัฐบาลไทยเก็บมันก็จะเอาไปสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ แต่เที่ยวนี้ไม่ใช่ มันเป็นภาษีซึ่งรัฐบาลของประเทศที่ส่งออกน้ำมันเรียกเก็บ เท่ากับว่าเราเทเงินไปให้เขา กำลังซื้อของเราก็ลดลง ทำให้การจับจ่ายใช้สอยของเราลดลงไปด้วย แต่ว่ามันเป็นปัจจัยหนึ่งและเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมเศรษฐกิจ มันจึงไม่กระเทือนแรงเหมือนเมื่อปี 2540 ถ้าถามว่าวิกฤตขณะนี้รุนแรงไหม ผมคิดว่ายังไม่ถึงขั้นรุนแรง แต่ในแง่ผลกระทบต่อตลาดทุนตลาดหุ้นของไทย มันมีผลกระทบจากทางด้านการเมืองประกอบเข้ามาด้วย เมืองไทยเวลานี้โดนต่างประเทศมอง 2 เรื่อง เรื่องแรกคือผลกระทบจากแรงกดดันเรื่องราคาน้ำมัน อีกเรื่องคือด้านการเมือง ก็หวังว่าในส่วนแรก ผลกระทบจากราคาน้ำมันเราจะค่อยๆ ปรับตัวได้ ส่วนผลกระทบทางด้านการเมืองเราคงจะมีทางออกได้ดีขึ้นในไม่ช้า ไฮคลาส : หากเปรียบเป็นการเดินข้ามสะพาน ตอนนี้เราข้ามไปถึงกลางสะพานและกำลังเดินลง หรือเพิ่งเดินขึ้นไปอยู่กลางสะพาน ถ้ามองภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกผมคิดว่าปีนี้ยังไม่เสี่ยงเต็มที่ ความเสี่ยงจะเกิดมากขึ้นในปีหน้า 2552 และอาจจะต่อเนื่องไปถึงปี 2553 เพราะผมคิดว่าราคาน้ำมันถ้ายังคงอยู่ในระดับสูงอย่างนี้มันจะทำให้กำลังซื้อลดลง ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่รวมถึงประเทศอื่นทั่วโลก เมื่อกำลังซื้อลดลงสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือกำลังในการนำเข้าสินค้าจากประเทศแถบเอเชียก็จะลดลงไป นอกจากนี้ เมื่อตอนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงเมื่อ 15-16 ปีที่แล้ว สิ่งที่เห็นประการหนึ่งก็คือการสั่งซื้อสินค้าของประเทศพัฒนาแล้ว แทนที่จะซื้อจากประเทศที่อยู่ห่างไกลเนื่องจากต้นทุนในเรื่องการขนส่งมีสัดส่วนสูงขึ้น กลายเป็นว่าประเทศเหล่านี้ก็หดตัวมาซื้อประเทศที่ใกล้มากขึ้น เห็นได้จากกรณีของสหรัฐอเมริกา สัดส่วนนำเข้าจากประเทศในเอเชียลดลง แล้วสัดส่วนนำเข้าจากประเทศลาตินอเมริกาเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศในยุโรปผมเชื่อว่าแนวโน้มก็จะเป็นการลดสัดส่วนนำเข้าจากเอเชีย แล้วไปเพิ่มการนำเข้าจากประเทศในยุโรปตะวันออกซึ่งเป็นประเทศพัฒนาใหม่แทน ตรงนี้เป็นการปรับตัวที่ผมคิดว่ากำลังในการค้าขายของประเทศในเอเชียมันอ่อนตัวลง คำถามก็คือมันจะอ่อนตัวลงมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ถ้าเราดูผลกระทบและความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าเรายังไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดของสะพาน จุดสูงสุดของสะพานเราอาจจะเห็นในปีหน้า และถ้าการปรับตัวของประเทศพัฒนาแล้ว G3 ประเทศใหญ่สุด 3 อันดับของโลก (สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเยอรมนี) ไม่ดี ผลกระทบของเราจะมีมาก แต่ถ้าเขาค่อยๆ ปรับตัวได้ดีผลกระทบก็จะมีน้อย เรายังไม่ถึงจุดสูงสุดของสะพาน แต่จุดสูงสุดของสะพานอาจจะไม่สูงไปกว่านี้มากนัก ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไฮคลาส : แล้วปีหน้าสะพานจะชำรุดไหม ปีหน้าสะพานจะชำรุดหรือไม่...สำหรับผมคิดว่าการปรับตัวมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว มนุษย์เรามีความชำนาญในการปรับตัว ผมยกตัวอย่างเช่นกรณีราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ถ้าเราไปในยุโรป ผมนั่งรถไฟจากสนามบินในมิวนิคเข้าสู่เมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านประมาณสิบกว่าสถานี ทุกสถานีที่อยู่ชานเมืองจะมีที่จอด ไม่ใช่ที่จอดรถยนต์ แต่เดี๋ยวนี้เป็นที่จอดรถจักรยาน มีซองมีที่ล็อคและมีหลังคาอย่างดี นอกจากนี้ถ้าเราไปในเมืองใหญ่ๆ ในยุโรปเวลานี้ การเดินต้องระวังเพราะว่าบนทางเท้าจะมีที่สำหรับขี่จักรยาน ประชาชนไปไหนมาไหนโดยใช้จักรยานมาก ตามร้านในยุโรปจะมีป้ายโฆษณาตั้งอยู่หน้าร้าน และที่ประกอบกับป้ายโฆษณาก็มีที่เสียบล้อสำหรับล็อคจักรยาน นอกจากนี้บางเมืองมีจักรยานของเทศบาลซึ่งใครจะขี่ก็ได้ ขี่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เมื่อถึงแล้วก็จอดทิ้งไว้ใครจะมาใช้ต่อก็เชิญ จึงบอกได้ว่าลักษณะการปรับตัวมันเกิดขึ้นอยู่เสมอ ถ้าเราดูอัตราการเพิ่มของการใช้น้ำมันในประเทศพัฒนาแล้วเวลานี้ อัตราการเพิ่มชะลอตัวลงมากเลย มีแต่ประเทศกำลังพัฒนานี่แหละ โดยเฉพาะประเทศจีน อินเดียซึ่งยังใช้มาก ผมคิดว่าทุกคนเมื่อค่อยๆ ปรับตัวแล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆ เข้าที่ ไฮคลาส : ก.ล.ต.วางแผนรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันและในอนาคตอย่างไร ในแง่ขององค์กร จุดแรกก็คือขณะนี้การที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นและค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้พนักงานระดับชั้นผู้น้อยของเรา (ก.ล.ต.) ได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นเราจึงปรับค่าครองชีพให้กับพนักงานชั้นผู้น้อยไปแล้ว นั่นคือส่วนที่เป็นการเยียวยา ในแง่ของการมองภาพรวมเชิงนโยบายว่าเรามีวิธีการที่จะทำอะไรได้ ตอนนี้อาชีพหลักของเราคือการกำกับดูแลตลาดทุน เราคิดว่าสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในขณะนี้ก็คือต้องสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน โดยมองจากแง่มุมอื่นนอกเหนือจากในเรื่องของผลกระทบจากน้ำมัน ในแง่ของความเชื่อมั่นจากการบริหารจัดการที่ดี ความเชื่อมั่นในเรื่องของการทำธุรกิจที่เป็นธรรม ความเชื่อมั่นในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นระเบียบเรียบร้อย และการพัฒนาในเรื่องของกระบวนการจัดการต่างๆ ซึ่งเราทำมาโดยต่อเนื่อง เราก็จะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ว่าในขณะนี้มันอาจจะมีภาพที่ติดลบ ซึ่งนักลงทุนทั้งในประเทศหรือต่างประเทศอาจมองตลาดทุนว่ามีภาพที่ติดลบอยู่ในบางจุด เช่น ในจุดที่มาจากเรื่องราคาน้ำมัน จุดที่เป็นเรื่องกำลังซื้อกำลังจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่อ่อนตัวลง ในระหว่างที่ 2 ตัวนี้กำลังจะปรับตัว เราก็ต้องทำด้านอื่นๆ ให้ดีขึ้นมา ทำให้พร้อมเข้าไว้ เมื่อไหร่ที่ปัญหาคลี่คลายความเชื่อมั่นโดยรวมก็จะดีขึ้น สำหรับคนทั่วไป ผมอยากให้ถือตรงนี้เป็นโอกาสในการปรับตัว อย่างแรกคือสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ประการแรกก็คงจะต้องเลิกใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น การใช้ไฟฟ้าในห้องที่ไม่จำเป็น การเปิดไฟหลายห้องก็พยายามมารวมกันห้องเดียว การวางแผนการเดินทาง โดยตัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกไป เดินทางโดยพยายามรวมศูนย์รวมคนในลักษณะ Pooling ก็ต้องทำให้เกิดมากขึ้น นอกจากนี้พวกเครื่องมือเครื่องจักรเครื่องใช้ต่างๆ ของเราก็ถึงเวลาที่ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องต้องหาทางปรับปรุงและลงทุน อาจต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักรซึ่งประหยัดพลังงานมากขึ้น ในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้ เครื่องที่มันหลวม เครื่องที่มันเก่าก็ต้องคิดแล้ว สมัยก่อนอาจจะไม่คุ้มในการเปลี่ยน แต่ต่อไปนี้จะต้องคุ้ม การมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันของเราต้องพยายามตระหนักและคำนึงถึงเรื่องนี้ ผมเองก็ยังคิดว่าการนำกลับมาใช้ใหม่ การรีไซเคิลควรจะเป็นกระบวนการที่หากเป็นได้ ผมอยากให้สังคมช่วยกันคิดอ่านการทำเรื่องเหล่านี้ ที่อยากเล่าให้ฟังคือยุโรปเน้นเรื่องนี้มาก ฉะนั้นสินค้าที่จะนำเข้าไปในยุโรป กระบวนการเมื่อสินค้าเลิกใช้แล้วจะนำไปกำจัดกากกำจัดซากอย่างไรจะต้องมีแผนที่ชัดเจน การรีไซเคิลในยุโรปอย่างเช่นน้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้วสามารถนำมาใช้เป็นไบโอดีเซลได้ ในเมืองไทยอาจจะเน้นเฉพาะน้ำมันที่ใช้ในโรงงานใหญ่เช่น น้ำมันที่ใช้ทอดบะหมี่ในโรงงานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ในต่างประเทศมันกระจายไปจนถึงระดับชาวบ้าน ตรงที่ว่าบ้านไหนในแต่ละวันพอใช้แล้วก็จะเทใส่ขวดไว้ พอเต็มขวดแล้วกระบวนการเก็บขยะเขาจะมีขวดเปล่ามาแทนขวดที่เราใส่น้ำมันที่ใช้แล้ว ตรงนี้เป็นความจำเป็นที่เราจะต้องคิดอ่านเรื่องเหล่านี้ ถ้าเราสามารถประสานงานและจัดการขึ้นมาได้โดยเฉพาะในชุมชนเมือง น่าจะถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะทำให้วิกฤตนั้นเป็นโอกาส ไฮคลาส : อยากให้ช่วยขยายความถึงโอกาสในวิกฤต ดังที่ผมพูดถึงว่าเราควรใช้วิกฤตนี้ในการปรับพฤติกรรม โอกาสที่จะเห็นได้ชัดในเชิงธุรกิจจากนี้ไปคือธุรกิจซึ่งช่วยในการประหยัดพลังงาน ธุรกิจที่ช่วยในการรีไซเคิลวัตถุต่างๆ ผมคิดว่าจะต้องมีแน่นอน เพราะฉะนั้นธุรกิจที่เรียกว่า Waste Management คือเรื่องของการบริหารจัดการขยะ ผมคิดว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคต เท่าที่ดูในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ลักษณะของการดูแลการจัดการขยะจะมีความก้าวหน้ามาก ไม่ใช่เฉพาะเอาไปเผานะ แต่หลายแห่งสามารถนำขยะอินทรีย์ไปฝังกลบโดยมีกระบวนการที่ดีมาก โดยการแทรกท่อเพื่อให้หลังจากฝังกลบ บ่มแล้วเกิดก๊าซมีเทนซึ่งสามารถนำมาอัดใช้เพื่อการหุงต้ม ผมเคยเห็นว่ามีการออกแบบลักษณะการบริหารขยะที่ออกแบบจากอินเดียเหมือนกับเป็นถังไฟเบอร์ โดยเขานำมูลคนและมูลสัตว์แต่ละวันไปใส่ เมื่อบ่มแล้วเกิดก๊าซมีเทนต่อท่อเข้าไปใช้ในหมู่บ้านเป็นก๊าซหุงต้มได้ ผมถือว่านี่ก็เป็นโอกาส นอกจากนั้นผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่เราจะต้องบริหารความเสี่ยง เพราะลักษณะของการเปลี่ยนแปลงในภาวะเศรษฐกิจของโลก และการเปลี่ยนแปลงในปัญหาระบบการเงินในสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ปัญหาซับไพรม์ก็ยังไม่ฟื้นตัวสักที ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญในขณะนี้ประการหนึ่งคือการวางแผนสร้างหนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากเลย ในการจับจ่ายใช้สอยรูดเครดิตการ์ดต่างๆ และการสร้างหนี้ในทางธุรกิจต้องคิดวางแผนเผื่อไว้ อย่าไปเล็งผลเลิศ อย่าไปมองว่าเหตุการณ์แบบนี้เราต้องเหยียบคันเร่งกันเต็มที่ มันต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ถ้าจะว่าไป บอกว่าเป็นโอกาสก็ไม่ใช่ แต่น่าจะเป็นโอกาสในการบริหารความเสี่ยงด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ไฮคลาส : แล้วตัวคุณเองได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปแล้วบ้าง สำหรับตัวผมเอง ผมคิดว่าสถานการณ์แบบนี้เราต้องมองชีวิตเราในลักษณะพอเพียงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการวางแผนในการจับจ่ายใช้สอย เมื่อเรารู้ว่าค่าใช้จ่ายบางอย่างมันลดไม่ได้ ดังนั้นการจับจ่ายในเรื่องที่ไม่จำเป็นเราต้องพยายามดึงเอาไว้ พยายามลด และเน้นเฉพาะเรื่องที่จำเป็น ตรงนี้เป็นวิธีการปรับตัวในส่วนตัวของผม อีกอันหนึ่งคือพยายามสร้างจิตสำนึกในการประหยัด ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายแต่รวมถึงเรื่องการเป็นพลเมืองที่ดีของโลก ในการประหยัดพลังงาน และการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ไฮคลาส : รวมถึงการใช้บริการรถสาธารณะ แน่นอนเลยครับ บ้านผมอยู่ลาดพร้าว ซึ่งย่านนั้นรถไฟฟ้ายังไปไม่ถึง ซึ่งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าผมอยู่ในจุดที่ผมใช้ระบบขนส่งมวลชนได้ผมก็จะใช้ ไม่ใช่เฉพาะรถไฟฟ้านะ ที่ผ่านมาในบางจุดที่ผมขึ้นรถเมล์ได้ผมก็ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามาทำงานแล้วต้องเดินทางระยะสั้นก็สามารถไปได้ ย่านบ้านผมเนื่องจากยังไม่มีการดึงคนมาสู่ระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าได้ง่าย และในลักษณะการทำงานของผมนั้นต้องเดินทางไปประชุมหลายที่ ฉะนั้นถ้าผมออกจากบ้านโดยไม่ใช้รถยนต์มันจะลำบาก ผมจึงจำเป็นต้องนำรถออกมา แต่เมื่อมาถึงออฟฟิศแล้วถ้าต้องไปไหนใกล้ๆ ผมมักเดินทางโดยใช้ขนส่งมวลชนถ้าสามารถไปได้นะ อันนี้เป็นนิสัยตั้งแต่ทำงานอยู่ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ออกไปทานข้าวกลางวันบางทีผมก็นั่งรถเมล์ไปแล้วก็นั่งรถเมล์กลับ เป็นรถเมล์ร้อนด้วยนะ นั่งไปแถวศรีย่าน โรงพยาบาลวชิระ หรือไม่ก็บางลำพู สิ่งเหล่านี้ผมทำมาตั้งนานแล้ว เป็นความเคยชินของเราเพราะเรานั่งรถเมล์ช่วงกลางวันสะดวกกว่า ไฮคลาส : ถ้าเช่นนั้นพอมาอยู่ ก.ล.ต. ต้องไปประชุมที่ตลาดหลักทรัพย์คุณคงใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน ขณะนี้ยังไม่ง่ายเพราะกว่าจะเดินไปและกว่าจะเดินมายังค่อนข้างลำบาก ขณะนี้ระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ยังไม่เชื่อมกันอย่างเต็มที่ เราต้องยอมรับว่าคงต้องรออีก ไฮคลาส : ในระยะยาว คิดว่า ก.ล.ต.จะมีส่วนสำคัญอย่างไรในการพัฒนาตลาดทุนเมืองไทยไปในทางที่ดีขึ้น หน้าที่หลักของ ก.ล.ต.มีสองด้าน ด้านหนึ่งเราทำตัวเหมือนตำรวจ ควบคุมดูแลกิจกรรมในตลาดทุน ซึ่งตรงนั้นเราต้องทำโดยการออกกฎระเบียบแล้วมอนิเตอร์ตรวจสอบ ติดตาม และลงโทษ ตรงนั้นเป็นสิ่งที่เราทำอย่างแข็งขัน ซึ่งเราจะทำอย่างแข็งขันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำแข็งขันตามมาตรฐานของเราอย่างเดียวนะ เรามีการประเมินโดยองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ว่ามาตรฐานของเราออกมาแล้วดีใช้ได้ ได้มีการประเมินในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาซึ่งดีมาก และประเมินในหลายๆ ด้าน อาชีพหลักอีกด้านคือการพัฒนา การวางแผนที่จะมองว่าอนาคตข้างหน้า ตลาดทุนของไทยควรจะอยู่ตรงไหน ไปเชื่อมกับตลาดทุนโลกอย่างไร และกฎระเบียบของเราควรจะมีการแก้ไขอย่างไร ปรับปรุงอย่างไรเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ คือการวางแผนสำหรับอนาคต ไฮคลาส : แล้วจะมีอาชีพเสริมเพิ่มเข้ามาอีกไหม ขณะนี้ทาง ก.ล.ต.โดยตำแหน่งเลขาธิการได้เข้าไปเป็นกรรมการในการติดตามภาวะเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง นี่ก็เป็นครั้งแรก เพิ่งจะเข้าไปเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเป็นครั้งแรกที่ ก.ล.ต.จะต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเอามาประกอบด้วย ไฮคลาส : เอามาทำอะไรได้บ้างในบทบาทของ ก.ล.ต. อย่างน้อยเราต้องมีการบรรยายและติดตามภาวะตลาดทุน รายงานให้คณะกรรมการนี้ได้ทราบว่าในส่วนจิ๊กซอว์ของเศรษฐกิจประเทศไทย ซึ่งส่วนหนึ่งก็จะมีตลาดทุนเป็นจิ๊กซอว์อันหนึ่ง ขณะนั้นมันมีประเด็นข้อคิดและข้อพิจารณาใดบ้างที่จะเสนอให้คณะกรรมการได้ทราบ ขณะเดียวกันในการประชุมเราก็จะได้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวในเศรษฐกิจระดับมหภาคของประเทศจากภาคอื่นที่สำคัญ คือจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย จากสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากกระทรวงการคลังเรื่องงบประมาณ เอามาประกอบ เราเองก็จะได้นำมาใช้ในการคิดอ่านเพื่อการวางแผนของเรา นี่เป็นโจทย์เสริมที่เพิ่งจะเติมเข้ามา ไฮคลาส : เนื่องจากไฮคลาสเป็นนิตยสารไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่นิตยสารธุรกิจ เศรษฐกิจ ขอถามอย่างคนไม่รู้ว่าคน ก.ล.ต.ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์สามารถเล่นหุ้นได้ไหม หรือให้ญาติ ภรรยาหรือลูกเล่นได้ไหม ไม่ได้ครับ ไฮคลาส : ครอบคลุมแค่ไหน ถึงเจ็ดชั่วโคตรเลยหรือเปล่า ทาง ก.ล.ต.เองเรามีข้อห้าม และให้ทำรายงาน ในรายงานนั้นคือ Immediate Plan เอามารวมไว้ในรายงานด้วย ต้องยอมรับว่าในรายงานนี้ถ้าจะว่าไป หากคนเลี่ยงไม่รายงานเขาอาจใช้ให้คนนู้นคนนี้ถือแทนก็อาจจะเป็นได้ แต่ว่าทางเราเองในการเข้าไปตรวจสอบบริษัทโบรกเกอร์เราจะดูรายละเอียดด้วย ถ้ามีคนเล่นที่ดูแล้วน่าสงสัย ว่าทำไมคนนี้เล่นแล้วได้ข้อมูลหรือเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทนี้บริษัทนั้นในลักษณะก่อนที่ข่าวจะออก เราก็จะต้องดึงออกมาดู พูดง่ายๆ ว่าตลาดฯ ในเวลานี้เขามีระบบคอยตามการเปลี่ยนแปลง แล้วสมมติหุ้นใดหุ้นหนึ่งอยู่ดีๆ มีข่าวในทางบวก แล้วราคาหุ้นก็วิ่งขึ้น สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือไปดูว่าก่อนหน้านั้นมีใครซื้อรึเปล่า ถ้ามีคนซื้อเยอะเขาก็จะเข้าไปดูว่าคนนั้นเป็นใคร ทำนองเดียวกันถ้าวันหนึ่งหุ้นใดหุ้นหนึ่งมีข่าวในทางลบ แล้วราคาร่วง เขาก็จะไปดูว่าก่อนหน้านั้นมีใครขายรึเปล่า เป็นการดูจากหุ้น ฉะนั้นถ้ามีใครเอาข้อมูลภายในไปใช้ก็ทำให้มั่นใจได้ว่าเรารู้เกี่ยวกับบริษัทนั้นในทางบวกหรือในทางลบก่อนคนอื่น ไฮคลาส : แล้วถ้าใครคนนั้นเป็นระดับที่เรียกว่า “ขาใหญ่” ต้องอธิบายให้คนเล่นหุ้นเข้าใจ ซึ่งผมคิดว่าคนอ่านนิตยสารไฮคลาสจำนวนหนึ่งเป็นนักเล่นหุ้น และไฮคลาสหลายคนอาจจะไฮเนตเวิร์ค เพราะฉะนั้นพอมีสตางค์อาจจะไม่ได้เล่นหุ้นโดยตรง แต่เป็นลักษณะของการลงทุนผ่านกองทุนรวม ผ่านกระบวนการออมหลายๆ แบบ แต่ว่าหลักของการซื้อขายในลักษณะที่เรียกว่า “ขาใหญ่” เราจะเข้าไปแทรกแซงได้มากน้อยแค่ไหน เป็นจุดที่ต้องระมัดระวังให้ดี ไฮคลาส : เพราะกลัวว่าจะถูกฟ้อง... ไม่ใช่ว่ากลัวจะโดนฟ้อง แต่สมมติเกิดการซื้อขายนั้นเป็นการซื้อขายโดยคนที่เป็นขาใหญ่ ซึ่งเขาก็เป็นนักเล่นหุ้นใหญ่ แต่เขาไม่ได้ใช้ข้อมูลภายใน และเขาก็ซื้อขายโดยการมองควบคู่ไปกับคนอื่นในลักษณะที่ดูแล้วว่าช่วงนี้ไอ้ตรงนี้น่าจะดี ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องพลังงาน เพราะฉะนั้นบริษัทที่ใช้พลังงานมากราคาน่าจะตก สมมติเป็นการมองแบบนี้แล้วเราจะไปเอาผิดก็ค่อนข้างจะไม่เป็นธรรม คนเล่นหุ้นที่เป็นขาใหญ่กับคนเล่นหุ้นที่เล่นลักษณะเก็งกำไรและใช้ข้อมูลสาธารณะทั่วไป ต่อให้ซื้อขายมากก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เราควรจะเปิดโอกาสให้เขาทำได้ สิ่งที่ไม่ถูกต้องก็คือการใช้ข้อมูลภายใน การใช้ข้อมูลภายในก็คือซื้อก่อนคนอื่นแล้วข่าวออก หรือคนที่ขายก่อนคนอื่นแล้วข่าวออก ส่วนใหญ่มักตามเจอเพราะสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของราคาและโยงไปได้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ภายในหรือไม่ แต่ที่ยากก็คือคนที่ไปซื้อหุ้นใดหุ้นหนึ่งแล้วหลายๆ คนไปซื้อแล้วราคาหุ้นมันวิ่ง...อย่าไปเอ่ยชื่อก็แล้วกันนะเดี๋ยวจะไปผูกโยงซะเปล่า (หัวเราะ) มันจะมีปัญหาว่าสมัยก่อนเราจะเจอกรณีที่เราสามารถลงโทษได้เพราะเราเห็น กรณีที่มีเงินจากเสี่ยคนหนึ่งไปยืมชื่อคนนู้นคนนี้เป็นนอมินีในการขาย เงินไหลจากบัญชีนี้ไปบัญชีโน้นแล้วบัญชีที่ได้รับก็สั่งซื้อขายต่อไป เงินไหลกลับไปกลับมา อย่างนี้เราส่งตำรวจดำเนินคดี ถึงแม้จะดำเนินคดีตามนี้แต่ที่ผ่านมายังเอาผิดไม่ได้นะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม แหล่งเงินที่ไหลออกไหลเข้าจากบัญชีหนึ่งออกไปแล้วไปใช้ชื่อคนนู้นคนนี้ เป็นอาการที่ชัด เราต้องส่งดำเนินคดี แต่ถ้าเป็นกรณีที่คนนี้ก็มีสตางค์ คนนั้นก็มีสตางค์ แล้วต่างคนต่าง...โดยนัดกันรึเปล่าก็ไม่รู้นะ ทำให้ราคามันขึ้น เสร็จแล้วสตางค์ไม่ได้ไหลจากบัญชีนี้มาอีกบัญชี ซื้อเสร็จแล้วกำไรหรือขาดทุนก็อยู่ในบัญชีของตัวเอง การจะไปเอาผิดเราต้องสืบให้ได้ว่าการซื้อนั้นเป็นการนัดแนะ ซึ่งเป็นการสืบที่ยากมาก เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าเราจะสืบได้ต้องส่งคนไปฝังตัว คอยดักฟังโทรศัพท์ คอยดูพฤติกรรมว่าเขานัดเจอกันที่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไปไกลเกินเหตุ ต้องยอมรับว่าลักษณะแบบนี้ยาก ฉะนั้นการที่เราจะซื้อขายหุ้น เราต้องมองว่าเราจะเล่นหุ้นในกลุ่มไหน ถ้าเราเล่นหุ้นในกลุ่มซึ่งเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ ปัจจัยพื้นฐานดี ส่วนใหญ่พวกนี้ต่อให้คนมาซื้อรุมกันราคาจะไม่เคลื่อนไหวมาก เช่นหุ้น 10 ตัวแรก 50 ตัวแรก ลักษณะอย่างนั้นจะเป็นหุ้นที่มีการปั่นได้ยากมาก แต่กลุ่มที่ไปเล่นหุ้นเล็กๆ ตามข่าว หรือนักลงทุนรายย่อย ผมคิดว่าเล่นแบบนี้อันตรายมาก จริงๆ ผมอยากสนับสนุนให้เล่นหุ้นกลุ่มใหญ่ ถ้าไปเล่นหุ้นกลุ่มเล็กก็ได้แต่จะต้องระวังให้มาก อย่าไปเล่นตามแห่ อย่าไปเล่นตามข้อมูลที่ฟังมาอย่างเดียว ถ้าจะเล่นหุ้นกลุ่มเล็กผมอยากแนะนำให้เล่นผ่านกระบวนการจัดการโดยมีผู้จัดการในลักษณะลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งเขาลงทุนกระจาย แล้วจะมีหุ้นกลุ่มใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่ถ้ากังวลเกี่ยวกับการปั่นหุ้นหรือการเข้าไปสร้างราคา ก็อยากแนะให้เน้นเฉพาะหุ้นกลุ่มใหญ่ๆ จะไม่มีความเสี่ยง ไฮคลาส : แล้วมาตรการเกี่ยวกับดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นเพื่อต้องการให้ลดปัญหาทางเศรษฐกิจ ผลกระทบที่จะมาสู่ตลาดทุนจะเป็นอย่างไร ขณะที่ผมให้สัมภาษณ์อยู่นี้ กำลังมีการเถียงกันอยู่ว่าควรจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ แน่นอนว่าถ้าหากขึ้นดอกเบี้ย ผลกระทบต่อตลาดทุนจะเป็นไปในทางลบ เพราะจะเพิ่มต้นทุนของคนค้าขายหุ้น และจะไปเพิ่มต้นทุนให้กับบริษัทที่อยู่ในตลาด กำไรเขาจะลดลงนิดหน่อย แต่ถามว่ามากไหมอาจจะไม่มาก ถ้าขึ้นดอกเบี้ยแต่ขณะเดียวกันปัจจัยอื่นเป็นบวก เช่นราคาน้ำมันอาจจะเริ่มลดลง หรือการเมืองเกิดความชัดเจนมากขึ้น จะทำให้การปรับดอกเบี้ยเป็นเรื่องเล็กน้อยไป ดังนั้นการปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ต้องยอมรับว่า ต้องกระทบต่อตลาดทุนไม่มากก็น้อย แต่ไม่ใช่ปัจจัยใหญ่ ไฮคลาส : ความรับผิดชอบในหน้าที่การงานล้นมือ แต่คุณยังดูหนุ่ม แสดงว่าต้องเป็นคนที่ดูแลบุคลิกรูปร่างตัวเองอย่างดี (หัวเราะ) ด้านการดูแลตัวเอง ผมคิดว่าปัจจัยหลักที่สุดเลยคือจิตใจ ถ้าเรามีจิตใจที่ไม่คอยแต่จะประสงค์ร้าย โกรธง่าย หรือมีความแค้น จิตใจของเราอยู่ในลักษณะบวก ผมว่าช่วยได้เยอะ ภาพลักษณ์ที่คนภายนอกมองเห็นเราก็จะมีความรู้สึกสบายใจ ไฮคลาส : จากภายนอกผมว่าคุณน่าจะอายุ 51-52 ผมน่ะ 57 แล้ว ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางอะไรเลย เท่าที่มีก็ผลิตภัณฑ์ของพี่สาว (ภารดี ภูวนาถนรานุบาล) เอามาใช้ แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่จิตใจ ไฮคลาส : สิ่งหนึ่งที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจของคุณคือหนังสือหรือเปล่า เห็นห้องทำงานคุณมีหนังสือเยอะ หนึ่งในนั้นคือชุดหนังสือสามก๊กด้วย อยากทราบว่าอ่านจบไปแล้วกี่รอบ ผมอ่านจบแค่รอบเดียวเอง (เน้นเสียงพร้อมหัวเราะ) อ่านแล้วและลืมบ้างแล้ว ที่ตลกมากก็คือคนส่วนใหญ่มักมีความรู้สึกว่าขบวนการในสามก๊กอย่างขงเบ้ง จูล่ง ฯลฯ ออกแรงหนักมากเพื่อดูแลเล่าปี่ สุดท้ายแล้วรุ่นลูกเล่าปี่ห่วยมาก นี่คือข้อคิดที่จำได้ อ่านแล้วเหนื่อยใจแทนเลยว่าเขาสู้เพื่อเล่าปี่สารพัด แล้วยังจะต้องปกป้องลูกเล่าปี่ เสียเลือดเสียเนื้อไปมากมาย...สุดท้ายก็เห็นได้ชัดว่ามันไม่เอาไหนเลย ***โค้ดคำ*** “ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกผมคิดว่าปีนี้ยังไม่เสี่ยงเต็มที่ ความเสี่ยงจะเกิดมากขึ้นในปีหน้า 2552 และอาจจะต่อเนื่องไปถึงปี 2553” “โอกาสที่จะเห็นได้ชัดในเชิงธุรกิจจากนี้ไปคือธุรกิจซึ่งช่วยในการประหยัดพลังงาน ธุรกิจที่ช่วยในการรีไซเคิลวัตถุต่างๆ” “ถ้าเรามีจิตใจที่ไม่คอยแต่จะประสงค์ร้าย โกรธง่าย หรือมีความแค้น จิตใจของเราอยู่ในลักษณะบวก ผมว่าช่วยได้เยอะ...
Read moreธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล / เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
March 9, 2012ต่อจิ๊กซอว์เมืองไทย “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” วลีดังกล่าวคงครอบคลุมความเข้าใจในผลกระทบอันเป็นลูกโซ่ ณ เวลานี้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าภาวะสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้อยคุณภาพห...
Read moreเปิดมิชชั่น 2 พี่น้อง BLAND ปีเตอร์ และ พอลล์ กาญจนพาสน์
January 10, 2013หากเอ่ยถึง เมืองทองธานี ในปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยได้กลายเป็นอาณาจักรที่ครบครันเพียบพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย ทั้งการเดินทางสะดวกสบาย มีทางด่วนตัดผ่าน ใช้เวลาไม่น...
Read moreดอม เหตระกูล
May 19, 2013The Motorcycle Man จากเด็กชายผู้เป็นทายาทนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย ได้เข้าสู่วงการบันเทิง จนทุกวันนี้ รับบทบาทเป็นนักธุรกิจ บริหารงานบริษัทของตัวเอง เชื่อไหมว่า ไม่ว่าชีวิตจะเปลี่ยนสถานะไปอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปและไม่เคยห่างหายไปจากผู้ชายที่ ดอม เหตระกูล คือรถมอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์กับวัยเด็ก สมัยเด็กผมเรียนอยู่อัสสัมชัญ บางรัก ตอนเช้าก็ต้องผ่านไปแถวสาทร ซึ่งรถมันตี๊ดติด (ลากเสียง) ติดมาก ติดจนน่าเบื่อ ทุกวันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อนั่งรถฝ่าการจราจรที่ติดขัดไป สิ่งเดียวที่เราเห็นว่ามันวิ่งบนท้องถนนได้ก็คือมอเตอร์ไซค์ เราก็นึก ทำไมพ่อไม่ให้เราซ้อนมอเตอร์ไซค์มาเรียน จะง่ายกว่าไหม จะได้นอนได้อีกหน่อย (หัวเราะ) แล้วเวลาติดอยู่หน้าไฟแดง ถ้าโอกาสดีๆ ก็จะได้เห็นมอเตอร์ไซค์ใหญ่ โห มันเท่ดีนะ มันเจ๋ง (ยิ้ม) ก็เลยอยากมีมอเตอร์ไซค์ขี่สักคัน จากนั้นก็เลยเริ่มศึกษาจากนิตยสารทั่วๆ ไปที่มีอยู่บนแผงหนังสือ เดินเข้าไปตามร้านหนังสือญี่ปุ่นเพื่อซื้อแคตตาล็อกมอเตอร์ไซค์มาอ่าน เล่มหนึ่ง 700-800 บาท แต่เราก็เอาวะ เจียดค่าขนมไปซื้อ มอเตอร์ไซค์กับวงการบันเทิง เพื่อจะเก็บเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ผมจึงเริ่มไปเดินแฟชั่นโชว์ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ไปประกวดหนุ่มสาวแพรวปี 1994 เดินแบบ ถ่ายแฟชั่นโชว์ รับค่าตัวตั้งแต่เดินครั้งละ 3,000 บาท เดินจนขาลากกันไปเลย (หัวเราะ) จนเข้าวงการ ได้เล่นโฆษณา จนกระทั่งมาเล่นละคร เริ่มตั้งแต่เป็นลูกจ๊อก ทั้งหมดก็คือเก็บเงิน เก็บๆๆๆๆ เก็บเพื่อซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ได้ จนกระทั่งปี 1998 ผมจึงได้มีมอเตอร์ไซค์คันแรกเป็นของตัวเอง มอเตอร์ไซค์กับธุรกิจ ปี 2003 เพื่อนคุณพ่อคนหนึ่งกำลังจะนำเข้ามอเตอร์ไซค์จากอิตาลี เขาก็มาทาบทามผม ชวนไปทำงานด้วยกัน ผมก็ยินดี บริษัทเริ่มดำเนินกิจการในปี 2004 มีกระแสตอบรับที่ดี จนกระทั่งกลางปี 2006 บริษัทเริ่มอยู่ตัว ตอนนั้นผมก็พอมีความรู้เกี่ยวกับงานบริหารรถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ ก็อยากเริ่มธุรกิจของตัวเองบ้าง ก็ตัดสินใจจะทำมอเตอร์ไซค์ Triumph จากประเทศอังกฤษ ทุบกระปุก! ทั้งบ้านทั้งที่เอาเข้าแบงค์เพื่อที่จะเอาเงินมาทำ (หัวเราะ) ช่วงแรกก็กลัวเหมือนกันว่าเราจะทำได้อย่างที่เราคิดไว้หรือเปล่า แต่ถ้ามัวแต่มากลัวเราก็จะไม่ได้ทำ และพอไม่ได้เริ่มอะไรมันจะยิ่งแย่ ถ้าเริ่ม เรายังได้แก้ ทุกวันนี้ ผมเป็นกรรมการบริหาร บริษัท บริทไบค์ จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ Triumph จากประเทศอังกฤษ ในฐานะที่ผมเคยใช้มาก่อน ผมอยากให้คนชี่ Triumph แฮปปี้ ในวันที่คุณยังไม่มีรถ คุณเดินเข้ามาคุณคือลูกค้าเรา ณ วันหนึ่งเมื่อคุณขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาอีกครั้ง มาเจอกัน ขี่เที่ยวกัน คุณคือเพื่อน คือพี่ คือน้องของเรา เราให้ความเป็นกันเองเหมือนที่เราอยากได้ (ยิ้ม) Scoop กำเนิดมอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ เป็นผลผลิตที่สืบเนื่องมาจากการเกิดขึ้นของรถจักรยาน โดยรถจักรยานคันแรกของโลก เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1839 โดย Kirkpratric Macmillan ชาวสก็อตแลนด์ รถจักรยานในยุคแรกๆ ใช้ล้อที่เป็นยางตัน แต่ภายหลังก็ได้มีการพัฒนายางที่สามารถสูบลมเข้าไปได้ ทำให้มีความเบา วิ่งได้เร็ว และลดแรงสั่นสะเทือน อีกทั้งยังมีการคิดค้นระบบเบรกขึ้น เพื่อให้หยุดได้ทุกเมื่ออย่างมีประสิทธิภาพ หลังจาก Macmillan ประดิษฐ์รถจักรยานได้ไม่นาน ก็มีผู้คิดค้นเครื่องจักรไอน้ำขนาดเล็กที่นำมาติดตั้งเข้ากับจักรยานด้วยหวังจะให้ทุ่นแรง แต่ประสิทธิภาพยังค่อนข้างด้อย และไม่สะดวกในการนำมาใช้งาน แต่จนแล้วจนรอด รถจักรยานยนต์คันแรกของโลกก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1885 โดย Gottlieb Wilhelm Daimler ชาวเยอรมัน โดย Daimler ได้ดัดแปลงจักรยานสองล้อให้สามารถติดตั้งเครื่องยนต์ที่ใช้นำมันเชื้อเพลิงได้เป็นผลสำเร็จ พร้อมกับปรับปรุงระบบกันสะเทือน ระบบเบรก และล้อให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้ว...
Read moreอธิป พีชานนท์ จากขุนพลการตลาดสู่กรรมการผู้จัดการ…ผู้สร้างมูลค่าหุ้นศุภาลัยให้กลายเป็น CASH COW
January 10, 2013ชื่อเสียงของ อธิป พีชานนท์ ในฐานะขุนพลการตลาดแห่งอาณาจักรศุภาลัย ผู้ร่วมสร้างความสำเร็จอันเป็นตำนานด้วยยอดขายถล่มทลายของทุกโครงการในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ย่อมไม่มีคำถามใ...
Read moreฮาวา…เกศริน อรุณฉาย พิธีประมูลสาวสวย หัวใจศิลปิน แห่ง Manheim Asia Pacific
January 10, 2013เมื่อพูดถึงการประมูล เรามักคิดถึงการแข่งขันที่สุดเร้าใจ เพื่อแย่งกันครอบครองของดีราคาถูก ซึ่งบางครั้ง ของที่ว่าราคาถูกนั้น อาจหมายถึงสินค้ามูลค่ามหาศาล แต่ขึ้นชื่อว่า "ถ...
Read moreดีภัค โอหริ
May 18, 2013ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จากประสบการณ์ในการบันทึกเกียรติยศความสำเร็จของเหล่าผู้นำและผู้บริหารระดับสูงจากทั่วทุกวงการของไทยตลอดเวลากว่าสองทศวรรษ คุณลักษณะสำคัญประการหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของเหล่าผู้ประสบความสำเร็จนั้นคือพรสวรรค์ในการมองเห็นโอกาส ในทุกสถานการณ์ แม้ห้วงวิกฤต นอกเหนือจากสติปัญญา วิสัยทัศน์ ความวิริยะอุตสาหะและความเป็นผู้นำ ทั้งในการปฏิบัติหน้าที่และชีวิตส่วนตัว ณ ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักร้านอาหารสุดหรู Sirocco ซึ่งตั้งอยู่บนยอดตึกโรงแรมเลอบัว และคงเคยได้ยินข่าวอาหารมื้อละล้านที่เป็นที่พูดถึงเมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งวันนี้เรานั่งสนทนาอยู่กับผู้บริหารมือทองผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ในระยะเวลาอันสั้นของกลุ่มโรงแรมเลอบัวอย่าง ดีภัค โอหริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท Hi class: กรุณาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานของคุณ ผมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่เด็ก เริ่มจากล้างชามก่อน ได้ค่าแรงวันละประมาณ 15 บาท ซึ่งก็ใช้หมดไปกับค่ารถไปโรงเรียน ค่าอาหารกลางวัน จนวันหนึ่งก็ได้เลื่อนขึ้นไปเป็นผู้จัดการฝึกหัดของร้าน อีก 1 ปีต่อมาผมจึงได้เป็นผู้จัดการเต็มตัวเสียที หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาทำงานด้าน Operation และในที่สุดก็เริ่มสนใจการบริหารร้านอาหาร หลังจากนั้นผมย้ายไปทำงานที่โรงแรม Kempinsky ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อีกประมาณ 1 ปี แล้วจึงย้ายมาที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อเปิดร้านอาหารอินเดียที่นั่น ตอนนั้นร้านที่ผมเปิดถือเป็นร้านอาหารอินเดียที่ราคาแพงที่สุดสิงคโปร์ อยู่ที่นั่นอีกประมาณ 2 ปีจึงย้ายมาที่กรุงเทพ เมื่อประมาณปี 2537 แล้วเปิดร้าน Paulaner Beer House หลังจากนั้นอีกประมาณ 6 เดือนจึงขยายไปเปิดที่ประเทศสิงคโปร์ แล้วผมก็ไปทำงานที่ยุโรปพักหนึ่ง จึงกลับมารับงานที่โรงแรมเครือ Taj Hotel ที่อินเดีย แล้วมาจับงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เมืองไทย ก่อนที่จะเข้ามาที่ The Dome Hi class: สิ่งที่ทำให้คุณสนใจงานด้านธุรกิจการบริการคืออะไร พี่ของผมเขาดูลักษณะของผม แล้วบอกว่าผมน่าจะทำงานด้านนี้ได้ดี เพราะผมชอบกินและดื่ม ซึ่งอันที่จริงมันก็น่าจะเกี่ยวข้องกัน (หัวเราะ) แต่พอได้เข้ามาทำจริงๆถึงเข้าใจว่าไม่ใช่แค่กินกับดื่มเท่านั้น มีอะไรมากกว่านี้เยอะ เรียกว่าเป็นงานที่หนักมาก แต่เมื่อตัดสินใจเข้ามาทำแล้ว ผมก็สนุกกับงานนี้มาก วันหนึ่งถ้าผมสามารถเปลี่ยนอะไรบางอย่างของงานด้านนี้ได้ เช่นวิธีคิดและวิธีการทำงานของบุคลากร ผมก็อยากจะทำ แล้วก็กำลังพยายามทำอยู่ ผมปลื้มใจมากที่ได้เข้ามาทำงานในกลุ่มโรงเรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท เพราะว่าเจ้านายของผม คุณรัฐวดี บัวเลิศให้อิสระในการทำงานอย่างมาก ที่นี่เราทำงานกันไม่เหมือนที่อื่นเลย ผมทำงานมา 20 ปี ซึ่งก็ไม่ถือว่านานนะ แต่ก็ถือเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตการทำงาน จริงๆเท่านี้ก็อาจจะเพียงพอแล้วที่จะบอกอะไรเราได้ คุณจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อคุณสามารถทำงานได้ในหลายมิติ สามารถมองภาพรวมหรือลงรายละเอียดก็ได้ จัดการทรัพยากรบุคคลหรือลงไปทำงาน Labour ก็ได้(หัวเราะ) ใน 20 ปีที่ผ่านมานั้นก็สอนผมว่าอะไรดี อะไรไม่ดี Hi class: คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ จริงๆแล้ว ส่วนตัวผมถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสำเร็จในความหมายของผมก็คือเราสามารถเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆและเป็นแรงบันดาลใจในธุรกิจการบริการได้ ผมมองว่าในวงการโรงแรมนั้นยังแข่งขันกันไม่สูงมากอย่างที่ควรจะเป็น ผมต้องการส่งต่อข้อความนี้ออกไปทั่วโลก อยากบอกว่าถ้ามีวงการไหนที่จะทำอะไรแล้วได้ผลเกินความคาดหมายก็ควรจะเป็นวงการนี้ ถ้าบริษัทของผมยังไม่ส่งต่อข้อความนี้ออกไปได้อย่างทั่วถึง ผมก็ยังไม่คิดว่าผมประสบความสำเร็จ Hi class: คุณคิดว่าทุกวันนี้คุณยังสื่อสารไม่มากพอ หลังจากการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ผมว่าก็คงจะได้ผลน่าพอใจแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้ทัศนคติของคนในวงการนี้ยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไร คนยังคิดว่าการใช้บริการด้านนี้ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันและคิดค้นอะไรใหม่ๆ แต่ผมเห็นว่าวงการนี้จำเป็นต้องใช้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมาก เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการคนที่ใช้สมองซีกขวามากกว่าสมองซีกซ้าย การคิดค้นสิ่งใหม่ๆเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ อย่างวงการเครื่องบินก็ต้องคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมาอยู่เสมอ เช่น เครื่องบินรุ่น A 380 เป็นต้น วงการ Life Style บริษัทอย่าง Apple เขาก็สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงโลกไปเลย เช่น iPod และ iPhone เพราะฉะนั้น วงการการบริการก็ต้องคิดอะไรใหม่ๆออกมาเรื่อยๆเหมือนกัน แต่การจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมาได้แล้วเป็นที่สนใจ เป็นที่นิยมนั้น อย่างแรกเราก็ต้องเข้าใจคนและพฤติกรรมของคนให้ได้ก่อน ผมถือว่าผมเป็นเพียงโซ่ข้อเล็ก ไม่ได้มีบทบาท ตัวตนอะไรมากนัก แต่ผมก็ดีใจมากที่สิ่งที่ผมได้ทำไว้เมื่อ 2 ปีก่อน เป็นแรงบันดาลใจให้กับโรงแรมหลายๆแห่ง ในการให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และใช้ความรู้ความเข้าใจตรงนั้นมาสร้างสรรค์สินค้าที่ตรงกับความต้องการของพวกเขา Hi class: คุณวาดอนาคตของเครือโรงแรมเลอบัว โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ไว้อย่างไร ผมคิดเรื่องการเติบโตอยู่เหมือนกัน แต่ก็คิดว่าต้องเริ่มจากรากฐานที่มั่นคงแข็งแรงก่อน แล้วจึงกำหนดจุดหมายที่แน่นอน Hi class: ปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมการบริการประสบความสำเร็จคืออะไร ไม่ว่าวงการไหนก็ตาม ปัจจัยหลักที่ทำให้ประสบความสำเร็จคือการคิดนอกกรอบ มองให้เห็นภาพรวมเพื่อกำหนดทิศทาง ตัวอย่างเช่นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนเปิดร้านอาหารแห่งแรก(Sirocco) ไม่มีใครคิดว่าจะประสบความสำเร็จเลย เพราะที่ตั้งค่อนข้างจะโดดเดี่ยวบนตึกสูงที่เกือบจะร้าง คนก็พากันคิดว่าคงไปไม่รอด ครั้งหนึ่งมีเพื่อนๆที่ทำกิจการโรงแรมมาเยี่ยม เขาก็บอกว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ เพราะบาร์ของเราไม่มีที่นั่ง คือบาร์ที่Sirocco เป็น Standing bar แห่งแรกในเมืองไทย แล้วคนเขาก็ไม่คิดว่าจะมีบาร์แบบนี้ด้วย แสดงให้เห็นว่าคนในวงการนี้ยังไม่สามารถยอมรับอะไรใหม่ได้ ผมถือคติว่าผมกำลังขายความหรูหรา แล้วคนประเภทที่จะมาซื้อความหรูหราก็คงไม่อยากถูกบอกว่าต้องใช้อะไร อย่างไร เผื่อว่าบางที่จะมีของใหม่จนเขาใช้ไม่เป็น อย่างเช่นรีโมทที่สั่งการได้ทุกอย่างในห้องพัก เป็นต้น ลูกค้าระดับนี้ต้องการอะไรง่ายๆ มีคุณภาพ และแตกต่าง อย่างที่เล่าให้ฟัง ก่อนที่ผมจะทำอะไรลงไป ผมศึกษามาก่อนแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วผมก็ให้ในสิ่งที่เขาต้องการ เพราะอย่างนี้เราจึงประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว สิ่งง่ายๆ ที่ลูกค้าต้องการก็แค่บริการที่ดี อาหารคุณภาพดี เมื่อเขาอยากใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงมารับประทานอาหาร เขาก็ต้องอยากใช้เวลาเหล่านั้นให้คุ้มค่าที่สุด ส่วนในโรงแรม ลูกค้าก็ต้องการเตียงที่นอนสบาย แล้วก็อุณหภูมิเหมาะๆ ในห้อง อาหารกับเครื่องดื่มที่ดี เพียงเท่านี้ แต่มีคนน้อยมากที่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาต้องการ เหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าทำให้ผมเข้ามาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ อาจเป็นเพราะผมเข้าใจในเกมส์ของผมเอง ผมเริ่มต้นจากศูนย์ ก่อนจะเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเอง แล้วจึงแข่งขันกับคนอื่นเพื่อจะได้สร้างสิ่งใหม่ๆ อย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือเราต้องเข้าใจคนของเรา เปรียบไปก็เหมือนเราเป็นโรงแรมห้าดาวที่ไม่มีแบรนด์ ขณะที่คนอื่นเป็นโรงแรมห้าดาวที่มีแบรนด์ระดับโลกอยู่แล้ว เราจะอยู่รอดได้อย่างไร วิธีเดียวก็คือการคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สินค้าและบริการของเราต้องอยู่ในความรับรู้และสามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยมีคุณภาพอยู่ในระดับต้นๆ แน่นอนว่าการจะได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องใช้กำลังเยอะมาก ใช้คนเยอะ ใช้ความคิดเยอะ ใช้ความกล้าหาญอย่างสูง เพื่อให้สิ่งที่เราสร้างขึ้นมานั้นได้ผลสมบูรณ์ที่สุด Hi class: ถ้าอย่างนั้นการสร้างให้แบรนด์ของคุณเป็น Luxury ต้องใช้หลักเหมือนกันไหม ผมมองว่าความหรูหราไม่ได้จำเป็นต้องแพง คนจนก็หรูหราได้ (หัวเราะ) เช่นเวลาคุณออกไปตามชนบท คุณสามารถขายแปรงสีฟันธรรมดาในราคาบาทเดียวก็ได้ บางทีคนเหล่านั้นอาจยังไม่คุ้นเคยกับการแปรงฟันเลยด้วยซ้ำ แค่นั้นก็เป็นความหรูหราของเขาแล้ว เพราะฉะนั้นความหรูหราจึงไม่ใช่สิทธิที่จำกัดอยู่เฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เมื่อบอกว่าหรูหรา ราคาอาจจะเท่าไรก็ได้ แค่เป็นของพิเศษที่ไม่สามารถซื้อหาได้จากที่อื่นได้เท่านั้น อย่างน้ำส้มคั้น (ที่เสิร์ฟพวกเราอยู่บนโต๊ะสัมภาษณ์) ในเวลานี้ ของเราเป็นที่เดียวที่ใช้มือคั้นแทนที่จะใช้เครื่องบีบ อันที่จริงที่อื่นเขาก็สามารถคั้นด้วยมือได้ แต่เมื่อไรที่เขาทำ ของเราก็ไม่ใช่ของหรูหราอีกต่อไป เพราะกลายเป็นของที่หาได้ทั่วไปเสียแล้ว Hi class: จากร้านอาหาร 3 ร้านและโรงแรม Maritus Suite อะไรคือแรงบันดาลใจให้คุณพัฒนาเป็นแบรนด์ Lebua ขึ้นมา อันที่จริงเป็นความคิดของคุณรัฐวดี บัวเลิศ ซึ่งผมยอมรับว่าเธอเป็นคนฉลาดมาก เธอมองเห็นว่าลูกค้าที่มาโรงแรมกับร้านอาหารนั้นเป็นคนละกลุ่มกัน แล้วเกิดความคิดว่าต้องการให้คนเหล่านั้นรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน ผมเป็นคนรับความคิดนั้นมาทำต่อ เลยบริษัทเราจาก The Dome เลยเปลี่ยนมาเป็น Lebua Hi class: ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นใคร หลากหลายมาก มาจากสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, อินเดีย, ฮ่องกงและจีน Hi class: คุณมองความเหมือนหรือความแตกต่างของลูกค้าเหล่านั้นอย่างไร สิ่งที่เหมือนกันก็คือพวกเขาต่างก็มองหาความไม่สม่ำเสมอที่สม่ำเสมอ โรงแรมทั่วไปมีความสม่ำเสมอให้คุณทุกๆที่ แตกต่างกันก็แค่การตกแต่งและบรรยากาศเท่านั้น แต่เราสามารถให้บริการที่สม่ำเสมอได้ ในขณะเดียวกันก็ซ่อนความไม่สม่ำเสมอเอาไว้ได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นวันหนึ่งคุณมาที่นี่กับเพื่อน อีกวันหนึ่งคุณมากับสาวสวย แล้วอีกวันหนึ่งคุณกลับมาพร้อมกับภรรยาอีกครั้ง ทุกครั้งพนักงานก็จะบอกว่าคุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรก แล้วเราก็จะไม่เอ่ยชื่อของคุณ จนกว่าคุณจะอนุญาต (หัวเราะ) นี่คือความไม่สม่ำเสมอที่คุณจะต้องชอบ ในขณะที่เราจะยิ้มและไหว้อย่างสม่ำเสมอ เราคิดอยู่เสมอว่าเราควรทำหรือไม่ทำอะไรเมื่อไร Hi class: คุณต้องพบกับคนหลายชาติ สิ่งที่ยากที่สุดในการเข้ากับพวกเขาให้ได้คืออะไร ผมคิดอยู่เสมอว่าเราจะทำอย่างไรให้มีผลิตภัณฑ์เพียงหนึ่งเดียวที่ทุกคนชื่นชอบ ตรงนี้คือสิ่งที่ยากที่สุด นอกจากนี้เราก็จะพยายามค้นคว้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในขณะที่คงผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับไว้ให้ได้มาตรฐาน คุณอาจไม่ทันได้สังเกตว่าปัจจุบันนี้ สิ่งที่หายากมากที่สุดในโลกก็คือความเรียบง่าย และนั่นก็เป็นสิ่งที่คนต้องการมากด้วย ซึ่งอันนี้เองที่เราเรียกว่าความหรูหรา เพราะเป็นสิ่งหายาก Hi class: รู้สึกว่าคุณพัฒนาตัวเองอยู่เสมอทุกวันคุณมีเคล็ดลับอย่างไร เราไม่ได้พัฒนาทุกวันนะ เราพัฒนาทุกนาที เริ่มจากอ่านหนังสือ แล้วก็มอง แต่ผมไม่มองแค่ในวงการของตัวเองเท่านั้น ไม่เคยมองคู่แข่งในวงการเดียวกันแต่เพียงอย่างดียว ผมมองวงการอื่นด้วย เพราะฉะนั้นคู่แข่งคนสำคัญของผมจึงเป็น Microsoft, Apple, Singapore airline, Mc Donald, Starbucks เป็นต้น เพราะแบรนด์เหล่านี้มีส่วนสร้างพฤติกรรมใหม่ของมนุษย์ ทำให้ลูกค้าไม่สามารถขาดสินค้าของพวกเขาได้ แล้วพวกเขาก็ประสบความสำเร็จด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมเองก็ต้องการเป็นเช่นกัน ยกตัวอย่างคุณสามารถไปโรมได้โดยที่ไม่ต้องไปวาติกัน แต่คุณจะไม่สามารถมากรุงเทพได้โดยที่ไม่ได้มาที่ Sirocco นั่นคือเป้าหมายและมุมมองของผม สมมุติถ้าผมอยู่ในวงการนิตยสาร ผมก็จะไม่ดูนิตยสารต่างประเทศเลย แต่จะพยายามทำให้ต่างประเทศหยิบนิตยสารผมขึ้นมาดูให้ได้ Hi class: อะไรหล่อหลอมความคิดเหล่านี้ของคุณขึ้นมา เมื่อก่อนผมผ่านงานลำบากมามาก สอนให้ผมรู้จักวีธีเอาตัวรอดในโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ (หัวเราะ) Hi class: คุณตั้งเป้าหมายไว้ค่อนข้างสูง แล้วคุณคิดว่าจะใช้เวลาเท่าไรจึงจะไปถึง ผมมีเป้าหมาย 3 ระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง แล้วก็ระยะยาว โดยใช้แผนหลายๆแผน แต่ละแผนก็ควรใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก Hi class: คุณใช้วิธีไหนถ่ายทอดความคิดและนโยบายไปสู่ผู้คนในองค์กร โรงแรมทั่วไปเขาอาจจะประชุมกันทุกเช้า แล้วพูดคุยกันว่าวันที่ผ่านมาพวกเขาทำอะไรไปบ้าง มีคนมาพักกี่ห้อง รายได้เท่าไร มีแขก VIP เข้ามาไหม เป็นใคร แล้วจะกลับเข้ามาอีกเมื่อไร แต่ของพวกเราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราจะเล่าให้กันฟังถึงพฤติกรรมของลูกค้า เมื่อเกิดความผิดพลาดตรงไหนขึ้นมา เราก็พยายามจะเข้าไปแก้ให้ถึงแก่นของปัญหา แล้วดูว่าที่เราทำลงไปนั้นผิดหรือถูก เพื่อจะได้ปรับตัวได้ง่ายๆ เมื่อไรที่การประชุมเริ่มน่าเบื่อหรือไม่สร้างสรรค์ ก็จะมีคนบอกเลยว่าการประชุมนี้ควรจบลงได้แล้ว เราพยายามผลักดันและให้กำลังใจคนของเราอยู่เสมอ กระตุ้นให้พวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ ผมจะให้แนวทางกว้างๆเพื่อให้เขามีโอกาสได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ของเขาลงไป โดยที่พวกเขาต้องตระหนักได้เองว่าแนวทางเหล่านี้จะนำเขาไปสู่ความสำเร็จและหาเงินได้อย่างน่าพอใจ ผมให้อิสระกับคนของผม ให้พวกเขาได้คิดและสร้างสรรค์ ปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์สำคัญมาก คู่แข่งของเราแต่ละแห่งล้วนเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์กันทั้งนั้น Hi class: อยากทราบถึงโครงการ Lake Okareka Lodge by Lebua ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ผมเชื่อเหลือเกินว่าโครงการนี้ต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน และต้องไปได้ดีกว่าที่นี่เสียอีก ผมว่าคนที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงได้ ไม่ใช่แค่คนทำงานหนัก แต่ต้องมาจากการคิดเยอะๆ จากพลังสมอง สมองของเราทั้งซีกซ้าย กลาง และขวาจะผลิตเอนไซม์ออกมาเมื่อถูกกระตุ้นและใช้งาน ถึงตอนนั้นเราก็จะเหนื่อยและต้องการการผ่อนคลาย หลุดพ้น หากคุณต้องการสิ่งเหล่านี้คุณก็ต้องไปเยี่ยมโครงการของเราที่นิวซีแลนด์ ถ้าคุณไม่เชื่อผมก็อยากให้คุณลองหาโอกาสไปดูด้วยตาตัวเอง เราใช้งบประมาณไปประมาณ 10 ล้านเหรียญ มีที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ ที่เมือง Rotorua ริมทะเลสาบ Okareka ความพิเศษก็คือถึงจะเป็นบ้านเดี่ยวแต่ไม่ว่าคุณจะไปกัน 2 คน หรือ 6 คนก็ตาม คุณก็จะได้บ้านทั้งหลัง พื้นที่ใช้สอย พนักงานและการรักษาความปลอดภัยไปทั้งหมดเลย บ้านเป็นแบบ 3 ห้องนอน แต่สำหรับลูกค้ารายเดียวเท่านั้น อยู่กันได้ถึง 6 คน ถ้าไปเป็นคู่ก็แค่ 3,000 ยูโร ถ้ามีคนเพิ่มเราก็คิดเพียงคนละ 500 ยูโร เรามีสปากลางแจ้งซึ่งมีน้ำอุ่นไว้บริการด้วย มีเรือส่วนตัว มีสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว หากเดินทางมากจากเมือง Auckland ด้วยเฮลิคอปเตอร์ก็จะมาถึงที่นี่ในเวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้น มีทางเดิน มีเส้นทางสำหรับขี่จักรยาน สนามกอล์ฟ ที่สำหรับล่าสัตว์ แน่นอนว่าที่นี่จะทำให้คุณมีแรงบันดาลใจและสามารถลืมเรื่องวุ่นๆทุกอย่างในเวลานั้นไปได้เลย เชื่อว่าทุกอย่างที่นั่นจะทำให้คุณอยากมีชีวิตยืนยาวขึ้น (หัวเราะ) อยากจะประสบความสำเร็จมากขึ้น เมื่อมองไปที่ภูเขาก็จะได้เห็น ได้คิดว่ายังมีอะไรให้เราไขว่คว้าอีกมาก หลายครั้งที่สถานที่ให้บทเรียนแก่เรา อย่างเวลาคุณขี่จักรยานขึ้นภูเขาคุณก็จะต้องมีเป้าหมาย แล้วระหว่างทางก็มีอุปสรรค นั่นล่ะชีวิต สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างพุทธิปัญญาแล้วก็ให้ชีวิตชีวากับเราด้วย Hi class: คุณได้แรงบันดาลใจสำหรับโครงการที่ Lake Okareka มาจากไหน เกิดขึ้นเพราะลูกค้าของเราที่มาจากอังกฤษและเยอรมนี ที่จะไปนิวซีแลนด์ต้องผ่านกรุงเทพ เราจึงอยากไปสร้างธุรกิจที่นั่นบ้าง Hi class: โครงการแต่ละแห่งของคุณค่อนข้างแตกต่างกัน งานแต่ละชิ้นของคุณสร้างมาตรฐานใหม่ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค แล้ววันหนึ่งคุณก็จะครองโลก (หัวเราะ) ใช่ครับ งานแต่ละโครงการจะต้องแตกต่างกัน อย่างตอนนี้ผมคิดจะไปนิวยอร์ค เพราะผมตั้งใจจะไปในที่ที่อิ่มตัวจนไม่มีตำแหน่งให้ความหรูหราแทรกเข้าไปได้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องยากที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าระดับสูง แต่ก็ท้าทายมาก ผมอยากเข้าไปเปลี่ยนเทรนด์ สร้างรสนิยมขึ้นมาใหม่ ซึ่งผมไม่ไช่แค่ท้าทายตัวเองเท่านั้นแต่ยังท้าทายคู่แข่งของผมอีกด้วย สำหรับที่นิวซีแลนด์บังเอิญเจ้านายของผมมีที่ดินที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งอันที่จริงไม่ใช้ประโยชน์อะไรก็ได้ แต่เราอยากลองใช้ดู ส่วนที่นิวยอร์คเราคงต้องหาซื้อที่ดินใหม่ อะไรที่คนเอเชียทำ คนเอเชียเองมักไม่ค่อยเชื่อถือ ที่นี้เราก็จะไปนิวยอร์คแล้วทำให้ดูว่าบริษัทไทยทำอะไรได้บ้าง คนไทยเป็นคนที่มีจิตวิญญาณในการบริการสูงที่สุดในโลกก็ว่าได้ ดังนั้นงานของพวกเราจึงเต็มไปด้วยคุณภาพ แล้วเราก็จะไม่ไช่แค่ทำให้ Lebua เป็นที่รู้จักเท่านั้น แต่ยังทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับมากขึ้นอีกด้วย ทุกโรงแรมในโลกต่างก็มองหาคนไทยเข้าไปร่วมงานด้วยทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ในระดับผู้บริหาร ซึ่งจริงๆแล้วคนไทยสามารถทำได้ดีทั้งงานบริหารและงานบริการ ผมตั้งใจจะให้คนไทยไปที่นิวยอร์คแล้วสร้างความหรูหราขึ้นมาใหม่ สร้างผลิตภัณฑ์หรูหราระดับโลกที่เป็นแบรนด์ของคนไทยเอง Hi class: แล้วหลังจากที่นิวยอร์ค คุณวางแผนจะทำอะไรต่อ เราวางแผนไว้แค่ 8 อย่างมากก็ 10 ที่ ซึ่งแต่ละที่ต้องแตกต่าง และเป็นสมบัติล้ำค่า Hi class: คุณคงทำงานหนัก 8 วันต่ออาทิตย์กระมัง ไม่เลย เมื่อถึงวันเสาร์-อาทิตย์ผมก็จะหยุดหมดทุกอย่าง ภรรยาผมอนุญาตให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ในวันจันทร์ถึงศุกร์ กลับดึกก็ได้ แต่เขาอนุญาตเพียง 5 วันเท่านั้น เมื่อถึงวันหยุดผมก็จะอยู่กับเขา ซื้อของ ดูหนัง ทานข้าวเหมือนคนทั่วไป เราไปเที่ยววันหยุดด้วยกัน การเดินทางสนุกมากแต่เราก็ต้องเรียนรู้อะไรไปพร้อมกันด้วย เรียนรู้จากการท่องเที่ยว เป็นการศึกษาแบบอย่างไปในตัว Hi class: การที่คุณคลุกคลีอยู่ในวงการการบริการ ทำให้คุณเป็นคนพิถีพิถัน เอาใจยากหรือเปล่า ไม่เลย อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าผมเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภค เวลาอยู่กับภรรยาผมมักรู้ล่วงหน้าเสมอว่าเธอจะอารมณ์เสียเมื่อไร (หัวเราะ) ผมก็จะปรับ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับทุกคนคือความมั่นใจ เมื่อมีความมั่นใจสูง การศึกษาหรือประสบการณ์ก็เป็นเรื่องรอง สู้ความมั่นใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดและเป็นมิตรที่ดีที่สุดในขณะเดียวกันก็คือจิตใจของคุณนั่นเอง เมื่อคุณต้องเดินลุยไฟ หากคุณคิดว่าไฟไม่มีทางไหม้คุณได้ มันก็จะไม่ไหม้คุณ แต่เมื่อคุณหวาดกลัวขึ้นมาไฟก็ไหม้คุณทันที Hi class: ในเมืองไทย คุณไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เขาใหญ่ ผมชอบไปศึกษาธรรมชาติ ดูพฤติกรรมของสัตว์ หากจะดูตัวอย่างของพฤติกรรมที่ดีที่สุดก็ต้องไปดูสัตว์ พวกมันสอนให้เราเข้าใจถึงการเอาตัวรอด เพราะสัตว์ยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในขณะที่มนุษย์เปลี่ยนไปเกือบหมดแล้ว เวลาไปดูธรรมชาติ ผมมักได้ความคิดใหม่ๆ อยู่เสมอ Hi class: สถานการณ์ของประเทศไทยในตอนนี้ เป็นปัญหากับงานของคุณหรือไม่ ไม่มีปัญหาเลย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ธุรกิจเรากำลังไปได้อย่างดี Hi class: สำหรับผู้นำการเมืองคนใหม่ที่กำลังจะเข้ามา คุณคิดว่ามีผลต่อคุณไหม ไม่มีผลเลย ผมเชื่อว่าถึงอย่างไรธุรกิจก็จะเดินไปได้ตามปกติ Hi class: คุณมองว่าปัญหาเป็นเรื่องธรรมชาติของการทำงานหรือเปล่า ผมไม่เคยมองว่าปัญหาเป็นปัญหา แต่ผมมองว่ามันคือโอกาสต่างหาก เราสามารถมองได้สองแบบ คือมองว่าแก้วมันเต็มไปแล้วครึ่งใบหรือยังเหลืออีกครึ่งใบ อยู่ที่การมอง ผมมาจากไม่มีอะไรเลย เมื่อเริ่มบริษัทก็ไม่มีอะไร แต่วันนี้เรามี อย่างน้อยเราก็มีใจ ไม่มีใครมาแข่งกับเราได้เพราะคนอื่นไม่สามารถคิดได้อย่างเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมความคิดไม่ดี ความคิดในทางร้าย ฉะนั้นทุกเช้าผมจึงบอกกับพนักงานทุกคนเกี่ยวกับวิธีควบคุมความคิด Hi class: มีคนบอกว่าทำงานกับคนไทยเป็นเรื่องยาก คุณคิดอย่างไร คนแต่ละคนมาจากวัฒนธรรมและครอบครัวที่แตกต่างกัน ในครอบครัวหนึ่งครอบครัวก็จะประกอบไปด้วยสมาชิกที่ไม่เหมือนกัน เราต้องยอมรับในสิ่งนี้ให้ได้ แม้กระทั่งงานของเราก็ต้องมีเป้าหมายที่ทุกคนสามารถบรรลุได้ในแบบที่เราต้องการ คนไทยหลายคนที่ผมรู้จักทำงานได้รวดเร็วมาก อย่างผมก็เป็นคนอินเดีย ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการนี้ ทั้งที่โดยปรกติผู้บริหารของโรงแรมก็มักเป็นคนยุโรป แต่ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้ ผมก็คงไม่ได้มาให้สัมภาษณ์ในวันนี้ (ยิ้ม) Hi class: คุณเป็นคนขี้โมโหไหม อันที่จริงผมเป็นคนขี้โมโห สิ่งที่ทำให้ผมโมโหมากที่สุดคือเมื่อพบว่าเราปล่อยปละละเลยในหน้าที่ พนักงานอาจจะไม่เข้าใจว่ามันสำคัญอย่างไรเมื่อเราไม่สามารถปฏิบัติตัวให้ลูกค้าสบายใจได้ แต่คุณต้องลองคิดดูเขาต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูง เราเลือกเขาเป็นลูกค้าแล้วเขาก็เลือกที่จะมาอยู่กับเรา มันเป็นพรหมลิขิตให้เรามอบบริการที่ดีแก่เขา เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด ผมคิดอย่างนั้น Hi class: คุณคิดจะเพิ่มเติมอะไรที่ Lebua at state tower สปากับร้านอาหาร Hi class: คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศไทย ถ้าใครมาเห็นโครงการของผมที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์มาเที่ยวเมืองไทยเมื่อ 2 ปีก่อนนี้ คงต้องหัวเราะแน่ๆ แต่เมื่อ 2 ปีผ่านไปคุณก็เห็นแล้วว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้มีเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้คนเริ่มเห็นมุมมองที่แตกต่างของเมืองไทยแล้ว เมื่อก่อนใครๆก็นึกถึงแต่ Night Life ของเมืองไทยแต่ตอนนี้มีคนพูดถึงวัดวาอาราม ผู้คน วัฒนธรรม รอยยิ้ม อาหารอร่อย Shopping mall และโรงแรมดีๆ เพราะฉะนั้นทัศนคติเปลี่ยนไปเยอะจากวันนั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ยังโตต่อไปได้อีก Hi class: คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับภูมิภาคนี้ ผมได้ข้อมูลหลากหลายทั้งจากเยอรมนี, อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา คนพวกนั้นเขาก็ค้าขายความหรูหราเหมือนผม พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนรวยกำลังมองหา Peace of mind กันอยู่ เขาอยากพบเห็นแต่สิ่งที่ทำให้สบายใจ น่าชื่นชม เช่น วัดวา วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา พม่า หรือไทยก็ตาม กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยว จากนี้ไปอีก 5-8 ปี ประเทศไทยจะดีขึ้นมากในเรื่องการท่องเที่ยวและจะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ครั...
Read moreบุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวนักรักรุ่นใหญ่หัวใจศิลป์
May 26th, 2013 | Comments Off
ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในของรักของสะสมอันล้ำค่าของเหล่ามหาเศรษฐี ซึ่งไม่เพียงมีไว้ชื่นชม แต่ยังมีมูลค่าเติบโตไปเรื่อยๆตามกาลเวลาสิ่งนั้น็คือ ผลงานศิลปะ และถ้าพูดถึงเศรษฐีที่รักศิลปะและเป็นนักสะสมศิลปะตัวยงของบ้านเราและมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งวงการธุรกิจ วงการศิลปะ และยังข้ามห้วยไปถึงวงการบันเทิง เขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นเลย นอกจากเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่หัวใจศิลป์เนื้อหอมที่เพิ่งจะสละโลดครั้งล่าสุดไปหมาดๆ กับนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ ‘ตั๊ก บงกช’ ซึ่งแว่วมาว่า คู่หวานของเจ้าสัวคนนี้ก็เป็นคนรักศิลปะไม่แพ้กัน … Read entire article »
Filed under: 000, 000 Feature Interview, people
อุทิศ เหมะมูล
May 20th, 2013 | Comments Off
นักเขียนรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2552 อะไรที่ทำให้คุณเริ่มเป็นนักเขียน และอะไรที่ทำให้คุณยังเป็นนักเขียน สิ่งแรกเลยคงต้องเริ่มต้นจากความอึดอัดคับข้องใจต่อคำถามที่พยายามแสวงหาคำตอบให้กับตัวเองในช่วงชีวิตวัยแรกรุ่น ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่มีต่อครอบครัวและชุมชนที่ตนเองสังกัดอยู่ นำไปสู่การดิ้นทุรนออกไปจากแหล่งนั้นด้วยความเชื่อที่ว่า ชีวิตต้องมีอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยอาศัยแรงทะเยอทะยานที่มาจากความสามารถด้านศิลปะที่มีอยู่กับตัว ขับเคลื่อนออกไปสู่โลกกว้าง … Read entire article »
Filed under: thai writer
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
May 20th, 2013 | Comments Off
กรรมการบริหารและโฆษกพรรคเพื่อไทย เส้นทางการเมือง ผมสนใจการเมืองมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมอยู่ที่จังหวัดพังงา มองว่าคนที่เป็นนักการเมืองคือคนที่เป็นตัวแทนประชาชน ไปแก้ปัญหาหลายๆ เรื่อง แก้ปัญหาน้ำท่วม เรื่องถนนไม่มี เรื่องประชาชนถูกรังแก ก็มองว่านักการเมืองคือฮีโร่ เราก็ชอบและติดตมข่าวสารการเมืองตลอด แต่ขณะเดียวกันก็อยากเป็นนักแสดง เพราะมีคนทักว่าหน้าตาดี (หัวเราะ) น่าไปเป็นนักแสดง เล่นหนัง จนกระทั่งเรียนจบ ก็เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ … Read entire article »
ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ
May 20th, 2013 | Comments Off
Dhamma for Life บางครั้งสิ่งที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งรู้สึกผ่อนคลาย สบายกายสบายใจ อาจไม่ใช่วัตถุสิ่งของ อาจไม่ใช่กิจกรรมสันทนาการ แต่อาจเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการศึกษา ขึ้นชื่อว่าการเรียนการศึกษา แค่ฟังก็ไม่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายแล้ว แต่สำหรับ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เขามีการเรียนเป็นกิจกรรมผ่อนคลายจิตใจ สิ่งที่เขาเรียนคือธรรมะ … Read entire article »
Filed under: people
โอปอลล์ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ
May 20th, 2013 | Comments Off
She is the Ultimate หนึ่งในอัญมณีที่ชาวโลกนิยมมายาวนานหลายพันปีคือ OPAL ชาวโรมันถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความบริสุทธิ์ ในขณะที่ชาวกรีกเชื่อว่าช่วยในการทำนายอนาคต ส่วนชาวอาหรับเชื่อว่ามันตกจากสวรรค์ในขณะฟ้าผ่าจึงทำให้มีสีหลากหลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฯลฯ แต่สำหรับเวลานี้คนไทยรู้จักคำว่า “โอปอลล์” มากและบ่อยกว่าคนอื่นๆ ในทุกมุมโลก เพราะเป็นชื่อเล่นของ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ … Read entire article »
Filed under: lady
วัชระ กล้าค้าขาย
May 20th, 2013 | Comments Off
“จิตรกรมีตาที่ไวกว่าชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปนะครับ เรามองเห็นสิ่งที่เลนส์อาจจะไม่สามารถเห็นได้ และเราก็ถ่ายทอดออกมาด้วยความละเมียดละไม” นี่คือคำตอบของวัชระ กล้าค้าขาย เมื่อถูกถามว่าภาพเหมือนจากจิตรกรต่างจากภาพเหมือนจากช่างภาพอย่างไร … Read entire article »
Filed under: people
วิลลี่ จันดราน
May 20th, 2013 | Comments Off
Half a Life เราไม่สามารถเป็นใครอื่นได้นอกจากตัวเราเอง วิลลี่ จันดราน คือเด็กชายที่เกิดมาในยุคที่ประเทศอินเดียตกอยู่ใต้อาณานิคมของจักรวรรดินิยมอังกฤษ ตระกูลของเขาเป็นตระกูลพระ วิลลี่มีปู่ผู้หนีจากความล่มสลายของชุมชนวัดบ้านเกิด ไปสู่การเป็นพนักงานเขียนจดหมายในวังของมหาราชา มีพ่อผู้สับสนกับตัวเอง ผู้ที่ในตอนแรกหันหลังให้บรรพบุรุษ หันหลังให้กับการรับราชการกับองค์มหาราชาและการแต่งงานกับลูกสาวอาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัย … Read entire article »
Filed under: people
Mika Liias
May 20th, 2013 | Comments Off
แม้ว่าผู้คนในยุคนี้จะยกให้เรื่องของเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์ประทินผิวเป็นเรื่องของสุภาพสตรีไปแล้ว ทว่าก็ยังมีสุภาพบุรุษอีกหลายคนที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับของเหล่านี้และประสบความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิ Mika Liias หนุ่มสวีเดนผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางค์ Make up store คือหนึ่งในจำนวนนั้น … Read entire article »
Filed under: people
ดร.พิจิตต รัตตกุล
May 19th, 2013 | Comments Off
THE PANO THE NEW HORIZON หลังวางมือจากสนามการเมืองระดับชาติและพ้นวาระ ‘พ่อเมืองกรุงเทพฯ’ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ดร.พิจิตต รัตตกุล ยังคงโลดแล่นอยู่ในสังเวียนการทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด ในตำแหน่งต่างๆ อาทิ กรรมการอำนวยการมูลนิธิป้องกันควันพิษ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม, ผู้ชำนาญการ NACA (Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific) … Read entire article »
Filed under: people
ดร. จิรยุทธ ชุษณะโชติ
May 19th, 2013 | Comments Off
Shelldon “Thai Toon to the World” เมื่อ 5 ปีก่อนเรารู้จัก ดร.จิรยุทธ ชุษณะโชติ ในฐานะผู้บริหารไฟแรงแห่งธุรกิจของขวัญแฮนด์เมดจากเปลือกหอย ‘เชลล์ฮัท’ ปัจจุบันหลังจากต่อยอดความฝันสร้างอาณาจักรหอย ‘เชลล์ดอน’ โดย บ.เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ให้เป็นที่รู้จักของคนไทยไปทั่วแล้วยังกำลังเผยแพร่ให้นานาชาติได้สัมผัสความน่ารักและคุณค่าจากเรื่องราวใต้ผืนน้ำผ่านตัวละครหลักที่มีหอยเป็นผู้ดำเนินเรื่อง … Read entire article »
Filed under: spotlight
วีระศักดิ์ ฟูตระกูล
May 19th, 2013 | Comments Off
On the Diplomatic Road สำหรับข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศการเติบโตในสายงานกระทั่งได้ไปปฏิบัติงานต่างแดนในฐานะผู้แทนประเทศนับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดที่หลายคนฝันใฝ่ ยิ่งก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายข้าราชการ คือ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยิ่งพิสูจน์ฝีมือ ผลงาน และการยอมรับได้เป็นอย่างดี … Read entire article »
Filed under: profile
Looking Back at Success Stories
May 19th, 2013 | Comments Off
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมีดำริให้ก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ในประเทศขึ้น ส่งผลให้เกิดการวางรากฐาน กระทั่งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 ซึ่งตั้งอยู่ ณ วังบางขุนพรหมและเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มิถุนายน 2498 นั่นคือจุดเริ่มต้นของวงการบันเทิงไทยยุคใหม่ที่เข้าถึงประชาชนครอบคลุมทุกภาคส่วนต่อเนื่องยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ จนถึงวันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความสำเร็จของสื่อสารมวลชนไทยมีผลต่อวิถีชีวิตคนจำนวนมากของประเทศ ขณะที่วงการบันเทิงก่อให้เกิดความสำเร็จแก่คนเบื้องหน้าผู้เป็น “คนของประชาชน” … Read entire article »
Filed under: people
H.E. Mr. DAVID LIPMAN
May 19th, 2013 | Comments Off
Ambassador Head of Delegation EUROPEAN UNION แม้จะเป็นครั้งที่สองในการไปเยือนห้องทำงานของเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป หัวหน้าคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทำความรู้จักกับ ฯพณฯ เดวิด ลิปแมน อย่างเป็นทางการหลังจากท่านเดินทางมาประจำการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา … Read entire article »
Filed under: people
ฟ้า พูลวรลักษณ์
May 19th, 2013 | Comments Off
ฟ้า พูลวรลักษณ์ – เป็นชื่อของชายสัญชาติไทย ผู้เป็นลูกชายคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 7 คนของตระกูลเศรษฐีของประเทศนี้ กระนั้น แทนที่จะเลือกดำเนินชีวิตในฐานะนักธุรกิจ ฟ้ากลับเลือกที่จะเป็นศิลปิน … Read entire article »
Filed under: thai writer
จักรกฤต เบเนเดทตี้
May 19th, 2013 | Comments Off
บทบาทกรรมการผู้จัดการแห่งอิตาเลเซียซึ่งดูแล 2 ธุรกิจสำคัญในเครือ คือ บ.อตาเลเซีย อิเล็คโทร และ บ.อิตาเลเซีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ทำให้หนุ่มแม็กซ์-จักรกฤต เบเนเดทตี้ ค่อนข้างหมกตัวอยู่กับงานมาตลอด 9 ปี อันเนื่องด้วยภารกิจที่ต้องรับช่วงต่อกะทันหันภายหลังการเสียชีวิตของคุณพ่อ อโดโฟ่ แต่ในอีกมุมหนึ่งชายวัย 32 ยังจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าความสำเร็จจากรุ่นบุกเบิกโดยคุณปู่ โอเทลโล่ ที่ตกทอดมาถึงเขาจะต้องพัฒนาและก้าวไกลสมกับการเป็นรุ่นที่ 3 ของอิตาเลเซีย … Read entire article »
Filed under: spotlight
นายแพทย์ บัญชา พงษ์พานิช
May 19th, 2013 | Comments Off
ปริศนาแห่งลูกปัด เมื่อช่างภาพไฮคลาสขอให้นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ยื่นสร้อยลูกปัดมูลค่าพอๆกับรถ BMW ออกมาข้างหน้าแล้วมองด้วยสายตาประหนึ่งจ้องมองเพชรเม็ดเขื่องนั้น เจ้าตัวหัวเราะร่วนก่อนจะบอกดังๆว่า “ให้ทำก็ทำได้ แต่จะออกมาดีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมองลูกปัดโบราณเหล่านี้จากแง่มุมนั้นเลย” … Read entire article »
Filed under: people
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม
May 19th, 2013 | Comments Off
คงไม่ใช่คำพูดที่เกินเลยหากจะบอกว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร หรือเป็นประชากรในช่วงวัยใดของประเทศไทย ต่อให้รสนิยมการดูหนังฟังเพลงของคุณเป็นแบบไหน คุณย่อมจะต้องเคยบริโภคผลิตภัณฑ์แห่งความบันเทิงที่หลากหลาย ภายใต้แบรนด์ GMM GRAMMY มาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงชีวิตนี้ … Read entire article »
Filed under: people
ทยา ทีปสุวรรณ
May 19th, 2013 | Comments Off
ด้วยจังหวะและโอกาสอันเหมาะสมส่งผลให้ ทยา ทีปสุวรรณ กระโดดสู่สนามการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากภาคเอกชนที่คุ้นเคยกลับต้องมาพบเจอกับระบบราชการซึ่งมากด้วยขั้นตอนและข้อจำกัด แต่ผลตอบแทนที่คุ้มค่า … Read entire article »
Filed under: lady
ขภัช นิมมานเหมินท์
May 19th, 2013 | Comments Off
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เหตุผลที่เข้ามาเล่นการเมือง คงเพราะที่บ้านอยู่ในวงการเมืองมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ คุณพ่อ คุณอาครับ ในบ้านในโต๊ะกินข้าวเขาก็คุยกันแต่เรื่องการเมือง ผมก็เห็นการเมืองมาตั้งแต่เด็ก มีความสนใจด้านนี้เป็นพิเศษ แล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่ ถ้าเราไม่เข้ามาแล้วใครจะเข้ามา คนในโต๊ะคุยกันว่าทำไมรัฐบาลเป็นแบบนี้ รัฐธรรมนูญเป็นอย่างนั้ ผมก็คิดว่าถ้าจะว่าใครสักคน ก็ต้องไปทำงาน … Read entire article »
Filed under: people
H.E. Mr. Eric G. John
May 19th, 2013 | Comments Off
Ambassador of The United States of America. ด้วยสายสัมพันธ์ทางการทูตอันยาวนานกว่า 176 ปีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ไทยจึงเป็นมิตรประเทศเก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชีย ฯพณฯ อีริค จี. จอห์น เปิดห้องรับแขก ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตยืนยันถึงความร่วมมือในอดีตที่ยังคงสืบเนื่องและขยายผล ผ่านความร่วมมือระดับรัฐบาลเรื่อยมาจนถึงระดับประชาชน … Read entire article »
Filed under: people
AD DP
January 8, 2013dp-Studio 3D Visualization, Photography, Virtual Tour 360, Web Design, Integrated Media, Print Publications dp-studio คือ ผู้นำในด้านบริการ Visualization และงานผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ครบวงจรที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นน...
Read moread-books-maker
November 16, 2012ไม่ว่าโลกของการสื่อสารจะก้าวล้ำไปเพียงใด แม้ว่าผู้คนจะมีทางเลือกในการบริโภคสื่อ ที่หลากหลายกว่าในอดีต แต่ทุกคนต่างยอมรับว่า คุณภาพและสาระของสื่อ ไม่ว่าเป็นหนังสือ นิตยส...
Read moread atbangkok
January 10, 2013YOU HAVE A HOTEL YOU HAVE A SERVICE APARTMENT YOU HAVE A RESTAURANT YOU HAVE A BAR YOU WANT TO PROMOTE YOUR BUSINESS BY YOURSELF YOU WANT TO USE THE STATE-OF-THE-ART TOOLS TO SAVE YOUR MARKETING BUDGET. AND YOU THINK... You need a website. You need a facebook fanpage. You need a mobile apps. You need a virtual tour 360 to promote your place. You need a photographer. You need a copy writer. You need someone to help you with all marketing materials YOU T...
Read moreBook & Magazine Maker
December 21, 2012ไม่ว่าโลกของการสื่อสารจะก้าวล้ำไปเพียงใด แม้ว่าผู้คนจะมีทางเลือกในการบริโภคสื่อ ที่หลากหลายกว่าในอดีต แต่ทุกคนต่างยอมรับว่า คุณภาพและสาระของสื่อ ไม่ว่าเป็นหนังสือ นิตยส...
Read more














