HiclassSociety.com-Thailand 's Luxury Lifestyle & High Society » INTERVIEW
ไท จิราธิวัฒน์
May 17, 2013สิงห์หนุ่มแห่งเครือเซ็นทรัล อันเนื่องจากรับหน้าที่กุนชือการคลังดูแลเม็ดเงินในการลงทุนรวมถึงระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนาให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าไทยและกำลังรุกคืบวางแผนก้าวไปลงทุนในต่างแดน ไท จิราธิวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการเงิน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จึงเป็นอีกหนึ่งคนหนุ่มไฟแรงที่น่าจับตามอง ไท ในชื่อเล่นน่าเกรงขามว่า “สิงห์” แต่กลับมีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ เพิ่งฉลองอายุครบ 28 ปีไปหมาดๆ ไม่เพียงนามสกุลอันบ่งบอกการสมาชิกเป็นสายตรงของอาณาจักรจิราธิวัฒน์ ครอบครัวซึ่งใหญ่ทั้งในด้านจำนวนลูกหลานและธุรกิจที่ลงทุนในแขนงต่างๆ ภายใต้ชื่อ ‘เซ็นทรัล’ หากยังรวมถึงพื้นฐานการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และการบัญชี จากวิทยาลัยแครมอนท์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พ่วงท้ายด้วยประสบการณ์ในองค์กรที่ปรึกษาชั้นนำในเมืองไทย คือ บริษัทแอนเดอร์เซ่น คอนซัลแทนซ์ และ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ก่อนจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเซ็นทรัลอย่างเต็มตัว โดยเขาเป็นผู้เลือกและถูกเลือกจากคณะกรรมการบริหารระดับสูงของเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ทำให้ได้รับการมอบหมายภารกิจสำคัญในองค์กรน้องใหม่ที่มีขุมอำนาจทางเศรษฐกิจไม่แพ้บริษัทในเครือ “เราเติบโตกันมาก็ได้เรียนรู้ได้เห็นการทำงานจากคุณพ่อ คุณแม่ คุณลุง คุณอา ที่ทำงานอยู่แล้ว และก็มี taste กับ feeling ของการค้าปลีกมาตั้งแต่เล็กๆ ผมมาชิดลมตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นยังมีแค่ 2-3 ชั้นจนกลายเป็น 6-7 ชั้น ได้เห็นการค้าปลีก พอเรียนจบกลับมาได้ไปทำงานหาประสบการณ์ในองค์กรชั้นนำ ตอนหลังอยากเข้ามามีส่วนร่วมกับครอบครัว ก็ยื่นใบสมัคร สอบสัมภาษณ์ตามกฎของพนักงานบริษัท และพอเข้ามาทำงานจริงๆ ก็ไม่ยากเลยอาจจะมีเรื่อง politic บ้าง เช่นบางทีประชุม เราเป็นพี่น้องกันก็ต้องมีเคารพในอาวุโสของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวัฒนธรรมของคนไทยและคนจีน จะออกเสียงไม่ค่อยเต็มที่ ต้องหาวิธีกว่าที่เราจะเสนอไอเดียออกไปได้ ในส่วนของเรื่องงานไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ” “งานที่รับผิดชอบใน CPN ก็มีด้าน IR : Investor Relation ด้านโปรเจคต์ มีโปรเจคต์ที่ออกใหม่คือ Property fund โดย CPN เป็นบริษัทแรกที่ออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ซึ่ง CPN กับนักลงทุนตั้งขึ้นมา เอาเงินไปซื้อศูนย์ฯ ของ CPN หน้าที่หลักตอนนี้เกี่ยวกับการเงินและการคุยกับนักลงทุนนักวิเคราะห์ ซึ่งผมก็รู้ว่าคนที่อยู่ในสายงานด้านการลงทุนเขาคิดอะไร และผมก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยคุมโปรเจ็คต์ที่มีขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา ตอนนี้มีประมาณ 5-8 โครงการ และใน CRC (เซ็นทรัล รีเทล คอปอเรชั่น) ผมก็เป็นหนึ่งในผู้ดูแลทางด้านการเงิน” ด้วยบุคลิก รูปร่างหน้าตา ทักษะการเจรจา บวกความถนัดในทางการเงิน จึงทำให้เขามีหน้าที่ทั้งการวิเคราะห์และดูแลการเงินไปพร้อมกับทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ความน่าเชื่อถือและน่าลงทุนขององค์กร “จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็น PR ในส่วนหนึ่ง และก็วิเคราะห์ในส่วนของโครงการหลักที่มีอยู่ในเมืองไทยและจากต่างประเทศ แล้วก็ด้าน Property fund ประสบการณ์ที่ผ่านมานั้นช่วยได้เยอะมาก นำวิธีการคำนวณมูลค่าของสินค้าและงบดุลหรือว่าความคิดของพวกนักลงทุน นักวิเคราะห์ว่าเขาดูอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” “ตอนนี้งานที่ทำอยู่ต้องต่อสู้กับเวลา เพราะว่ามีสิ่งที่อยากจะเข้าไปเรียนรู้ แต่เวลามันก็มีข้อจำกัด การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ตื่นเช้าผมจะดูข่าวจาก CNBC เพราะเกี่ยวข้องกับงาน ดูว่าตอนนี้ทิศทางตลาดที่อเมริกาเป็นอย่างไร และวิเคราะห์ว่าบริษัทนี้ๆ เป็นยังไง ทำงานที่ออฟฟิศ 9 โมงถึงทุ่มสองทุ่ม อยู่กินที่นี่ครบเลยแล้วถึงค่อยกลับ เพราะผมอยู่คนเดียว กลับบ้านก็ไม่มีอะไรทำ แต่เอาเข้าจริงๆ พอกลับก็ไปก็ทำงานต่อนะเข้าอินเตอร์เน็ตทำงานอีก” “แต่นอกเหนือจากสู้กับเวลาก็คือต้องแก้ปัญหา ปัญหาที่เจอมันก็เจออยู่ปกติ แล้วแต่ว่าปัญหาอะไร ปัญหาที่แก้ได้เลยมันก็มาจากประสบการณ์ บางทีที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนมันก็ต้องใช้เวลา คิดว่าจะไปทางด้านไหน ผมจะไม่ปะทะ แต่จะดูว่าถ้าไปด้านนี้จะเป็นยังไงจะเป็นยังไง เอาไอเดียไปปรึกษาผู้ใหญ่ แล้วแต่ว่าขนาดของปัญหาคือตรงไหน ต้องวิเคราะห์ว่าปัญหาจุดนี้จากคนหรือเป็นสถานการณ์ ที่แก้ไขยากที่สุดคือ ปัญหาที่เกี่ยวกับคนแน่นอน เพราะเราไม่รู้ว่านิสัยคนๆ นี้เขาเป็นอย่างไร เรารู้นิสัยคนในที่ทำงานแต่คนอื่นที่เราไม่เคยทำงานด้วย เราไม่รู้เลยว่าเขาคิดอย่างไรข้างใน ภายนอกอาจจะยิ้มแย้มแต่ข้างในอาจจะคนละเรื่องกันเลย” “วิธีทำงานที่ดีที่สุดคือ ใส่ใจทำ แยกเป็นสองแบบ คือต้องทำงานหนัก มีความรับผิดชอบ และก็คิดทุกอย่างให้รอบคอบ ทำงานโดยใช้ ทีมเวิร์ค เพราะหากมีปัญหา แต่ละคนเขาอาจจะมีความชำนาญเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน แต่ละคนก็จะมีทางออกต่างกันไป อีกอย่างคือความซื่อสัตย์ และภักดี ต้องเชื่อมั่นกันระหว่างผมและทีม ต้องแฟร์ อย่าไปโกง อย่าไปฉวยโอกาสเราจะไม่มีทางชนะเลย อาจจะช่วงสั้นๆ ที่ร่วมงานกัน แต่ระยะยาวเขารู้อยู่แล้วว่าโดนโกง และอนาคตอาจจะไม่มีการทำงานด้วยกันอีกเลย โปร่งใสดีที่สุด ทำงานให้หนักที่สุด คิดให้รอบคอบ และโปร่งใสที่สุด” แม้ว่าความรับผิดชอบจะครอบคลุมไปหลายภารกิจ แต่ที่แน่นอนคือสิงห์หนุ่มรายนี้ยังโปรยยิ้มหวานพร้อมเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้ตัดสินใจเลือกร่วมทุน และยืนหยัดเฝ้าปากถ้ำสมบัติของเซ็นทรัลพัฒนาอย่างแข็งขัน “ที่คนอื่นมองว่าผมทำงานกับครอบครัว...ก็ถูกต้องนะ ซึ่งนักลงทุนเขาชอบที่ผมเข้ามาทำให้ครอบครัว เขารู้ว่าทรัพย์สินของผมผูกมัดกับบริษัท ถ้าไม่ทำงานก็ไม่เพิ่ม แต่ถ้าผมยิ่งทำงานผมจะได้รับประโยชน์ เขาก็ชอบเพราะว่าผมเป็นไม่ใช่เป็น PR ทางการเงินการลงทุนของบริษัทเท่านั้น แต่ผมจะลงไปวิเคราะห์ว่าวิธีการส่งเสริมธุรกิจมีที่ไหนบ้าง และทำอย่างไรบ้าง เขาเชื่อมั่นนะ ในทางกลับกันพวกฝรั่งมืออาชีพที่มีความชำนาญค่อนข้างเยอะเพราะทำงานมานานแต่สายสัมพันธ์ของบริษัทจะไม่เท่ากัน ทำงานมา 2-3 ปี ได้เงินเดือนเยอะ แต่เขาจะออกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สำหรับผมนี่ออกไม่ได้...
Read moreเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คนดีไม่เบ่ง คนเก่งไม่โอ้อวด
March 8, 2012เขาไม่ใช่สายลับ เจมส์ บอนด์ 007 เขาไม่ใช่นักสืบหัวเห็ด เชอร์ล็อค โฮล์ม และเขาไม่ใช่ยอดนักสืบรุ่นจิ๋ว โคนัน รวมถึงเขาไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายในเมืองไทย แต่เข...
Read moreอภิศักดิ์ สนจด
May 17, 2013The Art of Art Management ผู้อำนวยการหอศิลป์ตาดู นอกจากผู้สร้างและผู้เสพความงามของงานศิลป์แล้ว กลจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการศิลปะให้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงก็คือ “ผู้บริหารจัดการศิลปะ” ซึ่งต้องผสานศิลป์ให้เข้ากันพอดีกับศาสตร์การบริหารจัดการ ดังที่คุณจะสามารถสัมผัสได้จากตัวตนของอภิศักดิ์ สนจด ผู้อำนวยการหอศิลป์ตาดู นักบริหารจัดการผู้มีละอองศิลป์รื่นรินอยู่ในลมหายใจ “ หอศิลป์ตาดู ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยคุณวิทิต ลีนุตพงษ์ กรรมการบริหารยนตรกิจ กรุ๊ป เป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับคุณคุณวนิช เมฆธนสาร เดิมอยู่ที่อาคารพาวิลเลียน วาย ย่าน R.C.A. ซึ่งเป็นทั้ง โชว์รูมรถ ร้านอาหาร แล้วก็ทำชั้นสองเป็นหอศิลป์ด้วย ผมเรียนจบการบริหารวัฒนธรรม มาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในระหว่างนั้นผมก็ช่วยงานที่ตาดูบ้าง พอจบมาปี 2546 คุณลักขณา คุณาวิชยานนท์ ซึ่งก็เป็นรุ่นพี่ของผม และเป็นผู้อำนวยการหอศิลป์ตาดูในเวลานั้น ก็บอกว่า อย่าเพิ่งไปทำอย่างอื่นเลย มาทำที่นี่ก่อน พอดีในปี 2546 ทางยนตรกิจเปลี่ยนสัญญาเช่าตึกพาวิลเลียน วาย เราก็มองหาตึกใหม่ ซึ่งทำเลของอาคารบาเซโลนาร์ มอเตอร์ ถนนเทียมร่วมมิตร คือที่ที่เราเห็นว่าเหมาะสม พื้นที่สวยและกว้างพอเหมาะ ก็ปรับปรุงให้เป็นหอศิลป์ ผมก็เริ่มดูแลตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ผมคิดว่าถ้าหอศิลป์วางนิทรรศการไว้ครั้งละสองเดือน ก็จะจัดงานได้ประมาณ 5-6 ครั้ง สนับสนุนศิลปินเดี่ยวได้แค่ 6 คนเท่านั้น ผมก็ยึดหลักว่า จะพยายามนำงานของศิลปินต่างชาติเข้ามาบ้าง สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่บ้าง ส่วนครั้งหรือสองครั้งที่เหลือก็รับจากผลงานที่ศิลปินเสนอมา เราสนับสนุนศิลปะร่วมสมัยทุกแขนง เมื่อครั้งออกแบบห้องจัดแสดงของตาดู เราก็มองว่ามันน่าจะมีพื้นที่ที่จะสามารถจัดกิจกรรมอื่นๆได้ด้วย เช่น เวิร์คชอป ฉายหนัง คอนเสิร์ต ละคร เป็นต้น “ ไม่เพียงในแวดวงทัศนศิลป์เท่านั้น แม้ในวงการศิลปะการแสดงเอง อภิศักดิ์ ก็คือดาวที่น่าสนใจดวงหนึ่งของทุกเวที “ผมเคยเป็นทีมงานละครเวทีมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแสงอรุณ ประมาณปี 2539 ตอนนั้นอาจารย์รัศมี เผ่าเหลืองทอง ทำคณะละครสองแปดอยู่ ผมก็ไปเป็นทีมงาน ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้ ฝึกฝนทุกอย่างเกี่ยวกับการละคร คิดว่ามันน่าสนใจดี วิธีการทางด้านละครมันเกี่ยวข้องกับองค์รวมในด้านการทำงานศิลปะได้ดี จนกระทั่งปี 2539 – 2540 พระจันทร์เสี้ยวการละครจัดทีมเพิ่มขึ้นมา ผมก็เข้าไปร่วมด้วย ทำหน้าที่ Producer และทำประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่ม ต้องทำทุกอย่าง เนื่องจากดำรงตนเป็นกลุ่มละครเล็กๆ (หัวเราะ) ก็ต้องเป็นนักแสดงร่วมไปกับการจัดการด้วย คนอยากทำละคร เพราะเขาสามารถพัฒนาตนเองขึ้นไปได้ วันนี้เป็น Stage Team วันหน้าเขาก็อาจจะกลายเป็น Stage Manager ได้ เพราะรู้ว่า...มันจะเข้ายังไง มันจะออกยังไง ส่วนนิทรรศการนั้น เราก็มองว่ามันน่าสนใจมากที่จะเอาวิธีการ วิธีคิดเหล่านี้มาใช้เพื่อผลักดันหรือพัฒนาอาสาสมัคร เพื่อเป็นเวทีเพื่อให้เขาฝึกฝีมือในแบบของการจัดนิทรรศการ เช่นการเป็นภัณฑารักษ์ หรือ Exhibition desige หรือ Project Manager ของงานนิทรรศการ, งานศิลปะ, งานเทศกาล เป็นต้น เสน่ห์ของละครคือเมื่อมีการแสดงเกิดขึ้น มีผู้ชม ก็เกิดการรับส่งสารกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งใหม่ แต่เสน่ห์ของงานนิทรรศการมันจะนิ่งกว่านั้น จะเงียบกว่านั้น เพราะงานนิทรรศการมันเป็นการสื่อสารทางเดียว คือเรียกร้องการเดินเข้าไปชม แล้วก็ตีความผ่านสัญลักษณ์ที่ศิลปินแสดงออกมา ความลึกซึ้งหรือความประทับใจมันจะมีความต่างกัน มากน้อยตามแต่ผลงาน ที่ผ่านมาเราขาดคนที่จะมาทำงานจัดการศิลปะแบบจริงๆจังๆ แต่พอมีภาครัฐเข้ามาสนับสนุน มันทำให้คนทำงานมั่นใจขึ้น มีแนวโน้มที่จะหาสปอนเซอร์ได้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอาจจะให้สปอนเซอร์เป็นทุนพื้นฐานในการดำเนินการขั้นต้น อีกก้อนหนึ่งไปหาจากที่อื่นมาปะอีกนิดหน่อย ที่เหลือขายบัตร เพราะฉะนั้นศิลปินก็จะพอมีชีวิตอยู่ได้บ้าง ศิลปะก็จะค่อยๆก้าวหน้าไป ผมมองว่าผู้บริหารจัดการวัฒนธรรมในแง่ของการทำงานนิทรรศการมี 2 คน คือ Curator กับ Director หัวใจของมันคือการอยู่ตรงกลางระหว่างศิลปินกับสิ่งที่ศิลปินอยากได้ คือเป็นตัวเชื่อมนั่นเอง ผมถือว่า Curator เป็นศิลปินคนหนึ่ง ถ้าเขาไม่คิด Concept ไม่สร้างสรรค์มาก่อน ศิลปินคือผู้ประกอบเรื่อง ให้ตรงตาม Concept แต่ในส่วนของผู้อำนวยการนั้น ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ทำสิ่งที่คิดไว้ให้เป็นจริง ต้องมีศิลปะในการบริหารจัดการ ให้ได้สิ่งที่ศิลปินต้องการ บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ คิดว่าศิลปินทุกคนควรมีระบบการบริหารจัดการอยู่ในตัวเองบ้าง เมื่อถึงเวลาจะได้สามารถจัดการในแบบที่ตัวเองอยากทำได้ ต้องรู้จักการทำงานร่วมกับ Director หรือ Curator บอกได้ว่าคุณมีความคิดอะไร เราก็จะบอกว่ามันควรจะเป็นอย่างนี้ไหม อย่างนั้นไหม คุยกันจนจบแล้วเราต่างคนก็ต่างทำหน้าที่แยกกัน คุณก็ทำงานของคุณไป เราก็ไปทำงานในส่วนของเรา มองภาพร่วมของวัฒนธรรมซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต้องทำให้มันเคลื่อนที่ไปอย่างมั่นคง แล้วก็ไปพร้อมกันทั้งระบบ การบริหารจัดการวัฒนธรรมในบ้านเรามันยากตรงที่เมื่อคิดออกมาแล้วจะทำให้มันเป็นจริงได้ค่อนข้างยาก การขับเคลื่อนมันค่อนข้างยาก เพราะว่าตัวงานด้านวัฒนธรรมมันไม่ได้ตอบโจทย์ของภาพรวมด้านธุรกิจของสังคม เมื่อไปเจอกับใครมันก็ต้องอธิบายเยอะ แล้วชีวิตของคนไทยกับวัฒนธรรมมันถูกเบียดบังด้วยกิจกรรมอย่างอื่นหมด อิทธิพลของโฆษณามีผลอย่างมาก เสาร์-อาทิตย์นี้มีเอ็กซ์โปที่นั่นที่นี่ มีลดราคาที่ห้างนั้นห้างนี้ คนก็แห่กันไป มันทำให้ลืมงานในส่วนของศิลปวัฒนธรรม คือคนมันถูกแย่งไปทางอื่นกันเสียหมด ผมก็เคยคิดกันเล่นๆว่าถ้าเรายกงานนิทรรศการเข้าไปอยู่ในที่เหล่านี้ เช่นเอางานนิทรรศการไปตั้งไว้ที่ Home Pro มันจะเป็นอย่างไร ผมว่ามันก็อาจจะออกมาสนุกดีนะ” อภิศักดิ์ ทิ้งท้ายอย่างน่าสนใ...
Read moreร้อยเอก นายแพทย์ ยงยุทธ มัยลาภ
May 17, 2013กระบอกเสียงรัฐบาล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังหมอกควันแห่งความอึมครึมทางการเมืองผ่านพ้นไป คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้สรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่และจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาและบริหารประเทศในระยะเวลาหนึ่งปีโดยประมาณ ท่ามกลางกระแสทั้งเห็นด้วยและคัดค้านวิถีการเมืองเช่นนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะช่วยประสานความเข้าใจของคนในชาติซึ่งเกือบถูกแบ่งฝักฝ่ายจากผลของการเมืองก็คือการทำความเข้าใจ ถ่ายทอดความคืบหน้าในภารกิจของรัฐบาลต่อประชาชน หัวหน้าทีมงานประชาสัมพันธ์เสียงใสของ ‘รัฐบาลขิงแก่’ แต่ไม่แก่ดั่งสมาชิกคณะรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่คุ้นหน้าและมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง จากคุณหมอในเสื้อกาวน์ มาสู่เครื่องแบบนายทหาร ก่อนจะสลัดมาใส่สูทสากลนิยมหน้าจอโทรทัศน์ และล่าสุดร้อยเอก นายแพทย์ ยงยุทธ มัยลาภ ได้รับมอบหมายหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เส้นทางชีวิตที่กำหนดเองเปลี่ยนไปอย่างมาก ตั้งแต่รับภารกิจผู้ช่วยโฆษก คปค. ในการทำความเข้าใจประกาศฉบับต่างๆ ต่อสื่อมวลชนต่างชาติ ‘คุณหมอยงยุทธ’ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในคณะ “โปรดฟังอีกครั้ง!” ที่ทุกคนซึ่งได้ยินต้องหยุดวิจารณ์และฟังอีกครั้ง ไฮคลาส : เส้นทางชีวิตก่อนที่จะได้รับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผมเรียนจบชั้นมศ.3 จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียลตอนอายุ 16 แล้วผมก็ไปอังกฤษเพราะคุณพ่ออยากให้ไปเรียนและรู้จักชีวิตของชาวอังกฤษ และความตั้งใจของผมก็อยากที่จะเป็นแพทย์ตั้งแต่แรกนะครับ จึงไปอยู่โรงเรียนประจำ 3 ปี ที่ Eastbourne College ทางตอนใต้ของเกาะอังกฤษ อากาศก็ค่อนข้างเย็น เป็นเมืองสำหรับที่พักคนชรา แต่ก็มีโรงเรียนอยู่กลางเมือง บรรยากาศดี หลังจากนั้นผมก็เข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยในลอนดอนชื่อ London Hospital Medical College เรียนอยู่ 5 ปี หลังจากนั้นทำงานเป็นแพทย์อยู่อีก 3-4 ปีก็กลับมาเมืองไทย รวมระยะเวลาที่อยู่ที่นั่น 14 ปี รู้สึกเองว่าผมไปตอนอายุเยอะแล้ว ภาษาอังกฤษมันจะดีก็ไม่เชิง จะไม่ดีก็ไม่ใช่ เพื่อนผมที่ไปก่อนหน้านั้นคือไปตอนอายุ 13 ปี ภาษาอังกฤษเขาดีมาก แต่ภาษาไทยจะหย่อนกว่า ไฮคลาส : มีความตั้งใจที่จะเรียนทางด้านแพทย์ ครับ มีความคิดอยากจะเป็นแพทย์ ใช้ความสามารถช่วยเหลือคนอื่น ตอนผมอยู่เซนต์คาเบรียล ผมทำชมรมสังคมสงเคราะห์ ก็ไปสลัม ไปสอนหนังสือให้เด็กในชุมชนแออัดเวลาหยุดเรียน จึงมีความรู้สึกว่าเราน่าจะพอเรียนแพทย์ได้ จะได้เอาความรู้แพทย์ไปใช้ในด้านสังคมสงเคราะห์ ก็เลยตั้งธงไว้ตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อผมจบทางแพทย์ทั่วไป ผมจะเน้นไปทางด้านอายุรกรรม ส่วนทางเรื่องของเขตร้อน อยากมีความรู้เพิ่มเติมก่อนมาทำงานในเมืองไทย เผอิญในลอนดอนมีสถาบันที่ทำเกี่ยวกับเรื่องของโรคเขตร้อนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาก ซึ่งก็ไม่ใช่ได้แต่ความรู้เรื่องเขตร้อนในเมืองไทย แต่ได้ทั้งพื้นที่แอฟริกาและพื้นที่เขตร้อนอื่นๆ อย่างอเมริกาใต้ด้วย ผสมผสานกัน และก็ได้เพื่อนเยอะด้วย เพื่อนจากหลายๆ ประเทศก็มาเรียนกันที่ลอนดอน กลับมารับราชการที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตอนแรกยังรอเวลาสอบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ช่วงนั้นมีเวลาเยอะหน่อย เพราะผมยังรักษาใครไม่ได้ ได้แต่สอนนักเรียนแพทย์ ได้ฟังวิทยุประเทศไทยภาคภาษาอังกฤษตอนขับรถมาทำงาน ก็เลยสนใจอยากไปลองสมัครดู ตอนนั้นไม่ได้รู้จักใครก็ขับรถเข้าไปที่วิทยุประเทศไทย ก็พบพี่บุปผา แหลมหลวง คุณแม่ของคุณหัทยา เกตสังข์ เป็นหัวหน้าแผนกกระจายเสียงต่างประเทศ ท่านคงงงว่ามาได้ยังไง มาขอสมัครและขอบันทึกเทปไว้ หลังจากพิจารณาแล้วก็เรียกผมไปเริ่มงาน ไฮคลาส : เรียกได้ว่าเริ่มต้นงานสื่อสารมวลชนพร้อมกับการเป็นอาจารย์แพทย์ ใกล้ๆ กันเลย และในวันที่ 26 ธันวาคม 2532 ตอน 8 โมงเช้าเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสออกอากาศหลังจากซ้อมมาสักพัก ได้ออกอากาศทาง Short wave ของวิทยุประเทศไทย ซึ่งเป็นนาทีเดียวกันกับที่คุณพ่อผมเสียพอดีเป๊ะเลย คุณพ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ท่านก็จากไปจังหวะพอดี ไม่มีโอกาสทราบว่านอกจากเป็นแพทย์แล้วผมได้มีโอกาสมาทำทางด้านสื่อด้วย ไฮคลาส : มีปัจจัยใดเป็นแรงผลักดันให้คุณมาทำงานด้านสื่อมวลชน ช่วงแรกเป็นเรื่องของความสนุกและความแปลกใหม่ ผมเป็นคนที่อยากทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ชอบศึกษาเรียนรู้และพัฒนา เรื่องของสื่อเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมตอนนั้นมาก และมีความคิดว่าเราสามารถใช้เสียงของเรา ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษและความรู้ทางด้านการแพทย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ หลังจากนั้นทางกันตนาให้ผมไปเล่นละครทางด้านสุขภาพออกอากาศทางช่อง 7 เป็นละครสั้นๆ เรื่อง “บ้านนี้ไม่มีปัญหา” ได้เล่นละครสนุกดีและเป็นคนทำพลอตเรื่อง เขาก็นำไปทำเป็นสคริปต์ เราเล่นเป็นตัวหมอในเรื่อง และก็มีพ่อแม่ลูกในครอบครัวที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มีคนดูเยอะอยู่เพราะเป็นช่วงไพรม์ไทม์ ต่อมามีคนชวนไปสมัครที่ช่อง 9 เปิดข่าวภาคภาษาอังกฤษเป็นที่แรกในประเทศไทย ชื่อ Good morning Thailand คัดเลือกจาก 200 คนเหลือ 4 คน คือ ผม, คุณฮาร์ท (สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล), ครูเคท (เนตรปรียา ชุมไชโย) และคุณมอลลี่ (จินดา จางเบญจรงค์) ช่วงนั้นก็ไปทำเกือบทุกวัน โดย(สำนักข่าว)เนชั่นทำสคริปต์ จากตรงนั้นก็ไปติดต่อทางช่อง 5 ว่าอยากจะทำรายการทางด้านสุขภาพ เพราะเป็นพิธีกรให้กับรายการอื่นมาหลายรายการ อยากจะทำรายการเพื่อนำเสนอมุมมองของหมอเองเกี่ยวกับสุขภาพไปสู่ประชาชน ตอนนั้นท่านผอ.ก็ถามไถ่ว่าทำอะไรอยู่ ก็เลยดึงผมมาช่วยทางช่อง เป็นช่วงเวลาที่อาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล กำลังจะออกจากช่อง 5 ไป และตอนนั้นช่อง 5 เป็นผู้ผลิตข่าวเอง ผมจึงสมัคร ผมอยู่ที่ช่อง 5 ในฐานะผู้ประกาศข่าวภาคภาษาไทย มาตั้งแต่มกราคมปี 2536 จนกระทั่งช่วง 4-5 ปีหลังก็แปลงสภาพตัวเองมาเป็นผู้วิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ สืบเนื่องมาจากท่านพลเอกสุรยุทธ์นี่ละครับ ท่านอยากจะให้ช่อง 5 มีการนำเสนอเกี่ยวกับต่างประเทศไปสู่ประชาชนโดยเฉพาะอาเซียน โดยมีผมเป็นผู้ดำเนินรายการ ผมก็ต้องศึกษาด้านนี้ค่อนข้างมาก เพราะไม่เคยทำมาก่อนและตั้งอกตั้งใจมาก ทำมา 4-5 ปี ไฮคลาส : ในระหว่างที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชน จัดการกับภารกิจของการเป็นอาจารย์แพทย์อย่างไร ตอนผมมาอยู่ที่ช่อง 5 ผมลาออกจากแพทย์พระมงกุฎฯ ที่ทำมาได้ 4 ปี คิดว่างานกับราชการคงพอแค่นั้นก่อน ผมคิดว่าอยากจะทำงานทางการแพทย์ในลักษณะเชิงเอกชน จะได้มาทำงานในแง่ของสื่อมากขึ้น และผมก็ทำเป็นบริษัทเล็กๆ ของผมผลิตรายการโทรทัศน์ (บริษัท ดี.เอ็ม. อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด) ทำมาตั้ง 14 ปีก็แทบจะไม่มีกำไร ทุกคนก็อยู่กันอย่างพอเพียง ไฮคลาส : ไม่รู้สึกเสียดายสิ่งที่คุณทุ่มเทเรียนมาทางด้านการแพทย์บ้างหรือ ไม่หรอกครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มาจากสิ่งที่เราเรียนรู้มา โดยเฉพาะตอนที่ผลิตรายการ ในการเรียนแพทย์มีเรื่องของสาธารณสุขชุมชน ตรงนี้นำมาใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้มองภาพปัญหาต่างๆ ในลักษณะสื่อไปถึงสาธารณชนซึ่งมันแตกต่างจากการสื่อคนต่อคน ต่อคนไข้เป็นรายๆ ในขณะเดียวกันผมก็ยังเป็นแพทย์รักษาคนไข้เป็นรายบุคคลไปด้วยนะครับ จนกระทั่งถึงช่วงที่มาวิเคราะห์ต่างประเทศทางช่อง 5 ทุกวัน ตรงนั้นจะไม่ค่อยมีเวลาแล้ว ไฮคลาส : ได้มีโอกาสรู้จักพลเอกสุรยุทธ์ตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ. ทำให้มีโอกาสได้มาทำงานตรงนี้ ผมรู้จักท่านในฐานะ ผบ.ทบ. ซึ่งมอบหมายภารกิจให้กับทางช่อง 5 แต่โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักและไม่เคยทำงานโดยตรงกับท่านมาก่อน แต่คิดว่างานตรงนั้นที่ท่านมอบหมายทำให้สามารถมองภาพของทั้งโลกและสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ได้มาก เพราะมีความรู้มากขึ้นเยอะ อันนั้นเป็นสิ่งที่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณกับท่านมากที่เป็นผู้ริเริ่ม ตอนที่หยุดนั้นออกอากาศไปกว่า 1,400 ตอน นั่นคืองานที่หนักและเหนื่อย เพราะต้องอ่านเองทั้งหมด ผมไม่ได้มีความรู้ด้านการต่างประเทศเท่าไหร่ จนกระทั่งตอนนี้ก็เพียงพอพูดคุยได้ ไฮคลาส : แรงเสียดทานในช่วงแรกเพราะเคยอยู่ข้างไทยรักไทยยังคงมีอยู่ไหม สมัยนั้นตอนที่ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ มอบหมายให้ผมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งตอนนั้นท่านกำลังเตรียมการที่จะลงชิงชัยในตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งมีที่ปรึกษาที่เป็นคณาจารย์หลายๆ ท่าน ผมก็ไปเป็นที่ปรึกษาในแง่ของการประชาสัมพันธ์ เป็นการช่วยเหลือผ่านทางท่านสุรเกียรติเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ส่วนอื่นก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางการเมือง จะว่ายุ่งกับพรรคก็คงไม่ได้ยุ่ง เพราะเราเป็นผู้ที่ไม่ได้ แอคทีฟทางด้านการเมือง ไฮคลาส : งานโฆษกหนักกว่า หรือว่าเครียดกว่า ที่ผ่านมาผมเป็นหมอ ตอนทำงานอยู่ที่อังกฤษจะต้องเข้าเวรบ่อยวันเว้นวัน จะมีการเข้าเวรวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ยาวติดกัน 60 กว่าชั่วโมงไม่ได้พัก ทำให้เรารู้ว่าการทำงานหนักๆ ต่อเนื่องมันเป็นยังไง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะคล้ายๆ กัน ช่วงหลังๆ ก่อนจะมาทำงานโฆษกนอนแค่ 3-4 ชั่วโมง กว่าจะเข้านอนก็ตี 2 ตื่น 6 โมงเช้า มีความคุ้นกับสิ่งนี้ ไม่ได้มีการปรับตัวอะไรมากมาย เพียงแต่ว่ามันเป็นงานที่มีความเครียดสูง ผมไม่ได้จะไปเป็นนักการเมืองที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ บางครั้งสิ่งที่เราทำก็ไม่ได้หวือหวา เราไม่ได้จะสานต่ออำนาจ พอจบงานนี้ผมก็จะกลับไปเป็นอย่างเดิม ไม่ได้กะจะไปทำอย่างอื่น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวสิ่งที่ติดลบไปมันจะบวกกลับมาใหม่ อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยไม่เป็นไร แทนที่ผมจะต้องไปนั่งชี้แจงหรือไปนั่งตอบโต้ ผมจะต้องทำหน้าที่ให้กับรัฐบาล ไม่ใช่ทำหน้าที่ให้กับตัวผมเอง ตัวผมเองไม่ได้สำคัญเท่ากับรัฐบาล บางเรื่องผมไม่อยากจะดึงมาให้เป็นเรื่องของตัวเอง แต่ถ้าเกิดเป็นเรื่องของรัฐบาลก็อีกเรื่องหนึ่ง ไฮคลาส : ภารกิจของโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีกว้างและครอบคลุมแค่ไหน ผมว่าหน้าที่หลักของเราคือชี้แจงสิ่งซึ่งเราต้องการความร่วมมือจากประชาชนและสิ่งซึ่งประชาชนต้องรู้ ต้องทราบเพื่อความโปร่งใสของทุกฝ่าย อีกหน้าที่หนึ่งคือการประสานงาน โฆษกไม่ได้มีอำนาจ หรืองบประมาณในมือสักบาทที่จะสามารถไปทำอะไรได้ เพราะฉะนั้นเราต้องขอความร่วมมือและช่วยประสานกับหน่วยงานต่างๆ คือโฆษกกระทรวงซึ่งเขามีบทบาทอยู่ เราก็ต้องไปประสาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพยายามทำอยู่ในขณะนี้คือประสานสิบทิศนะครับ ไฮคลาส : เนื่องจากรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากมีการถามว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของใคร ในฐานะโฆษกจะตอบอย่างไร เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลที่ทำหน้าที่เพื่อประชาชน โดยยึดหลักที่ท่านนายกรัฐมนตรีย้ำมาตลอดคือความโปร่งใส และความเป็นธรรม เน้นในเรื่องของความประหยัดและกรอบกฎหมาย ส่วนเรื่องของความมั่นคงเป็นเรื่องของคมช. อันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีพูดมาโดยตลอดว่าคมช.ต้องให้คำแนะนำกับรัฐบาลในเรื่องของความมั่นคง จึงไม่มีรองนายกฯ ที่ดูแลเรื่องความมั่นคง แต่สุดท้ายการตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นคำแนะนำเรื่องความมั่นคงจากคมช.ต้องมาที่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลตัดสินใจทั้งหมด อย่างเช่นเรื่องของการยกเลิกกฎอัยการศึกก็ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้การเห็นชอบ ไฮคลาส : จากภารกิจก่อนหน้านี้ของคมช.ที่ได้รับมอบหมายจนถึงในขณะนี้ สิ่งที่ทำให้คุณได้รับความไว้วางใจให้ทำภารกิจนี้คืออะไร จากการวิเคราะห์ของตนเอง ผมไม่กล้าวิเคราะห์ตรงนั้น ผบ.ทบ.เรียกผมไปช่วยเรื่องการให้ข่าวภาษาอังกฤษของคมช. ก็เป็นเรื่องทักษะของเราในด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ใช่เพียงเราคนเดียว ยังมีในส่วนของน้องๆ ที่ช่วยทำเรื่องของสคริปต์ การใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษให้เหมาะสมก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆ ตรงนั้นผมก็ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อออกไป ไฮคลาส : พอจะบอกได้ไหมว่า ณ เวลานั้นผบ.ทบ.ใช้คำพูดอย่างไรถึงเรียกคุณไปให้ความช่วยเหลือได้ ท่านก็เรียกไป (หัวเราะ) ท่านเป็น ผบ.ทบ. ท่านให้ความไว้วางใจเรียกเราไปใช้ เราก็ไป และผมไปในลักษณะของผู้สื่อภาษาอังกฤษเท่านั้นเอง บทบาทของผมดูเหมือนจะจบลงเมื่อวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับโปรดเกล้าฯ ในวันที่ 1 ตุลาคม แต่พอตอนเช้าของวันที่ 2 ก็มีท่านเลขานายกรัฐมนตรีโทรมาให้ผมเข้ามาพบท่านนายกฯ ท่านมอบหมายความไว้วางใจให้ผมเป็นโฆษก คิดว่ามันคงไม่ได้เกี่ยวพันอะไรระหว่าง 2 องค์กรนี้เลย ไฮคลาส : งานนี้ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บ ทั้งทรมาน แล้วรางวัลของมันคืออะไร ผมว่าสิ่งสำคัญคือ เราทำเพื่อประเทศชาติในยามที่มีความจำเป็น มันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เป็นภาวะที่ไม่ปกติ เพราะฉะนั้นเราเข้ามาทำตรงนี้ด้วยผู้ใหญ่เห็นว่าเราเหมาะ เราก็ต้องทำให้เต็มที่ แต่โดยส่วนตัวจริงๆ ผมอยากให้มันจบเร็วๆ เพราะความเครียดมันสูงมาก และการต้องเป็นคนประสานกับคนเยอะๆ เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย ต่างคนต่างก็มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ก็มีสื่อมวลชนที่เป็นเพื่อนหลายคนคอยแนะนำ คอยตักเตือน อันนี้เป็นพระคุณมาก เป็น Life saving ผมหลายเรื่อง แต่บางคนอาจจะออกแนวแรงๆ หน่อย คือผมไม่ได้เป็นนักการเมืองที่มีภูมิคุ้มกันอะไรเลย เพราะฉะนั้นบางทีมันก็เจ็บ บางทีท้อใจ แต่ก็ยังเดินหน้าต่อไปในขณะนี้ ไฮคลาส : ชีวิตที่ผ่านมา 48 ปีได้เรียนรู้อะไรบ้าง อย่างหนึ่งก็คือเราไม่ควรจะดูถูกคน ทุกๆ คนสามารถพัฒนาตัวเองได้ในสิ่งที่อาจจะยังไม่เคยทำมาก่อน แล้วเราจะพบว่าคนที่บางทีไม่น่าจะทำอะไรได้แต่เขาทำได้ก็มี ผมมีลูกน้องเยอะ ส่วนใหญ่ผมก็จะให้เกียรติทุกคน ถึงแม้เขาอาจจะไม่ได้เรียนจบมาทางด้านนี้ แต่ว่าคนเราก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองจากสิ่งที่สั่งสมมา อันนั้นคือสิ่งที่สำคัญ ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนอยู่โรงเรียนประจำมีพ่อบ้านเรียกว่าเป็น House master ตอนนั้นเครียดเพราะถูกแกล้งเยอะ แต่ตอนนั้นเขาก็พูดไว้ดี เขาบอกว่า “ตราบใดที่ทำดีที่สุดแล้วก็จะมีคนกลุ่มใหญ่มองเห็นว่าเราทำดีที่สุด ถึงแม้จะมีอีกกลุ่มที่อาจจะมองไม่เห็นก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าเราทำเท่าที่เราจะทำได้” ไฮคลาส : ในฐานะประชาชน มองว่ารัฐบาลต่อไปจะเป็นอย่างไร ผมว่าเราคงคาดเดาไม่ได้ เพราะว่าอันดับที่หนึ่งเราต้องมองช่วงเวลาจากนี้ไปจนถึงการเลือกตั้งอีกประมาณ 9 เดือน ต้องดูถึงการร่วมมือกันในการร่างรัฐธรรมนูญ การแสดงความคิดเห็นของประชาชน ความมีส่วนร่วมของประชาชนทุกระดับ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นด้วยว่าเข้ามามีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นถ้าให้พูด ณ ตอนนี้คงพูดไม่ได้หรอกครับ ไฮคลาส : เพราะเป็นโฆษก อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง เพราะผมคิดว่าถ้าผมจะไปแสดงความคิดเห็นตรงนั้นคงไม่ดี แต่ผมคิดว่าให้ประชาชนทั่วไปดูความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนจากนี้ไปจนเป็นรัฐธรรมนูญออกมาดีกว่า เราถึงจะสามารถบอกได้ว่าการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ไฮคลาส : รัฐธรรมนูญจะมีหมดอายุอีกหรือเปล่า ผมคิดว่าถ้าเผื่อรัฐธรรมนูญที่ร่างออกมามีความเหมาะสมและแก้ไขปัญหาในจุดบกพร่องที่มีมาก็ไม่น่าจะมีปัญหา ไฮคลาส : จากคนในเสื้อกาวน์ สู่คนในเครื่องแบบ และมาเป็นคนในชุดสูทสากลทั่วไป ช่วงชีวิตไหนที่คิดว่ามีความสุขที่สุด หรือว่ามีความสุขทุกขณะ ไม่มีหรอกครับ ทุกอันมันมีปัญหา มีทั้งความสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป บางจังหวะอาจจะมากหน่อย เช่น เวลาที่เศรษฐกิจมันมีปัญหา ในชุดไหนคงไม่เกี่ยว อย่างขณะที่ผมเป็นอยู่นี้ก็จะมีปัญหาไม่สบายใจในบางเรื่อง เวลาที่เป็นหมอก็จะมีความไม่สบายใจในบางเรื่อง เช่น การที่เราต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและให้ความสำคัญ เมื่อเขามีอาการทรุดลงในช่วงกลางค่ำกลางคืนเราก็ต้องรีบไปดู เป็นความตึงในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ไฮคลาส : ตอนนี้คล้ายๆ กับการดูแลผู้ป่วย อย่าเรียกเป็นผู้ป่วยเลย เราต้องให้ความสนใจเต็มที่กับงานที่เราทำ ไฮคลาส : ทุกวันนี้พักผ่อนและดูแลคนรอบข้างอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ก็จะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ไปถ่ายรายการบ้าง ไปพักจริงๆ บ้าง ต่างประเทศนั่นแหละครับที่จะได้พักจริงๆ เพราะว่าอยู่ในประเทศไทยโทรศัพท์ดังตลอด เดี๋ยวมีเรื่องนู้นเรื่องนี้ ก่อนหน้าจะรับตำแหน่งนี้ด้วยซ้ำ อาจมีบ้างที่เป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็จะไปหาลูกๆ ไปกินข้าว ไปดูหนัง ไฮคลาส : ลูกๆ มีวี่แววดำเนินรอยตามคุณพ่อบ้างไหม ลูกสาวก็จะไปในทางบริหารงาน ส่วนลูกชายทางวิศวะ คนโตอยู่จุฬาฯ คนที่สองอยู่ธรรมศาสตร์ ไฮคลาส : วางแผนอนาคตของตัวเองอย่างไรหลังจากหมดตำแหน่งนี้ ไม่ได้วางแผนไว้เลย ที่อยากจะทำก็คือพอจบจากงานนี้ อยากจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิมสบายๆ กำลังคิดอยู่คร่าวๆ ว่าจะไปดูวิชาชีพแพทย์ ว่าเราจะไปศึกษาต่อหรืออย่างไร ส่วนเรื่องสื่อต้องดูสถานีว่าเขายังอยากให้เราทำต่อหรือไม่ บริษัทที่ยังอยู่ก็เป็นญาติๆ ที่เขาเข้าไปดูแล ผมไม่ได้เข้าไปวุ่นวายสักเท่าไหร่ พอจบงานนี้อาจจะใช้อานิสงส์นี้ไม่กลับไปยุ่งแล้ว (หัวเราะ) คือไม่ไหวครับ ลำดับที่หนึ่งคือจบจากงานนี้ผมอยากจะพักก่อน และก็คิดว่าจะดูลู่ทางเน้นไปทางด้านวิชาการ จะกลับไปทางด้านการแพทย์อีกครั้งหนึ่ง ไฮคลาส : ได้มีโอกาสทำงานกับนายกฯ ถึง 2 คนมาแล้ว มีความรู้สึกอย่างไรที่ได้ทำงานกับคนเหล่านี้ ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ทั้งท่านนายกฯ ชวน ท่านนายกฯ ชวลิต ท่านอานันท์ผมก็เคยเป็นพิธีกรให้ แต่ละท่านก็จะมีลักษณะการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองตามที่เราได้เห็น แต่สำหรับท่านนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบันที่เราคลุกคลีใกล้ชิดมาก ท่านเป็นคนสมถะ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่านับถือ และท่านก็เอ็นดูเรามาก ผมว่ามีหลายอย่างที่เราเรียนรู้จากท่านได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พบในแต่ละวัน เพราะมีหลายประเด็นซึ่งผมหารือกับท่านว่าประเด็นนี้เราจะชี้แจงออกไปอย่างไร หรือมีอะไรที่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นบทเรียนมากเลยว่าการใช้วิธีตรงไปตรงมาแก้ปัญหาได้เยอะ บางครั้งเราก็เป็นกังวลอยู่เหมือนกันว่า เรื่องมันออกมาเป็นอย่างนี้เราจะชี้แจงในแง่มุมไหน เราก็แค่ชี้แจงไปตามความเป็นจริงตามที่ท่านบอก มีอะไรก็บอกเขาไป ไฮคลาส : การได้อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลยิ่งใหญ่เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สามารถช่วยคนหมู่มากได้ยิ่งกว่านี้บ้างหรือไม่ ไม่หรอกครับ ผมคิดว่าความสามารถของผมก็คือทำทางด้านสื่อมวลชน เราก็เอาหลักการปรัชญาของแต่ละท่านมาปรับใช้กับงานที่เรามีอยู่แล้วก็คืองานทางด้านสื่อ งานทางด้านการแพทย์ ผมคิดว่าให้ผมไปเป็นผู้บริหารประเทศคงไม่เหมาะกับตัวผม ไฮคลาส : คุณเติบโตมาในครอบครัวแบบไหน คุณพ่อผมเสียไป 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2532 เป็นครอบครัวข้าราชการทหาร ตอนที่ท่านเกษียณเป็นเสนาธิการทหารบก คุณแม่เป็นแม่บ้าน คุณพ่อเป็นทหารอาชีพ ตรงไปตรงมา ผมก็เรียนรู้เรื่องของการตรงไปตรงมา ความซื่อสัตย์ โปร่งใสจากท่าน ไฮคลาส : ความแตกต่างของทหารอาชีพกับทหารไม่อาชีพ (หัวเราะ) ทหารอาชีพผมคิดว่าเป็นทหารที่เน้นเรื่องการทำงานด้านการทหารโดยยึดสถาบันทั้ง 3 เป็นหลัก ทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ บำบัดทุกข์เวลามีภัยเกิดขึ้นกับประชาชน เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา ผมว่าทหารอาชีพเขามีอุดมการณ์ยึดมั่นอยู่กับสิ่งที่เป็นวินัยของทหารมาตลอด ส่วนทหารไม่อาชีพก็คือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ทหารอาชีพ (หัวเราะ) ไฮคลาส : การปฏิรูปฯ ถือว่าเป็นทหารอาชีพไหม การเข้ามาปฏิรูปฯ ผมถือว่าเป็นการเข้ามาแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองในสภาวะที่เป็นทางตันและหาทางออกไม่ได้ โดยทหารที่เข้ามาก็มีเจตนาเพื่อชาติบ้านเมืองและมาทำในสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนนะ เสียงคัดค้านมีน้อย และหลังจากเข้ามาทำการแทรกแซงทางการเมืองและปฏิรูป ประชาชนก็ให้การสนับสนุนในสิ่งต่างๆ ที่คปค.ดำเนินการ ไม่ได้มีการเสียเลือดเสียเนื้อ และสังเกตได้ว่าทั้งหมดเป็นการเจรจาพูดคุย ซึ่งต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ไปในแนวทางสันติวิธี พูดคุยปรับความเข้าใจกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเป็นการเข้ามาดำเนินการโดยทหารด้วยเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ผมคิดว่าเขาก็ทำในบทบาทของเขาคือในฐานะทหา...
Read moreวิวัฒน์ รุ่งวัฒนภักดิ์
May 18, 2013Relax while cooking สาวๆมักบอกว่าช่วงเวลาที่บอกตัวตนของผู้ชายนั้นส่วนหนึ่งก็คือการเข้าครัวจับตะหลิว หั่นผัก ทำกับข้าว เขาจะสำแดงเสน่ห์ความละเอียดอ่อนที่อยู่เบื้องหลังความแข็งแกร่งที่ฉาบทาอยู่ภายนอก แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปการที่ผู้ชายหรือแม้แต่ผู้หญิงวัยทำงานจะเข้าครัวปรุงอาหารมื้อใหญ่สักมื้อต้อนรับวันทำงานอันแสนวุ่นวายนั้นเป็นเรื่องยาก หรือแม้แต่ในวันหยุดสุดสัปดาห์การได้พักผ่อนกับกิจกรรมต่างๆ น่าจะตอบสนองความเหน็ดเหนื่อยที่สั่งสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ลงไปได้ จึงไม่น่าแปลกที่ตามภัตตาคาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ฝากความหวังให้ที่เหล่านั้นเป็นที่พึ่งยามท้องหิวในวันหยุด “รุ่นผมตอนเด็กๆ ส่วนใหญ่ต้องหัดทำกับข้าว จนช่วงอายุ 20-30 ชีวิตจะไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำครัว แต่ผมบอกได้เลยว่าต่อไปในอนาคตการทำครัวจะมีมากขึ้น และเนื่องจากคนรุ่นใหม่ทำครัวไม่ค่อยเป็นแต่ว่าจะต้องมีชีวิตอยู่บ้านเพื่อทำครัว เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูปที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ไปเพิ่มความสามารถอีกนิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้คุณปรุงด้วยตัวเอง สดในลักษณะที่ปรุงเสร็จใหม่ เดี๋ยวนี้จะทำสุกี้แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตมาแต่เนื้อเขาสไลด์ให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องรู้ว่าหั่นเนื้ออย่างไรไม่ให้เหนียว แค่จัดใส่จาน ลงหม้อ น้ำจิ้มก็มีให้พร้อมเป็นความสุขที่สามารถนำมาใช้กับชีวิตสมัยใหม่และเพิ่มชีวิตครอบครัวที่ดีขึ้นหลังจากทำงาน” วิวัฒน์ รุ่งวัฒนภักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอคเมนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ชายผู้ที่มิได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องครัวนำเข้าเพียงอย่างเดียวหากแต่เป็นพ่อครัวเจ้าประจำของสมาชิกในบ้าน จากวิถีชีวิตในวัยเด็กที่ต้องดูแลตัวเองและคนรอบข้างฝีมือในการปรุงอาหารและการเรียนรู้ที่สั่งสมมานั้นจึงติดตัวมาเป็นเสน่ห์ปลายจวักเป็นที่พึ่งให้กับทุกคนในบ้านได้ลาภปากกันอยู่ร่ำไป “ความสุขของคนทำอาหารคืออยากให้คนอื่นกินมากกว่าตัวเองอยากจะกิน ฉะนั้นสังเกตดูดีๆ คนทำอาหารเหนื่อยแทบตายแต่ตัวเองไม่ได้กินไม่เป็นไรหรอก ถ้าคนแย่งกันกินเมื่อไหร่นั่นแหละจะมีความสุข” “ผมถนัดอาหารตะวันออกแต่หนักไปทางจีนมากกว่า เพราะถ้าอาหารไทยจะเป็นฝีมือแม่บ้าน โดยเมนูที่ชอบทำที่สุดก็คือเนื้อผัดน้ำมันหอยทำอย่างไรให้เนื้อกินแล้วนุ่มอร่อยมันไม่ใช่เรื่องยาก เลือกเนื้อสันมาสไลด์ เหยาะซีอิ๊วเพื่อไม่ให้เหม็นคาว จะให้นุ่มก็ใส่เบ็กกิ้งโซดาลงไปหมักเล็กน้อยก็ใช้ได้ และถ้าจะเพิ่มฝีมือก็เพิ่มแป้งสักนิด เหล้าจีนสักหน่อย ซึ่งจริงๆ พวกนี้ไม่ต้องใส่ก็ได้ขอแค่สองอย่างแรกก็พอ และคนทำอาการมักจะชอบจ่ายตลาดเป็นความสุขที่ครบสูตร เหมือนคนชอบแต่งรถก็ใช่ว่าจะไปซื้อรถแต่งแต่จะค่อยๆ แก้นู่นเปลี่ยนนี่ไปเรื่อย” “การทานอาหารมันก็เป็นศิลปะนะครับ การทำเนื้อให้กินได้ต้องทำให้สุกถ้าอยากให้อร่อยก็เพิ่มเครื่องปรุง เหมือนการเขียนรูปแต่การทำอาหารก็มีทริคในการตัดเนื้อตามขวางเพื่อไม่ให้เหนียว การเหยาะซีอิ๊วเพื่อลดกลิ่นคาว นี่คือพื้นฐานเพราะความหวานของเนื้อมีอยู่แล้วโดยความเค็มก็ไปดึงความหวานออกมาอีก โดยจะเพิ่มมากกว่านั้นก็ตามแต่ผู้ปรุง แค่เข้าใจพื้นฐานของการปรุงก็ทำให้คนทานชื่นชอบจากความใส่ใจการปรุง” “การทำอาหารก็เหมือนกับการจะไปเที่ยววัยหยุดที่ไหนสวยที่ไหนสนุกมันไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณจะไปกับใคร อาหารก็เหมือนกันถ้าคุณไปซื้อภัตตาคารมาแล้วทานกับคนที่คุณไม่อยากกินด้วย กับการซื้อจากร้านธรรมดาและพอกินได้แต่ทานกับคนที่คุณกินด้วยแล้วมีความสุข จึงมีคำพูดที่ว่ารสชาติอาหารไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ การได้ Join together กับคนที่เราต้องการเป็นรสชาติที่อร่อยกว่า” ในวัย 60 เขาคาดการณ์ว่าอนาคตผู้ชายจะลงครัวกับมากขึ้น เป็นทั้งการผ่อนคลาย เป็นศิลปะ และเป็นไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ของคนในปัจจุบันกับอนาคตการใช้ชีวิตในบ้านจะมีมากขึ้นจากปัจจัยภาพนอกซึ่งสำคัญมาก “ผมทำแบบนี้มาตลอดจนไม่ต้องไปตีกอล์ฟ อายุ 60 ไม่มีโรคประจำตัวเลยแม้แต่โรคเดียว อาจจะกำลังจะมีก็ได้แต่อย่างน้อยที่สุดยังไม่มีโรคประจำตัว ถ้าเราทำสิ่งที่เราชอบมันก็เหมือนกับที่ฝรั่งบอกว่า Relax while you work หรือ Work while you relax คุณจะสนุกในการทำงานที่ชอบและสนุกในการทำอาหารตลอดเวลา...
Read moreอรวรินทร์ โอสถานนท์
May 17, 2013Princess Charming หลังผ่านพ้น 364 วัน ในตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์ส ชาม อรวรินทร์ โอสถานนท์ กำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวในบทบาทนักแสดง แต่ก่อนที่เราจะได้ชมอีกหนึ่งผลงานของสาวน้อยผู้พกพาความมั่นใจติดตัวอยู่เสมอนั้น ไฮคลาสไม่พลาดที่จะรีบจองคิวอันแน่นเอี้ยดชักชวนมาพูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ ยามบ่ายของวันเรียนและทำงาน ท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้พบเห็นซึ่งจับจ้องทุกอากัปกิริยาของเธอ ทำเอาผมเองในฐานะผู้สัมภาษณ์รู้สึกเขินแทน แต่เธอซึ่งเป็นเป้าหมายกลับรู้สึกคุ้นเคย “เมื่อก่อนไปไหนมาไหนเราเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่และไม่ต้องเกร็งว่าจะต้องแต่งหน้าออกมาจากบ้านทุกวัน แต่พอได้รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์สแล้วรู้สึกว่ามีความคาดหวัง และมีตำแหน่งที่ค้ำคออยู่ด้วย เราก็ต้องเปลี่ยนนิสัยเวลาออกจากบ้านต้องระมัดระวังการแต่งตัวให้มากขึ้น อย่างเมื่อตอนที่ได้ตำแหน่งใหม่ๆ ไม่รู้ตัวว่าจะเป็นเป้าสายตาขนาดนั้น ตื่นเช้ามาก็ออกไปเลือกตั้งแต่ไม่รู้ว่ามีกล้องดักรออยู่เยอะมากๆ (หัวเราะ) ตกใจมากเลยค่ะ ภาพก็ลงหนังสือพิมพ์โดยที่ไม่ได้แต่งหน้าเลย” “มาถึงตอนนี้จะว่าหนึ่งปีมันก็เร็วนะคะ แต่ว่าเป็นช่วงที่ได้ทำอะไรได้เยอะมาก ในเวลาหนึ่งปีนั้น ประสบการณ์ที่ได้มาจากเวทีนี้มันไม่มีอยู่ในตำรา ซึ่งชามก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันเยอะเหลือเกินและมันถึงเวลาของคนอื่นแล้ว จึงไม่รู้สึกใจหายนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าชามมีงานอย่างอื่นรอรับอยู่ด้วย” ส่วนประกอบในความโดดเด่น และทำให้มาถึงวันนี้ได้นั้นเธอยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากคุณแม่ผู้อยู่เคียงข้างในแทบจะทุกสถานการณ์ก็เห็นจะเป็นกีฬารวมถึงดนตรีที่หล่อหลอมให้เป็นสาวมากความสามารถและแวดล้อมไปด้วยเสน่ห์อันเป็นความหมายของคำว่า Charm ในภาษาอังกฤษ “เรียกได้ว่าชามโตมากับดนตรี กับเปียโน ดนตรีทำให้เด็กมีสมาธิ และทำให้ผู้เรียนมีวินัยด้วยค่ะ ชามมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะสิ่งเหล่านี้และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งคุณแม่สอนเปียโนมีโรงเรียนดนตรี(ดุริยารมย์)อยู่ที่บ้าน” “เสน่ห์ของชามนั้นน่าจะเป็นแบบผู้หญิงไทย เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าสยามเมืองยิ้ม สยามเมืองยิ้ม ประเทศอื่นเขาก็ยิ้มเหมือนกัน ก็ไม่นึกว่าจะเป็นอะไรที่สำคัญ โตมาในโรงเรียนอินเตอร์ฯ ทุกคนเขาก็ยิ้มแย้มกันดีชามก็เลยคิดอย่างนั้น แต่พอไปประกวดนางงามจักรวาลที่อเมริกา ได้เรียนรู้โลกจากนางามอีก 80 กว่าประเทศ นางงามบางประเทศเขาไม่ยิ้มนะคะ (หัวเราะ) ชามก็เลยเข้าใจว่านี่แหละเสน่ห์ของผู้หญิงไทยที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ยิ้มได้ตลอดเวลา” และยิ่งมีสายสะพายและมงกุฎนางงามการันตียิ่งทำให้เธอนั้นไม่ใช่เพียงสาวงามธรรมดาแต่กลายเป็นสาวเนื้อหอมที่ชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยหมายปอง นอกเหนือจากชาติตระกูล รูปสมบัติ คุณสมบัติที่เพียบพร้อม “สำหรับหนุ่มๆ (หัวเราะ) ก็มีเข้ามาบ้างนะคะ แต่ชามคบเป็นเพื่อนทุกคนค่ะ เพราะว่าชามฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากที่จะทำงานตรงนี้และอยากที่จะมายืนอยู่บนจุดนี้ ไม่อยากที่จะให้มีอะไรมาขัดขวาง” เมื่อเป็นคนของประชาชนย่อมมีทั้งคนนิยม และคนที่ ‘ไม่ปลื้ม’ ซึ่งกลับกลายเป็นกระจกสะท้อนตัวเธอ สาวเจ้ายืนยันว่าพร้อมแก้ไขปรับปรุงอย่างเต็มกำลัง และเมื่อตัดสินใจวิ่งตามฝันเข้าสู่วงการมายาเราก็อดห่วงไม่ได้ว่าเธอจะพร้อมรับคมหอกคมดาบสารพัดรูปแบบเพียงใด “ชามพยายามมองทุกอย่างในแง่ดีค่ะ มองโลกในแง่ดี และคิดว่าความล้มเหลวหรือสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นอาจจะมีอะไรที่ดีแอบแฝงอยู่ก็ได้ ทุกคนจะมีทั้งคนรักและคนไม่รัก ถ้าจะเจอก็เจอได้ทุกประเภทนะคะเพราะว่าคนที่รักเรา คนที่ชื่นชมเราอยู่เป็นเหมือนแรงสนับสนุน เขาทำให้เรารู้สึกดีและมีกำลังใจที่จะทำงานต่อในอนาคต แต่สำหรับแฟนนางงามที่อาจจะไม่ค่อยปลื้มเราสักเท่าไหร่ ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากเจอนะคะ ดีเสียอีกเขาจะได้แนะนำว่าเราควรแก้ไขอะไรบ้าง” “ผู้หญิงที่สวยไม่จำเป็นที่จะต้องสวยแต่ภายนอกนะคะ คนเราสามารถสวยได้จากข้างในด้วย และชามคิดว่าตรงนั้นมันสำคัญมากกว่าค่ะ รู้สึกว่าเราต้องจิตใจดีด้วยถึงจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง...
Read moreนิวัฒน์ สิงห์ชนะชัยกุล
May 18, 2013ตัวตนและความรัก ในความล้มเหลวของระบบการศึกษาไทย ที่พ่อแม่และสังคมรอบข้างมุ่งสร้างค่านิยมการเลือกเรียนให้เด็ก มากกว่าให้เด็กเป็นผู้เลือกตามความรักความชอบ อีกทั้งระบบการสอนที่มุ่งสร้างความเหมือนอย่างแบนและกลวงให้เยาวชนของชาติ มากกว่าจะเปิดโอกาสและสร้างช่องทางให้เด็กค้นหาตัวตนความชอบให้พบ ทำให้ที่ผ่านมา เยาวชนของชาติเมื่อจบการศึกษาออกมาสู่โลกภายนอก ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร มากกว่านั้นคือยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอาชีพอะไร ที่ทำได้ก็เพียงทำตามค่านิยมของสังคม หาได้ทำด้วยความรัก ซึ่งในเมื่อการงานที่สำเร็จและมีคุณค่าย่อมเกิดจากความรัก เยาวชนที่ไร้ความรักในงานของตน จะผลิตงานแบบไหนออกมาให้สังคม...? ในวงจรอันน่าเป็นห่วงของสังคมไทยนี้ นิวัฒน์ สิงห์ชนะชัยกุล ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวกับเราว่า เขาโชคดีที่สามารถค้นพบตัวเอง และได้ทำงานที่รัก “ต้องถือว่าผมเป็นคนโชคดีครับ ที่ได้คุณพ่อคุณแม่ (ประวัติ-นิภารัตน์ สิงห์ชนะชัยกุล) และอาจารย์ที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้เราเลือกเรียนและเลือกทำในสิ่งที่ชอบ ทุกวันนี้ในฐานะอาจารย์ประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติฯ ผมทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์นะครับ ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อ เพราะนี่เป็นงานที่เราชอบ เรารักที่จะทำครับ โดยเฉพาะการสอนนิสิตนักศึกษา ผมทุ่มเทเต็มที่ ให้ทุกอย่างที่เรารู้แก่พวกเขา ไม่หวง และเรื่องไหนที่นักศึกษาถามแล้วเราไม่รู้ รอก่อน...รอให้ผมไปถามผู้รู้หรือไปศึกษาเพิ่มเติมแล้วจะกลับมาบอก (หัวเราะ)” อาจารย์นิวัฒน์กล่าวด้วยสีหน้าแจ่มใสและดวงตาเป็นประกาย บ่งชัดถึงความสุขที่เขาได้รับจากสิ่งที่ทำอยู่ แต่กระนั้นก็ตาม ขึ้นชื่อว่าชีวิตและการทำงาน การที่ต้องทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ การต้องพบเจอกับลูกศิษย์ลูกหาและบุคคลอื่นๆ มากมาย ย่อมจะต้องนำมาซึ่งความติดขัด ไม่ราบรื่น ความไม่สบายใจต่างๆ นานาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งอาจารย์นิวัฒน์ก็บอกว่าไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่เขาเลือกที่จะมองชีวิตแบบ Positive Thinking หรือคิดบวก และเอาใจเขามาใส่ใจเรา “เป็นที่มาของคนโปรดของผมด้วยครับ คือคุณพ่อคุณแม่ เพราะท่านทั้งสองเป็นบุคคลที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ อย่างคุณแม่ ท่านจะสอนผมอย่างมากเรื่องของการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และ Positive Thinking ยกตัวอย่างเช่นเรากดลิฟต์ให้คนอื่น แต่เขาไม่แม้แต่จะหันมาขอบคุณเรา ถ้าเราไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราหรือ Positive Thinking เข้าไว้ ก็อาจเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อคนคนนั้น ซึ่งไอ้ความรู้สึกนี้นี่แหละที่มันสร้างปัญหาให้กับมนุษย์เราทุกวันนี้ แต่ถ้าเรารู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองในด้านบวก เขาอาจจะมีเรื่องไม่สบายใจมาก่อนแล้วก็ได้ เลยลืมที่จะขอบคุณเรา เท่านี้ใจเราเองก็สบายแล้ว ไม่คิดไม่ดีหรือเกลียดเขาไป กลับกัน เวลามีคนกดลิฟต์ให้เรา หากเอาใจเขามาใส่ใจเรา เขาก็คงต้องการคำขอบคุณจากเราเหมือนที่เราต้องการ ก็ขอบคุณเขาเสีย เท่านี้ใจเราก็จะสบาย ใจเขาก็สบายเช่นกันครับ” ได้ยินเช่นนี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เราจะได้เห็นสีหน้าแจ่มใสและรอยยิ้มจากผู้ชายคนนี้อยู่เสมอ นิวัฒน์ สิงห์ชนะชัยกุล อาจารย์หนุ่มที่พร้อมจะถ่ายทอดวิชาความรู้และความรักในสิ่งที่เขาทำให้แก่เยาวชนของชาติ และผู้ชายคนหนึ่ง ที่พร้อมจะให้ความรู้สึกดีๆ แก่ทุกคนที่ได้พบกับเขา ...
Read moreฟิลิป เอ. บาชโทลด์
May 19, 2013My Freedom…My Motorcycle ผู้ชายกับเครื่องยนต์กลไกดูจะเป็นคู่หูที่เข้าขากันได้อย่างลงตัว ฟิลิป เอ. บาชโทลด์ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท บาชโทลด์ จำกัด ประเทศไทย ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่หลงใหลในเครื่องยนต์ ความเร็ว และสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ เพราะอะไรหรือทำไม ไปครับ...เขาสตาร์ทเครื่องรอเราแล้ว “ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นแล้วครับ ชอบทำทัวร์มอเตอร์ไซค์ สมัยนั้นก็ใช้มอเตอร์ไซค์เล็กๆ 50 ซีซี. ไม่เกิน 125 ซีซี. แล้วหลังจากวัยรุ่นผมไปอยู่ที่ญี่ปุ่น 5 ปี พักและทำงานที่โตเกียว ช่วงนั้นก็ใช้เวสป้า ไม่ชอบไปรถไฟใต้ดินหรือแท็กซี่ ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ (หัวเราะ) แต่วันหนึ่งผมล้มในโตเกียว ตอนนั้นไม่ได้ใส่หมวก ขี่อย่างเดียว โชคดีที่ไม่เป็นแผล หลังจากวันนั้นผมคิดว่าอันตราย เลยขายมอเตอร์ไซค์ดีกว่า (หัวเราะ) “ไม่ได้กลับมาขี่มอเตอร์ไซค์เกือบๆ 30 ปี เพราะมีครอบครัวด้วย มีลูกเล็กๆ จนประมาณ 4-5 ปีก่อน ผมคิดอยากขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่ แต่แฟนผม (ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์) ไม่เห็นด้วย (หัวเราะ) เขากลัวประสบอุบัติเหตุ ต้องคุยอยู่หลายรอบ ไม่น้อยกว่า 4-5 รอบ ขออนุญาตซื้อมอเตอร์ไซค์ ยังไงเขาก็ไม่อนุญาต แต่วันหนึ่งเขาคงเบื่อ บอกคุณจะทำอะไรก็ทำไป เขาคงประชด แต่ไอ้ผมเข้าใจว่าเขาอนุญาต (หัวเราะ) ก็เลยวิ่งไปซื้อมอเตอร์ไซค์ภายในวันนั้นเลย กลับมาเขาตกใจ ว้าย! ไม่อนุญาต! แต่มอเตอร์ไซค์มาแล้ว (หัวเราะร่วน) “ผมชอบเดินทาง และก็ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะเวลาขี่มอเตอร์ไซค์มันมีความรู้สึกเป็นอิสระ เหมือนเวลาเรานั่งสมาธิ เราลืมได้ทุกอย่าง ขี่มอเตอร์ไซค์ก็เหมือนกัน เราคิดเฉพาะขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเดียว ก็เป็นการผ่อนคลาย สบาย ไม่ต้องคิดเรื่องทำงาน ชีวิต ครอบครัว ก็ทำให้สดชื่น เป็นการรีชาร์ต เดอะ แบตเตอรี่ (ยิ้ม) “ตอนนี้ผมมีมอเตอร์ไซค์ 4 คันครับ คันแรกยี่ห้อบีเอ็มฯ เป็น Touring มอเตอร์ไซค์ คือมอเตอร์ไซค์สำหรับวิ่งระยะไกล วิ่งกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ภายในวันเดียว สบาย เหมือนนั่งในรถ เพราะมีเทคนิค มีอิเล็กทรอนิกส์ มีจีพีเอส ทุกอย่างใกล้เคียงกับรถยนต์ ไปได้สบาย ไปวันละ 1,000 ก.ม. แบบไม่เหนื่อย “คันที่ 2 เป็นแบบที่คนไทยเรียก Chopper แต่จริงๆ ภาษาอังกฤษเรียก Cruiser เป็นมอเตอร์ไซค์แบบ Harley Davidson ยี่ห้อบีเอ็มฯ เหมือนกัน นั่งสบาย เป็นแบบนั่งโชว์นิดหนึ่งด้วย ก็เป็นคันที่ใช้เพลินๆ สนุกๆ มากกว่า เพราะถ้าไปไกลต้องใช้เวลามากขึ้น อย่างไปเชียงใหม่ต้อง 2 วัน พักหนึ่งคืนที่พิษณุโลก เพราะมอเตอร์ไซค์นี้จะเหนื่อยเร็ว “แล้วก็คันที่ 3 เป็นซูซูกิ 800 ซีซี. เพิ่งซื้อเมื่อ 2 เดือนก่อน เป็นของเพื่อนสนิทที่ตอนนี้อายุ 70 กว่าแล้ว เขาไม่มั่นใจจะขี่มอเตอร์ไซค์แล้ว เลยบอกขายดีกว่า เป็นมอเตอร์ไซค์สวย อายุประมาณ 20 ปี เป็น Cruiser เหมือนกัน “คันที่ 4 เป็นบีเอ็มฯ คันนี้ผมซื้อให้ภรรยาเพราะภรรยาก็สนใจขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน แต่เขายังไม่มั่นใจเท่าไหร่ ยังกลัวนิดหน่อย ก็ฝึกอยู่เรื่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เป็นลูกชายผมที่แอบมาขี่บ่อยๆ (หัวเราะ) “ส่วนคันต่อไปในอนาคต ก็น่าจะมีโอกาสได้ซื้อนะครับ คือตอนนี้ผมมีมอเตอร์ไซค์ที่ผมจำเป็นแล้ว ฉะนั้นถ้าจะซื้อเพิ่มก็คือต้องมีคันใดคันหนึ่งเสีย หรือถ้ามีคันสวยๆ ที่เป็นคอลเลคชั่น หายาก เป็นวินเทจมอเตอร์ไซค์ อย่างนั้นผมก็สนใจ แต่ไม่รู้จะเป็นพรุ่งนี้หรืออีก 2 ปี คงต้องรอโอกาสครับ “ทุกวันนี้ไม่ได้ขี่ทุกวันเพราะเราอยู่กรุงเทพฯ ในกรุงเทพฯ ใช้มอเตอร์ไซค์ยาก พูดถึงก็เสียดายนะ เพราะถ้าผมอยากไปสุขุมวิทโดยขี่มอเตอร์ไซค์ไป กรุงเทพฯ กฎหมายเยอะและเข้มงวดมาก มอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพานไม่ได้ ลงอุโมงค์ไม่ได้ อย่างนั้นใช้เวลามากกว่าขึ้นรถไปเสียอีก (พูดกลั้วหัวเราะ) “อย่างที่บอก ว่าผมเป็นคนที่ชอบเดินทาง ทัวร์ในเอเชียมาแล้ว ไปพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา แต่เป็นการบินหรือขึ้นรถไป ซึ่งผมคิดว่าถ้ามีโอกาส จะขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปเยือนทุกที่อีกครั้งหนึ่ง เพราะการบินหรือขึ้นรถไปอารมณ์มันแตกต่างจากการขี่มอเตอร์ไซค์ ก็เป็นความฝันอันใกล้ครับ คิดว่าอีกไม่นาน” คุณฟิลิปจบบทสนทนา ดวงตาเป็นประกาย ไม่แน่...ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปพม่า ลาว หรือเวียดนามเร็วๆ นี้ อาจได้เห็นชายชาวอังกฤษ-สวิสคนนี้ควบมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายลมด้วยรอยยิ้มอิ่มสุข ถึงตอนนั้น อย่าลืมโบกมือทักทายเขานะครับ Scoop อยากให้ใส่รูปกำกับด้วยครับ ว่าประเภทไหนหน้าตาเป็นยังไง Big Bike Motorcycle Big Bike…อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ากำลังจะเขียนเรื่องไส้กรอกนะครับ Big Bike ในที่นี้คือประเภทหนึ่งของรถมอเตอร์ไซค์ แน่นอนครับว่ามอเตอร์ไซค์มีมากมายหลายประเภทแล้วแต่เกณฑ์การแบ่ง หนึ่งในนั้นก็คือนี่แหละครับ Big Bike Motorcycle หรือมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ ที่มีกำลังเครื่องแรง เหมาะแก่การใช้เดินทางไกลๆ ครับ และในวงศ์ Big Bike เองก็ยังสามารถแยกย่อยแบ่งประเภทได้อีกนะครับ อยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่ามีแบบไหนกันบ้าง ว่าแล้วก็ลองไปดูกันเลยครับ 1.Touring รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับเดินทางไกล ดังนั้นกำลังเครื่องจึงสูง ตัวจึงใหญ่ เอกลักษณ์ของรถประเภทนี้คือบังลมหน้าขนาดใหญ่ กระเป๋าใส่สัมภาระขนาดใหญ่ เบาะที่ใหญ่ระดับน้องๆ โซฟาเพื่อความสบายของผู้ขับขี่และผู้ซ้อน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย และแน่นอน ราคาแพงระดับล้านบาท 2. Sport รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขัน เห็นได้จากรูปทรงที่ปราดเปรียว เบา แต่กำลังเครื่องสูง อัตราเร่งสูง ด้วยมีไว้สำหรับแข่งเป็นหลัก เบาะจึงนั่งไม่สบายอย่างยิ่ง ผู้ขับขี่จะถูกบังคับให้นั่งในท่าที่สามารถควบคุมรถได้ง่ายและทำให้ไปได้เร็วที่สุดแค่นั้น แต่เรื่องการทรงตัวของรถต้องยกให้ประเภทนี้ 3. Cruiser รถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการขับขี่ทางไกลหรือท่องเที่ยวด้วยความเร็วต่ำเป็นหลัก ไม่มีบังลม ไม่มีกระเป๋า มีเสียงที่ดังกระหึ่มเป็นเอกลักษณ์ เบาะถูกออกแบบมาให้นั่งค่อนข้างสบาย แต่ยังกระด้างหากเทียบกับแบบ Touring รถประเภทนี้มักถูกเรียกชื่อผิดเป็น Chopper อยู่เสมอๆ ทั้งที่เป็นรถคนละประเภทกัน 4. Dual Purpose รถประเภทนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นรถอเนกประสงค์ ได้รับความนิยมมากในแถบยุโรป โดยเฉพาะในเขตเทือกเขา เพราะขี่ได้ดีทั้งทางวิบากและถนน เป็นอย่างไรบ้างครับ ได้ทราบประเภทของ Big Bike Motorcycle กันไปพอสังเขปแล้ว อยากลองถอยออกมาขับกินลมสักคันสองคันบ้างไหมครั...
Read moreธาดา วารีช
May 19, 2013ธาดา วารีช กับ CHEVROLET Corvette ’1970 โชคชะตามีอยู่จริง คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงหากอนุมานว่า ธาดา วารีช ช่างภาพหนุ่มฝีมือฉกาจ เป็นคนที่มีโชคในการเป็นเจ้าของรถยนต์คลาสสิคเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักเลงรถคลาสสิคต่างรู้กันดีว่าถึงแม้มีเงินล้นฟ้าหากบุญไม่นำพาวาสนาไม่เสริมส่งก็ไม่อาจได้ครอบครองรถหายากเหล่านั้น และด้วยความที่นิยมชมชอบในรถประเภทนี้มานานนับสิบปีทำให้ยานยนต์คู่ใจซึ่งมีอยู่จำนวนพอสมควรแต่ละคันที่เลือกขับสะท้อนตัวตนพร้อมสะท้อนสิ่งที่เขากำลังปฏิบัติกันอย่างลงตัว อาทิ CHEVROLET Corvette ’1970 คันนี้ให้ภาพความสุขุมนุ่มลึกของรถที่เข้ากับตัวเขาได้เป็นอย่างดี เดิมทีธาดามี CHEVROLET Corvette ปี 1980 แต่ด้วยความบังเอิญวันหนึ่งมีฝรั่งมาขอซื้อแต่เขาปฏิเสธ กระทั่งชายคนดังกล่าวบอกว่ามีเพื่อนสนิทเพิ่งได้ Corvette เปิดประทุนรุ่นปี 1969 และ 1970 ซึ่งในเมืองไทยมีแค่สองคันเท่านั้น ฝรั่งผู้คลั่งไคล้ Corvette ’1980 มีทางเดียวก็คือในเมื่อตัวเขาอยากได้คันของของช่างภาพหนุ่มก็ต้องนำ Corvette ’1970 มาแลกกัน “ด้วยความหายากและปัจจัยหลายๆ อย่าง เมื่อผมมีโอกาสก็ขอเลือก 1970 ที่ถูกนำมาแลกเอาไว้ เพราะเจ้ารุ่น 1980 มีประมาณยี่สิบคันถ้าวันหนึ่งมีโอกาสคงกลับมาเป็นเจ้าของรุ่นนี้ได้อีก สภาพของ Corvette ’1970 ที่ผมได้มาค่อนข้างโอเค ตัวถังสีน้ำเงินเข้มแต่ผมเอามาทำสีดำโดยเลือกให้เหมาะกับรถเป็นสิ่งแรก จากนั้นก็เลือกสีให้เหมาะกับตัวเอง รถที่ผมมีแต่ละคันไม่เหมือนกันและผมก็เลือกใช้รถแต่ละสีแต่ละคันตามอารมณ์ ด้วยความเหมาะสมทั้งหลายและการมีดีไซน์ที่ดีรถคันนี้มันให้ภาพดุร้ายที่สุด ซึ่งในเมื่อไปทางดุ-โหด-เหมือนโจร-มือปืน ก็เลยตัดสินใจว่าเอาไปเลยให้เป็นสีดำทั้งข้างนอกและข้างใน” “Corvette มีหลายโมเดล โดยโมเดลที่เรียกว่า The Shark รูปทรง Sting Ray รุ่นท็อปที่สุดคือปี 1969 ด้วยบอดี้ รูปทรง เครื่องยนต์ ในเมื่อผมมีรุ่นปี 1970 รายละเอียดต่างกันนิดเดียวที่ไฟเลี้ยวหน้าและรูระบายอากาสด้านข้างเท่านั้นเอง และที่สำคัญคือได้คันนี้มาก็บุญแล้ว (หัวเราะร่า) ผมแฮปปี้นะที่ได้คันนี้มา พอเป็นแบบเปิดประทุนแล้วมันดูหล่อสุขุมกว่า Corvette ทั่วๆ ไป ต้องขอขอบคุณดวงและวาสนาที่ทำให้มันมาเป็นของเรา คนอื่นก็มีความพร้อมที่จะได้รถคันนี้แต่เขาก็รอหามาเป็นสิบปีแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของสักที ผมมีโชคดีในการซื้อรถอย่างสูง รถที่ได้มาแต่ละคันเกือบทั้งหมดได้มาด้วยความบังเอิญและในราคาถูกเหมอืนได้มาง่ายๆ และเป็นรถที่ชอบทุกคัน บางปีเราบอกกันตัวเองว่าปีนี้อยากได้รถรุ่นนี้มากแล้วอยู่ๆ ก็โผล่มา” “เป็นรถที่ไม่งอแงเลย ผมไปอเมริกามา 6 เดือน คันนี้เป็นคันเดียวที่สตาร์ทติด สมชื่อในเรื่องความแข็งแรงและเครื่องยนต์ (5,800) แต่ผมไม่ได้แต่งให้ดุดันเกินเหตุนะ เพราะขับในกรุงเทพฯ พยายามเลือกขับบนทางด่วน หรือถนนโล่งๆ ขับไปทำงานที่แหละครับ และคันนี้ก็ทำให้เราได้สัมผัสกับสายลมอย่างเต็มที่” ...
Read moreชีวิน โกสิยพงษ์
May 14, 2013แต่ง (เพลง) ได้ (และ) แต่งดี เขาคือตัวแทนของความอบอุ่น กลิ่นอายความโรแมนติคที่กรุ่นมากับทุกลมหายใจเข้าออกพร้อมคำพูดล้วนมีมนต์สะกดให้ผู้ฟังคล้อยตาม เพียงส่วนหนึ่งของเครื่องการันตีคุณภาพงานเพลงจากผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังและเบื้องหน้าของศิลปิน เขาคือบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนพ้องในวงการเพลงและผู้ฟังในฐานะกัลยาณมิตรผู้สร้างสรรค์ความดีงามออกมาในรูปแบบเพลงคุณภาพจาก(บอย) ชีวิน โกสิยพงษ์ “ คิดง่ายๆ ว่าชอบอย่างไรก็ทำอย่างนั้นนะครับ คือเราชอบแบบไหนเราให้เขาแบบนั้น เราอยากได้อะไรเราก็ทำแบบนั้น ผมคิดว่าจริงๆ แล้วใครก็ทำได้ ผมไม่ได้วิเศษเลยนะครับ ทุกคนถ้าฝึกฝนมากๆ เขาก็ขับรถเก่ง ฝึกฝนมากๆ เขาก็ยกน้ำหนักได้ ฝึกมากๆ เขาก็ปลูกต้นไม้เก่ง ฝึกมากๆ เขาก็แต่งเพลงได้ เหมือนกันหมดเลย ” “ ผมต้องฝึกมากนะครับ ผมคิดว่าผมไม่ได้หยุดในการแต่ง ผมก็พยายามแต่งเพลงทุกวัน ไม่ใช่พยายามสิผมชอบที่จะแต่งเพลงทุกวัน หรือไม่ก็ทำอะไรเกี่ยวกับเพลง มันก็จะเหมือนกับการฝึกไปในตัว หรือว่าถ้าคุยๆ กันอยู่แล้วมันมีเรื่องอะไรที่สะท้อนใจกันปุ๊บผมก็จะรีบจดเลย ผมจะไม่คิดว่าเพลงเดี๋ยวไว้รอว่างแล้วค่อยแต่ง เดี๋ยวไว้รอ... เพลงคืออีกหนึ่ง priority อีกหนึ่งลำดับขั้นที่ต้องยกมันไว้พอสมควรในแง่ที่ว่าชีวิตประจำวันที่ต้องมีการยุ่งอยู่กับเพลงด้วย ” จากคนที่ประสบความสำเร็จในการแต่งเพลงในปัจจุบัน นอกเหนือจากการฝึกฝนอย่างหนักกว่าจะยืนอยู่บนจุดนี้ได้คือความมุ่งมั่นและที่สำคัญคือรู้ตัวว่าทำสิ่งใดได้ดี แล้วมุ่งไปอย่างที่ตนต้องการและตั้งใจอย่างเต็มที่ “ จริงๆ การแต่ง(เพลง) อาศัยการอยากจะแต่งเท่านั้นเอง เริ่มต้นมาจากผมหัดเล่นกีตาร์ใหม่ๆ รู้สึกว่าเราไม่มีความสามารถที่จะเล่นแล้วมันเพราะเหมือนคนอื่นเขา และรู้สึกว่าเราช้าที่เราฝึกมาเป็นเดือนแล้วยังร้องเพลงกับเล่นกีตาร์รวมกันแล้วมันแย่อยู่ดี เราก็เลยแต่งเพลงขึ้นมา (หัวเราะ) เพื่อให้ตัวเราเล่นและก็ร้องอย่างที่เราเล่นได้ครับ ” “ เพลงของคนอื่นนี่ก็คือเพลงของพี่ต้อง นคร เวชสุภาพร เพลงรักในซีเมเจอร์ นี่คือเพลงแรกที่ผมหัดเล่นและผมก็ยังไงมันก็ไม่มีวันเล่นเพราะสักที พี่ต้องเขาร้องและก็เล่นเพราะมากๆ ไอ้ตอนที่เรายังเป็นเด็กอยู่เราก็คิดอย่างนี้นะครับ จริงแค่การที่เราฝึกเยอะก็คงพอได้นะครับ แต่คงไม่ถึงขั้นดีเท่าพี่ต้องนะครับ ผมก็เลยคิด short cut ก็คือแต่งขึ้นมาเองเลย ” 11 ปีที่ผ่านมากับผลงานผ่านกาลเวลาที่ยังคงตราตรึงในความทรงจำของแฟนานุแฟน เมื่อใดที่ เพลงของบอย ได้รับการขับขานจากนักร้องที่เขาเลือกเฟ้นเป็นอย่างดีแล้ว เมื่อนั้นผู้ฟังก็จะได้เสพความสุนทรีย์เพิ่มขึ้นทุกครั้งไป “ จากจุกเริ่มต้นจนถึงวันนี้ผมแต่งเพลงมาเยอะครับก็หลายเพลงนะ...ปีที่แล้ว 7-800 เพลง ปีนี้ก็น่าจะมากกว่านั้นหน่อย ผมก็จะยึดคำพ่ออยู่เสมอ พ่อผมก็จะพูดว่าอย่าไปปรุงอาหารเผื่อคนอื่น เพราะถ้าเผื่อเขาแต่ว่าแม้แต่เรายังกินไม่ลง คนอื่นเราก็ไม่รู้ว่าจะกินลงหรือไม่ลง คือเราปรุงอาหารเราก็ปรุงว่าเราชอบอย่าไรเราก็ทำอย่างนั้น ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เวลาทำเพลงผมก็จะทำอย่างนั้น ในช่วงแรกๆ มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรแม้จะเป็น commercial ก็ตาม ” “ ผมรักมันที่จะทำนะครับ ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า แต่เรารู้สึกว่าผมรักมันแล้วก็ทำแค่นี้จริงๆ ก็มองว่าถ้าเป็นเราฟัง ผมจะมองตัวผมเองเป็นคนฟัง ผมไม่ได้มองตัวผมเองเป็นคนแต่ง ผมมองตัวผมเองเป็นคนฟังแล้วผมชอบผมก็เอาแล้ว บางครั้งมันก็ไม่ได้ดัง และบางครั้งมันไม่ได้สำเร็จ แต่ว่าอย่างน้อยผมก็ไม่ได้โกหกตัวผมเอง ” “ ถ้าไม่ได้เป็นศิลปินอย่างทุกวันนี้ผมคิดว่าผมคง...(ทำท่าคิด)...ทำอาหาร เพราะว่าผมชอบทำอาหารอาจจะเป็นกุ๊ก ชอบทำอาหารครับ คนทำอาหาร ชอบอาหารตุ๋นอาหารต้ม ชอบมากน่าจะเก่งในด้านนั้น (หัวเราะ) ” นักแต่งเพลงมือฉกาจระลึกนึกถึงสิ่งที่เขาได้รับและสิ่งที่เขาได้ทำนอกเหนือจากความสุขที่ได้ทำแล้ว พระเจ้าคือผู้นำพาให้เขากลายมาเป็นศิลปินซึ่งไม่ได้ขายหน้าตา และรูปลักษณ์ที่ฉาบด้วยเสื้อผ้าราคาแพง แต่เขาขายความสามารถ และความโรแมนติคที่น้อยคนนักจะสามารถทำได้และดี “ ผมเชื่อในพระเจ้า พระเจ้านำมาครับ พระเจ้าชอบใช้คนที่...อ่านจากในไบเบิลนะครับ พระเจ้าจะใช้คนเล็กๆ ที่ไม่มีค่าอะไรให้มาทำงานของพระองค์ ผมก็เปรียบเทียบผมเชื่อว่าพระเจ้าที่ใช้เราเพราะเรามันไม่มีอะไร พระเจ้าก็เลยใช้ให้มาถึงตรงนี้ได้ ” “ ด้านการแต่งตัวผมชอบใส่เสื้อแขนยาว สีน้ำเงิน สีดำ สบายๆ สูทก็ใส่ได้ครับ แต่ผมไม่ชอบใส่สูท ใส่แล้วมันอึดอัดใจน่ะครับ (หัวเราะ) ผมรู้สึกตัวเองเสมอว่าเหมือน...เวลาใส่สูทจะเหมือนอาตี๋ขายลูกชิ้นใส่สูท บอกไม่ถูกนะ มันดูไม่เข้ากับผมนะครับ ผมชอบใส่เสื้อธรรมดา อย่างนี้คือชุดทำงานของผม (ชุดที่ใส่ถ่ายรูป) บางทีก็ขายาว บางครั้งก็ขาสั้น ” “ เพลงแรกที่แต่งผมจำไม่ได้ก็นึกมานาน มีคนถามหลายคนแล้วผมยังนึกไม่ออกเลยชื่ออะไร...จำได้สักประมาณเพลงที่ 15-16 ชื่อเพลงกุหลาบขาว(หัวเราะ) ชายหนุ่มวัยเกือบสี่สิบปีย้อนรำลึกถึงความหลังก่อนที่จะมาเป็นบอย โกสิยพงษ์ ผู้ชายโรแมนติคที่สุดคนหนึ่งในทุกวันนี้ ซึ่งความแตกต่างของเพลงที่แต่งด้วยกีตาร์กับเปียโนจากฝีมือของผู้ชายคนนี้ก็มีนิยามที่ฟังแล้วเข้าใจถือความเป็นบอย ได้เป็นอย่างดี “ มันก็แล้วแต่นะ เหมือนเราใส่ไก่ใส่หมู แล้วแต่เราเลือกว่าเราจะใส่อะไรเข้าไปเป็นส่วนผสมของอาหารนั้น ” และในที่สุดก็เป็นอาหารที่มีความลงตัวนอกจากให้สารอาหารตามที่ร่างกายต้องการแล้วยังให้สุนทรีย์แก่จิตวิญาณอีกด้ว...
Read moreนพพร วิฑูรชาติ
May 13, 2013J Avenue ศูนย์รวมความหลากหลายในวิถีการจับจ่ายที่มีระดับ อาคารรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทันสมัยถูกใจคนเมือง ในซอยทองหล่อ กับคำนำหน้าชื่อคือ J. อาจจะตรงกันข้ามกับภาพที่สะท้อนในจอประสาทตา แต่ใครจะรู้ว่ามอลล์แห่งนี้ได้ชื่อมาจากการประกวดของประชาคมชาวญี่ปุ่นย่านทองหล่อนั่นเอง “ ผมจบทางด้านวิศวะฯ คอมพิวเตอร์มา แล้วก็มาทำพวกธุรกิจให้เช่า พวกตลาดอะไรพวกนี้มาระยะหนึ่ง แล้วก็ตั้งบริษัทกับเพื่อนร่วมงานที่ทำเครือซีเมนต์ไทยมาด้วยกัน ชักชวนกันทำ มีทั้งเพื่อนร่วมงานเก่า เจ้านายเก่า ทำแต่เรื่องนี้เรื่องเดียวเลย ทำศูนย์การค้าที่เรียกว่า small to medium scale หรือภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า open air center ต่างๆ ศูนย์การค้าแบบเปิดนะ ก็มีหลายประเภท ให้ครบทุกประเภทเลย ” เบื้องหลังของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.สยามฟิวเจอร์ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นพพร วิฑูรชาติ เจ้าแห่งธุรกิจศูนย์การค้าขนาดกลางซึ่งมีดีไซน์ไม่ซ้ำแบบใคร นอกเหนือจากเติบโตมาในรุ่นที่ 4 ของครอบครัวคนทำตลาด แต่ทิศทางลมที่เขาสัมผัสนั้นสร้างชื่อให้กับสยามฟิวเจอร์ไม่น้อย อาทิ Jusco บางบอน Jusco ประชาอุทิศ Tops Supermarket นางลิ้นจี่ Tops market place และอื่นๆ ก่อนที่จะมาลงตัวกับ J Avenue รวมถึงที่จะเปิดตัวตามมาอีกหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา “ J Avenue มันก็คือศูนย์การค้าหรือมอลล์ประเภทหนึ่ง เราเรียกว่าไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ เพียงแต่เราไม่ได้เรียกว่ามอลล์ ที่เมืองนอกเค้ากำลังเป็นที่ได้รับความนิยมมากไอ้เจ้าไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์พวกนี้นะ เค้าเรียกว่า Boutique คล้ายๆ กับคำว่า Boutique shopping center ถ้าพูดกันง่ายๆ “ เกี่ยวกับคำว่า Boutique แทนที่จะไปอยู่ตึกที่มีแต่บันไดเลื่อนก็เป็นข้างนอกมีลานเดินเล่นข้างสนามหญ้า แทนที่จะมีแต่ไฟนีออนก็ไปเป็นแสงธรรมชาติข้างนอก แสงอาทิตย์มันสาดถึง แทนที่จะนั่งเก้าอี้พลาสติกในร้านฟาสต์ฟู้ดมันก็กลายเป็นนั่งเก้าอี้โซฟานิ่มๆ เก้าอี้หวายเอาท์ดอร์สบายๆ รีแล็กซ์ ร้านอาหารก็จะเป็น Mall Relax มันจะมีเรื่องของบันเทิงมาเกี่ยว จะจับลูกค้ากลุ่มที่มีระดับขึ้นมาหน่อย ต้องเป็นย่านที่คนมีกำลังซื้อ ที่ลูกค้าสามารถเป็น for lifestyle พื้นที่ศูนย์ก็ประมาณซัก 1 หมื่นตาราเมตร ” ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ทิศทางลมในประเทศต่างๆ ที่มีศูนย์การค้าประเภทนี้ได้รับความนิยม ไม่แปลกนักหากจะเอามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจศูนย์การค้าในประเทศที่ชอบความแปลกใหม่และมีสไตล์สากลนิยม “ มีการประกวดตั้งชื่อกัน ตั้งแต่เราทำ marketplace อยู่แล้วก็มีคอนเซปต์อยู่แล้ว เน้นเป็น shopping center เราอยากจะฉีก J Avenue ให้มัน target ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม “ ที่จริงรูปแบบก็คล้ายๆ กัน กึ่งมอลล์น่ะ lifestyle center ก็จะมี entertainment เข้ามาด้วย เลยมีเป้าหมายว่าจะเป็นญี่ปุ่น ลูกค้าญี่ปุ่นเยอะหน่อย อยากเลือกสินค้าบริการ ให้มันไปทางร้านอาหารก็เป็นร้านญี่ปุ่น ก็เน้นสินค้าเป็นญี่ปุ่น มีร้านบริการต่างๆ ก็เป็นของญี่ปุ่น อย่างร้านทำผม ทำเล็บ ก็เลยประกวดชื่อกัน ในวงการสมาคมคนอยู่ทองหล่อแล้วก็ พวกลูกค้าสมาคมที่เป็นชาวญี่ปุ่นก็มีเสนอมาจนมีชื่อที่ได้ชนะเลิศ เป็น J Avenue จริงๆ อาจจะบอกว่าเป็น Japan ก็ได้ จริงๆ แล้ว target เราที่เป็นลูกค้าญี่ปุ่นเราแค่ 30% เท่านั้นเอง ต่างชาติ ญี่ปุ่น ฝรั่ง แค่ 30% เท่านั้นเอง 70% เป็นลูกค้าคนไทยนี่เอง ” การจัดพื้นที่ของ J. มีทั้ง indoor มีร้านอาหาร มีร้านเสื้อผ้า และมีส่วน outdoor มีสีสัน และความทันสมัยผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว “ คอนเซปต์ของศูนย์ฯ ก็เป็นส่วนเรื่องของ lifestyle ที่จัดให้ลูกค้ามาแล้วมีบรรยากาศที่ได้พักผ่อนมีความบันเทิง ก็มีบันเทิง indoor อย่าง bowling บันเทิงที่เป็นที่ outdoor มีน้ำพุ ต้นไม้ จากนั้นมีส่วนที่เป็นสินค้าจับจ่ายใช้สอยจริงๆ ก็ต้องมี เช่นในส่วนของ ซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้อง outdoor ก็เดินเข้าไปซื้อของแล้วกลับบ้าน ร้านอาหารสักร้านที่เป็น full table service restaurant มันก็จำเป็นต้องมี เป็นส่วนที่เรากันเป็นโซนๆ ไว้ ที่ชั้น 3 ก็เป็นร้าน personal services ร้านที่ให้บริการสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันที่ใช้กันทั่วไป อย่างร้านทำผม ร้านทำเล็บ ร้านอาหารหมา สารพัด ...
Read moreดุลยเดช บุนนาค
May 19, 2013ดุลยเดช บุนนาค กับ ASTON MARTIN DBS หลายคนเคยตื่นตากับความโฉบเฉี่ยวและสง่างาม ของ ASTON MARTIN DBS พาหนะคู่ใจของ เจมส์ บอนด์ ในภาคล่าสุด ความพิเศษของรุ่นที่ถูกเรียกติดปากว่ารุ่น Casino Royale ตามชื่อภาคของภาพยนตร์อมตะนี้ เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง ASTON MARTIN รุ่น DB9 สำหรับขับบนท้องถนน และ รุ่น DBR9 ที่ใช้โลดแล่นในสนามแข่ง และจากองค์ประกอบข้างต้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของที่มาให้ ดุลยเดช บุนนาค ผู้บริหารแห่ง นิว เรียลเอสเตท กรุ๊ป สั่งจองรุ่นเดียวกันนี้ “ผมชอบแอสตันฯ มานานแล้ว แต่เมื่อก่อนแอสตันฯ รถมันยังทำไม่ค่อยดีนักสำหรับผมรู้สึกว่ารถอังกฤษเสียบ่อยเมื่ออยู่เมืองไทย แต่เดี๋ยวนี้เขาทำขึ้นมาดีมาก สมัยก่อนพวกเกียร์ คลัตช์ แข็ง แต่เดี๋ยวนี้เมื่อทำรุ่นใหม่มันเบาขึ้นเยอะ คันนี้รุ่นนี้พอเห็นว่ามีก็ตัดสินใจเลย เรียกกันง่ายๆ ว่าสีคาสิโน รอเยล รุ่นนี้ต้องสีนี้ ผมชอบอยู่แล้วไม่ใช่เพราะว่าเห็นจากภาพยนตร์ แต่ถ้าซื้อรุ่นนี้ควรซื้อสีเดียวกับเจมส์ บอนด์ สำหรับผมเท่าที่ผมคิดนะคนอื่นไม่รู้คนอื่นอาจจะเลือกสีอื่น รุ่นนี้ก็ควรจะเป็นสีนี้ไปเลย” ด้วยความชื่นชอบยานยนต์อันมีขุมพลังความแรง รถยนต์ที่เลือกจึงตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดเท่ในยามว่างอย่างถึงใจ “คันนี้ 510 แรงม้า แต่เเคยแร่งแรงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งๆ ที่มันสามารถวิ่งได้เกินนี้แต่แค่นี้ก็เร็วจะตายอยู่แล้ว ขับบนทางด่วนที่โล่ง บางทีก็ขับมารวมตัวกันกับชมรมเฟอร์ร่ารี่ ปกติผมจะขับเฟอร์รารี่ (Ferrari 599 , Ferrari 360 Stradale) บ่อยกว่าแอสตัน มาร์ติน นอกจากนี้ก็มี ลับโบร์กินี่ (Lamborghini Gallardo Spyder) เวลาใช้ผมก็สลับมาใช้อย่างเช่นวันอาทิตย์เช้าก็มานั่งกินกาแฟ เฮฮากันบ้างเป็นการพักผ่อนไปในตัว” หากจัด ASTON MARTIN DBS อยู่ในทำเนียบรถในฝันของสุภาพบุรุษอีกจำนวนมากก็คงไม่ผิดนักและที่สำคัญเป็นรุ่นและสีเดียวกันซึ่งมีอยู่เพียงคันเดียวในประเทศไทยในความครอบครองของชายผู้มีความกระชุ่มกระชวยไม่แพ้เจมส์ บอนด์ พระเอกพระเอกตลอดกาล ความพิเศษของมันนอกจากให้ความอิ่มเอมใจแก่คุณดุลยเดชเท่านั้น หากยังทำให้ใครต่อใครที่ได้พบเห็นเป็นต้องมองตามเหลียวหลังจนสุดสายตา “รถคันนี้ยังไม่มีใครนั่งคู่ด้วยเลย (หัวเราะ) เพราะรถแบบนี้ไม่มีใครเขานั่งด้วยหรอก มันเร็ว และเร่งได้เต็มที่ ซึ่ง ASTON MARTIN DBS นั้นมีอยู่ในเมืองไทย 3 คัน คือคันนี้สีนี้คันหนึ่ง สองคันที่เหลือคือสีดำและสีขาวอีกแบบละคัน คันนี้เป็นแอสตันคันแรกของผมที่ให้อารมณ์ความแรงถึงใจ คนที่เห็นส่วนใหญ่มักจะบอกว่าสวย คนรอบข้างก็มักจะชมว่าสวยดี” “เรื่องออพชั่นก็เลือกแบบที่มาพร้อมกับรถ ไม่ได้เลือกสรรมากมาย เวลาเรียกชื่อก็เรียกเลยว่า “แอสตันฯ” เพราะผมมีแอสตันมาร์ติน คันนี้คันเดียวจึงไม่ต้องสั่งลูกน้องว่าแอสตันฯ คันไหน ความรู้สึกที่ได้รับก็โอเคเลยนะครับขับดีทีเดียว แต่จะไปที่อื่นนอกเหนือจากทางด่วนไม่ไหวหรอกนะ ทางไม่ดี รถแบบนี้ส่วนใหญ่ผมจะขับในเมือง ช่วงเช้าๆ วันหยุดบนทางด่วน แต่ถ้าทำงานผมก็ใช้รถอีกแบบหนึ่ง หรือถ้าจะลงไปดูแลโครงการฯ ที่หัวหินก็ไม่ได้ใช้รถเหล่านี้ต้องยอมรับว่าทางมันไม่ดีผมเสียดายรถ...
Read moreสมพร ใช้บางยาง
May 14, 2013ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สงขลา หัวเมืองภูมิภาคอันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งบนด้ามขวานทอง เมื่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ปะทุขึ้นมาเมื่อต้นปี 2547 (ปฏิบัติการณ์เจาะไอร้อง)ความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจของพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบ หากแต่เหตุการณ์ที่ลุกลามเข้ามาถึงพื้นที่ชั้นในของจังหวัดร้ายแรง อุกอาจ สั่นสะเทือนขวัญกำลังใจประชาชนทั้งประเทศ กว่า 1 ปีหลังเหตุการณ์วินาศกรรมสนามบินหาดใหญ่ผ่านพ้น พ่อเมืองคนปัจจุบันฝากความมั่นใจผ่านสัญญาณโทรศัพท์จากพื้นที่จังหวัดสงขลาถึงความมั่นคง และศักยภาพของเมืองงามชายแดนให้เราได้รับทราบ “ ในส่วนของสงขลาที่เห็นความชัดเจนก็คือในเรื่องของการทำให้ความรู้สึกของความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีผลต่อความตื่นตระหนกตกใจของชาวบ้านเป็นเรื่องธรรมดา อันนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่ามันไม่ถึงขนาดรุนแรงเหมือนกับเป็นความเข้าใจโดยทั่วไปในภูมิภาคอื่น ” “ ในช่วงปี 2547-2548 เราได้รับผลกระทบอยู่พอสมควร ก็คือนักท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดฯ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของสงขลาหายไปส่วนหนึ่ง จากการที่เราได้ยินข่าวคราวก็มีผลกระทบอยู่ แต่ว่าที่มีผลกระทบมากในส่วนของท่องเที่ยวก็คือนักท่องเที่ยวคนไทยที่เคยมาสงขลาก็จะมาหาดใหญ่ ในส่วนนี้หายไปร้อยเปอร์เซ็นต์ หายไปหมดเลย ไม่มีเลย ตรงนี้ได้รับผลกระทบ “ และมีผลกระทบทางสังคมจิตวิทยาก็จะทำให้ในส่วนของความรู้สึก ความหวาดระแวง ความตื่นตระหนกตกใจ มันยังคงมีบ้าง แต่ว่าปัจจุบันเราก็พยายามควบคุมสถานการณ์ พยายามขอความร่วมไม้ร่วมมือกันในทุกภาคส่วนที่จะมาดูแลปัญหาที่เกิดขึ้น ดูแลญาติพี่น้อง และร่วมกับการพัฒนาทำความเข้าใจชี้แจงคนในพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ติดกับจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา ซึ่งมีพื้นที่ต่อเนื่องกันเราก็พยายามเน้นในเรื่องของสังคมจิตวิทยาในเรื่องของการจัดกำลังเข้าไปดูแลอีกส่วนก็ทำให้สถานการณ์ทางด้านต่างๆ ดีขึ้นนะครับ “ แต่ก็อยากจะเรียนว่าข่าวต่างๆ ที่ปรากฏออกไปในความรู้สึกของคนไทยทั่วๆ ไปดูว่าค่อนข้างรุนแรงและค่อนข้างจะเป็นพื้นที่อันตรายก็อยากจะเรียนว่าไม่ว่าในพื้นที่ของจังหวัดสงขลาเอง หรือว่าแม้กระทั่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ก็ไม่มีปัญหานะครับ เราก็ยังคงเดินทางไปเที่ยวไปลงทุนได้ผมยังยืนยันนะครับ เพราะในสูตรของการอยู่ร่วมกันในสังคมนี้เราก็ยังอยู่ร่วมกันได้โดยเข้าอกเข้าใจกัน เพียงแต่ว่าเราอยากจะทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่อื่นๆ ว่าไอ้ปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องของปัญหาความขัดแย้งทางศาสนา เพียงแต่ว่ามันมีบางคนเอาศาสนาเป็นเครื่องมือซึ่งเอาไปใช้ในทางที่ผิด เราต้องแยกกันนะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวเราก็จะไปเข้ากับทางโจรว่าอันนี้เป็นเรื่องความขัดแย้งทางศาสนา และเราก็จะเหมารวมทั้งหมดว่าคนมุสลิมทั้งหมดไม่ดีซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ” “ ในความเป็นจริงพี่น้องมุสลิมก็เป็นคนไทยที่รักบ้านเกิดเมืองนอน รักประเทศไทยเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่เอาศาสนาไปเป็นเครื่องมือในการแบ่งแยกคนออกมา เพราะฉะนั้นตรงนี้คนไทยต้องไม่หลงเข้าทางกับผู้ที่ไม่หวังดี ซึ่งเขาต้องการให้เกิดความรู้สึกแตกแยกระหว่างคนไทยพุทธ คนไทยอิสลาม หรือว่าแบ่งแยกเรื่องศาสนาอยู่แล้ว ตรงนี้อยากจะทำความเข้าใจ “ เรามีความเชื่อมั่นในฐานะที่อยู่ที่นี่ว่า ส่วนใหญ่พี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามหรือพี่น้องชาวไทยมุสลิมเรามีความจงรักภักดีต่อแผ่นดินเกิด ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนั้นมีความรู้สึกเป็นคนไทยอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าจากการที่เขาอยู่ในพื้นที่ จากการที่จะต้องอยู่เพื่อรักษาชีวิตเราก็ต้องเห็นใจเขา ก็เป็นหน้าที่ของราชการที่จะต้องจัดการในเรื่องของการแก้ไขให้เกิดความสงบสุขโดยเร็ว ” “ พี่น้องชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม เราก็อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ในหลายๆ พื้นที่เราก็อยู่ร่วมกัน มีทั้งบ้านไทยพุทธ บ้านไทยมุสลิม อยู่ด้วยกัน การเรียนหนังสือเราก็เรียนด้วยกัน การทำมาหากินวิถีชีวิตมีอะไรเราก็ไปช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพียงแต่ว่าในช่วงหลังระยะหลังมีคนพยายามจะแบ่งแยกให้เกิดความแตกต่างขึ้นมา โดยเอาศาสนาเป็นเครื่องมือจึงได้เกิดประเด็นปัญหาขึ้นมา แต่ในความเป็นจริงวิถีชีวิตของคนพื้นฐานแล้วเขาก็อยู่กันได้อย่างมีความสุขท่ามกลางความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคนไทยพุทธ ไทยมุสลิม และคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งมีอยู่มากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็อยู่ได้เป็นปกติ “ แม้กระทั่งในปัจจุบันความเข้าอกเข้าใจกันตรงนี้มันก็มีอยู่ในพื้นฐานความเป็นชาวบ้านด้วยกัน เพียงแต่ว่าถูกผู้ไม่หวังดีแบ่งแยกและทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่ ซึ่งตรงนั้นเราก็ต้องสร้างความเข้าใจและเร่งให้ความมั่นอกมั่นใจในการที่ชาวบ้านไว้เนื้อเชื่อใจต่อการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขาโดยภาครัฐให้กลับมาโดยเร็ว สิ่งที่อยากจะทำความเข้าใจก็คือสิ่งที่เราอยู่ตรงนี้และเราเข้าใจ เราอยู่ด้วยกันท่ามกลางความหลากหลาย ” “ การทำงานที่ผ่านมาผมว่ามันเป็นก็เป็นประสบการณ์นะครับ ในฐานะนักปกครองจะต้องเข้าใจในเรื่องตรงนี้ ทำให้เราได้รู้ว่าการอยู่ร่วมกันในสังคมตรงนี้ ความแตกต่างความหลากหลายที่มีอยู่เป็นเรื่องที่จะทำให้ต้องสร้างความเข้าใจกับคนอื่นด้วยไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น ” “ ณ เวลานี้ก็คงต้องน้อมนำเอาพระบรมราโชวาทเรื่องรู้รักสามัคคี พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เรื่องของรู้คุณแผ่นดินมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของเรา ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องต่างๆ ทั้งหลายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดมาให้ คิดว่าเราในฐานะที่ระดับล่าง ระดับของชุมชน ระดับประชาชนในฐานล่างก็คงต้องยึดในแนวนั้นเพื่อจะได้อยู่ในสังคมอย่างยั่งยืนถาวร ” “ ผมอยากสร้างความเข้าใจให้คนในแต่ละภูมิภาคได้เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดในภาคใต้ไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้งทางศาสนา เพียงแต่ว่ามีคนไม่ดีคนที่หวังร้ายต่อบ้านเมืองเอาศาสนาเป็นเครื่องมือ ตรงนี้ก็อยากจะทำความเข้าใจ ภาพตรงนี้อยากจะเรียนว่าคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดในภาคใต้เราอยู่กันท่ามกลางความหลากหลาย อยากจะให้ทุกคนเข้าใจ และยอมรับว่าทุกคนก็เป็นคนไทยเหมือนกันที่จะต้องช่วยกันดูแล แต่ในบางเรื่องบางราวที่ยังมีความด้อยอยู่ในส่วนของการศึกษาอยากจะให้ได้ให้ความสำคัญในการช่วยกันพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาคนในภูมิภาคนี้มากกว่า ” ...
Read moreพลตำรวจโท วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
March 8, 2012ด้วยต้นทุนทางสังคมต่ำเป็นทุนเดิมทำให้เป็นความเคยชินสำหรับคำพูดประชดที่ว่า “ตำรวจดีมีอยู่คนเดียว คือตำรวจที่ยืนอุ้มเด็กอยู่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” สะท้อนทัศนคติที่ป...
Read moreปฏิมา จีระแพทย
May 18, 2013Fiat X1/9 ’1973 ความรักและแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก คุณเป็นคนหนึ่งซึ่งประสบปัญหาร่างกายขยายใหญ่จนเกินจะควบคุมหรือไม่? ถ้าใช่คุณมีวิธีการค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อฟิตหุ่นให้กลับมาเฟิร์มอีกครั้งอย่างไร นี่ไม่ใช่รายการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์นะครับ หากแต่ผมกำลังจะนำท่านผู้อ่านให้ได้ชื่นชมในแรงบันดาลของคุณนก-ปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ผู้ซึ่งลดน้ำหนักเพื่อให้ได้เชยชม Fiat X1/9 ’1973 สมใจปรารถนา “สำหรับผมเสาร์-อาทิตย์ถือเป็นวันพักผ่อน ตื่นมาวันเสาร์หลังจากหาอาหารให้ลูกทาน ดูแลลูกเสร็จก็ไปดูลูกอีกหลายคัน (หัวเราะ) ผมจะไล่ดูรถทีละคัน ผมเพิ่งเริ่มสะสมเป็นหน้าใหม่สะสมมาสัก 2 ปี “เจ้าคันนี้เหมือนน้องชายเราที่โตมาในวัยใกล้กัน ฉะนั้นวันเสาร์ที่เริ่มปฏิบัติการดูแลรถก็จะเป็นคันนี้คันแรก พอเสร็จคันนี้ก็ต่อกันที่คันอื่นๆ จากนั้นก็พาเขาไปออกกำลังกายรถเหมือนคนนะครับ กลับมาถึงบ้านถามไถ่ดูแลลูกให้ทานมื้อกลางวัน ตกบ่ายเอาอีกคันไปวิ่ง รถที่ผมสะสมมีเสน่ห์ต่างกัน แต่ทั้ง 3 คันที่อยู่บ้านนี้เปิดประทุนได้ทั้งสิ้นเอาไว้รับลมทำให้เราเพลิดเพลิน เสน่ห์อีกด้านของมันก็คือเครื่องวางกลาง 1,290 ซีซี เท่านั้นเอง เวลาที่เร่งความเร็วก็จะได้ยินเสียงคำรามตอนนี้เป็นคาบูเรเตอร์เดี่ยวเสียงมันโหดมาเลยล่ะ” “ผมเห็นคันนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ตอนออกป้ายแดงนั้นเป็นสีน้ำตาล มาถึงเจ้าของคนถัดมาเปลี่ยนเป็นสีส้ม หลังจากไปเห็นที่แกลอรี่ของเขาเห็นวันนั้นผมขอซื้อเลยเพราะชอบ ได้มาต้องทำสีซ่อมเยอะอุปกรณ์ไม่ครบต้องใช้เวลาผ่านไปปีกว่าจึงเสร็จ ถึงตอนนี้สมบูรณ์กว่า 90%เสาะหาจากเว็บไซต์โดยเฉพาะ eBay บางชิ้นส่วนได้มาจากบราซิล อาร์เจนติน่า อเมริกา อังกฤษ อิตาลี จะว่าเป็นรถนานาชาติก็ว่าได้” “คันนี้เรียกกันว่า เบบี้ เฟอร์รารี่ เพราะคนที่ออกแบบรุ่นนี้ก็คือเบโทเน่ (Bertone) เจ้าพ่อนักออกแบบรถยนต์ทศวรรษ 70 คนเดียวกับที่ออกแบบเฟอร์รารี่จะสังเกตว่ามีส่วนคล้ายหลายๆ อย่าง มีไฟป๊อบอัพ หลังคาเปิดได้ ฯลฯ หลังจากออกแบบให้เฟียตเขาก็ซื้อลิขสิทธิ์บอดี้นี้ไปออกแบบเป็นรถเบโทเน่เอง” ไม่เพียงแต่ความมุมานะในการหาอะไหล่เท่านั้น สิ่งที่น่านับถือยกนิ้วโป้งให้ทั้งสองข้างเห็นจะเป็นความพยายามลดขนาดรูปร่างเพื่อเข้าไปนั่งขับรถไซส์นี้ได้อย่างสะดวกกายสบายรถ “เราอยู่ในวัยเลข 4 รถหลายคันที่เราเคยประทับใจสมัยวัยรุ่นในช่วงเวลานั้นไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของแต่ความชอบมันฝังใจอาจจะเรียกว่ารักฝังใจ รถบางคันที่สะสมอยู่ในตอนนี้ก็เป็นรุ่นที่เคยใช้ในอดีต กลับมาสะสมใหม่ ผมก็ยังหลงใหลในเหลี่ยมมุม ดีไซน์ของรถรูปลักษณ์การตกแต่งสมัยนั้นมันมีเอกลักษณ์” “ถ้าคุณเห็นผมเมื่อปีที่แล้วจะคิดว่าแล้วจะเข้าไปนั่งในรถได้อย่างไร สิ่งแรกที่ตอบสนองได้ก็คือผมต้องลดน้ำหนัก 25 กิโลฯ เพื่อจะเข้าไปนั่งในรถคันนี้ให้ได้ เพื่อคันนี้เลย โอเคว่าเราลดความอ้วนก็เพื่อสุขภาพของเราแต่สิ่งนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจเพราะเราชอบคันนี้มาก ใช้ความพยายาม 8 เดือนก็สำเร็จ!” คุณนกย้ำ ผู้อ่านท่านใดสนใจนำวิธีนี้ไปใช้บ้างเจ้าตัวนั้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง หรืออาจจะเสาะหารถคลาสสิคร่วมสมัยวัยรุ่นของคุณหรือภรรยาใช้เป็นกุศโลบายในการลดหุ่นให้ผอมเพรียวเหมือนเมื่อครั้งหนุ่มสาวคงจะดีไปอีกแบ...
Read moreนายแพทย์ โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์
May 19, 2013ด้วยใจรักในศิลปะแต่เมื่อชะตาชีวิตขีดให้ต้องมาจับเข็มฉีดยาแทนที่จะเป็นพู่กันวาดรูป นายแพทย์โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี เวลเนส จำกัด ก็ยังสามารถเชื่อมโยงความชอบและอาชีพได้อย่างลงตัวด้วยการพุ่งเป้าไปสู่การเป็นแพทย์ผิวหนังฝีมือเยี่ยม นำเสนอทางเลือกที่ปลอดภัยและเปิดโลกความสดใสให้คงอยู่ได้ยาวนานอย่างถูกวิธี เหตุเกิดจากการเป็นแพทย์ใช้ทุนบนเกาะพะงัน หลังจบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แพทยศาสตรบัณฑิตหน้าใหม่รั้งตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลปกครองแพทย์เพียงคนเดียวคือตัวเขาเองแต่ต้องดูแลชีวิตของผู้คนทั้งเกาะ หนึ่งปีผ่านไปในปีที่สองและสามของการใช้ทุนได้ย้ายมาประจำการที่เกาะสมุยซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปสู่เส้นทางศิลป์ดังฝันใฝ่ “ชีวิตมันต้องต่อสู้หลายเรื่องนะครับ ทำงานแรกก็เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง คนเดียวดูแลชีวิตคนทั้งเกาะกับเงินเป็นล้าน ขณะที่เราเงินเดือน 5,000 บาท ไม่เคยเป็นผู้บริหารก็ต้องทำ ในตำรากับความจริงต่างกันสิ้นเชิงได้เห็นคนลำบากมาก็เยอะ ผมได้เรียนรู้ชีวิตช่วงนั้นและนำการบริหารจัดการองค์กรมาประยุกต์ใช้เมื่อต้องบริหารธุรกิจของเราเอง” “เมื่อมีโอกาสจึงเลือกทางด้านผิวหนัง มันย้อนกลับไปที่ความต้องการตอนเด็กผมเห็นว่าความสวยความงามเป็นการเปลี่ยนรูปร่าง นอกจากใช้พู่กันป้ายแต่เราใช้วิธีหรือเครื่องมือเปลี่ยนให้เขาได้จริง การเป็นแพทย์ผิวหนังทำให้ต่อมาได้เขียนคอลัมน์ให้กับนิตยสารใกล้หมอ นี่ก็คืองานศิลป์อีกแขนงหนึ่งตามมาด้วยรายการวาไรตี้ทางโทรทัศน์เห็นได้ว่าในโลกของการแพทย์มีความเป็นศิลปะมากมายที่มากกว่าการรักษา “การเขียนเป็นจุดเริ่มต้นที่คิดว่าเราน่าจะทำธุรกิจที่มีจุดยืนในเรื่องของสุขภาพและความงามครบวงจร จุดแรกคือการให้บริการลูกค้าอาจเป็นรูปแบบคลินิกหรือสปา จุดที่สองคือทริปสุขภาพ จุดที่สามคือสื่อ เพราะเริ่มสนุกแล้ว เราอยากทำหนังสือ ทำโทรทัศน์ของตัวเอง เราคงอยู่ตรงนี้ไม่ได้ตลอดน่าจะเอาประสบการณ์มาสอนหมอรุ่นใหม่ จึงเกิดสถานะเป็นคนเบื้อหลัง นำเข้าเครื่องมือสมัยใหม่ เครื่องสำอาง ฝึกให้หมอในบ้านเราใช้เทคโนโลยีนี้ จึงเป็นที่มาของบริษัท ซี เวลเนส ในปัจจุบัน” “C คือ Cosmetic W คือ Wellness ซี เวลเนส เป็นศูนย์รวมสุขภาพความงามครบวงจร ลูกค้ากลุ่มแรกคือผู้รับบริการโดยตรง มีทั้งคลินิก สปา กลุ่มถัดมาคือเราเป็นเทรนเนอร์ให้คุณหมอที่อยากมีธุรกิจ ให้องค์ความรู้ นำเทคโนโลยีเครื่องสำอางเข้ามาพร้อมการเทรน วิเคราะห์ทิศทางธุรกิจให้ ล่าสุดที่เรากำลังจะทำคือสื่อโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ที่จะให้ความรู้กับคนทั่วไป” “ธุรกิจนี้กำลังเติบโต ทุกคนต่างเห็นว่าเป็นโอกาส สิ่งที่น่าจับตามองก็คือต่อไปจะเกิดการแข่งขันเยอะ เราต้องติดตามข่าวสารข้อมูลความรู้สมัยใหม่ตลอดเวลา ถัดมาคือมีความจริงใจในการให้บริการ จากความรู้สึกที่คุณหมอดูมีบุญคุณเปลี่ยนเป็นลูกค้ากับผู้ให้บริการ มีการฟ้องร้องมากขึ้น เราต้องมีจุดยืนที่แน่ะชัดว่าเราจะต้องอยู่ตรงกลางไม่มากไม่น้อยเกินไป” “การบริหารธุรกิจเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ต้องบริหารตัวเรา คนรอบข้าง และการเงิน การบริหารคนนั้นยากที่สุด ความรู้สึก ความคิดที่ไม่เหมือนกัน การที่จะให้เขาไปถึงภาพที่เราวาดไว้หากเขาคิดแต่ตัวเองหรือไม่ยอมรับคนอื่นก็จะไปไม่ถึง เราเหมือนกับคนพายเรือ หากเขาคิดต่างบางทีก็กระโดดออกจากเรือเมื่อไหร่จะไปถึง” ไม่จำเป็นต้องอายุถึง 40 ปีเช่นเขาก็ประสบความสำเร็จได้ คุณหมอหน้าใสย้ำว่าขึ้นอยู่กับเป้าหมายของชีวิต หากมองเห็นอนาคต และมุ่งมั่นก้าวไปหา ความสำเร็จนั้นรออยู่ไม่เกี่ยงว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ “ผมตั้งเอาไว้ว่าปีนี้เราอยากทำอะไร ปีต่อไปเราอยากมีชีวิตแบบไหน เราอยากขยายไปทำอะไรอีก ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามา เราต้องมีจุดหมายที่แน่ชัด บางคนอายุยี่สิบกว่าๆ ก็รวยได้แล้ว ทุกอย่างที่เรามองเห็นมีทั้งบวกและลบแต่อย่าท้อ วิเคราะห์ว่าถ้าบวกเราก็เดินต่อแต่ถ้าลบก็ไม่เอา ต้องเป็นคนที่ให้กำลังใจกับตัวเองตลอดเวลา ทำอะไรก็ตามหากเราขาดกำลังใจในตัวเราเองเราจะทำทุกอย่างไม่ได้ ซึ่งจะกระทบไปเป็นปัญหาในเรื่องอื่นๆ เราต้องให้กำลังใจกับตัวเอง ตั้งสติและคิดใหม่ อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการยอมแพ้ แต่เราต้องยอมรับกับมัน แล้ววันฟ้าใสก็จะกลับคืนมา...
Read moreศรัณฐ์ หวั่งหลี
May 19, 2013‘ผมไม่ใช่คนเก่ง...แต่ผมเป็นคนที่โชคดี’ อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่แสดงจุดยืนของตนเองอย่างเห็นได้ชัด จากการเป็นหนึ่งใน 169 นักเรียนไทยซึ่งร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกส่งตรงจากยุโรปและอเมริกาถึงนายกรัฐมนตรี วิงวอนให้รัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยหลีกเลี่ยงความรุนแรงเมื่อปี 2547 แม้การตัดสินใจครั้งนั้นของ ศรัณฐ์ หวั่งหลี เป็นเพียงแรงกระเพื่อมที่หายวับไปจากสายตาของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่อย่างน้อยการกระทำครั้งนั้นคืออีกด้านหนึ่งที่ทำให้เราพุ่งความสนใจเป็นพิเศษในตัวของชายวัย 27 ผู้นี้ “กรณีเมื่อปี 2547 เป็นการร่วมลงชื่อ ในตอนนั้นมีคนจากหลากหลายสถาบัน คนที่ไม่ได้ลงชื่อไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนับสนุนการกระทำเช่นนี้ แต่เขาอาจไม่อยากให้มีหลักฐานว่าเคยลงชื่อ สรุปได้ว่าไม่มีใครอยากให้สิ่งที่ไม่ดีของสังคมเกิดขึ้น มันอยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรมากกว่า การร่วมลงชื่อก็เป็นสิ่งหนึ่งที่บอกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเราไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่ไม่ได้ลงแล้วมีความคิดเหมือนกันผมคิดว่ามีเยอะกว่าคนที่ไม่ได้ลงชื่อและไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย “การกระทำตอนนั้นทำให้รู้ว่ามีคนไม่พอใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากลงชื่อไปแล้วการสานต่อก็มีอยู่บ้างแต่ก็น้อย หากถามว่าเหตุการณ์ดีขึ้นไหม...มันก็ยังไม่จบ และยังมีเหตุให้เราสลดใจอยู่เรื่อยๆ สี่ปีผ่านไปชื่อของคนร้อยกว่าคนนั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก เพราะทางการเมืองก็ยังสับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบลงไปควบคุมสถานการณ์อยู่ การเข่นฆ่ารุนแรงขึ้น กลับมาอยู่เมืองไทยในฐานะผู้รับข่าวสาร ไม่ได้เย็นชานะครับแต่ว่ามันสลดใจมากขึ้น มีการฟันหัวกลางสวนยาง หรือล่าสุดขึ้นไปยิงบนรถไฟ ฯลฯ ถามว่าผมมีปัญญาไปแก้ไหม บอกได้เลยว่าผมไม่มีปัญญาไปแก้ จะให้อยู่ดีๆ เสนอแผนการแก้ไขก็ไม่ได้ แต่อยากให้มีคนที่สามารถแก้ได้ มันอยู่ที่การเจรจาประนีประนอมกันมากกว่า ผมก็ไม่ทราบว่าเขาอยากได้ในสิ่งที่เราให้ไม่ได้มากขนาดนั้นรึเปล่า...ถ้าให้ได้แล้วจบเขาโอเคไหม แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้แต่ว่าเราทั้งสองฝ่ายพร้อมจะเป็นฝ่ายให้มากแค่ไหน” อาจเพราะเป็นรุ่นน้องของ กรณ์ จาติกวณิช ในโรงเรียนไฮสกูลวินเชสเตอร์คอลเลจ (Winchester College) และเป็นศิษย์ร่วมสถาบันเดียวกับคนดังของประเทศ อาทิ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทำให้เป็นจุดสนใจในเบื้องต้น แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากคุณวุฒิการศึกษา หากไม่ลงมือ บวกกับมีสติตั้งมั่นในการตัดสินใจกระทำ ก็คงไม่เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ล่าสุดศรัณฐ์เพิ่งโบกมืออำลาตำแหน่งวาณิชธนกิจแห่งบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้เพื่อศึกษาปริญญาเอกด้านการตลาดที่สถาบันบัณฑิตธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการเตรียมตัวเข้ารับช่วงธุรกิจของครอบครัว แน่นอนว่าการเป็นว่าที่ผู้สืบต่อ ‘นวกิจประกันภัย’ จาก สุจินต์ หวั่งหลี จะช่วยกรุยทางให้เดินได้สะดวก หากแต่ปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการบริหาร (Engineering, Economic and Management : EEM) ต่อด้วยปริญญาโทแมเนจเมนท์รีเสิร์ช สถาบันเดียวกัน และประสบการณ์ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอเบอร์ดีน แห่งประเทศอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีความสามารถได้เป็นอย่างดี “ที่เรียนมาไม่ใช่นำบวกลบคูณหารแล้วมาใช้ได้เลย อันนั้นเป็นส่วนน้อย แต่ส่วนสำคัญผมคิดว่าอยู่ตรงการที่เราพบกับแรงกดดันจากการเรียนทำให้เราแกร่งพอสมควร นั่นทำให้เราประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ ในด้านของตนเองผมไม่ได้คิดว่าผมเก่งกว่าคนอื่นเลยนะ คิดว่าเป็นคนโชคดี เป็นคนที่เรียนไม่เก่ง ไม่ใช่อัจฉริยะ ที่โชคดีก็มีหลายอย่างเช่น ผมได้เรียนกับมาร์ค เวนเทรสกา (Dr.Marc Ventresca) ผู้ที่นำสังคมวิทยามาอธิบายการเกิดขึ้นของนวัตกรรมใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเรียนจบจึงนำกลับมาใช้ในการทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้” “ที่กลับมาเรียนต่อเพราะเป็นจังหวะที่พอดีกับเมื่อตอนปีใหม่ผมประสบอุบัติเหตุรถชนกะโหลกร้าว สะบักหัก นอนพักอยู่บ้านสองสัปดาห์ คุณแม่บอกว่าศศินทร์ฯ ยังเปิดรับสมัคร ก็ลองสมัคร รวมกับคุณพ่อตอนนี้ท่านก็อายุ 72 แล้ว อยากจะให้ผมมาช่วยดูธุรกิจประกันของท่านและธุรกิจครอบครัวอื่นๆ นั่นคืออีกหนึ่งปัจจัย” “แม้ว่าผมจะเรียนทางด้านวิศวะมาก็ตาม แต่ที่ผ่านมาผมค่อนข้างจะเบนมาทางการวิจัยเชิงปริมาณเสียมากกว่า จะบอกว่าปั้นลมเป็นน้ำแล้วค่อยปั้นน้ำเป็นตัวก็ได้นะ จากการทำงานกับทิสโก้ฯ ทำให้ได้รู้ทางด้านการเงินพอสมควร เมื่อมาทางนี้เรียนด้านการตลาดจึงเป็นโอกาสที่กว้าง เป็นทางที่เราจะไปในสิ่งที่เราชอบได้มาก โดยการวิจัยที่ผมสนใจและตั้งเป้าหมายว่าจะศึกษาก็คือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจครอบครัว จะทำอย่างไรให้ผ่านไปได้ และอีกด้านก็คือการนำพระพุทธศาสนาเข้ามาใช้ในเชิงธุรกิจ” เรื่องราวของเขาทำให้เข้าใจว่าชื่อเสียงของสถาบันใช่ว่าจะเป็นเครื่องรับรองความสะดวกสบายหรือความสุขที่จะเกิดขึ้นได้เสมอไป ศรัณฐ์ได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ติดตัวเขาไม่ใช่แค่ความรู้ หากเป็นความรู้สึกอันดี เป็นสิ่งที่ไม่อาจหาซื้อได้ในโลกของธุรกิจ เขาย้ำเสมอตลอดการสนทนา ‘ผมไม่ใช่คนเก่ง...แต่ผมเป็นคนที่โชคดี’ ยิ่งบวกกับการได้ศึกษาพระธรรมเมื่อครั้งบวชเป็นพระภิกษุ ได้ศึกษาทางสายปฏิบัติธรรม ส่งผลให้มีสติ เสริมความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นปลายปีที่ทำให้เขาต้องนอนพักตลอดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “จะเรียกว่ารุนแรงก็ได้นะ แต่มันเป็นเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการกระทำของเรา ผมซ้อนมอเตอร์ไซค์จากอโศกแล้วมีรถกระบะมาชนท้าย ทำให้ผมกระเด็นลงไปอีกฟากของถนน สลบไปประมาณห้านาที ได้ขึ้นป่อเต็กตึ้งมาแล้ว (หัวเราะ) พอฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ทำคือกดเบอร์โทรศัพท์ของคุณแม่แล้วบอกท่านว่าผมประสบอุบัติเหตุ ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ไว้ในเครื่อง แต่สามารถจำได้และโทรบอกว่าเกิดอะไรขึ้นได้เพราะตั้งสติ “พระท่านบอกว่าการจะตายนั้นระหว่างตายโหงกับตายอย่างมีสติมันต่างกันจริงๆ ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนกับเพิ่งตื่นนอนทั้งๆ ที่เพิ่งฟื้นจากการสลบ ทำให้เข้าใจว่าทำไมถึงจะไม่เหมือนกัน นอกจากสติแล้วก็ทำให้เข้าใจว่าผมเองก็ประมาทที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ สักแต่ว่าจะรีบไปให้ทัน สะเพร่าที่ไม่รัดสายรัดคางของหมวกกันน็อคให้แน่นหนา ถ้าเราระมัดระวังไม่ประมาทกับชีวิตอาการบาดเจ็บก็จะไม่รุนแรง เหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้นทำให้ผมดึงประสบการณ์จากการบวชกลับคืนมา เพราะตอนนั้นเราอยู่อย่างมีสติ เราจึง ‘ควร’ หรือ ‘พยายาม’ อยู่อย่างมีสติ” สถานที่ : ร้าน gustoso ชั้น 7 ศูนย์การค้า CentralWo...
Read moreจันทนา สุขุมานนท์
May 18, 2013ความรู้คู่คุณธรรม ออกตัวว่าปิดทองหลังพระมานานไม่ค่อยได้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากนักแต่ถึงอย่างไรก็ปิดไม่มิดแม้ว่าธรรมชาติของคนทั่วไปจะสนใจเรื่องร้ายมากกว่าสาระดี ดังคำโบราณท่านว่า “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” เห็นได้จากโครงการดีล่าสุด ‘๘๐ พรรษา ๘๘๐ ฝาย อินทรีสร้างถวายในหลวง’ ที่มุ่งหวังไปที่จุดเริ่มต้นมากกว่าจับที่ปลายเหตุ อันเป็นอีกหนึ่งคุณความดีซึ่งเป็นเยี่ยงอย่างของการคิดกระทำความดีให้แก่ส่วนรวม โดยโต้โผใหญ่ จันทนา สุขุมานนท์ รองประธานบริหาร (ลูกค้าสัมพันธ์) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ชูแนวคิดคุณธรรมนำธุรกิจทั้งในด้านองค์กร การบริหารองค์กร-บริหารทีมงาน รวมถึงคุณธรรมในชีวิตส่วนตัว “หลักขององค์กรแน่นอนนะโดยเฉพาะฝรั่งที่เขาย้ำว่าเราต้องมีและเป็นทุกอย่างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นองค์กรที่มีความโปร่งใส ต้องเป็นองค์กรที่มีการพัฒนาคนให้ดีขึ้นไป จะต้องมีฐานะการเงินที่ดีเพราะว่าเราต้องตอบสนองคนที่ถือหุ้นและคนที่เกี่ยวข้องกับเราทุกคนให้ได้ดีที่สุด บริษัทเราถือว่าอยู่ในประเทศไทย เราเป็นบริษัทที่เป็นของไทยโดยมีพาร์ทเนอร์เป็นฝรั่งบางส่วน เมื่อเราทำธุรกิจในเมืองไทยเราจึงต้องคืนกลับสู่พื้นดินไทย “ที่ผ่านมาจึงรู้สึกเสียใจว่าเราก็ทำเยอะนะแต่เราไม่เคยทำพีอาร์ก็เลยไม่เคยรู้ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ดิฉันคิดขึ้นมาแล้วขอทีมผู้บริหารว่าเราจะทำอะไรดีให้สังคม โดยเมื่อคราวฉลองครองสิริราชสมบัติ 60 ปี และเฉลิมพระชนมายุ 80 พรรษา ขะมักเขม้นเฟ้นหาโปรเจคต์ซึ่งเราก็ทำหลายอย่าง แต่โครงการนี้เราต้องการตอบโจทย์ได้หลายอย่างทั้งความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อโลกเราต่อประเทศเรา ถ้าทำได้ดีนั้นจะยั่งยืน Sustainable Development ประเทศก็อยู่ได้ คนทุกคนก็อยู่ได้ เราก็อยู่ได้ จะทำให้บริษัทนี้อยู่ได้ยั่งยืนต่อไปด้วย เรานั้นเป็นส่วนหลังถ้าทุกอย่างอยู่ได้” “ลักษณะของผู้นำก็คือในเมืองผู้นำเป็น Roll Model เราเป็นต้นแบบของหลายๆ คน การที่จะให้ลูกน้องเคารพเรา เชื่อเราได้จะต้องมีความโปร่งใส ไม่ใช่ว่าถ้านายยังคิดเล็กคิดน้อย โกงกิน ลูกน้องก็ต้องเห็น ฉะนั้นคุณธรรมจะทำให้เราประสบความสำเร็จ “คนดีหรือความรู้ก็ต้องมีคู่คุณธรรม ถ้ามีความรู้อย่างเดียวมาเป็นผู้นำก็ไม่ได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราก่อนซึ่งมันสตาร์ทจากตัวเราเอง ถ้าเราคิดว่ามีคนเยอะแยะไปปากว่าตาขยิบอยู่มากแต่เราต้องไม่มองเขาแบบนั้น ดิฉันมองว่าทุกคนเป็นคนดีและเราเอาความดีมาคบกัน เราต้องมีคุณธรรมในการปกครองคนในการทำงานการทำงานนี่ก็อยู่ร่วมกัน เราต้องแยกให้ออกว่าคนเราเมื่อมีทัศนคติที่ดีนั่นคือการมองการคิดในมุมบวก...
Read moreจิตต์สิงห์ สมบุญ
May 19, 2013เป็นขบถทางความคิด การคิดนอกกรอบคือคุณสมบัติของนักคิดนักสร้างสรรค์ที่ดี หากแต่พื้นฐานที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนั้นๆ โดยตรงอาจส่งผลต่อการทำงาน แต่สำหรับ จิตต์สิงห์ สมบุญ Head of Design แห่ง PLAYHOUND เครื่องแต่งกายแนวสตรีทแฟชั่น ภายใต้แบรนด์ใหญ่คือ GREYHOUND กลับกลายเป็นคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์สำหรับเขาในการสร้างผลงาน หนทางศิลปินของเขาก็เช่นเดียวกับหลายคนในวงการคือจบการศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตามประสาศิลปินเกียรตินิยมจากากรเรียนจึงไม่ใช่เป้าหมายของนักศึกษาศิลปะ แต่รางวัลการันตีผลงานต่างหากที่จะช่วยเบิกทางสู่การยอมรับ แน่นอนว่าความมุ่งมั่นส่งผลให้เขาคว้ารางวัลแรกจากธนาคารกสิกรไทย ตามมาด้วยรางวัลจากปตท. รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 32 (ปี 2529) แต่แล้วต่อมากลับพบว่ารางวัลไม่ได้ช่วยให้ทำงานแล้วเงินเดือสูงขึ้นหรือมียศติดตัวไปตลอดเสียเมื่อไหร่ “ถ้าหากประกวดแล้วได้รับรางวัลก็เหมือนกับว่าเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะแต่ก็เป็นเพียงในช่วงเวลานั้น ผมมีรางวัลแต่ต่อมาผมก็หายไปจากศิลปะแขนงนั้น ก็เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่เส้นทางชีวิตหายไปอยู่ในส่วนอื่นของสังคม ความรู้สึกตอนนั้นคือถ้าไม่เก่งไม่เป็นไรแต่ไม่ลงแข่งไม่ได้ถึงอย่างไรก็ต้องลงแข่ง การประกวดเป็นแรงผลักดันให้สร้างสรรค์และพัฒนาฝีมือ” แต่นั่นก็เป็นเพียงอดีตอันหอมหวานในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะวิชาชีพแฟชั่นดีไซเนอร์ที่เขาโลดแล่นกว่าสองทศวรรษต่อมา คือแขนงที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่คาดคิดว่าจะก้าวมาไกลถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าพื้นฐานในการทำแพทเทอร์นของดีไซเนอร์สำหรับเขาไม่ใช่ไม่จำเป็นแต่เพราะเขาเลือกแล้วว่าเขาจะเป็นดีไซเนอร์ไม่ใช่ช่างตัดเสื้อ! ไม่ใช่ไม่เห็นความสำคัญแต่การอยู่นอกกรอบโดยมิได้อยู่เหนือมาตรฐานเป็นการออกจากพื้นที่อันจำกัดแล้วได้พบว่าขอบเขตของการสร้างสรรค์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด “ที่ผ่านมาผมนำความคิดและปัจจัยต่างๆ มาประยุกต์ให้เกิดชิ้นงาน พื้นฐานจิตรกรรมช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นตอนแรกที่มาทำงาน แค่เลือกกระดุมยังเลือกนานมากเป็นชั่วโมง แต่ข้อดีคือผมไม่ได้เริ่มต้นหากแต่ผมหาทางออกทางอื่นไว้แทน ซึ่งอาจเป็นแนวทางใหม่ของการทำเสื้อผ้า ผมผ่านงานนี้มาประมาณ 20 ปี จึงเห็นความสำคัญของความรู้ในด้านนี้ ดั้งนั้นถ้าไม่มีพื้นฐานมาก่อนเราก็ต้องใช้ความถนัดของตัวเองมาคิด และต้องบาลานซ์ให้ดี การไม่ยึดติดกับแพทเทอร์นมีข้อดีคือทำให้เรามองด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากรูปแบบเดิมๆ ถึงตอนนี้หน้าที่การงานขยับขึ้นไปตามคุณวุฒิและวัยวุฒิแต่เขาย้ำว่าจะเรียกว่าเป็นงานบริหารก็คงไมใช่ แต่เป็นการถอยออกมาแล้วเป็นผู้กำกับดูภาพรวม แม้มีลูกน้องดูแลรายละเอียดต่างๆ แต่การดูภาพรวมที่อาจมองว่าสบายนั้นกลับเป็นเรื่องยากและเครียดยิ่งกว่า บางคนไม่ยอมปล่อยวางเก็บเอาไปครุ่นคิด แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่เพราะไม่ใช่แบรนด์จิตต์สิงห์ “สำหรับแฟชั่นเราไม่จำเป็นต้องไปก่อนเทรนด์ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ผู้นำเทรนด์แฟชั่น แต่ผู้บริโภคเขาซื้อตามเทรนด์ เราแค่คิดไปข้างหน้า เอาข้อดีของการคิดไปข้างหน้ามาปรับใช้และสร้างงานให้เหนือกว่าตลาด Mass” “ซึ่งคำจำกัดความของ PLAYHOUND มีคำว่า “fun” แทรกเข้ามา มีลูกเล่นในการแฝงความ “ขบถ” นิดๆ แต่คงไม่ใช่แนวพังค์ หรือจะเรียกว่าขบถแบบพัฒนาก็ได้นะครับ คิดนอกกรอบ พยายามคิดต่อ แต่ต้องไม่คิดตามกระแสเพื่อให้เกิดการพัฒนาในผลงานและธุรกิจ...
Read moreมิง ฟง จาง
May 18, 2013กับ TVR Griffith’1994 เพียง 1 ใน 3 ของเมืองไทย ไม่ว่าจะขับไปยังที่แห่งใดย่อมจะมีผู้คนมองตามชนิดเหลียวหลังเลยทีเดียวสำหรับความภาคภูมิใจล่าสุดกับ TVR Griffith ’1994 สีเหลืองสดใสคันเดียวในเมืองไทย และเป็น 1 ใน 3 ของรุ่นเดียวกันที่ยังคงอยู่ในอาณาเขตประเทศไทย ฉะนั้นเมื่อคุณได้เห็น ‘เจ้าเหลือง’ หรือ ‘ไอ้เหลือง’ ของหนุ่มไต้หวันหัวใจไทย มิง ฟง จาง ประธานกลุ่มบริษัท BDI Group ย่อมจะอนุมานได้ว่าพ่อหนุ่มรายนี้เป็นผู้ควบมาอวดโฉม “ทริปแรกที่ผมได้นำเขาไปร่วมคาราวานก็เมื่อปลายปีที่ผ่านมา คือขับไปเขาใหญ่ จำได้ว่าเสียงแรกที่พวกเขาเห็นจากจุดสตาร์ทก็คือ เฮ้ย! มีด้วยหรือ ก็มีสิอยู่กับผมนี่แหละ” “ปัจจุบันใช้คำว่าผมเป็นคนสะสมรถคลาสสิคดีกว่า เริ่มมาได้ 4 ปีแล้ว แต่ถ้าย้อนไปตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ผมชอบและเริ่มสะสมรถสปอร์ตมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ จากญี่ปุ่น แต่ตอนนั้นผมไปเรียนจริงๆ ซึ่งเริ่มจากชอบขับรถแข่งมาตั้งแต่เรียนไฮสคูล แต่ก็มามุ่งมั่นในประเภทรถสปอร์ตหลังจากเรียนจบ โดยต่อมาเป็นความนิยมในรถออฟโรด ปัจจุบันก็เพิ่มประเภทขึ้นเป็นมอเตอร์ไซค์ มีทุกรสชาติที่ผมสัมผัสได้กับสิ่งเหล่านี้” “ก่อนจะมาเป็นของผมนั้นมีชาวอังกฤษผู้หนึ่งครอบครองมาก่อนผม แต่เนื่องจากเขามีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศ เผอิญมีคนแนะนำผม และโดยส่วนตัวจากการที่ผมเล่นรถสปอร์ตมาตลอด จึงเล็งเห็นว่าคันนี้มีความพิเศษในตัวพอสมควร โดยในส่วนของรถอังกฤษแบรนด์ TVR ถือว่าเป็นซุปเปอร์คาร์ ทั้งในส่วนของแรงม้า ขนาดเครื่องยนต์ หากพูดถึงสัญชาติอิตาเลียนก็เห็นจะเป็นเฟอร์รารี่ สำหรับอังกฤษก็จะต้องเป็น TVR ทั้งความแรงและเป็นรถแฮนด์เมด ตัวถังเป็นไฟเบอร์กลาสทั้งคัน ช่วงล่างเป็น Space frame แบบรถแข่ง” “TVR Griffith ’1994 เครื่อง 4.0 ลิตร 275 แรงม้า ตอบสนองความต้องการของผมได้อย่างสุดยอด” พูดพลางชี้ไปยัง 3 คันที่อยู่ในห้องเก็บรถคือ Maserati, Porsche, Ford Mustang ว่ารวมไว้ในคันนี้ “Porsche 928 ถือว่าเป็นรถ 100 คันที่ยอดฮิตในโลกนี้ เป็นสปอร์ตคาร์แต่ว่าเปิดประทุนไม่ได้และรถก็หนัก ส่วน Maserati Spyder เปิดประทุนได้แต่รถหนักกว่า เครื่องยนต์ก็เล็กว่าแค่ 2800 ซีซี ขณะที่ Ford Mustang รถหนักทั้งคัน เครื่องยนต์เท่ากันแต่เปิดประทุนไม่ได้ เอาแค่นี้รถ 3 คันแต่รวมอยู่ที่ไอ้เหลืองคันเดียว” “เจ้าคันนี้แรกเริ่มเป็นสีเขียว แต่เนื่องจากผมเป็นคนชอบสีฉูดฉาดจึงเลือกเป็นสีนี้ ใช้เวลาในการซ่อมแซม 1 ปี โชคดีที่ผมเป็นสมาชิกใน TVR Club ที่ประเทศอังกฤษ จึงสั่งนำเข้าชุดแต่งของรถคันนี้เข้ามา” “ปัจจุบันในประเทศไทยมีอยู่ 3 คัน สำหรับรุ่น Griffith ส่วน TVR ที่เป็นรถแข่งอังกฤษในบ้านเราเท่าที่ทราบมีอยู่แค่ 3 คันเท่านั้น! ไม่มีรถที่แก่กว่านี้ ถูกนำเข้ามา 4 คันโดยวัฒนาออโต้เซลส์แต่เกิดอุบัติเหตุไป 1 คัน ปัจจุบันจึงเหลือ Only 3 ในเมืองไทย และในเอเชียก็จะมีอยู่ที่ฮ่องกง ที่เหลือในส่วนอื่นๆ ของเอเชียไม่ค่อยมี” ความภาคภูมิใจขึ้นอยู่กับคนรักรถสปอร์ตแต่ละคน ในส่วนที่เขาชอบมากคือการปรับหลังคาได้ 3 ระดับจนเป็นการเปิดประทุนรับลมได้เต็มที่ รวบรวมสรรพคุณหลายอย่างอยู่ในตัวโครงสร้างรถแข่ง เป็นรถที่เบามากในขนาดเพียง 1 ตัน ด้วยขนาดเครื่องยนต์และแรงม้าที่สูงเขาจึงยกย่องเป็นซุปเปอร์คาร์อังกฤษในดวงใจ “ของอังกฤษยังมีอีกแบรนด์หนึ่งคือ Aston Martin แต่ตัวถังของมันไม่ใช่ไฟเบอร์กลาส การลดน้ำหนักยังสู้ TVR ไม่ได้ และที่สำคัญคือเป็นการทำแฮนด์เมดทั้งคัน ทำให้เมื่อผมทราบว่าเจ้าของเดิมจะขาย ผมจึงขนเงินสดไปซื้อเลย ผมไม่ต่อราคาแม้แต่บาทเดียว มันไม่มีราคาที่ถูกหรือแพง คุณมีเงินก็ไปอิมพอร์ตเข้ามาสิครับ มีคนมาทาบทามเยอะ เมื่อสักครู่ยังโทรมาเลยเพราะเขารู้ว่าคันนี้อยู่กับผม เขาบอกว่าเอารถมาแลกกับผมเลยมั้ย ผมตอบกลับไปว่าอย่าเลย รถสปอร์ตที่มีอยู่เป็นสิ่งที่เรารักและเราหาไม่ได้อีกแล้ว มันเติมความต้องการของผมครบถ้วน และผมชอบที่มันเป็นรถรุนแรง”...
Read moreพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
May 19th, 2013 | Comments Off
Grace in the Art of Princess Siribhachudhabhorn พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ต้นปี 2549 นิทรรศการศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดแสดงอย่างเป็นทางการ โดยหนึ่งในนั้นคือผลงานศิลปนิพนธ์ฝีพระหัตถ์ “นิมิตจักรราราชา : จงคำนับข้า ข้าคือจักรพรรดิแห่งความฝัน” ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีสุดท้าย สาขาวิชาภาพพิมพ์ ก่อนจะทรงสำเร็จการศึกษาและได้รับพระราชทานปริญญาศิลปบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 … Read entire article »
Filed under: people
กิติคุณ คัมภิรานนท์
May 19th, 2013 | Comments Off
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทย ‘บทกวี’ ไม่เคยห่างหายหรือเสื่อมมนตร์ขลังลงเลย ทว่าแม้ปัจจุบันบทกวีจะยังคงมีชีวิตอยู่เราก็อาจหา ‘กวี’ ผู้สามารถใส่ความร่วมสมัยลงในฉันทลักษณ์ได้น้อยเต็มที … Read entire article »
Filed under: thai writer
ชาติพร อัสสรัตน์
May 19th, 2013 | Comments Off
Goal Of An Educator สุภาพบุรุษวัย 29 ปี ผู้นี้มีหลายบทบาทซึ่งเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่องล่าสุด ชาติพร อัสสรัตน์ คือหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติไอวี่ บาวนด์ (IVY BOUND) ร่วมกับพี่สาวและน้องสาวซึ่งร่ำเรียนทางด้านการศึกษาโดยตรง เพราะการศึกษาคือรากฐานการพัฒนาชาติ จึงไม่น่าแปลกใจที่โรงเรียนมาตรฐานสากลจะผลิตหน่ออ่อนอันเปี่ยมคุณภาพสู่สังคม … Read entire article »
Filed under: spotlight
อริยะ พนมยงค์
May 19th, 2013 | Comments Off
“ผมบริหารชีวิตการทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่บริหารชีวิตส่วนตัวยังได้ไม่ค่อยดีเท่าไร ซึ่งเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องการบริหารลงทุน ส่วนใหญ่จะเน้นที่หุ้น 100% High risk high reject และมีการทำประกันชีวิตด้วยส่วนหนึ่ง” … Read entire article »
Filed under: people
ดอม เหตระกูล
May 19th, 2013 | Comments Off
The Motorcycle Man จากเด็กชายผู้เป็นทายาทนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย ได้เข้าสู่วงการบันเทิง จนทุกวันนี้ รับบทบาทเป็นนักธุรกิจ บริหารงานบริษัทของตัวเอง เชื่อไหมว่า ไม่ว่าชีวิตจะเปลี่ยนสถานะไปอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปและไม่เคยห่างหายไปจากผู้ชายที่ ดอม เหตระกูล คือรถมอเตอร์ไซค์ … Read entire article »
Filed under: people
Monotone
May 19th, 2013 | Comments Off
แม้มิอาจหลีกเลี่ยงประเด็นสนทนาที่ฮอตฮิตว่า “คุณเป็นสีอะไร?” แต่เราก็สามารถเลือกจะไม่ตอบหรือนิ่งเฉยเผื่อว่าสมาชิกทั้งหลายจะลืมเลือนหรือเลิกรา แน่นอนว่าคำถามนี้นำมาซึ่งเหตุและผลที่แต่ละคนหยิบยกมาสร้างน้ำหนักเสริมความเชื่อของตน แต่ก็พ่วงท้ายมาด้วยผลลัพธ์คือความรู้สึกแบ่งแยกพวกเขาไม่ใช่พวกเรา ประสบการณ์นี้ผู้เขียนประสบในแทบทุกครั้งของการสนทนาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี (ราวกับเวทีเจรจาความเมือง) … Read entire article »
Filed under: people
โสมพัฒน์ ไตรโสรัส
May 19th, 2013 | Comments Off
The Real (Estate) Developer เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าผลงานของทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ ภายใต้การนำของโสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งนำเอาวัฒนธรรมองค์กรแบบตะวันตกมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับแนวทางการทำงานของคนไทย โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ซึ่งเขาและผู้ร่วมก่อตั้งอีก 3 คนคัดเลือกมาด้วยตนเอง … Read entire article »
Filed under: profile
พลพีร์ สุวรรณฉวี
May 19th, 2013 | Comments Off
พลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 6 พรรคเพื่อแผ่นดิน และรองประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เหตุผลที่เข้ามาเล่นการเมือง สำหรับผมอาจบอกได้ว่าการเมืองอยู่ในสายเลือด … Read entire article »
Filed under: people
ฯพณฯ เฟลีเป ฟรีดมัน
May 19th, 2013 | Comments Off
เอกอัครราชทูตอาร์เจนตินา “ผมอยู่อาร์เจนตินา 5 ปีก่อนได้รับคำสั่งให้มาอยู่ที่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้ผมทำงานเกี่ยวกับ MERCOSUR (ตลาดร่วมแห่งอเมริกาใต้) โดยกลับไปยังอาร์เจนตินาในปี 2000 หลังจากทำงานที่วอร์ชิงตันฯ มา 5 ปี ผมผ่านวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 2001-2002 ช่วงนั้นเรา(ชาวอาร์เจนติน่า)ลำบากกันมาก ผู้คนตกงาน หลายคนคิดว่าประเทศเราคงไปไม่รอดแล้ว ต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้ … Read entire article »
Filed under: people
ณัฐปคัลภ์ หุตินทะ
May 19th, 2013 | Comments Off
The Land of Reggae & Ska Music by CEO CANDOOTEAM บริษัท แม็กซ์ มีเดีย แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด ผมจึงตั้งใจว่าผมจะทำให้ระยองกลายเป็นเมืองแห่งดนตรี Reggae & Ska ในจำนวนศิลปะหลากหลายแขนง ดนตรีดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในงานที่ผู้คนมากมายสามารถเสพและส่งต่อถึงกันได้อย่างรวดเร็วและมีชีวิตชีวา ในขณะที่ศิลปินกำลังขับกล่อมและวาดลวดลายอวดสายตาผู้ชมอยู่นั้น บรรดาผู้ชมแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองมีส่วนสร้างและเติมเต็มงานศิลปะชิ้นนี้อยู่ด้วยเช่นกัน และเบื้องหลังความงามแห่งการถ่ายทอดศิลปะชนิดนี้ มีกลุ่มคนที่ทุ่มเทกำลังกาย, กำลังใจและกำลังสติปัญญา เพื่อสร้าง ‘พื้นที่’ และ ‘โอกาส’ แห่งการสร้างสรรค์ขึ้น ณัฐปคัลภ์ หุตินทะ คือหนึ่งในคนเหล่านั้น … Read entire article »
Filed under: people
สุวัฒน์ แสนขัตติยรัตน์
May 19th, 2013 | Comments Off
ศิลปินที่ดีควรเป็นครูที่ดีด้วย เกือบจะในทันทีที่เชโรกีคันงามพาหนะของเราเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนดินสายเล็กๆซึ่งแยกออกจากถนนเลียบคลอง 11 ภาพของทุ่งข้าวสีเขียวมรกตก็ตระการตาอยู่เบื้องหน้าและทำให้เคลิบเคลิ้มอยู่นาน ที่ริมท้องทุ่งนี้เองคือที่ตั้งของ ‘เรือนศิลป์แสนขัติยรัตน์’ สถานที่ซึ่ง ผศ.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ ใช้เป็นที่สร้างสรรค์ผลงานอันบรรเจิดของเขา … Read entire article »
Filed under: people
วสันต์ สิทธิเขตต์
May 19th, 2013 | Comments Off
วสันต์ สิทธิเขตต์ เป็นชาวนครสวรรค์ เป็นศิลปิน เป็นกวี เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม เป็นนักต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม เป็นชาวม็อบ เป็นผู้ก่อตั้งพรรคศิลปิน และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายตามแต่ใครจะนิยามตัวตนให้แก่เขา วสันต์เป็นศิลปิน งานศิลปะของเขาหลายคนว่าดิบ เถื่อน หยาบคาย … Read entire article »
Filed under: thai writer
ศุภกฤษฏ์ ปทุมศรีวิโรจน์
May 19th, 2013 | Comments Off
เพียงระยะเวลาปีกว่าบุรุษหนุ่มวัย 23 ศุภกฤษฏ์ ปทุมศรีวิโรจน์ สร้างแรงกระเพื่อมได้หลายวงการ ทั้งแวดวงบันเทิง เรื่อยยาวไปถึงการเมือง เครื่องหมายการค้าของเขาในนาม ‘หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม’ ผลักดันให้หมอดูริมถนนขยับชั้นเป็นหมอดูคนดังซึ่งมีแฟนคลับอยู่หลายภาคส่วนในสังคม แม้วันนี้ที่ไม่ต้องปูเสื่อตั้งป้ายรับทำนายทายทักแลกกับรายได้เล็กน้อยดังแต่ก่อน แต่ก็ต้องแลกมากด้วยการสูญเสียความเป็นส่วนตัว ภารกิจการงานรัดตัว และต้องพัวพันกับการฟ้องร้องในคดีความ … Read entire article »
Filed under: spotlight
เทพไท เสนพงศ์
May 19th, 2013 | Comments Off
ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน เทพไท เสนพงศ์ เคยให้สัมภาษณ์กับไฮคลาสว่าอยากลงสนามการเมืองระดับชาติในนามพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยจังหวะและเวลาซึ่งยังไม่ลงตัวทำให้เขาต้องอดทนรอพร้อมกับการสร้างฐานความนิยม และเมื่อวันเปลี่ยนเวียนผ่านนอกเหนือจากได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรยังพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการพรรคและโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยยังคงทำหน้าที่พิทักษ์นายกฯ อภิสิทธิ์อย่างแข็งขัน … Read entire article »
Filed under: profile
จิรายุ ห่วงทรัพย์
May 19th, 2013 | Comments Off
My Love…My License Plates เป็นเรื่องธรรมดา ที่สภาพแวดล้อมในวัยเด็กคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งเกิดความรู้สึกผูกพัน ชอบพอ หรือหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความสนใจของผู้คนส่วนใหญ่ก็ตาม คอลัมน์ Leisure ฉบับนี้ พาคุณผู้อ่านไปพบกับคนผู้หนึ่ง ที่สภาพแวดล้อมในวัยเด็กจุดประกายให้เขาหลงใหลได้ปลื้มกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก นำมาซึ่งของสะสมที่ไม่เหมือนใครอย่างป้ายทะเบียนรถยนต์ เขาคนนั้นชื่อ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ไปครับ…เขายกลังเก็บป้ายทะเบียนมาให้เราชมแล้ว … Read entire article »
Filed under: people
Global Impact
May 19th, 2013 | Comments Off
วิกฤตการเงินกำลังลุกลามไปทั่วโลก ขณะที่การแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่ยอมน้อยหน้าพยายามไล่ตามซ้ำเติมความรุนแรงและบอบช้ำ ทั้งสองปัญหาใหญ่สำหรับปีนี้และอนาคตอันใกล้สั่นคลอนความมั่นคงของโลก ความร่วมมือในการแก้ไขคือหนทางอันจะนำมาซึ่งความสงบสุข แม้มิใช่มหาสงครามระหว่างมนุษย์ซึ่งมุ่งมั่นเข่นฆ่าทำลายล้างกัน แต่พิษภัยกำลังบั่นทอนคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติให้ย่ำแย่มากยิ่งขึ้น … Read entire article »
Filed under: people
พลตำรวจโท วรพงษ์ ชิวปรีชา
May 19th, 2013 | Comments Off
ด้วยต้นทุนทางสังคมต่ำเป็นทุนเดิมทำให้เป็นความเคยชินสำหรับคำพูดประชดที่ว่า “ตำรวจดีมีอยู่คนเดียว คือตำรวจที่ยืนอุ้มเด็กอยู่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” สะท้อนทัศนคติที่ประชาชนมีต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ขณะที่มิจฉาชีพซึ่งแฝงตัวหากินและบ่อนทำลายอยู่ภายใต้เครื่องแบบตำรวจ … Read entire article »
Filed under: people
หม่อมหลวง อภิมงคล โสณกุล
May 19th, 2013 | Comments Off
หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 1, กรรมาธิการและโฆษกกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ … Read entire article »
Filed under: people
อารักษ์ สังหิตกุล
May 19th, 2013 | Comments Off
Bangkok…Bananas!! ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ผมเชื่อว่าหลักการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยนั้นต้องอาศัยการต่อยอด สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม มักถูกเปรียบเปรยเสมอๆว่าเป็นนาวาลำใหญ่ที่กำลังลอยลำนำศิลปะร่วมสมัยไทยฝ่าคลื่นลมไปให้ถึงฝั่งฝัน ทว่าจะลุล่วงได้ก็ต้องอาศัยแรงพายจากหลายๆภาคส่วนร่วมกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมากิจกรรมทางศิลปะจึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างมากมาย … Read entire article »
Filed under: people
จิตต์สิงห์ สมบุญ
May 19th, 2013 | Comments Off
เป็นขบถทางความคิด การคิดนอกกรอบคือคุณสมบัติของนักคิดนักสร้างสรรค์ที่ดี หากแต่พื้นฐานที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนั้นๆ โดยตรงอาจส่งผลต่อการทำงาน แต่สำหรับ จิตต์สิงห์ สมบุญ Head of Design แห่ง PLAYHOUND เครื่องแต่งกายแนวสตรีทแฟชั่น ภายใต้แบรนด์ใหญ่คือ GREYHOUND กลับกลายเป็นคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์สำหรับเขาในการสร้างผลงาน … Read entire article »
Filed under: people
AD DP
January 8, 2013dp-Studio 3D Visualization, Photography, Virtual Tour 360, Web Design, Integrated Media, Print Publications dp-studio คือ ผู้นำในด้านบริการ Visualization และงานผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ครบวงจรที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นน...
Read moread-books-maker
November 16, 2012ไม่ว่าโลกของการสื่อสารจะก้าวล้ำไปเพียงใด แม้ว่าผู้คนจะมีทางเลือกในการบริโภคสื่อ ที่หลากหลายกว่าในอดีต แต่ทุกคนต่างยอมรับว่า คุณภาพและสาระของสื่อ ไม่ว่าเป็นหนังสือ นิตยส...
Read moread atbangkok
January 10, 2013YOU HAVE A HOTEL YOU HAVE A SERVICE APARTMENT YOU HAVE A RESTAURANT YOU HAVE A BAR YOU WANT TO PROMOTE YOUR BUSINESS BY YOURSELF YOU WANT TO USE THE STATE-OF-THE-ART TOOLS TO SAVE YOUR MARKETING BUDGET. AND YOU THINK... You need a website. You need a facebook fanpage. You need a mobile apps. You need a virtual tour 360 to promote your place. You need a photographer. You need a copy writer. You need someone to help you with all marketing materials YOU T...
Read moreBook & Magazine Maker
December 21, 2012ไม่ว่าโลกของการสื่อสารจะก้าวล้ำไปเพียงใด แม้ว่าผู้คนจะมีทางเลือกในการบริโภคสื่อ ที่หลากหลายกว่าในอดีต แต่ทุกคนต่างยอมรับว่า คุณภาพและสาระของสื่อ ไม่ว่าเป็นหนังสือ นิตยส...
Read more














